เปิดความเห็นของนักอ่าน ใน ‘ความน่าจะอ่าน ขวัญใจมหาชน 2023’

หลังเชิญชวนนักอ่านทุกท่านร่วมสนุกกับกิจกรรม ‘ความน่าจะอ่าน ขวัญใจมหาชน’ เพื่อค้นหาหนังสือยอดนิยมประจำปีนี้ ในที่สุด เราก็ได้หนังสือดี ที่อ่าน 7 ที หรือมากกว่า 7 ที ก็ดีไปเสียหมด นั่นคือ ‘ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย’ (ฉบับปรับปรุง) ของคริส เบเคอร์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร จากสำนักพิมพ์มติชน ที่ติดโผ Top Highlights แนะนำโดยคนทำงานในแวดวงหนังสือด้วยเช่นกัน

แต่แน่นอนว่าไม่หมดเพียงแค่นี้ เรายังมีหนังสือดีอีกหลายเล่มที่ได้รับการแนะนำจากบรรดานักอ่านด้วยเหตุผลโดนใจ ขอคัดสรรส่วนหนึ่งมาแบ่งปันให้รับชมกันตามอัธยาศัย และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจกับ ‘ความน่าจะอ่าน ขวัญใจมหาชน 2023’ ไว้ ณ ที่นี้


หนังสือขวัญใจมหาชน 2023


ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย (ฉบับปรับปรุง)

ผู้เขียน : คริส เบเคอร์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร

สำนักพิมพ์ : มติชน


รายชื่อหนังสือแนะนำโดยนักอ่าน



แนะนำโดยคุณชาคริต

พยานไม่รู้เห็น

ผู้เขียน : Gianrico Carofiglio

ผู้แปล : นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ

สำนักพิมพ์ : อ่านอิตาลี

“ผมคิดว่านิยายเล่มนี้ให้ความหวัง เป็นความหวังที่หาได้ยากขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังมี ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยคนเฮงซวย คนตามน้ำ คนที่กลายเป็นเหมือนพยานผู้ไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลย บางคนไม่รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ หรือบางคนไม่รู้เลยว่าได้ทำอะไรลงไป เรื่องราวในนิยายทำให้เราได้ตระหนัก ทำให้เราฉุกคิด อย่างน้อยก็ไม่เผลอตัดสินอะไรด้วยอารมณ์ หรือเพราะคิดว่าสิ่งที่รับรู้มานั้นเป็นความจริง หรือข้อเท็จจริง ทั้งๆที่มันเป็นเพียงแค่ความ ‘เหมือนจริง'”



แนะนำโดยคุณกันต์

The Last Mughal เมื่อบัลลังก์ล่ม เดลีร้าง ชะตากรรมกษัตริย์โมกุลองค์สุดท้าย

ผู้เขียน : William Dalrymple

ผู้แปล : สุภัตรา ภูมิประภาส

สำนักพิมพ์ : มติชน

“เรื่องราวการสิ้นสุดอำนาจของสถาบันกษัตริย์อินเดียหรือจักรพรรดิโมกุลในความรับรู้ของคนไทย อาจจะยังไม่มีการพูดถึงมากนัก โดยส่วนมากรับรู้เพียงแต่อังกฤษได้แผ่อิทธิพลเข้าควบคุมผ่านทางบริษัท East India Company และผนวกอินเดียเป็นส่วนหนึ่งของอังกฤษ อันทำให้สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียมีสถานะเป็นจักรพรรดินีแห่งอินเดีย (Empress of India)

โดยเหตุการณ์สำคัญหนึ่งซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้อังกฤษเข้าปกครองอินเดียอย่างสมบูรณ์ และเป็นอวสานของราชวงศ์ติมูร์แห่งอินเดีย คือ การก่อกบฏอินเดีย 1857 (Indian Rebellion of 1857) หรือที่รู้จักกันว่า กบฏซีปอย (Sepoy Mutiny)

ผู้แปลได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ผู้เขียนรวบรวมจากบันทึกหลักฐานร่วมสมัยเกี่ยวกับเหตุการณ์กบฏดังกล่าว ซึ่งทำให้เห็นภาพสังคมและความเป็นไปในราชสำนักโมกุล รวมถึงเมืองเดลี อันสะท้อนถึงสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายทั้งอิสลาม ฮินดู ชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ รวมถึงชาวตะวันตก ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีของสังคมอินเดียในยุคนั้น

ประเด็นสำคัญที่ปรากฏในหนังสือนี้ คือ ความขัดแย้งและการแย่งชิงผลประโยชน์ ทั้งความขัดแย้งในราชสำนักโมกุล ข้อพิพาทระหว่างกลุ่มชนที่ความเชื่อแตกต่างกัน ความขัดแย้งระหว่างชนชาติอินเดียและอังกฤษที่นำไปสู่สงคราม ตลอดจนการเบาะแว้งและแก่งแย่งกันในกองทัพอังกฤษเอง

ความขัดแย้งดังกล่าวนำไปสู่การสังหารหมู่ชาวอังกฤษ การปิดล้อมเมืองเดลี การฆ่าฟันชาวอินเดียเพื่อแก้แค้น และการโค่นล้มอำนาจของจักรพรรดิ ทั้งยังนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งในชีวิตร่างกาย ทรัพย์สิน ภูมิปัญญา ตลอดจนการล่มสลายของอารยธรรมจักรวรรดิโมกุลอันยิ่งใหญ่

แม้ทั้งสองฝ่ายต่างต้องประสบกับความสูญเสีย แต่ผลกระทบจากการกระทำของฝ่ายอังกฤษต่ออินเดียนั้นมากมายมหาศาล ทั้งการทำลายล้างเมืองเดลี การประหารชาวฮินดู-มุสลิมอย่างไม่เลือกหน้า การแย่งชิงทรัพย์สินมีค่า และชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของชาวอินเดีย

นอกจากเนื้อหาความรู้แล้ว อีกสิ่งสำคัญคือ ผู้เขียนถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้อ่านมีอารมณ์ความรู้สึกร่วมด้วย โดยเฉพาะความเศร้าและความเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของทั้งชาวอังกฤษที่ถูกสังหารหมู่ และชาวอินเดียที่ต้องสูญสิ้นจักรวรรดิของตน

เหตุการณ์กบฏดังกล่าวยังนำมาซึ่งการสิันอำนาจของบะห์ดูร์ ชาร์ ซาฟาร์ ที่ 2 แห่งจักรวรรดิโมกุลอันยิ่งใหญ่ ด้วยฝีมือของชาวอังกฤษ และการเนรเทศพระองค์ไปสิ้นชีวิตในดินแดนพม่าอันห่างไกลจากบ้านเกิดของพระองค์ แทบไม่แตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระเจ้าธีบอแห่งพม่าในอีก 20 ปีต่อมา

ดังนั้น หนังสือเล่มนี้ที่โดดเด่น ทั้งหน้าปกซึ่งเป็นภาพจักรพรรดิอินเดียองค์สุดท้าย ขนาดความหนาของเล่มที่มีกว่า 700 หน้า และชื่อผู้แปลที่เชี่ยวชาญ ทำให้ผู้อ่านที่สนใจเรื่องราวราชวงศ์และอินเดียไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง”



แนะนำโดยคุณคนชอบอ่านหนังสือ

สายเลือดวิปริต

ผู้เขียน : SHUZO OSHIMI

สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์คอมิกส์

“การ์ตูนกวาดรางวัลที่มีตัวละครหลักแค่สองคนคือแม่กับลูก ตัวหนังสือน้อยมาก เล่าเรื่องเรียบง่าย แต่เขย่าความรู้สึกถึงแก่นหัวใจ ทั้งสะเทือนใจ กระชากใจ จนบางช่วงลืมหายใจ ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นการ์ตูนครอบครัว การ์ตูนรัก หรือการ์ตูนสยองขวัญ!

เนื้อหาว่าด้วยความ(ไม่)รักของแม่ต่อลูก ที่ถ้าผลักไปให้สุดจะส่งผลต่อตัวตนของลูกอย่างไร การ์ตูนตั้งคำถามแหลมคมทางจิตวิทยาอีกหลายเรื่อง ด้วยจังหวะจะโคนในการเล่าเรื่องอย่างทรงพลัง ขยี้-เขย่าความรู้สึกแบบไม่เกรงใจคนอ่าน นี่เป็นการ์ตูนชั้นดีราววรรณกรรม ใช้ประโยชน์จากงานภาพความเป็นการ์ตูนอย่างเต็มที่ นักอ่านทุกคนห้ามพลาด มารับประสบการณ์ที่หาจากการ์ตูนเล่มไหนไม่ได้ไปด้วยกัน!”



แนะนำโดยคุณอติศักดิ์

วิญญาณของการดูแล การบ่มเพาะทางศีลธรรมของแพทย์คนหนึ่ง

ผู้เขียน : Arthur Kleinman

ผู้แปล : เนาวนิจ สิริผาติวิรัตน์

สำนักพิมพ์ : คบไฟ

“ผู้เขียน , Arthur Kleinman, เป็นจิตแพทย์ และศาสตราจารย์ทางมานุษยวิทยาการแพทย์

จุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้มาจากการที่ผู้เขียนต้องกลายเป็นผู้ดูแล “คุณโจน” ผู้เป็นภรรยา ที่มีอาการอัลไซเมอร์เป็นเวลายาวนาน 10 ปี จวบจนวาระสุดท้าย

เขาใช้ประสบการณ์ครั้งสำคัญของชีวิตนี้สะท้อนย้อนคิดถึงชีวิตและวิญญาณของตนเอง ย้อนไปตั้งแต่วัยเด็ก การเข้าสู่วิชาชีพแพทย์ และมานุษยวิทยา มาบรรจบกับช่วงเวลาของการดูแลภรรยา และหลังจากเธอเสียชีวิต

ความเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายยิว และการทำงานวิจัยทางมานุษยวิทยาเข้มข้นในประเทศจีน 2 สิ่งนี้ดูจะมีอิทธิพลกับเขาอย่างลึกซึ้งในแง่การตั้งคำถามกับความเป็นปัจเจก หรือ individualism ที่เหมือนจะเป็นอุดมการณ์ของวัฒนธรรมตะวันตกสมัยใหม่ สำหรับเขาความเป็นมนุษย์นั้นหาใช่ความเป็นปัจเจกแต่เป็นการก่อร่างความหมายผ่านการถักทอความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง

เขาเขียนหนังสือเล่มนี้ผ่านการใช้เรื่องเล่าจากประสบการณ์การดูแลคนไข้ในฐานะจิตแพทย์ งานวิจัย และในฐานะสามีที่ต้องดูแลภรรยา

ฉากที่เขาเล่าเรื่องการดูแลภรรยาและตัวเองได้กลายเป็นผู้ดูแลที่ต้องพบกับความจริงว่าความเป็นแพทย์และนักวิชาการของตนเองนั้นบางทีก็ช่วยอะไรได้น้อยมากเมื่อต้องไปเผชิญหน้ากับระบบการแพทย์ที่ไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลนั้น ช่างสะท้อนใจ

ที่ชอบมาก คือ สารที่เขาพยายามจะบอกเราว่า การดูแล มันไม่ใช่ความสวยงาม ตอนจบก็ไม่ลุล่วงเรียบร้อย มันเป็นความทุกข์ ทำให้เราพังทลาย บางครั้งราวกับตกนรก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เยียวยา มีความหมาย และเป็นการก่อร่างสร้างตัวตนแบบใหม่ของเราขึ้นมา

การให้การดูแลผู้อื่น สุดท้าย กลายเป็นการดูแลตัวเอง

“มันเริ่มต้นที่เรื่องของคนอื่น แต่สุดท้ายก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเรา Soul of care จึงเป็น Care of soul”

มันคือเรื่องราวของชีวิตที่อาจจะไม่ง่ายและไม่สวยงาม แต่บางครั้งมันก็เป็นไปในทางกลับกัน

คุณโจน ภรรยาของผู้เขียนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2011 และได้ทิ้งหนังสือเล่มนี้เอาไว้เป็นของขวัญล้ำค่า”



แนะนำโดยคุณชนฐิวัทน์

Nothing to Envy : Ordinary Lives in North Korea ในดินแดนไร้แสง : ชีวิตสามัญชนคนธรรมดาในเกาหลีเหนือ

ผู้เขียน : Barbara Demick

ผู้แปล : ไอริสา ชั้นศิริ

สำนักพิมพ์ : See More Press

“Nothing to Envy เป็นหนังสือที่เล่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์กึ่งสารคดีของผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือที่ลี้ภัยมาอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ โดยผู้ลี้ภัยหรือผู้ให้สัมภาษณ์นั้นมีชีวิตอยู่จริง หนังสือจะพาเราไปดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีเหนือตั้งแต่ช่วงหลังสงครามเกาหลีไปจนถึงรัฐบาลคิมจองอิล ว่าประชาชนชาวเกาหลีเหนือนั้นมีชีวิตอย่างไรบ้าง ตั้งแต่การเกิด แก่ เจ็บ ตาย พวกเขามีชีวิตอย่างไรภายใต้รัฐเผด็จการเข้มข้น และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้พวกเขาบางส่วนคิดแปรพักตร์ย้ายประเทศไปอยู่ที่อื่น หนังสือเล่มนี้มีทั้งอารมณ์ที่สนุกและเศร้าในคราวเดียวกัน เราสนุกไปกับเรื่องราวที่ได้อ่าน และได้มีความเศร้าเมื่อรู้ว่าเรื่องที่ได้อ่านนั้นคือเรื่องจริง ที่ยังดำรงอยู่ในโลกยุคปัจจุบันนี้ด้วย พออ่านจบแล้ว ก็อดจะเปรียบเทียบกับประเทศไทยไม่ได้เลยจริงๆ”



แนะนำโดยคุณธนกฤต

ความลับของความสุข : Secrets of Happiness

ผู้เขียน : นิ้วกลม

สำนักพิมพ์ : KOOB

“เป็นคลังแสงของความสุข นำมาปราบความทุกข์ อ่านง่าย สบายสมอง



แนะนำโดยคุณปภพ

ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย (ฉบับปรับปรุง)

ผู้เขียน : คริส เบเคอร์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร

สำนักพิมพ์ : มติชน

“ประวัติศาสตร์ไทยสีเทาๆ แบบที่ภาครัฐไม่เคยสอนเรา”



แนะนำโดยคุณคณิน

ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ

ผู้เขียน : Matt Alt

ผู้แปล : โมโตกิ ลักษมีวัฒนา

สำนักพิมพ์ : Bookscape

“หนังสือพาให้เราไปเห็นว่า “soft power” ของญี่ปุ่นในด้านความบันเทิงต่างๆ ที่แพร่หลายไปทั่วโลกทุกวันนี้ มันมีจุดกำเนิดมาอย่างไร ชอบที่ผู้เขียนนอกจากจะพาเราไปทำความรู้จักกับเหล่าผู้ให้กำเนิดแล้ว ยังชี้ชวนให้เห็นสภาพเศรษฐกิจสังคมการเมืองของญี่ปุ่นในแต่ละยุคสมัย ผู้เขียนเรียบเรียงและเล่าเรื่องได้ดีมาก มีการตัดสลับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อให้เราเข้าใจบริบทที่ประกอบสร้างประดิษฐกรรมแต่ละชิ้น เนื้อหาแต่ละบทนี่เอาไปสร้างเป็นหนังหรือสารคดีได้เลย เขียนได้สนุกจริงๆ :)”



แนะนำโดยคุณปิยฉัตร

หนังสือกอดใจ

ผู้เขียน : Matt Haig

ผู้แปล : ศิริกมล ตาน้อย

สำนักพิมพ์ : Bookscape

“ตัวอักษรของ Matt Haig (แมตต์ เฮก) ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งในใจฉัน

เหตุผลเกินครึ่งหนึ่งเพราะตัวอักษรของเขาส่งสานส์ “หายาก”แห่งยุคสมัย

ไม่เร่งรีบ-ไม่ร้อนรน

ไม่ต้องประสบความสำเร็จ ไม่ต้องเป็นที่หนึ่ง

ไม่ต้องสร้างสินค้าพลิกโลก

ไม่ขายการมองโลกในแง่บวกจนเพ้อเจ้อ

เหตุผลอีก

เขากล้าหาญเป็นอย่างยิ่งที่เปิดเปลือกตัวตนที่ไม่สมบูรณ์แบบ

ก่อนจะมากระซิบเบาๆ ข้างหูคนอ่าน

“ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไป ไม่ว่าเธอจะปวดร้าว ยากไร้ อับจนไปทุกสิ่ง”

ตัวอักษรของเขา-ให้ความหวัง”



แนะนำโดยคุณกชพร

The Vanishing Half สายใยสีจาง

ผู้เขียน : Brit Bennett

ผู้แปล : โศิริกมล ตาน้อย

สำนักพิมพ์ : มติชน

“เป็นนิยายแปลองประวัติศาสตร์ที่มีประเด็นทันสมัยค่ะ มีความเป็นสากลที่เราอ่านแล้วรู้สึกเชื่อมโยงและอินไปกับประเด็นความเจ็บปวดเหล่านั้นได้ แม้ว่าหนังสือจะพูดถึงฉากหลังของอเมริกาในอดีต แต่พออ่านแล้วก็รู้สึกว่า บาดแผลความเจ็บปวดเหล่านั้นมันไม่เคยหายไปเลย แต่ยังฉายภาพเดิมซ้ำๆ ในมุมใหม่ๆ อยู่ในสังคมเสมอ ผู้เขียนก็เรียบเรียงการเล่าเรื่องได้ดีมากๆ โดยการเปลี่ยนมุมมองการเล่าเรื่องของตัวละครให้ไปตามตัวละครนั้นๆ พออ่านก็จะทำให้รู้สึกว่าแต่ละตัวละครมีเสียงเป็นของตัวเอง บวกกับว่าเนื้อเรื่องมันท้าทายและเล่นกับใจเราตลอดว่า เราจะตัดสินถูกผิดในการกระทำของตัวละครที่ทำไม่ถูกใจเรามั้ย แต่สุดท้ายนิยายจะทำให้เห็นเงื่อนไขของแต่ละตัวละครที่มันมีไม่เท่ากัน ทำให้เราเข้าใจได้ว่าเราตัดสินคนอื่นไม่ได้ เลยรู้สึกชอบเรื่องนี้มากๆ ค่ะในหลากหลายมิติ เหมือนกับว่าเรื่องนี้ให้มุมมองเราหลายอย่างและอยากจะแนะนำให้คนอื่นๆ ได้อ่านต่อ”



แนะนำโดยคุณพรรณปพร

เป็นจีนเพราะรู้สึก : ประวัติศาสตร์เสื่อผืนหมอนใบที่เพิ่งสร้าง

ผู้เขียน : สิทธิเทพ เอกสิทธิพงษ์

สำนักพิมพ์ : มติชน

“เป็นงานศึกษาประวัติศาสตร์ที่มีวิธีการศึกษาที่น่าสนใจมาก เนื่องจากการศึกษาประวัติศาสตร์ผ่านระบอบอารมณ์ความรู้สึกยังไม่เห็นแพร่หลายหรือถูกทำให้เป็นกระแสหลักมากนักในวงการวิชาการไปจนถึงในสื่อทั่วไป รวมทั้งทักษะการเขียนของอาจารย์ทำให้การอ่านประวัติศาสตร์เป็นเรื่องสนุก น่าติดตาม อีกทั้งยังเป็นงานศึกษาพลวัตของประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่มีตัวแสดงเป็นชนชั้นกลางไทยเชื้อสายจีน อันถือเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเมือง ขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มคนเดียวที่มีบทบาทในการฉุดรั้งพัฒนาการของการเมืองไทยร่วมด้วย

ในประวัติศาสตร์การเมืองของไทยได้ปรากฏการดำเนินนโยบายเพื่อกดปราบกลุ่มคนที่รัฐเห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง มีทั้งที่เป็นไปด้วยความรุนแรงอันเห็นได้อย่างโจ่งแจ้งไปจนถึงการสร้างความหวาดกลัวผ่านการข่มขู่ คุกคาม เพื่อทำให้คนที่ถูกมองว่าเป็นภัยต้องก้มหัวสยบยอม แน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้ได้นำเสนอการสร้างระบอบอารมณ์ความรู้สึกจากรัฐที่ทำให้เกิดสภาวะหวาดกลัวเช่นนั้นในชุมชนจีนในไทย รวมถึงผลกระทบจากการประกอบสร้างความเป็นอื่นทั้งในระดับกฎหมายและนโยบายจากรัฐ โดยเฉพาะในห้วงปลายทศวรรษ 2500-2530 อันเป็นบริบทที่ทำให้เห็นพลวัตของความเป็นจีนในสายตารัฐไทยอันมีผลต่อการสร้างระบอบอารมณ์ความรู้สึกให้เกิดขึ้นในชุมชนจีนได้อย่างชัดเจน ความเป็นจีนได้ถูกต่อต้านจากรัฐไทยด้วยการสร้างสภาวะความเป็นอื่นทัังผ่านนโยบายและกฎหมาย ซึ่งการถูกกดทับตัดตอนความเป็นจีนเช่นนั้นได้ทำให้คนจีนในไทยต้องอาศัยวรรณกรรม สื่อบันเทิง สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ไปจนถึงการสร้างคำอธิบายและนิยามความเป็นจีนแบบใหม่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่หลีกหนีจากการระบอบของรัฐและใช้เป็นพื้นที่เชื่อมต่ออารมณ์ความรู้สึก ยึดโยงอัตลักษณ์ความเป็นจีนไม่ให้เสื่อมหาย ทั้งนี้การหลีกหนีและการปรับตัวของคนจีนในไทยล้วนไม่ใช่การสยบยอมอยู่เพียงฝ่ายเดียวหากแต่เป็นการต่อรองกับอำนาจรัฐไปพร้อมกับการพยายามเชื่อมต่อกับศูนย์กลางอำนาจอย่างสถาบันกษัตริย์อันถูกทำให้เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทยแท้และเป็นไทยที่สูงส่งร่วมด้วย”




ย้อนดูรายชื่อหนังสือ The Finalist ตอนที่ 1 , ตอนที่ 2 , ตอนที่ 3

ย้อนดูรายชื่อหนังสือ Top Highlights ที่นี่



ผ่านพ้นไปแล้วกับการเปิดเผยรายชื่อหนังสือ ‘น่าจะอ่าน’ กว่า 100 เล่ม ที่ได้รับการคัดเลือกจากคนในวงการหนังสือและนักอ่านตัวยง 101 ร่วมกับ Jim Thompson Art Center และร้านหนังสือ Fathom Bookspace ขอเชิญมิตรนักอ่าน-เขียนทุกท่าน มาส่งท้ายเทศกาลความน่าจะอ่านไปด้วยกัน กับ วงเสวนา ‘ความน่าจะอ่าน 2023 Final Round – อ่าน 7 ที ดี 7 หน’

ร่วมถกถาม ชวนคุยถึงสิ่งที่น่าสนใจจากหนังสือ Top Highlights อย่าง ‘เจ้าชีวิต เจ้าสรรพสิ่ง’ ของ เมาริตซิโอ เปเลจจี สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ที่ได้รับการแนะนำมากที่สุดอันดับหนึ่งของปีนี้ และภาพรวมของแวดวงนักอ่าน คนทำหนังสือ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสังคมไทย ไปกับ…

-รังสิมา ตันสกุล เจ้าของสำนักพิมพ์ Library House

-ปฏิกาล ภาคกาย บรรณาธิการสำนักพิมพ์แซลมอน

-บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ดำเนินรายการโดย ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย และภาวรรณ ธนาเลิศสมบูรณ์


ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ : https://bit.ly/notable-book-2023-final-round

สำหรับผู้ที่สนใจสั่งซื้อหนังสือ Top Highlights และหนังสืออื่นๆ ในโปรเจกต์ความน่าจะอ่าน สามารถซื้อได้ที่บูธร้านหนังสือ Fathom Bookspace ในสถานที่จัดงาน หรือทางออนไลน์ ที่นี่

แล้วพบกัน วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566 เวลา 14.00-16.00 น. ณ The Jim Thompson Art Center ชั้น 2 ห้อง Event Space


ดูรายชื่อหนังสือ Top Highlights ความน่าจะอ่าน 2023 ทั้งหมดได้ที่ : https://www.the101.world/top-highlights-2023/

หมายเหตุ : แนะนำการเดินทางโดยบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากที่จอดรถของสถานที่จัดงานมีจำนวนจำกัด

MOST READ

Spotlights

14 Aug 2018

เปิดตา ‘ตีหม้อ’ – สำรวจตลาดโสเภณีคลองหลอด

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย พาไปสำรวจ ‘คลองหลอด’ แหล่งค้าประเวณีใจกลางย่านเมืองเก่า เปิดปูมหลังชีวิตหญิงค้าบริการ พร้อมตีแผ่แง่มุมเทาๆ ของอาชีพนี้ที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมาเนิ่นนาน

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

14 Aug 2018

Spotlights

4 Nov 2020

101 Policy Forum : ประเทศไทยในฝันของคนรุ่นใหม่

101 เปิดวงสนทนาพูดคุยกับตัวแทนวัยรุ่น 4 คน ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน , สิรินทร์ มุ่งเจริญ, ภาณุพงศ์ สุวรรณหงษ์, อัครสร โอปิลันธน์ ว่าด้วยสังคม การเมือง เศรษฐกิจไทยในฝัน ต้นตอที่รั้งประเทศไทยจากการพัฒนา ข้อเสนอเพื่อพาประเทศสู่อนาคต และแนวทางการพัฒนาและสนับสนุนคนรุ่นใหม่

กองบรรณาธิการ

4 Nov 2020

Spotlights

30 Jun 2020

“ไม่มี Theory of Everything ในโลกของ IR” จิตติภัทร พูนขำ

101 สนทนากับ จิตติภัทร พูนขำ เกี่ยวกับองค์ความรู้และโลกของ IR ไปจนถึงการเรียนการสอน และการปรับตัวของ IR ในยุคที่โลกผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

กานต์ธีรา ภูริวิกรัย

30 Jun 2020

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save