fbpx

ความน่าจะอ่าน 2023 : The Finalists (ตอนที่ 3)

หนังสือทำให้เราสุข

หนังสือทำให้เราเศร้า

หนังสือทำให้เรามีความหวัง

ในวันที่ชีวิตคนเราไม่(เคย)มีความแน่นอน การเมืองชุลมุน เศรษฐกิจผันผวน ลมฟ้าอากาศแปรปรวน เรายังเชื่อว่าหนังสือที่ดี อ่านกี่ที ย่อมมอบความรู้สึกน่าจดจำแก่ผู้อ่านได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

เราจึงกลับมาค้นหาสุดยอดหนังสือครบรสหลากอารมณ์อีกครั้ง กับกิจกรรม ‘ความน่าจะอ่าน’ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2023 ในคอนเซปต์ ‘อ่าน 7 ที ดี7 หน’ โดยในปีนี้ 101 ร่วมกับ Jim Thompson Art Center และร้านหนังสือ Fathom Bookspace ชวนเจ้าของสำนักพิมพ์ บรรณาธิการ ร้านหนังสือ รวมถึงนักวาดภาพประกอบ มาแนะนำหนังสือดี ทั้งหมดกว่า 100 เล่ม ครบรสทั้งการเมือง ประวัติศาสตร์ ปรัชญา จิตวิทยา นวนิยาย รวมถึงการ์ตูน แก่คุณผู้อ่าน

และนี่คือรายชื่อหนังสือ The Finalists ชุดที่ 3 ซึ่งคนในแวดวงหนังสือเสนอกันเข้ามา พร้อมเหตุผลว่าทำไมเรา ‘น่าจะอ่าน’ เล่มนี้


ดูรายชื่อหนังสือ The Finalists ชุดที่ 1 ได้ ที่นี่

ดูรายชื่อหนังสือ The Finalists ชุดที่ 2 ได้ ที่นี่

นำชัย ชีววิวรรธน์

สำนักพิมพ์กาลาปากอส


เล่มที่แนะนำ :



1.Ani-More วิทยาสัตว์

ผู้เขียน : ป๋วย อุ่นใจ

สำนักพิมพ์ : Sundogs

“หนังสือเล่มไม่หนา แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวแปลกประหลาดมหัศจรรย์ของสัตว์ ทั้งรูปร่างลักษณะและพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกมัน และนวัตกรรมที่มนุษย์คิดทำกับสัตว์เหล่านั้น หนังสือให้มุมมองใหม่เยอะแยะแบบ ‘ทะลุกรอบ’ ตามชื่อคอลัมน์ที่มาของบทความ อ่านๆ ไป อาจร้อง เฮ้ย โอ้ย อ๊ากส์ หรือหนักกว่านั้น โดยไม่รู้ตัว”



2. MYTHOS เล่าขานตำนานเทพกรีก

ผู้เขียน : Stephen Fry

ผู้แปล : อรสิริ พลเดช และพรวิภา วัฒรัชนากูล

สำนักพิมพ์ : สารคดี

“เทวตำนานคลาสสิก ภูมิปัญญาจากตะวันตกที่บางเรื่องก็เหมือนกันอย่างกับแกะกับภูมิปัญญาทางตะวันออก เพราะมีรากร่วมกัน Stephen Fry มีความรู้แบบแน่นปึ๊ก เล่าสนุก แปลดี อ่านรื่น ไม่ค่อยสะดุด หนาจุใจ ปกสวยมาก พิมพ์ทรายตรงรูปด้วย ให้สัมผัสดีมาก”



3.เล่นแร่แปลภาพ ประวัติศาสตร์สยามจากเบื้องหลังภาพถ่าย

ผู้เขียน : นักรบ มูลมานัส

สำนักพิมพ์ : มติชน

“สนุก อ่านและดูเพลิน ภาพเยอะ เป็นแนวที่ไม่ค่อยเห็นใครเขียน คือวิเคราะห์และสังเคราะห์ประวัติศาสตร์ขึ้นจากภาพถ่าย มีหมวดตั้งแต่การแต่งกายและท่าทาง เช่น การนั่ง การยิ้ม ไปจนถึงประวัติ ‘หลังคาแดง’ และพระที่นั่งอนันตสมาคม ฯลฯ”



ชาตรี ลีศิริวิทย์

สำนักพิมพ์ Animag


เล่มที่แนะนำ :



1.Apaimanee saga :Tale of the two princes  (อภัยมณีซาก้า)

ผู้เขียน : สุพจน์ อนวัชกชกร

สำนักพิมพ์ : BRUSH COMICS

“การ์ตูนที่เคยตีพิมพ์มาแล้วเมื่อในอดีต ตอนนี้เจ้าของผลงานเอากลับมาพิมพ์ใหม่ เป็นการตีความเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภุ่ในรูปแบบการ์ตูนผจญภัยเสริมแฟนตาซีเพิ่ม (เดิมก็เป็นวรรณคดีแฟนตาซีอยู่แล้ว)”



2.เจ้าชีวิต เจ้าสรรพสิ่ง : การก่อร่างภาพลักษณ์สมัยใหม่ของสถาบันกษัตริย์สยาม

ผู้เขียน : เมาริตซิโอ เปเลจจี  (Maurizio Peleggi)

ผู้แปล : วริศา  กิตติคุณเสรี

สำนักพิมพ์ : ฟ้าเดียวกัน

“ผู้เขียนวิเคราะห์ผ่านตัวบทอันหลากหลาย ทั้งภาพถ่าย บันทึก และจดหมาย ซึ่งไม่แต่เป็นภาพถ่ายธรรมดาที่พบเห็นมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เอามารวบรวมวิเคราะห์ร่วมกับบริบทออื่นๆ แวดล้อม ทำให้เห็นถึงกระบวนการจัดสร้างความหมาย”



3.อุลตร้าแมนเมบิอุส ไกเด็น ฉบับสมบูรณ์

ผู้เขียน : Mamoru Uchiyama

สำนักพิมพ์ : DEX press

“เป็นหนังสือการ์ตุนที่รวบรวมงานของ UCHIYAMA MAMORU คนวาดอุลตร้าแมนที่มีลายเส้นคลาสสิก ในเล่มอาจจะมีอุลตร้าแมนตัวใหม่ๆ ที่เด็ก ยุค 80-90 อาจจะไม่รู้จัก (เช่น ซีโร่ (ลูกของอุลตร้าเซเว่น) หรือแม้แต่เมบิอุส (ซึ่งเป็นอาจารย์ของอุลตร้าไทกะ ลูกของอุลตร้าทาโร่) แต่อุลตร้าแมนคลาสสิกทั้ง 7 (อุลตร้าแมน,เซเว่น,แจ็ค,โซพี่,เอซ,เลโอ+แอสตร้า,ทาโร่) ก็ยังโผล่มาในเล่มให้หายคิดถึง”



สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ

นิตยสารสารคดี


เล่มที่แนะนำ :



1.จิตวิญญาณแม่มด

ผู้เขียน : นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว

สำนักพิมพ์ :  พื้นภูมิเพชร

“ภาพจำของแม่มดที่เราได้รับจากฝรั่งคือผู้หญิงหน้าตาน่ากลัวที่ใช้เวทมนตร์ในทางชั่วร้าย แต่หนังสือเล่มนี้จะเปิดประสบการณ์ที่ไม่น่าเชื่อในเชิงสังคมและวัฒนธรรม เมื่อแม่มดคือผู้มีความสามารถติดต่อสื่อสารกับพลังของเทพในธรรมชาติ และหากทุกคนเปิดใจรับฟัง ก็อาจพบกับปัญญาญาณที่จะเข้าใจความจริงของโลกและความจริงภายในดวงจิตเราเอง”



2.Homo Gaia มนุษย์กาญ่า

ผู้เขียน : สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

สำนักพิมพ์ : SALT

“”มนุษย์กาญ่า ฟื้นสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่มนุษย์เรานั้นเป็นส่วนหนึ่งเสมอมา” เป็นคำสรุปสาระสำคัญของหนังสือเล่มนี้ได้อย่างแจ่มแจ้งที่สุดบนปก และเมื่อพลิกอ่านไปแต่ละหน้า เราจะเข้าสู่ภวังค์ของเรื่องราวอันน่าประหลาดใจ ซาบซึ้ง และมหัศจรรย์ ในการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับสรรพชีวิตนานาที่รวมกันเป็น “กาญ่า”  เป็นหนังสือที่อยากให้แปลเป็นภาษาต่างประเทศ ได้อ่านกันทั่วโลก”



3.ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย (ฉบับปรับปรุง)

ผู้เขียน : คริส เบเคอร์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร

สำนักพิมพ์ : มติชน

“ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 14 ปี 2566 แม้น้ำหนักของหนังสือจะบอกว่าเน้นมาที่ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย แต่ตั้งแต่ต้นเล่มก็พาเราย้อนไปทำความเข้าใจกับการก่อตั้งชุมชนบนที่ราบลุ่มเจ้าพระยา ต่อเนื่องจนมาถึงความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมใน พ.ศ. 2564  ฉายภาพให้เห็นประเด็นสำคัญและรายละเอียดของแต่ละช่วงยุคสมัย ทำให้เราเข้าใจโครงสร้างต่างๆ ที่ขับเคลื่อนสังคมไทยมาจนเป็นอย่างที่มันเป็น”



กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์ Biblio

สำนักพิมพ์ Biblio


เล่มที่แนะนำ :



1.หยดฝนกลิ่นสนิม (1-2)

ผู้เขียน : Sixteenseven

สำนักพิมพ์ : Libery

“นิยายสืบสวนที่คู่ตัวละครหลักเป็นแซฟฟิค (หญิงรักหญิง) เล่าเรื่องการทำงานของตำรวจสืบสวนร่วมกับแพทย์นิติเวชในการไขคดีต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการฆาตกรรมที่สืบโยงขึ้นไปหาอำนาจขนาดใหญ่กว่า บอกเล่าการถูกกดทับ ถูกกระทำของผู้มีอำนาจด้อยกว่าในสังคม โดยเฉพาะผู้หญิง เก็บประเด็นทางสังคมไว้อย่างครบถ้วน อ่านแล้วรู้สึกเชื่อมโยงได้ง่ายเพราะเป็นเซ็ตติ้งแบบไทย และปัญหาที่หันไปทางไหนก็เจอ เช่น ตำรวจเลว สื่อตะกละ คนรวยเอเปรียบคนจน นักการเมืองหิว เป็นงานสืบสวนสอบสวนรสเข้มข้นหวานนิดเดียวที่อยากแนะนำให้ลองอ่านกัน”



2.Calling Bullshit วิชาจับตอแหล: ศิลปะแห่งการสงสัย-จับผิด-เปิดโปงเรื่องเหลวไหลในโลกข้อมูลท่วมท้น

ผู้เขียน : Carl T. Bergstrom และ Jevin D. West

ผู้แปล : รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์

สำนักพิมพ์ : Bookscape

“กล่าวถึงการเปิดโปงเรื่องเหลวไหล จากการปลอมแปลง (หรือพูดไม่หมด) ในบิ๊กดาต้า, สถิติ, งานวิจัย, บทความวิชาการทั้งหลายแหล่ ซึ่งส่งผลและมีอิทธิพลกับคนในยุคนี้มากๆ ในทุกด้าน ที่เห็นได้ชัดก็อย่างเช่นเรื่อง Antivax เพื่อให้คนเกิด critical thinking ว่าจริงๆ แล้วข้อมูลต่างๆ ที่เรารับมาผ่านสื่อนั้นเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เป็นหนังสือที่เหมาะมากกับสังคมในยุคที่เราต้องรับมือกับข้อมูลหรือถ้อยแถลงของบุคคลสำคัญในประเทศ ที่ต้องการการตรวจสอบในถ้อยคำเหล่านั้นอย่างเร่งด่วน”



3.ความลับของความสุข : Secrets of Happiness

ผู้เขียน : นิ้วกลม

สำนักพิมพ์ : KOOB

“ความสุขไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวแบบ one size fits all แต่ทุกครั้งที่อ่านหนังสือที่แนะนำการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเราก็มักได้แง่มุมดีๆ มาปรับใช้ได้เสมอ ใน “ความลับของความสุข” รวบรวมข้อเขียนน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตไว้มากกว่า 100 เรื่องที่เมื่ออ่านแล้วะอมยิ้มตามได้เบาๆ อย่างเช่น ถ้าไม่เห็นว่าตัวเองผอม ก็จะไม่มีวันผอม เป็นเล่มที่จิ้มอ่านบทต่างๆ ได้ตามใจชอบ อยากอ่านเมื่อไรก็อ่าน อยากหยุดและเริ่มใหม่เมื่อใดก็ได้ ความสุขก็เป็นแบบนี้ เรียบง่ายไม่ซับซ้อน เป็นผลงานอีกหนึ่งเล่มของนิ้วกลมที่อ่านได้สบายๆ ในทุกวัน”



ศรัณย์ วงศ์ขจิตร

สำนักพิมพ์พารากราฟ


เล่มที่แนะนำ :



1.ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 20 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม–ธันวาคม 2565 (ฉบับสุดท้าย)

สำนักพิมพ์ : ฟ้าเดียวกัน

“วารสารทำหน้าที่ “ตั้งคำถาม” และบางครั้งก็ “ต่อต้าน” อำนาจที่กดทับประชาชนมากว่า 2 ทศวรรษ ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่อ่านฉบับสุดท้ายของวารสารนี้”



2.1000 ปี แห่งความรื่นรมย์และขมขื่น

ผู้เขียน : อ้าย เว่ยเว่ย

ผู้แปล : ดรุณี แซ่ลิ่ว

สำนักพิมพ์ : สวนเงินมีมา

“บันทึกความทรงจำของปัจเจกอาจทำให้เราเห็นอีกด้านของประวัติศาสตร์ของชาติที่ยิ่งใหญ่ ที่มักกดขี่กินเลือดกินเนื้อสามัญชน ในแง่นี้บันทึกความทรงจำจึงเป็น “การต่อต้าน” กับอำนาจ โดยเฉพาะเมื่อมันถูกเล่าผ่านปากของศิลปินนักต่อต้านคนสำคัญแห่งศตวรรษที่ 21 เช่น อ้าย เว่ยเว่ย”



3.ประวัติศาสตร์แห่งชาติ “ซ่อม” ฉบับเก่า “สร้าง” ฉบับใหม่

ผู้เขียน : นิธิ เอียวศรีวงศ์

สำนักพิมพ์ : กองทุนเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ

หมายเหตุ : พิมพ์ครั้งที่สอง กันยายน 2551 – หนังสือเล่มนี้อยู่นอกเหนือการร่วมสนุกกับกิจกรรม ‘ความน่าจะอ่าน 2023’ แต่เลือกมาแนะนำเพื่อระลึกถึงอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์

“เล่มนี้ขออนุญาตนอกโจทย์ เพื่อระลึกถึง อ.นิธิ อยากจะจัดหนังสือเล่มนี้เป็นแนวหนังสือที่เรียกว่า Little Books, Big Issues เพราะหนังสือบางๆ เล่มนี้ คือการพยายามชี้จุดอ่อนหรือปัญหาของประวัติศาสตร์ฉบับแห่งชาติของไทย และต้องการเสนอเรื่องเล่าใหม่ที่ทำให้ “แห่งชาติ” รวมผู้คนได้กว้างขวางมากขึ้น แทนที่จะกีดกัน “คนอื่น” ออกไปจำนวนมากจากเรื่องเล่าแบบเดิม อีกปัญหาสำคัญหนึ่งที่ อ.นิธิชี้ให้เห็นก็คือ “ฉบับแห่งชาติเดิม” เขียนขึ้นภายใต้อุดมการณ์สมบูรณาญาสิทธิราชย์ และนั่นย่อมขัดกับหรือไปด้วยกันยากขึ้นกับสังคมไทยที่กำลังขยับเป็นสังคมประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อยๆ อ.นิธิเสนอฉบับแห่งชาติใหม่ในทศวรรษที่แล้วไว้อย่างไร จึงชวนอ่านอย่างยิ่ง”



รังสิมา ตันสกุล

สำนักพิมพ์ไลบรารี่เฮ้าส์


เล่มที่แนะนำ :



1.ครั้งหนึ่งคิดถึง…เป็นระยะ

ผู้เขียน : เจน จิ

สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์

“ถ้าอยากอัปเดตกรุงเทพหรือรู้จักคนที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพด้วยงานเขียนแนววรรณกรรมสักเล่ม ‘ครั้งหนึ่งคิดถึง…เป็นระยะ’ เป็นตัวเลือกที่อยากแนะนำอันดับต้นๆ เพราะเป็นเรื่องสั้นที่อ่านเพลิน ย่อยง่าย เดิมมีเรื่องสั้น 9 เรื่อง แต่มีการเขียนเพิ่มอีกเรื่องเพราะมีประเด็นใหม่เกิดขึ้นในเมืองหลวงแห่งนี้ จะว่าเป็นวรรณกรรมจิ๊กซอว์ ก็ไม่ผิดนัก เพราะระหว่างอ่าน เราจะเห็นภาพกรุงเทพจากจุดเล็กๆ และเมื่อปะติดปะต่อเป็นภาพรวมขนาดใหญ๋ เราก็จะเข้าใจได้ไม่ยากว่า ทำไมกรุงเทพไม่เคยหลับใหล มีความวุ่นวาย มีความเหงา ความสุข ความเศร้าที่เปิดเผยจนได้ชัด ชวนซอกแซกลัดเลาะไปตามตรอกซอยและยืนมองความเคลื่อนไหวริมถนนใหญ่ พบกับ เด็กหนุ่มเพาะช่างย่านสะพานพุทธ หนุ่มพาทัวร์ตะลอนกินย่านเยาวราช สาวความรู้สูงย่านปากคลอง อาม่าในศาลอาม่า อาม่าปริศนาในศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง”



2.โครงกระดูกในดวงจันทร์ (ONLY THE MOON KNOWS)

ผู้เขียน : เจน จิ

สำนักพิมพ์ : เจนจิรา เสรีโยธิน

“นิยายขนาดสั้นว่าด้วยความผูกพันของคนกับหนังสือ ความอัศจรรย์ของหนังสือที่มีต่อผู้คนชีวิตคน เรื่องไม่แฟร์ที่หาทางแก้ไม่ได้ถ้าไม่ใช้ระบบสังคมเข้ามาช่วย และจุดนี้คือจุดสำคัญของเรื่อง เมื่อคนไม่สามารถแก้ไขปัญหาอยุติธรรมได้ด้วยตัวเอง ‘โครงกระดูกในดวงจันทร์ เล่มนี้จึงพาคุณไปสู่โลกของการแก้ไขแบบปัจเจก บางทีก็ต้องใช้ความมืดส่องนำความสว่าง ที่ตรอกดวงเดือน ตรอกที่มีแต่ร้านหนังสือ บางทีสถานที่เหล่านั้นอาจมีคำตอบของทุกสิ่งที่เป็นปัญหาของมนุษย์”



กิตติพล สรัคคานนท์

ร้านหนังสือ Books & Belongings


เล่มที่แนะนำ :



1.ศาสตร์และศิลป์แห่งการเล่าเรื่องให้ตรึงใจด้วยวิทยาศาสตร์สมอง (The Science of Storytelling)

ผู้เขียน: Will Storr (วิล สตอร์)

ผู้แปล : ศิริกมล ตาน้อย

สำนักพิมพ์: Bookscape

“เป็นผลงานที่ผสานสานศาสตร์ของการเล่าเรื่องวรรณกรรมเข้ากับกลไกการทำงานในสมอง ซึ่ง Storr บอกเล่าได้อย่างน่าสนใจ พร้อมขนตัวอย่างจากตัวบทวรรณกรรมเจ๋งๆ มาอีกเป็นกระบุงโกย ฉบับแปลโดย ศิริกมล ตาน้อย จัดพิมพ์โดย สนพ. Bookscape อ่านได้ลื่นเลย”



2.รวม 12 เรื่องสั้น หลงยุคหลุดสมัย ฉบับครบรอบสามสิบปี

ผู้เขียน : วัน รมณีย์

สำนักพิมพ์ : Anthill Archive

“เรื่องสั้นที่ทั้งการวางพล็อต และสำนวนลีลาต้องถือว่าร้ายกาจยอดเยี่ยม บทตอนไหนจะกระซวกใจคนอ่านก็สามารถทำได้อย่างเลือดเย็นแต่มีชั้นเชิง เป็นอีกหนึ่งผลงานที่บ่งบอกว่า วรรณกรรมไทยร่วมสมัยนั้นยังคงมีนักเขียนตัวจี๊ดนอกสายตาอีกมากมาย”



3.วิสเปอร์เกม: จากสรรพนามบุรุษที่ 1 สู่สรรพนามบุรุษที่ 3

ผู้เขียน : อธิปัตย์ พุกศรีสุข

“งานศิลปะในรูปแบบของหนังสือ ที่ว่าด้วยสมาชิกในครอบครัวฝ่ายพ่อของผู้เขียน เขียนด้วยลีลาแบบ Aphorism ที่ทิ้งค้างทั้งความคิด และความรู้สึก ด้วยภาษาที่เรียบง่ายตรงไปตรงมา แต่มีอะไรมากกว่าที่ปรากฏเสมอๆ”



มณฑล ประภากรเกียรติ

สำนักพิมพ์มติชน


เล่มที่แนะนำ :



1.On Earth We’re Briefly Gorgeous เราต่างงดงามแล้วจางหาย

ผู้เขียน : Ocean Voung

ผู้แปล : วรรษชล ศิริจันทนันท์

สำนักพิมพ์ : Salmon Books

“หนังสือเล่มนี้ทำให้รู้สึกถึงความเป็น “คนนอก” ได้ถึงแก่น คนนอกที่ต้องไปอยู่ต่างถิ่นตั้งแต่เยาว์วัย ถิ่นที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่กลับมีเส้นขีดคั่นเชื้อชาติและภาษาด้วยการกระทำ คนนอกจากสิ่งที่เรียกว่า “ครอบครัว” ก็ลองคิดดูสิว่าครอบครัวที่ไหนตั้งชื่อลูกว่า หมาน้อย ได้ลงคอ

เรื่องราวของตัวเอกเต็มไปด้วยความอัดอั้น สั่นสะเทือน กัดกร่อน แต่สะท้อนให้เราเห็นถึงวิถีชีวิตคนคนหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีหมุดหมายสวยหรู มีหน้าที่การงานเติบใหญ่ แต่ชีวิตนั้นก็แค่ใช้ให้ “ดี” ตามวิถีครรลองคนคนนั้นที่อยากทำอยากเป็น เศษเสี้ยวที่ดำดิ่งลึก หากอย่างน้อยมีแสงสว่างส่องมาสักวาบ แค่นั้นก็เพียงพอต่อการเกิดมาแล้ว”



2.ญี่ปุ่นป็อป: จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ

ผู้เขียน : Matt Alt

ผู้แปล : โมโตกิ ลักษมีวัฒนา

สำนักพิมพ์ : Bookscape

““ญี่ปุ่นนี่มันญี่ปุ่นจริง” ประโยคนี้เหมาะกับหนังสือเล่มนี้มาก ในฐานะคนยุค 90 ที่เติบโตมากับกระแสญี่ปุ่นฟีเวอร์ หนังสือการ์ตูน ของเล่น โมเดล โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น เราอาจไม่ได้หลงใหลกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากเท่าหลายคน แต่การหล่อหลอมไปด้วยสิ่งเหล่านี้มันทำให้อดไม่ได้ที่จะติดตาม สืบค้นว่า ประเทศที่เคยถูกสิ่งที่เรียกว่าระเบิดปรมาณูถล่มจนพ่ายแพ้สงคราม บ้านเมืองวายวอดไปเกือบค่อนประเทศ กลับมายืนหยัดขายสิ่งที่เรียกว่านวัตกรรมและซอฟท์พาวเวอร์ไปทั่วโลกได้อย่างไร

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือ ผู้เขียนที่เป็นชาวอเมริกันผู้หลงใหลวัฒนธรรมญี่ปุ่น ค้นคว้าความป็อบของประเทศนี้ได้อย่างลึกถึงลูกถึงคน ที่สำคัญคือ มองด้วยสายตาคนนอก เฉกเช่นเดียวกับเราที่เป็นนักอ่าน ย่อมทำให้สารที่สื่อสารออกมาตรงไปตรงมาอย่างที่สุด ซึ่งหลายเรื่องในเล่มนี้เหมือนทำให้เรานั่งไทม์แมชชีน ย้อนวัยไป กลับมาปัจจุบัน และพร้อมเดินทางสู่โลกอนาคตที่เราใช้ความญี่ปุ๊นไปปรับใช้ได้”



3.เจ้าชีวิต เจ้าสรรพสิ่ง : การก่อร่างภาพลักษณ์สมัยใหม่ของสถาบันกษัตริย์สยาม

ผู้เขียน : เมาริตซิโอ เปเลจจี (Maurizio Peleggi)

ผู้แปล : วริศา กิตติคุณเสรี

สำนักพิมพ์ : ฟ้าเดียวกัน

“หากใครได้ศึกษาประวัติศาสตร์สยามมาบ้าง คงจะทราบกันดีว่า ยุคปรับบ้านแปงเมืองเกิดขึ้นครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 การประปา ไฟฟ้า รถราง การแต่งกายแบบสากล กล้องถ่ายรูป เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถูกหยิบยกมากล่าวถึงในเล่มอย่างชัดแจ้งแต่แยบยลด้วยคำถามที่ตั้งถึง “ความเป็นสมัยใหม่” มาจากการนำพาของสถาบันกษัตริย์เพียงอย่างเดียวหรือไม่ หรือหากแต่เป็นสิ่งที่เรียกว่าพลวัตโลกที่คืบคลานเข้ามาห้อมล้อมสยามจนกระทั่งนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงเฉกเช่นเดียวกันเพื่อนบ้าน

ผู้เขียนได้นำบันทึกความทรงจำ จดหมายเหตุฉบับต่างๆ รวมถึงบทสนทนาระหว่างพระบรมวงศานุวงศ์มาวิเคราะห์ กลั่นกรอง นำเสนอชี้ชวนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้นั้นมาจากข้างบนให้แก่ข้างล่างดังเช่นความเป็น “เจ้าชีวิต เจ้าสรรพสิ่ง” หรือจะเป็นเพียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปตามทางของมัน”



สุกฤษฏิ์ ธีระปัญญารัตน์

ร้านหนังสือออนไลน์ Paperyard


เล่มที่แนะนำ :



1.Tomorrow, and Tomorrow, and Tomorrow พรุ่งนี้ และพรุ่งนี้ และพรุ่งนี้

ผู้เขียน : Gabrielle Zevin

ผู้แปล : สุวิชชา จันทร

สำนักพิมพ์ : Salmon Books

“หนังสือเล่มนี้ทำให้นึกถึงหนังสืออีกเล่มคือเรื่อง Ready Player One เพราะแก่นเรื่องของนิยายทั้งสองเรื่องกล่าวถึง “เกมเสมือนจริง” เหมือนกัน เพียงแต่เรื่องนั้นออกไปทางแนวผจญภัยแอคชั่นแฟนตาซี แต่เรื่องนี้ เป็นนิยายดราม่าที่ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ ชีวิต และมิตรภาพ

นี่เป็นหนึ่งในนิยาย Coming of age ที่ไม่เพียงทำให้เราได้สัมผัสถึงการเติบโตของเด็กผู้ชายสองคน แต่ยังสะท้อนภาพและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างดี (เพราะตัวละครเอกสองตัวเป็นเด็กติดเกม) มันเต็มไปด้วยความผูกพันและความฝัน ชวนให้เราย้อนนึกกลับไปถึงชีวิตช่วงมหาวิทยาลัยตอนได้ทำอะไรกับเพื่อนๆ มากมาย”



2.ปาจิงโกะ : Pachinko

ผู้เขียน : Lee Min Jin

ผู้แปล : ฐิติพงษ์ เหลืองอรุณเลิศ

สำนักพิมพ์ : แพรว

“เคยมีคำกล่าวว่า “ชีวิตคนคือบันทึกประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุด”

หนังสือเล่มนี้เป้นเรื่องราวที่เล่าถึงครอบครัวอพยพชาวเกาหลีที่ย้ายบ้านไปอยู่ญี่ปุ่นถึงสี่รุ่น สิ่งที่เราจะได้เห็นก็คือ สภาพชีวิตของคนเกาหลีในยุคนั้น (1911) การถูกหยามเหยียด ต้องเป็นคนชายขอบของสังคม ปาจิงโกะคือตัวแทนของคนเกาหลีที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น

หนังสือเล่มนี้ทำให้เรามองเห็นบริบททางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนยิ่งกว่าหนังสือประวัติศาสตร์จริงๆ เสียอีก ทั้งยังมีความดราม่าประหนึ่งเราได้ดูซีรี่ย์เกาหลีย้อนยุคก็ไม่ปาน”



3.Suzume การผนึกประตูของซุซุเมะ

ผู้เขียน : Makoto Shinkai

ผู้แปล : ปุณฑริกา นภธราดล

สำนักพิมพ์ : PHOENIX

“จินตนาการของมาโคโตะ ชินไคไม่เคยทำให้เราผิดหวังตั้งแต่เรื่อง Your Name , Weathering with You เรื่อยมาจนถึงเรื่อง Suzume

การเชื่อมโยงพล็อตและเรื่องราวจากต่างโลก ต่างเวลา และขมวดปมเข้าด้วยกันในตอนสุดท้าย ยังคงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเราเสมอ การอ่านเรื่องนี้ฉบับไลท์โนเวลให้อรรถรสที่ไม่ต่างจากตอนดูอนิเมชั่น ทำให้เราเหมือนคนตาสว่าง เหมือนกาแฟที่ฉุดเราจากความง่วงในยามเช้า และเปิดประตูเช้าวันใหม่ที่ดี”



ยสวัสร์

สำนักพิมพ์ชี้ดาบ


เล่มที่แนะนำ :



1.อยากลืมกลับจำ

ผู้เขียน : ภูริ ฟูวงศ์เจริญ, ศรัญญู เทพสงเคราะห์, ณัฐพล ใจจริง

สำนักพิมพ์ :  มติชน

“เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ในยุคเปลี่ยนผ่านอันทรงคุณค่า”



วรงค์ หลูไพบูลย์

สำนักพิมพ์บทจร


เล่มที่แนะนำ :



1.แม่ง โคตรโฟนี่เลย : การเมือง วรรณกรรม ในยุคที่สุนัขไม่ใช่หมาเสมอไป แต่ประชาชนยังเป็นควายเหมือนเดิม

ผู้เขียน : ไอดา อรุณวงศ์

สำนักพิมพ์ : Bookscape

“รวมปาฐกถาของคุณไอดาที่มีลักษณะเป็นการพูดผ่านการเขียน คุณไอดาเป็นบรรณาธิการที่ทั้งชำนาญการด้านการอ่านการทำหนังสือและทั้งมีวิจารณญาณจากการผ่านโลกผ่านชีวิต หนังสือเล่มนี้จึงเป็นทั้งบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์บ้านเราในช่วงผันผวนฝุ่นตลบและยังเป็นบันทึกเสียงของบรรณาธิการสตรีคนเดียวโดดเดี่ยวแถวนี้ มีทั้งความกราดเกรี้ยวและความมุ่งหวัง โดยมิได้ปราศจากความรู้คิดและความเห็นอกเห็นใจ”



2.Like Water for Chocolate : ขมเป็นน้ำตาล หวานเป็นน้ำตา

ผู้เขียน : Laura Esquivel

ผู้แปล : โสภณา เชาว์วิวัฒนกุล

สำนักพิมพ์ : Merry-Go-Round

“หนังสือสัจนิยมมหัศจรรย์เล่มดังที่อาจจะต่างจากเล่มดังเล่มอื่น เพราะเป็นเสียงของผู้หญิง และเป็นเสียงจากในครัว อ่านไปก็สัมผัสได้ถึงรสชีวิตที่เหมือนน้ำช็อกโกแลตเดือดปุดๆ จนมองเรื่องกินเรื่องอาหารไม่เหมือนเดิมไปเลย (เล่มนี้เป็นสำนวนแปลสำนวนใหม่)”



3.On Earth We’re Briefly Gorgeous เราต่างงดงามแล้วจางหาย

ผู้เขียน : Ocean Voung

ผู้แปล : วรรษชล ศิริจันทนันท์

สำนักพิมพ์ : Salmon Books

“เป็นนิยายที่มีมุมมองต่อชีวิตและแสดงออกต่างไปจากแบบที่ผมคุ้นเคยหรือชื่นชอบเป็นการส่วนตัวสักนิด แรกๆ จึงรู้สึกต่อไม่ค่อยติดนัก เหมือนมองชีวิตคนอื่น หรือคนรุ่นอื่น แต่พอลองนึกตามดู ก็คิดว่าการได้สัมผัสรับรู้ความต่างพวกนี้ก็เป็นเรื่องจำเป็นและน่าสนใจเหมือนกัน

ส่วนที่ประทับใจเป็นพิเศษคงเป็นตอนที่พูดถึงบาดแผลจากสงครามเวียดนามของคนรุ่นหลังที่รับมาจากคนรุ่นก่อน ด้วยความทรงจำไม่ปะติดปะต่อแบบย้อนนึกแล้วเข้าใจภายหลัง บาดแผลทางอ้อมที่จะค้นพบตอนได้ผ่านโลกผ่านชีวิตและเรียนรู้มากขึ้น”



มุนินทร์ สายประสาท

สำนักพิมพ์ 10 มิลลิเมตร


เล่มที่แนะนำ :



1.The Why Cafe’ คาเฟ่สำหรับคนหลงทาง 1-2

ผู้เขียน : John Strelecky

ผู้แปล : ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ

สำนักพิมพ์ : Be(ing)

“เราเจอหนังสือเล่มนี้ที่ร้านกาแฟในวันที่ไม่แน่ใจว่ากำลังหลงทางอยู่รึเปล่า คงไม่แปลกที่จะแนะนำเล่มนี้เป็นเล่มแรก หนังสือเล่าถึงคาเฟ่แห่งหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาระหว่างการเดินทางสั้นๆ ที่สับสนของชานคนหนึ่ง เขาแวะไปเพื่อหาอะไรกิน แต่กลายเป็นว่าได้เจอทั้งเมนู ผู้คน และคำถามที่ไม่เคยเจอมาก่อน คำถามนั้นเกี่ยวกับเป้าหมายของการมาถึงและการมีอยู่ของเราที่นี่ ที่ๆ เรามีตัวตน ที่ๆ เราทำงาน หรือที่ๆ เรากำลังจะไป เวลาที่ชีวิตกำลังสับสนขนาดที่ว่าหาคำตอบไม่ได้ ส่วนตัวเราเชื่อว่าอย่างน้อยที่สุดถ้าเจอคำถามที่ดี มันจะพาเราเข้าใกล้คำตอบมากขึ้น หนังสือเล่มนี้มีหลายอย่างที่พาเราเชื่อมโยงเรื่องของตัวเองเข้ากับมัน อ่านสนุกและแต่ละตอนไม่สั้นไม่ยาวเกินไป เหมือนเวลาที่เราใช้ตอนไปนั่งคาเฟ่สักแห่งนั่นแหละ”



2.Dark Humour ขำ-ขื่น

ผู้เขียน : นิค ขายหัวเราะ

สำนักพิมพ์ : บันลือบุ๊คส์

“สำหรับคนที่โตมากับหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ และนักเขียนคนโปรดอย่างพี่นิคแล้ว หนังสือการ์ตูนเล่มนี้ขึ้นแท่นแนะนำได้ไม่ยากเลย การ์ตูนแก๊กแบบเสพย์ง่าย อ่านสนุก จิกกัด และตลกร้ายตามชื่อหนังสือ รวมเสน่ห์ของการ์ตูนแก๊กแบบออริจินัลไทยสไตล์เอาไว้แบบแน่นๆ อ่านเวลาว่างๆ ได้หลายวัน”



3.บันทึกภาษาไทยของผม

ผู้เขียน : โทะโมะยะ อิซากะ

สำนักพิมพ์ : Salmon Books

“ด้วยนิสัยของนักเขียนการ์ตูน สมาธิเราจะทำงานได้ดีเวลาที่อ่านหนังสือที่มีภาพ แต่สำหรับเล่มนี้ ลายมือของคนญี่ปุ่นเขียนไทยทำหน้าที่นั้น หนังสือที่บันทึกเรื่องราวของคนญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตในประเทศไทย เขามีมุมมองที่น่ารักและสดใหม่แบบที่คาดเดาได้ยาก ถ้าคุณชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น สำนวนหรือจังหวะที่น่ารักแบบนี้คือความเฉพาะตัวของพวกเขา ที่ทำให้เรื่องราวที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้วดูสนุกและมีสีสันขึ้น อ่านบางตอนแล้วชวนให้มองเรื่องบางเรื่องในมุมใหม่ เป็นการอ่านที่ให้ความรู้สึกพักผ่อนได้แบบสบายๆ เลย”



เนตรนภา ขุมทอง

นิตยสารหมอชาวบ้าน


เล่มที่แนะนำ :



1.Homo Gaia มนุษย์กาญ่า

ผู้เขียน : สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

สำนักพิมพ์ : SALT

“กล่าวถึงโลกใบนี้ ไม่ใช่เป็นโลกของมนุษย์ แต่เป็นของสรรพสายพันธุ์ มนุษย์เป็นเพียงหนึ่งในสายพันธุ์ เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เรามิอาจแยกจากกัน มีความเท่าเทียมกันในศักดิ์ศรีแห่งชีวิตของเพื่อนต่างสายพันธุ์ นำไปสู่ความรักในธรรมชาติทั้งมวล”



2.ใจดีกับตัวเองบ้างก็ได้

ผู้เขียน : พญ.ชญานิน ฟุ้งสถาพร (หมอจริง)

สำนักพิมพ์ : DOT

“ท่ามกลางสภาพของสังคมการเมืองที่ไร้กติกา เพิ่มภาวะท้อแท้ แทบไม่เห็นความหวัง ยิ่งโหมซ้ำเติม เพิ่มจำนวนผู้คนที่อยู่ในภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้ามากขึ้น หนังสือพูดถึง การกลับมาดูอีกด้านของตัวเอง ด้านที่เป็นข้อดีของเรา ใจดีกับตนเอง มีเมตตากับตนเองมากขึ้น เพราะเราเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเรา”



3.เต้าตามไต เต้าทางไท มหากาพย์ชนชาติไท

ผู้เขียน : ชลธิรา สัตนาวัฒนา และชายชื้น คำแดงยอดไตย

สำนักพิมพ์ : ทางอีศาน

“เป็นงานที่ผู้เขียนวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ของความเป็นไท อย่างละเอียดลึกซึ้ง ค้นคว้าหลากหลายแหล่ง จากจารึก คัมภีร์ นิทาน ตำนาน และวรรณคดี ของชนชาติไทกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะชาวไทใหญ่หรือไตโหลง ผู้มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่บริเวณตอนใต้ของจีน ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมาอยู่อุษาคเนย์ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประเทศไทย กัมพูชา ลาว เขมร พม่า มาเลเซียเวียดนาม”



วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์

สำนักพิมพ์อ่านอิตาลี


เล่มที่แนะนำ :



1.ฤดูกาลประชาชน

ผู้เขียน : ธิติ มีแต้ม

“โครงสร้างประชากรของตัวละครทั้ง 18 ในหนังสือรวมบทสัมภาษณ์เล่มนี้ประกอบด้วยวิชาชีพตั้งแต่ ทหาร นักการเมือง นักเคลื่อนไหวทางสังคมการเมือง นักการละคร อดีตสามเณร แม่บ้าน คนขับรถแท็กซี่ ทนายความ นักเรียนนักศึกษา ฯลฯ​ ผู้มีอายุมากที่สุดในเล่มมีอายุ 84 ผู้มีอายุน้อยที่สุดเพิ่งบรรลุนิติภาวะ

ตัวละครทั้งหมดเป็นตัวแสดงทางการเมือง และทั้งหมดถูกกระทำจากรัฐไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ตัวละครทั้งหมดคือ ‘ประชาชน’

บทสัมภาษณ์ใน ‘ฤดูกาลประชาชน’ มีคุณค่าทั้งในฐานะเอกสารทางประวัติศาสตร์สำหรับนักศึกษาค้นคว้าข้อมูล ความคิดของบุคคล และประวัติศาสตร์การเมืองไทย การลำดับเรื่องราวในเล่มครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 จนถึงยุคสมัยที่ ‘หมุดคณะราษฎร’ ถูกทำให้สูญหายในอีก 90 ปีต่อมา และรวมถึงประชาชนบางคนที่ถูกทำให้สูญหายไปจากหนังสือเล่มนี้ด้วย

ธิติ มีแต้ม ใช้ความสามารถทั้งในเชิงสื่อมวลชนและนักประพันธ์ ร้อยเรียงบทสัมภาษณ์ได้อย่างมีจังหวะจะโคน บทสัมภาษณ์ของเขามีรสชาติอย่างงานวรรณกรรม และมันทำให้เรามองเห็นข้อเท็จจริงหนึ่งของ ‘เวลา’ ที่มักพัดพาสิ่งหนึ่งให้หายไปเสมอ แต่เวลาก็นำสิ่งหนึ่งเข้ามาทดแทนเสมอ นั่นคือความหมายของ ‘ฤดูกาลประชาชน’”



2.หินบนฟ้า ลาวาใต้สมุทร

ผู้เขียน : โตมร ศุขปรีชา

สำนักพิมพ์ : BROWN BOOKS

“นี่คือหนังสือบันทึกการเดินทางที่ ‘เนิร์ด’ มาก และทะเยอทะยานและกระหายใคร่รู้อย่างที่สุด โตมรเริ่มออกเดินทางไปเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี ก่อนที่จะเดินทางไปไอซ์แลนด์ รอยเลื่อนใต้เปลือกโลกชักนำชีวิตไปยังแคลิฟอร์เนีย จนไปสุดที่ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก

นักเขียนเดินทางไปสำรวจภูเขาไฟ รอยเลื่อน ลาวา ตำนาน นิทาน ประวัติศาสตร์ และเรื่องเล่าของผู้คน ไต่เส้นเวลาโบราณทางธรณีกาลมาจนถึงยุคที่เรายืนอยู่ – แอนโทรโพซีน

ทุกเรื่องที่โตมรเล่า มีจุดร่วมคล้ายกัน มันยังคงเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ รอวันปะทุ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟหรือเรื่องเล่าของโลก

บนเส้นทางของการสำรวจผ่านภูเขาวิซูเวียส ซึ่งมันทำให้เรานึกถึงบ้านของ ‘เลนูและลิลา’ สองตัวละครในนวนิยายเรื่อง ‘เพื่อนคนเก่ง’ ของ เอเลนา แฟร์รานเต หนึ่งในงานเขียนชุด Neapolitan Novels

ท่วงทำนองการเล่าเรื่องของโตมรเป็นเหมือนรอยเลื่อนใต้พิภพที่ค่อยๆ เห่กล่อมให้รู้สึก เขย่าให้สัมผัสกับความสั่นไหว สิ่งที่เรามองไม่เห็นทั้งใต้พิภพและในตัวเราเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาและเชื่อมโยงกับสิ่งอื่นอยู่เสมอ เเหมือนที่โตมรเขียนไว้ในประโยคแสนงาม “ผืนพิภพทั้งปวงกำลังเห่หล่อมเราด้วยนิทานเรื่องใหญ่เรื่องเดียวกัน”

แต่ – หรือว่ามันเป็นเช่นนี้มานมนานกาเลแล้ว”



3.LAST ROUND

ผู้เขียน : ชลิต สภาภักดิ์

สำนักพิมพ์ : Kheansang Studio

“โฟโต้บุ๊คเล่มนี้บันทึก ‘ชั่วขณะ’ ของชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เขาไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียง ชายชาวไทยสามัญธรรมดาคนนี้ใช้ชีวิตในครอบครัวใหญ่ที่สมาชิกในบ้านนั่งพื้นล้อมวงกินข้าว เขาน่าจะเป็น ‘หมูหยอง’ ชุ่มมายองเนสใน ‘แซนวิชเจเนอเรชั่น’ มีคนรุ่นแม่และคนรุ่นหลานอยู่ในบ้าน เขาน่าจะเป็น ‘พ่อ’ ที่กำลังจะตาย

ภาพถ่ายเผยให้เห็นชีวิตที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง จากชายร่างกายสมบูรณ์ค่อยๆ ผ่ายผอม รอยยิ้มเดียวในงานชุดนี้หายไปกับความเจ็บป่วย มีรอยยิ้มเดียวในภาพถ่ายทั้งหมด เป็นรอยยิ้มกลางแสงแดด

ภาพถ่ายเผยให้เห็นความเจ็บป่วยที่ค่อยๆ ฉายชัดและกินลึกจนเผยผ่านแววตา โรงพยาบาลเต็มไปด้วยความทุกข์ พันธนาการทางการแพทย์พยายามจะฉุดรั้งชีวิตไม่ให้หนีไปกับความตาย การรอคอยโดยมีบัตรคิวถือในมือบอกความตายว่ายังไม่ถึงเวลา และสุดท้ายเขาหลับตาชั่วกาล

ลูกชายของเขาเป็นช่างภาพ และจึงบันทึก ‘ช่วงเวลา’ สุดท้ายของพ่อ ‘ชลิต สภาภักดิ์’ ฉวยคว้าโมงยามสุดท้ายของผู้เป็นพ่อเอาไว้ในภาพถ่ายขาวดำ ไม่อาจเป็นนิรันดร์ เพราะความทรงจำเคลื่อนเปลี่ยนเหมือนฤดูกาล

นี่คือเรื่องราวส่วนตัวอย่างถึงที่สุด แต่ก็มีความเป็นสากลในระดับที่ทุกคนต้องมีความรู้สึกบางอย่างร่วมเมื่อได้เปิดหนังสือเล่มนี้ และเห็นพ่อตาย”



กว่าชื่น บางคมบาง

สำนักพิมพ์คมบาง


เล่มที่แนะนำ :



1.เรื่องตลก (The Joke)

ผู้เขียน : มิลาน คุนเดอรา

ผู้แปล : ภัควดี วีระภาสพงษ์

สำนักพิมพ์ : บทจร



2.Ultra104

ผู้เขียน : ขจรฤทธิ์ รักษา

สำนักพิมพ์ : บ้านหนังสือ



3.Walking on the sun ทุกๆ วันบนดวงอาทิตย์

ผู้เขียน : ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ

สำนักพิมพ์ : อะโวคาโด บุ๊กส์



นักรบ มูลมานัส

นักออกแบบปก


เล่มที่แนะนำ :



1.เจ้าชีวิต เจ้าสรรพสิ่ง : การก่อร่างภาพลักษณ์สมัยใหม่ของสถาบันกษัตริย์สยาม

ผู้เขียน : เมาริตซิโอ เปเลจจี  (Maurizio Peleggi)

ผู้แปล : วริศา  กิตติคุณเสรี

สำนักพิมพ์ : ฟ้าเดียวกัน

“ถ้าเรามองประวัติศาสตร์ในยุคนั้น เราอาจมองเห็น action หรือการกระทำของชนชั้นนำ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่างๆ แต่หนังสือเล่มนี้พูดถึงรสนิยมเรื่องสิ่งของ นวัตกรรม งานศิลปะ ไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราชอบและทำงานด้านนี้อยู่แล้ว
แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะไม่ใช่เล่มใหม่ แต่ก็เป็นงานที่ขึ้นหิ้งคลาสสิก มุมมองหลายอย่าง เช่น การมองสิ่งที่รายล้อมอยู่ในฉากประวัติศาสตร์ก็สามารถเล่าและเชื่อมโยงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ ตอนเขียนหนังสือ ‘เล่นแร่แปลภาพ’ เราก็ได้แรงบันดาลใจมาจากเล่มนี้เยอะเหมือนกัน ดีใจที่มีเวอร์ชันแปลออกมาเป็นภาษาไทย และสำนักพิมพ์ก็ทำออกมาได้ดีมากๆ”



2.วิเคราะห์พระสติพระเจ้าตาก

ผู้เขียน : นายแพทย์ชาคร จันทร์สกุล

“เล่มนี้เหมือนเป็นคุณหมอมาอ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พงศาวดารต่างๆ ในสมัยกรุงธนบุรี แล้วมาเขียนวิเคราะห์ว่าคำถามที่ยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ไทยที่เป็นทั้งบาดแผลและความลึกลับว่าตกลงพระเจ้าตากสินเสียสติจริงไหม ผู้เขียนก็พยายามมองด้วยมุมมองทางจิตเวชว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระเจ้าตากสินเป็นโรคอะไร เป็นอาการป่วยหรือไม่ เป็นระดับไหน เป็นการนำมุมมองของแพทย์มามองประวัติศาสตร์ เรารู้สึกว่าการเอาแว่นของศาสตร์หนึ่งมามองศาสตร์หนึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจดีที่จะทำให้เกิดมุมมองใหม่ๆ ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ”



3.โบสถ์คริสต์ในประเทศไทย

ผู้เขียน : ดร.ปติสร เพ็ญสุต

สำนักพิมพ์ : มิวเซียมเพรส

“ศิลปกรรมตะวันตกเป็นสิ่งที่เราสนใจอยู่แล้ว ในหนังสือเล่มนี้อธิบายองค์ประกอบและคติในการสร้างและประดับประดาตัวศาสนสถานทางคริสตศาสนในไทยไว้อย่างละเอียดละออ    ทำให้เราเข้าใจโบสถ์คริสต์ซึ่งมีไวยากรณ์แตกต่างไปจากศิลปสถาปัตยกรรมไทยได้ อีกทั้งยังเข้าใจการเลือกรับปรับใช้จากแม่แบบสถาปัตยกรรมในโลกตะวันตกให้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่ถ่ายทอดความเชื่อตามคติเดิมทว่าตั้งอยู่ในบริบทแวดล้อมของโลกตะวันออกด้วย”



MOST READ

Spotlights

14 Aug 2018

เปิดตา ‘ตีหม้อ’ – สำรวจตลาดโสเภณีคลองหลอด

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย พาไปสำรวจ ‘คลองหลอด’ แหล่งค้าประเวณีใจกลางย่านเมืองเก่า เปิดปูมหลังชีวิตหญิงค้าบริการ พร้อมตีแผ่แง่มุมเทาๆ ของอาชีพนี้ที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมาเนิ่นนาน

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

14 Aug 2018

Spotlights

7 May 2020

‘โรคใหม่’ สร้าง ‘โลกแห่งการเรียนรู้ใหม่’ : อนาคตการศึกษาไทยยุคหลัง COVID-19

มองอนาคตการศึกษาไทยในวันที่โรคระบาดเข้ามาเปลี่ยนชีวิตคนทุกคน ใน 101 Public forum “โรคใหม่ – โลกใหม่ – การเรียนรู้ใหม่ : อนาคตการศึกษาไทยยุคหลัง COVID-19”

กองบรรณาธิการ

7 May 2020

Spotlights

14 Aug 2020

“ถ้าคุณรักสถาบันจริง อย่ามองว่าคนที่เห็นต่างจากคุณนั้นเลวร้าย” – สุลักษณ์ ศิวรักษ์

101 สนทนากับ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักวิชาการอาวุโส ถึงข้อเรียกร้องเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ของม็อบนักศึกษา

วจนา วรรลยางกูร

14 Aug 2020

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save