fbpx

ความน่าจะอ่าน 2022 : The Finalists (ตอนที่ 2)

จากปี 2020 อันแสนสาหัส และปี 2021 ที่แสนสาหัสยิ่งกว่า

สู่ปี 2022 ที่สานต่อความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ทั้งสงครามรัสเซียบุกยูเครนที่สั่นสะเทือนถึงระดับโลก ภาวะของแพงค่าแรงต่ำที่ระยะหลังเริ่มจะแพงจนค่าแรงระดับชนชั้นกลางยังสะอึก โควิด ฝีดาษลิง และอีกสารพัดข่าวไวรัสตัวใหม่ที่ชวนให้ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าจะรุนแรงระบาดหนักแค่ไหน

แต่ในสถานการณ์กัดกร่อนหัวจิตหัวใจไม่เว้นวัน หนึ่งในสิ่งที่เราเชื่อว่าจะช่วยสร้างความหวัง นั่นคือ ‘การอ่าน’ 

‘ความน่าจะอ่าน’ ในปีที่หก เราจึงกลับมารวมพลังมิตรภาพ สานต่อวงจรแบ่งปันความรู้ ความสนุก และความหวัง ร่วมกับบรรดาสำนักพิมพ์ บรรณาธิการ ร้านหนังสือ และนักวาดภาพประกอบ กว่า 50 คน คัดเลือกหนังสือน่าอ่านที่สุดจนได้รายชื่อมากว่า 100 เล่ม ผสมผสานกันทั้งการเมือง ประวัติศาสตร์ ปรัชญา จิตวิทยา นวนิยายและการ์ตูน

นับจากนี้เป็นต้นไป ขอเชิญพบกับรายชื่อหนังสือ The Finalists ชุดที่ 2 จาก 18 คนในแวดวงหนังสือ ซึ่งเสนอกันเข้ามาพร้อมเหตุผลว่าทำไมเรา ‘น่าจะอ่าน’ เล่มนี้

ดูรายชื่อหนังสือ The Finalists ชุดที่ 1 ได้ ที่นี่

ดูรายชื่อหนังสือ The Finalists ชุดที่ 3 ได้ ที่นี่




สิทธิวัฒน์ เรืองพงศธร และกองบรรณาธิการ



สำนักพิมพ์สมมติ


เล่มที่แนะนำ :



1. ต้องเนรเทศ

ผู้เขียน : วัฒน์ วรรลยางกูร

สำนักพิมพ์ : อ่าน

“หนังสือเล่มนี้ หากเรายังพอมีเรี่ยวแรงและใฝ่ใจว่าเป็นนักอ่านตามความหมายที่แท้ ก็เห็นควรว่า ‘ต้องอ่าน’ กันสักครั้ง ไม่ใช่เพราะมันเป็นหนังสือเล่มสุดท้ายของผู้เขียนหรืออะไรทำนองนั้นหรอก หากแต่นี่คือ ‘เรื่องเล่า’ ที่ฉายภาพของคนผู้หนึ่งที่ต้อง ‘ลี้ภัย’ และเผชิญสิ่งต่างๆ ถัดจากนั้น เพียงเพราะไม่ยอมรับต่อ ‘อำนาจมืด’ และ ‘ไม่ต้องการเป็นฝุ่นใต้เท้าใคร’ กว่าแปดร้อยหน้ากระดาษของหนังสือขนาดเขื่องเล่มนี้คือความมุ่งมั่น พรั่งพรู ความคิดถึงบ้านเกิด ความหนาวเหน็บ ความเจ็บปวด มิตรภาพ อิสรภาพ และเหนืออื่นใด คือหัวจิตหัวใจอันเด็ดเดี่ยวของนักเขียน – ‘สหายร้อย’ ร้อยแก้วร้อยกรอง ร้อยจิตวิญญาอารมณ์ – วัฒน์ วรรลยางกูร”



2. บุรุษผู้เป็นวันพฤหัสบดี: ฝันร้าย

The Man Who Was Thursday: A Nightmare

ผู้เขียน : G. K. Chesterton

ผู้แปล : ไพรัช แสนสวัสดิ์

สำนักพิมพ์ : Shine Publishing House

“เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเสมอเมื่อมี ‘วรรณกรรมระดับ masterpiece’ ของนักเขียนระดับสากล ถูกถ่ายทอดและเผยแพร่ครั้งแรกในโลกภาษาไทย แน่นอนว่างานของเชสเตอร์ตันก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้ชื่อของนักเขียนผู้นี้อาจไม่คุ้นหูหรือผ่านตานักอ่านในบ้านเรา แต่นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้อ่านเรื่องสนุกๆ หักเหลี่ยม เฉือนคม ผสมปรัชญา จิตวิญญาณของเหล่า Anarchist พร้อมปั่นป่วนกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้เสมอ”



3. วุธเธอริง ไฮตส์

Wuthering Heights

ผู้เขียน : Emily Brontë

ผู้แปล : ปทุมจิต อธิคมกมลาศัย

สำนักพิมพ์ : Library House

“ผลงานของหนึ่งในพี่น้องบรองเต้ในตำนานวรรณกรรม เราไม่ควรพลาดผลงานนิยายเพียงเล่มเดียวในชีวิตของ เอมิลี บรองเต้ เพื่อดำดิ่งไปกับพายุบุแคมทางภาษาอันบ้าคลั่งที่พาคนอ่านไปเผชิญกับสองซีกฟากที่ตรงข้ามกัน – ความดี/ความเลว ความรัก/การเห็นแก่ตัว ความเป็นระเบียบ/ความโกลาหล เรื่องราวของรักอันเข้มข้นนี้แฝงไปด้วยนัยอันแยบยลและมีเสน่ห์อย่างยิ่ง”



มุนินทร์ สายประสาท

สำนักพิมพ์ 10 มิลลิเมตร


เล่มที่แนะนำ :


1. ให้รักเป็นบทกวีชั่วชีวิต

เรื่องและภาพ : สะอาด

สำนักพิมพ์ : Kai3

“เป็นหนังสือการ์ตูนเล่มล่าสุดของ ‘สะอาด’ ในเล่มรวมเรื่องความรักในหลายๆ รูปแบบที่จุอยู่ในสิ่งของเก่าๆ ในร้านขายของเก่า ภายใต้ใจความที่ว่า ของทุกชิ้นมีเรื่องเล่า มีประสบการณ์ของใครสักคน มีความทรงจำ ด้วยจังหวะภาพและการดำเนินเรื่องที่สนุกเป็นธรรมชาติของสะอาด ทำให้รู้สึกทั้งจริงและอินไปกับเรื่องเล่า มีหนังสือการ์ตูนไม่กี่เล่มที่ทำให้หลุดขำและน้ำตาซึมออกมาได้จริงๆ”



2. มะม่วง 123

ผู้เขียน : วิศุทธิ์ พรนิมิตร

สำนักพิมพ์ : BUNBOOKS

“ภาพและคำของเด็กหญิงมะม่วง น้อยแต่กระตุกหัวใจเสมอ เด็กหญิงมะม่วงเล่าเรื่องยากๆ ความรู้สึกที่เข้าใจและยอมรับยาก ได้ออกมาลึกซึ้ง เวลาที่อ่านถ้าเรารู้สึกเศร้า ความทุกข์นั้นจะเบาขึ้น ถ้าเรากำลังมีความสุข สุขนั้นก็มากขึ้นด้วยเหมือนกัน”



3. Deep and Blue ท้องฟ้าของบ้านเลขที่ 047

ผู้เขียน : บ้านข้างๆ

สำนักพิมพ์ : Avocado Books

“หนังสืออ่านง่ายที่ชวนรู้จักและเข้าใจตัวเอง มองผู้คนด้วยความรู้สึกที่เข้าใจในความหลากหลาย สำหรับใครที่รู้สึกยากที่จะเชื่อมต่อกับผู้คน หนังสือเล่มนี้จะทำให้เห็นว่าไม่แปลกเลยที่จะเป็นคนนั้น มาเป็นคนที่เราเป็นให้รู้สึกสบายใจขึ้นอีกนิดด้วยความเข้าใจเรื่องธรรมดาในสังคม หนังสือเล่มนี้มีภาพท้องฟ้าสวยๆ ช่วยให้บทความขนาดสั้นที่อ่านง่าย มีความหมายและทำให้หยุดคิดและมอง”



อนุรุทธ์ วรรณพิณ และ นัฏฐกร ปาระชัย

ร้านหนังสือออนไลน์ Readery


เล่มที่แนะนำ :


1. Dune มหาศึกแห่งดูน

ผู้เขียน : Frank Herbert

ผู้แปล : ดาวิษ ชาญชัยวานิช

สำนักพิมพ์ : Biblio

“นิยายไซไฟคลาสสิกที่สนุกมากกกกก นี่เป็นเล่มที่ 1 ในซีรีส์ 6 เล่มหลักที่แต่งโดยนักเขียนคนเดียวกัน และยังมีอีก 43 เล่มที่แต่งโดยคนอื่น มันเป็นเรื่องราวนับหมื่นปีที่มีตัวละครมากมายมหากาพย์มาก จริงๆ แล้วท่ามกลางความสนุกเพราะเรื่องราวมหาศาลเนี่ย มันค่อยๆ สอนให้เราเข้าใจถึงแก่นแท้ของ 3 สิ่งนี้ล่ะ สงคราม การเมือง และศาสนาต่างๆ ของโลก ผู้เขียนเคลือบปรัชญาของ 3 เรื่องนี้ไว้ในรสชาตินิยายที่สนุกอย่างที่หานิยายเล่มไหนมาเทียบได้ยาก รักดูนมากๆๆ เวลาอ่านให้คิดว่าเหมือนเล่นเกม”



2. ศาสตร์แห่งการจำและศิลปะแห่งการลืม

Remember: The Science of Memory and the Art of Forgetting

ผู้เขียน : Lisa Genova

ผู้แปล : สิรีธร สิมะวัฒนา

สำนักพิมพ์ : Cactus Publishing

“สำหรับเราเล่มนี้ไม่ใช่แค่หนังสือแห่งปี แต่เป็นหนังสือเปลี่ยนชีวิตกันเลยทีเดียว เพราะอยู่ๆ มันทำให้เราเข้าใจการจำกับการลืมว่าสมองทำงานอย่างไร นักเขียนเป็นนักประสาทวิทยาที่เคยเขียนนิยายชื่อ Still Alice เรื่องเดียวกับที่เป็นหนังดังนั่นแหละ แต่ Remember เป็น Brainy Book ที่สนุกเข้าใจง่าย และทำให้เราฝึกที่จะจำอะไรต่อมิอะไรได้มากขึ้นมากๆ ความจำมีกี่แบบแต่ละแบบทำงานอย่างไร และอีกด้านหนึ่งคือ เราชอบคิดว่าการจำเป็นพระเอกแล้วการลืมเป็นตัวร้ายใช่ป่ะ ซึ่งนั่นคือเราคิดผิดมาก การลืมเป็นเหมือนเหรียญอีกด้านของการจำ พูดง่ายๆ คือเราลืมเพื่อที่ทำให้เราจำได้ดีขึ้น ชีวิตเราเปลี่ยนไปมากจริงๆ หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้”



3. ผมเรียกเขาว่าเน็กไท (I Call Him Necktie)

ผู้เขียน : Milena Michiko Flašar

ผู้แปล : สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

สำนักพิมพ์ : Merry-Go-Round Publishing

“หนังสือนิยายขนาดสั้นที่เขียนได้งดงามราวกับบทกวี เรื่องของคนซึ่งแตกสลายผุพัง ที่ต้องเจอเรื่องแย่ๆ ของชีวิต แต่ก็เอาตัวรอดมาจนทำให้เราต้องร้องไห้ด้วยหัวใจเต็มอิ่มด้วยรอยยิ้ม ใครบ้างล่ะจะไม่เจอบางช่วงชีวิตที่มันห่วยแตกแบบไม่ไหวแล้ว แต่การได้อ่านหนังสือเล่มนี้ในคืนวันมืดหม่นเหล่านั้น มันช่างฮีลใจดีแท้”



สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์

สำนักพิมพ์ KOOB


เล่มที่แนะนำ :



1. คู่มือสร้างสุขฉบับโยคี : Inner Engineering

ผู้เขียน : Sadhguru (สัธคุรุ)

ผู้แปล : กุลธิดา บุณยะกุล-ดันนากิ้น

สำนักพิมพ์ : แอร์โรว์

“ถือเป็นหนังสือเปิดโลกเล่มล่าสุด สัธคุรุเสนอมุมมองใหม่ในการมองชีวิต ผู้คน และโลกใบนี้ผ่านประสบการณ์ตรงของท่าน กระนั้นการเปลี่ยนแปลงมิอาจทำได้ผ่านการอ่านเท่านั้น หากต้องผ่านการปฏิบัติตน ใช้ชีวิต และฝึกจิตใจด้วย เวลาได้อ่านหนังสือที่ทำให้ใจเต้น ตาเบิกโพลงแบบนี้ รู้สึกมีชีวิตชีวามาก และบางทีนี่คือเหตุผลที่เราอ่านหนังสือ เพื่อให้หน้ากระดาษไม่กี่ร้อยหน้าพาเราไปสู่ดินแดนใหม่ที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักมาก่อน และความหวังบางครั้งก็หน้าตาแบบนี้แหละ มันบอกกับเราว่าโลกที่เราใช้ชีวิตอยู่เป็นเพียงแบบเดียวแคบๆ ในความเป็นไปได้อีกนานาประการ”



2. นครนิจนิรันดร์

ผู้เขียน : นักบุญออกัสติน

ผู้แปล : วิกิจ สุขสำราญ

สำนักพิมพ์ : คบไฟ

“หนังสือสำคัญในประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เขียนคำนำโดยตั้งคำถามกับผู้อ่านว่า “จะนำหนังสือไปเก็บไว้ที่ไหน” หมายถึงในหมวดใด ประวัติศาสตร์ ศาสนา สังคม การเมือง ปรัชญา? ขอบพระคุณสำนักพิมพ์คบไฟที่จัดพิมพ์หนังสือซึ่งมีจำนวนหน้ารวมกันสามเล่มเฉียด 1,400 หน้า แต่ละหน้าอวลไปด้วยอุตสาหะบากบั่นของผู้แปลอย่างยิ่ง ไม่เพียงหนังสือชุดนี้จะพาเราไปสู่ดินแดนใหม่ที่ต่างจาก ‘โลกนคร’ ที่เราใช้ชีวิตอยู่ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความหวังและแนวทางให้ชีวิตเท่านั้น ทว่าการได้จับถือผลงานใหญ่โตที่พิถีพิถันจัดทำออกมาเพื่อเป็น ‘คบไฟ’ ให้สังคมก็ช่วยเสริมสร้างความหวังในแวดวงหนังสือไทยด้วยเช่นกัน”



3. พุทธธรรมพหุนิยม 1-3

บรรณาธิการและผู้เขียนบทนำ : สุวรรณา สถาอานันท์

สำนักพิมพ์ : คบไฟ

“ในยุคสมัยที่การปะทะกันระหว่าง ‘ความถูกต้องหนึ่งเดียว’ กับ ‘ความหลากหลาย’ เกิดขึ้นทุกหัวระแหง เมื่อมีหนังสือชุดที่รวบรวมงานวิจัยให้ส่องสะท้อนมอง ‘พุทธ’ ด้วยแว่นตาที่เสริมสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและหลากหลายยิ่งขึ้นย่อมเป็นความคึกครื้นทางปัญญาอย่างยิ่ง เมื่อได้ ‘แว่น’ ที่หลากหลายขึ้นในการส่องมองพุทธศาสนาที่เราเข้าใจ (และยึดมั่น) ย่อมเพิ่มพื้นที่ของหัวใจและเพิ่มความเมตตากรุณาไปพร้อมกับเขย่าอัตตาและทิฐิที่มีในพุทธของตนเองลงไปพร้อมกัน สำหรับยุคนี้แล้ว บางทีอีกชื่อหนึ่งของ ‘ความหวัง’ ก็คือ ‘ความเข้าใจ’ ความรู้และปัญญาเช่นที่มีอยู่ในหนังสือชุดนี้เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับยุคสมัย”



อัฐพงศ์ เพลินพฤกษา

สำนักพิมพ์ OMG


เล่มที่แนะนำ :



1. เมื่อบันไดหัก: มองสังคมเหลื่อมล้ำผ่านแว่นจิตวิทยา

The Broken Ladder

ผู้เขียน : Keith Payne

ผู้แปล : วิทย์ วิชัยดิษฐ

สำนักพิมพ์ : Bookscape

“ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความเหลื่อมล้ำกลายเป็นประเด็นสำคัญของสังคม “เมื่อบันไดหัก” ช่วยให้เราเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นในอีกมิติ ให้เราเห็นภาพว่าความรู้สึกเหลื่อมล้ำหรือไม่เท่าเทียมกันนี้ส่งผลต่อเราในฐานะมนุษย์/สังคมอย่างไร ส่งผลต่อวิธีที่เรามีประสบการณ์กับชีวิต วิธีที่เราคิด รู้สึก รับรู้โลก ตัดสินใจและแสดงออกแบบไหนได้บ้าง ให้เราเข้าใจพฤติกรรมของผู้คนและสังคมได้ชัดขึ้นมาก”



2. ภวัทคีตา

ผู้เขียน : กฤษณไทวปายนวยาส

ผู้แปล : สมภาร พรมทา

สำนักพิมพ์ : วารสารปัญญา

“อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจ ให้พลัง จะอ่านในเชิงคำสอนเพื่อกลับสู่ภายในหรืออ่านในเชิงวรรณกรรมก็ได้ แปลดีมาก หมดจดงดงาม (แปลจากภาษาสันสกฤต) ผู้แปลมีความรอบรู้อย่างยิ่ง ฉบับล่าสุดที่เพิ่งออกมาไม่นาน เป็น ‘ฉบับแก้ไขปรับปรุงใหม่หมด’ ปกแข็ง น่าสะสมสุดๆ”



3. ลบบาดแผลลึกสุดใจ

The Deepest Well

ผู้เขียน : Nadine Burke Harris

ผู้แปล : ลลิตา ผลผลา

สำนักพิมพ์ : Bookscape

“ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงที่น่าตกใจ (และน่าสะเทือนใจ) ของบาดแผลหรือประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก (toxic stress จากช่วงต้นวัย) กับปัญหาสุขภาพและโรคเรื้อรังเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาในระดับบุคคล แต่ยังเป็นปัญหาสำคัญของสังคมด้วย”



รังสิมา ตันสกุล

สำนักพิมพ์ Library House


เล่มที่แนะนำ :



1. หายสาบสูญ

Verzeichnis Einiger Verluste

ผู้เขียน : Judith Schalansky

ผู้แปล : โปรดปราณ อรัญญิก

สำนักพิมพ์ : กำมะหยี่

“วรรณกรรมร่วมสมัยที่กำมะหยี่บอกไว้ว่านี่คือเพชรน้ำงาม ได้อ่านแล้วชักชวนให้ทุกคนมาค้นหามิติใหม่ๆ กลวิธีการเล่าชวนประหลาดใจ แตกต่างไปจากวรรณกรรมเยอรมันที่เราคุ้นรสคุ้นตา หายสาบสูญ คือพลังการเขียนของยูดิธ ชาเลนสกี้ เป็นชุดเรื่องสั้นที่เต็มไปด้วยเกร็ดประวัติศาสตร์ที่ฟุ้งไปด้วยจินตนาการชวนตื่นตา เรื่องราวของการค้นพบ เกิดใหม่ ดำรงอยู่ต่อไป เสื่อมสลาย และหายสาบสูญ อ่านสนุก เหมือนท่องไปในกาลเวลา เหมือนได้ดูหนังสั้น หนังสั้นเยอรมันที่ลุ่มลึกเฉียบคม”



2. สูญหาย ไม่สาบสูญ (ก่อนที่เราจะเป็นของคุณ)

Before We Were Yours

ผู้เขียน : Lisa Wingate

ผู้แปล : สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

สำนักพิมพ์ : Merry-Go-Round Publishing

“นวนิยายที่มีเค้าโครงจากเรื่องจริงในอเมริกา ว่าด้วยธุรกิจค้ามนุษย์ในรูปแบบ ‘ลูกบุญธรรม’ เรื่องราวสะท้อนประเด็นมากมายที่ยังมีให้เห็นมาถึงยุคสมัยนี้ อำนาจรัฐที่ถูกใช้ในทางมืด การฉวยโอกาสสร้างประโยชน์เป็นขบวนการ ความไม่รู้ที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำจนคนยากไร้เพลี่ยงพล้ำตกเป็นเครื่องมือทำกินของอาชญากร เด็กหลายคนสูญเสียอนาคตไป และก็มีเด็กอีกมากมายที่ไม่ใช่แค่อนาคตที่สูญหาย แต่เป็นตัวตนทั้งหมดของเขาเลยทีเดียว”



ชาตรี ลีศิริวิทย์

สำนักพิมพ์ Animag


เล่มที่แนะนำ :



1. คัมภีร์กระบี่เก้าบท (จิ่วซือจิง 九詩經)

ผู้เขียน : เก้ากระบี่เดียวดาย

สำนักพิมพ์ : – (พิมพ์อิสระ)

“เป็นเล่มต่อของ ‘เดชคัมภีร์กระบี่เก้า’ ฉบับเก้าเอี๊ยงเก้าอิม ที่แนะนำไปในปีที่แล้ว เป็นหนังสือรวมบทความจากเพจเก้ากระบี่เดียวดาย เป็นเรื่องเกี่ยวกับดารา และภาพยนตร์จีนจากฮ่องกงในยุค 1980s-1990s ในเล่มต่อนี้มีเก้าบท แต่ละบทมีความยาวมากกว่าเล่มที่แล้ว”



2. ฃุนน้อย

ผู้เขียน : Antoine de Saint-Exupéry

ผู้แปล : เคียง ชำนิ

สำนักพิมพ์ : พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“คือเรื่องเจ้าชายน้อยที่คุ้นเคย ในสำเนียงภาษาถิ่นของสุโขทัย ในเล่มมีรูปแบบอักษรรามจารึกและคำอ่านไทยที่สะกดตามเสียงอ่านท้องถิ่นของจังหวัดสุโขทัย”



3. ต้องเนรเทศ

ผู้เขียน : วัฒน์ วรรลยางกูร 

สำนักพิมพ์ : อ่าน

“บันทึกเรื่องราวช่วงสุดท้ายของนักเขียน เรื่องนี้ไม่ต้องแนะนำมาก เพราะมีคนรีวิวมากแล้ว สำหรับข้าพเจ้าบอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาด”


ธัชชัย ธัญญาวัลย

สำนักพิมพ์ ArtyHouse


เล่มที่แนะนำ :



1. การเงิน 101 ฉบับ Harvard Business Review

ผู้เขียน : Mihir Desai

ผู้แปล : ศกุนพัฒน์ จิรวุฒิตานันท์

สำนักพิมพ์ : Bookscape

“เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเงินที่ย่อยง่ายและเหมาะแก่การทำความเข้าใจ สำหรับทั้งบุคคลทั่วไป นักเรียนนักศึกษาที่สนใจอยากเรียนเกี่ยวกับด้านการเงิน หรือแม้กระทั่งคนที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องของการทำธุรกิจ เอาจริงๆ ในประเทศของเราความรู้เรื่องการเงินนั้นอยู่ในวงจำกัด และหลายคนมักจะคิดว่าการเงินนั้นเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวหรือเป็นเรื่องของการทำบัญชี  ซึ่งความเป็นจริงแล้วการเงิน (finance) นั้นแตกต่างจากเรื่องของบัญชี (accounting) อยู่มากหลาย รู้สึกดีใจที่มีสำนักพิมพ์พิมพ์หนังสือจำพวกนี้ออกมา เพราะมันจะช่วยพัฒนาความรู้ ความคิด และศักยภาพของประชากรในประเทศของเราได้เป็นอย่างดี”



2.ให้รักเป็นบทกวีชั่วชีวิต

ผู้เขียน : สะอาด

สำนักพิมพ์ : Kai3

“หนังสือชุดนี้ (น่าจะเรียกได้ว่าอย่างนี้) มี 2 เล่ม คือ ‘บทกวีชั่วชีวิต’ และ ‘ให้รักเป็นบทกวีชั่วชีวิต’ จริงๆ ก็แนะนำทั้งสองเล่ม  แต่เล่มที่คิดว่าลงตัวมากกว่าคือ ‘ให้รักเป็นบทกวีชั่วชีวิต’ มีการพยายามร้อยเรื่องราวต่างๆ ในเรื่องให้เป็นเรื่องเดียวกัน เรื่องราวค่อนข้างเป็นการโหยหาอดีต มีลักษณะเหงาเศร้า ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าในบรรดาหนังสือของผู้เขียนทั้งหมด  เล่มนี้เป็นเล่มที่สามารถดึงอารมณ์ร่วมของผู้อ่านได้ค่อนข้างดี เหมาะแก่การนำมาใคร่ครวญถึงอดีตที่ผ่านมาเพื่อที่จะก้าวข้ามและผ่านไปสู่อนาคต”



3. The Psychology of Money: จิตวิทยาว่าด้วยเงิน

ผู้เขียน : Morgan Housel

ผู้แปล : ธนิน รัศมีธรรมชาติ

สำนักพิมพ์ : Live Rich

“แก่นแกนของเรื่องราวทั้งหมดในโลกไม่ได้อยู่ที่วัตถุ แต่อยู่ที่จิตใจ เรื่องของเงินก็เช่นเดียวกัน  หนังสือเล่มนี้พาเราไปเปิดเปลือยความเป็นมนุษย์และทัศนคติของมนุษย์ที่มีต่อเงิน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่อื่นไกลเลย เป็นเรื่องราวภายในของเราล้วนๆ  นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหนังสือเล่มนี้จึงค่อนข้างแตกต่างจากหนังสือการเงินเล่มอื่นๆ ที่นำเสนอเรื่องราวของเงินในแง่จิตวิทยา”


ประธาน ธีรธาดา

นิตยสาร Art4D


เล่มที่แนะนำ :



1. แด่คลื่นเล็กๆ ในมหาสมุทร

ผู้เขียน : ธนา เธียรอัจฉริยะ

สำนักพิมพ์ : KOOB

“โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ จัดเป็นคลื่นลูกผสมที่มีรูปแบบหลากหลายในตัวเอง ด้วยความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้คนแตกต่างกันไปหลายสาขา แน่นอนว่าหน้าที่การงานอย่างเขาย่อมมีคอนเนกชันโยงใยกับคนระดับตัวท็อปในแวดวงนักธุรกิจ โดยเฉพาะสายการตลาด ในอีกมิติหนึ่งดูเหมือนเขาจะคลุกคลีในแวดวงนักคิด นักสร้างสรรค์สายวัฒนธรรม สายสื่อสารอยู่หลายคน อาทิ นิ้วกลม หนุ่มเมืองจันท์ จิระ มะลิกุล เป็นต้น นั่นอาจจะทำให้วิธีคิดในการถ่ายทอดประสบการณ์ของเขาอุดมไปด้วยภาษาและท่าทีที่ดูร่วมสมัย มีมุมมองที่ชวนสะกิดใจ อ่านเพลินมากเหมาะกับวันปลอดโปร่งโล่งใจ นั่งอ่านไป  จิบกาแฟไปด้วยในคาเฟ่มินิมอลสงบๆ ขณะที่ด้านนอกพายุฝนกำลังโหมกระหน่ำ”



2. Sasi’s sketch book 34 Days in Europe : PARIS

ผู้เขียน : ศศิ วีระเศรษฐกุล

สำนักพิมพ์ : FULLSTOP

“ปลายปีที่แล้ว สนพ FULLSTOP ปล่อยหนังสือเล่มนี้ของคุณ ศศิ ออกมารวมกับซีรี่ส์เมืองชุดก่อนๆ Sasi’s Sketch Book Japan Diary : Tokyo , Shirakawago , Hokkaido \ Sasi ‘s Sketch Book 28 Days in Europe: Prague , Budapest  และ Sasi ‘s Sketch Book Taiwan Diary : Taipei

เล่ม Paris เป็นเล่มล่าสุดที่แฟนๆ ของศศิต้องตามสะสม คุณภาพงาน การดูแลการผลิต สมบูรณ์มาก สมกับความเป็น craftmanship ของสำนักพิมพ์และนักเขียน มันเป็นงานที่สร้างแรงบันดาลใจชั้นดี เราว่ามีคนไม่น้อยในสังคมที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บสะสมสตางค์เพื่อที่จะได้ ‘ไปเที่ยว’ ศศิคือคนประเภทนี้ นอกจากเที่ยวแล้ว เขายัง วาดบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับ ผู้คน บ้านเมือง วัฒนธรรม ต่างแหล่งที่มา รวบรวมเป็นไดอารี่มาแบ่งปันประสบการณ์ให้กับพวกเราด้วย ทุกๆ วันที่บันทึกอยู่ในไดอารี่ของเขาคือ งานศิลปะนุ่มๆ ป๊อปๆ บันเทิงใจเต็มไปด้วยพลังงานสูบฉีดให้หัวใจพองโต เริ่มวางแผนการ ‘ไปเที่ยว’ ครั้งต่อไปของเราบ้าง”



3. ปฏิวัติที่ปลายลิ้น ปรับรสแต่งชาติอาหารการกินในสังคมไทยหลัง ๒๔๗๕

ผู้เขียน : ชาติชาย มุกสง

สำนักพิมพ์ : ศิลปวัฒนธรรม

“อาหารคือ ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารจัดการอำนาจทาง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ของทุกๆ ประเทศในโลก ชาติชาย มุกสง รวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับแนวคิดโภชนาการของประเทศไทย เริ่มจากหลังปฏิวัติ 2475 เป็นต้นมา ความคิดในการควบคุมดูแล ห่วงโซ่การผลิต การกระจาย การบริโภค รวมไปถึงการส่งเสริมยกระดับมาตรฐานรสชาติและคุณภาพของอาหารไทย ล้วนเป็นกุญแจสำคัญในการครองอำนาจของชนชั้นนำอาหารในหนังสือเล่มนี้มีความหมายเท่ากับ วัตถุทางวัฒนธรรมที่มนุษย์ใช้สร้างความสัมพันธ์ทางสังคม ไม่ว่าจะเป็น อาหารชาววัง อาหารข้างถนน อาหารคลีน อาหารแดกด่วน ………

ถ้ามีภาคต่อไปของหนังสือเล่มนี้นี้โดยเริ่มต้นที่ยุคเรืองอำนาจของพี่น้อง 3 ป. น่าจะมีบันทึกเกี่ยวกับ กล้วย ทางการเมืองที่หมายถึงความมั่นคงของรัฐเอาไว้ด้วยแหงๆ”



สะอาด (ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์)

สำนักพิมพ์ Kai3


เล่มที่แนะนำ :



1. หยัดยืน

RESTO QUI

ผู้เขียน : Marco Balzano

ผู้แปล : สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

สำนักพิมพ์ : อ่านอิตาลี

“อ่านจบมาหลายเดือน ตัวหนังสือในเล่มยังไม่ออกจากเราไปไหน

เนื้อหามันขมมาก พล็อตเกี่ยวกับชาวบ้านที่ต่อสู้กับโครงการรัฐก็อาจฟังดูซ้ำซาก

แต่คนเขียนกลับล่าสิ่งเหล่านี้ได้สดใหม่ ทั้งสั่นสะเทือน ทั้งมีพลังที่ทำให้เรารู้สึกถึงความหนักแน่นเข้มแข็งข้างใน”



2. โคทาโร่อยู่คนเดียว

ผู้เขียน : Mami Tsumura

สำนักพิมพ์ : NED

“ประสบการณ์การอ่านอันงดงามที่สุดในปีนี้ น่ารัก เศร้าโศก และเปี่ยมความหวัง”



3. เผด็จการความคู่ควร

The Tyranny of Merit

ผู้เขียน : Michael J. Sandel

ผู้แปล : สฤณี อาชวานันทกุล

สำนักพิมพ์ : Salt Publishing

“เราต่างรู้ดีว่าประโยค “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” คือคำโกหกเลื่อนเปื้อน

แต่หนังสือเล่มนี้มองลึกไปกว่านั้น โดยพยายามอธิบายว่าเบื้องหลังวิธีคิดของประโยคดังกล่าว

เป็นบ่อเกิดของความเหลื่อมล้ำ การลุกฮือของฝ่ายขวา และสร้างปัญหาให้กับประชาธิปไตยอย่างไร”



สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ

นิตยสารสารคดี


เล่มที่แนะนำ :



1. หยั่งราก : ชีวิตบนแพร่งวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและจิตวิญญาณ

Rooted: Life at the Crossroads of Science, Nature, and Spirit

ผู้เขียน : Lyanda Lynn Haupt

ผู้แปล : สดใส ขันติวรพงศ์

สำนักพิมพ์ : สวนเงินมีมา

“เรื่องเล่าละมุนละไมจากประสบการณ์ในชีวิตของผู้เขียน ที่จะค่อยๆ พาเรา-มนุษย์ กลับหวนคืนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติในฐานะ ‘สัตว์ป่า'”



2. อนาคตอันเก่าแก่ : บทเรียนจากวิถีชีวิตธรรมชาติแห่งดินแดนธิเบตน้อย-ลาดั๊ก

Ancient Futures: Learning from Ladakh

ผู้เขียน : Helena Norberg-Hodge

ผู้แปล : พจนา จันทรสันติ

สำนักพิมพ์ : เสมสิกขาลัย

“ทางออกของโลกที่กำลังเผชิญวิกฤตกับการผลาญล้างทรัพยากรและธรรมชาติอยู่ที่ไหน?  วิถีชีวิต วัฒนธรรม ที่แนบอิงกับธรรมชาติของชาวลาดั๊ก ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงเพราะการท่องเที่ยวและความทันสมัย อาจเป็นพื้นที่จำลองให้เราคิดมองหาคำตอบ”



3. พจนานุกรมสร้างชาติ

ผู้เขียน : มานิตา ศรีสิตานนท์ เหลืองกระจ่าง

สำนักพิม : ศิลปวัฒนธรรม

“สืบประวัติความเป็นมาของราชบัณฑิตยสถาน และแกะรอยการให้คำนิยามของคำต่างๆ ในพจนานุกรม ที่สะท้อนถึงมายาคติต่างๆ ทั้งเรื่องเพศสภาพ ชาติพันธุ์ ไปจนถึงอุดมการณ์ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”



โตมร ศุขปรีชา

สำนักพิมพ์ Salt


เล่มที่แนะนำ :



1. หลังบ้านคณะราษฎร : ความรัก ปฏิวัติ และการต่อสู้ของผู้หญิง

ผู้เขียน : ชานันท์ ยอดหงษ์

สำนักพิมพ์ : ศิลปวัฒนธรรม

เป็นหนังสือที่พูดถึงช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 แต่พูดด้วยมุมมองใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครพูดถึงอย่างจริงจังเท่านี้มาก่อน นั่นคือพูดผ่านมุมมองของ ‘ผู้หญิง’ ที่เป็น ‘หลังบ้าน’ ของคณะราษฎร อ่านสนุกมาก และเต็มไปด้วยข้อมูลเบื้องหลังที่หาอ่านได้ยาก “



2. ความโดดเดี่ยวของจำนวนเฉพาะ

La solitudine dei numeri primi

ผู้เขียน : Paolo Giordano

ผู้แปล : ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ และนันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ

สำนักพิมพ์ : อ่านอิตาลี

“เป็นนิยายที่นำหลักทางคณิตศาสตร์มาเป็นแกนเรื่อง ทำให้ความงามของคณิตศาสตร์ได้มาบรรจบกับชีวิตคนในแบบที่แนบเนียนและลึกซึ้งมากๆ”



3. Anthropocence: บทวิพากษ์มนุษย์และวิกฤตสิ่งแวดล้อมในยุคสมัยแห่งทุน

ผู้เขียน : เก่งกิจ กิติเรียงลาภ และคณะ

สำนักพิมพ์ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

“เป็นการมองยุคสมัย (ในทางธรณีวิทยา) ที่อาจกลายเป็นหายนะของมนุษยชาติด้วยน้ำมือของมนุษยชาติเอง แต่ไม่ได้มองผ่านแว่นนักสิ่งแวดล้อมหรือนักวิทยาศาสตร์ แต่มองผ่านมุมแบบสังคมศาสตร์ จึงได้เห็นประวัติศาสตร์ความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้จากหลากหลายแง่มุมในแบบที่ไม่สามารถหาอ่านจากเล่มอื่นได้”



ศิริวร แก้วกาญจน์

สำนักพิมพ์ผจญภัย


เล่มที่แนะนำ :



1. เสือดาวดำ หมาป่าแดง

Black Leopard Red Wolf

ผู้เขียน : Marlon James

ผู้แปล : ธีรศักดิ์ จิรรัตนไพโรจน์

สำนักพิมพ์ : มติชน

“Marlon James นำเราเข้าสู่เรื่องเล่าซ้อนเรื่องเล่าในโลกของชนเผ่าลึกลับดึกดำบรรพ์ เป็นเทพนิยายสมัยใหม่ ตัวละครแปลกประหลาด ทั้งคนและสัตว์ป่า ทั้งเทพ แม่มด หมอผี ราชา ปีศาจ ในผืนป่าเวทมนต์ คำสาป เป็นการผจญภัยนอกเหนือจินตนาการ ทั้งยังนอกเหนือประสบการณ์การอ่านของเราทั้งหลายทั้งปวง”



2. มือโล้ลม

ผู้เขียน : ผาด พาสิกรณ์

สำนักพิมพ์ : คเณศบุรี

“ภาพรวมของการสำรวจก้าวย่างทางผ่านของชีวิตด้วยมุมมองเฉพาะตัว เป็นบทสนทนาง่ายๆ ทว่าชวนกระตุกกระตุ้นให้ครุ่นคิด เช่นที่นักเขียนบอกกับเราว่า “ชีวิตของคนเรานั้นเหมือนการพายเรือกรรเชียง สิ่งที่เห็นคือหนทางที่ผ่านมา…””



3. การโจมตีโรงสี

 L’Attaque du Moulin

ผู้เขียน : Émile Zola

ผู้แปล : ปราณี ศิริจันทพันธ์

สำนักพิมพ์ : อ่าน 101

“การโจมตีโรงสี เป็นความบ้าคลั่งและการกระหายอำนาจในประวัติศาสตร์สงครามยุโรป คู่ขัดแย้งไล่ล่า ปะทะ ห้ำหั่น บดขยี้กันบนพื้นที่ชีวิตและความสงบสุขของประชาชนคนตัวเล็กๆ กลายเป็นโศกนาฏกรรม สยดสยองท่ามกลางกองไฟของความบ้าคลั่ง”



ศิริธาดา กองภา

สำนักพิมพ์เลเจ้นด์ บุ๊คส์ และ วายเอฟ คัลเจอร์


เล่มที่แนะนำ :



1. อ่อนโยนหนักหนาคือราตรี

ผู้เขียน : ภาณุ ตรัยเวช

สำนักพิมพ์ : P.S.

“เรื่องเล่าของ 5 นักเขียนหญิง ได้แก่ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ, โดโรธี ปาร์กเกอร์, เซลดา แซร์, มาร์ลิลีน มอนโร และโยโกะ โอโนะ จากมุมมองของภาณุ ตรัยเวช ที่เป็นนักเขียนชาย แม้ว่าเราพอจะรู้เรื่องราวของหญิงสาวทั้งห้า เพราะพวกเธอก็นับว่าเป็นคนดังในหน้าประวัติศาสตร์ แต่การเล่าเรื่องของภาณุ ตรัยเวช ที่นำเสนอตัวตนอีกด้านของพวกเธอ ที่เห็นทั้งความแสบ ความร้าย และการกระเสือกกระสนเอาตัวรอดในโลกที่สังคมชายเป็นใหญ่ ทำให้เราเห็นความเป็นมนุษย์และความแกร่งของพวกเธอมากๆ วิธีการร้อยเรียงเรื่องราวของทั้งห้าคน โดยแบ่งเป็นช่วงปี ตั้งแต่ 1910-1960 ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่าได้ตามติดชีวิต และเห็นพัฒนาการชีวิตของพวกเธออย่างชัดเจน เป็นงานเขียนชีวประวัติที่มีความเป็นงานวรรณกรรมที่อ่านสนุกอีกเล่มที่ไม่ควรพลาด”



2. ชีวิตไม่ไร้ความหมาย

Man’s Search for Meaning

ผู้เขียน : Viktor E. Frankl 

ผู้แปล : นพมาศ แววหงส์

สำนักพิมพ์ : Sophia

“บันทึกความทรงจำของ วิกเตอร์ อี. ฟรังเคิล จิตแพทย์ชาวออสเตรีย ที่ถูกขังอยู่ในค่ายกักกันของนาซีทั้ง 4 แห่ง เป็นเวลาถึง 3 ปี การใช้ชีวิตในนรกเหล่านั้นทำให้เขาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ทั้งครอบครัว หน้าที่การงาน และกระทั่งความเป็นมนุษย์ เมื่อเราแทบจะไม่เหลือความหวังใดๆ ในชีวิต แต่ทว่าประสบการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับความตาย ความสิ้นหวัง สภาวะเลวร้ายที่เกิดขึ้นทั้งกับตัวเขาเองและผู้อื่น หล่อหลอมให้วิคเตอร์ค้นพบความหมายของชีวิต และพัฒนาต่อไปเป็นทฤษฎี ‘โลโกเทอราพี’ ซึ่งเป็นแนวทางการบำบัดจิตที่เชื่อว่าการแสวงหาความหมายของชีวิตเป็นแรงขับขั้นปฐมภูมิของมนุษย์ และในภายหลักทฤษฎีนี้ได้มีการนำไปใช้บำบัดคนไข้ทั่วโลก

เป็นหนังสือบันทึกความทรงจำและบันทึกเศษเสี้ยวเล็กๆ ในหน้าประวัติศาสตร์อันโหดร้ายที่มนุษย์กระทำต่อกันที่สร้างความสะเทือนใจอย่างมาก แต่ก็อาจทำให้เราได้ค้นพบความหมายบางอย่างของชีวิตจากการอ่านเล่มนี้ก็ได้”



3. ปรัชญาแมว ปัญญาเหมียว

Feline Philosophy: Cats and the Meaning of Life

ผู้เขียน : John Gray 

ผู้แปล : ภาคิน นิมมานนรวงศ์ และ มนภัทร จงดีไพศาล

สำนักพิมพ์ : Bookscape

“ผลงานของ John Gray นักเขียนและนักปรัชญาการเมืองชาวอังกฤษที่มีผลงานมาแล้วกว่า 30 เล่ม สำหรับหนังสือเล่มนี้ หัวใจของเรื่องอาจไม่ใช่การเรียนรู้ว่าแมวเป็นอย่างไร แต่เป็นการเรียนรู้ว่ามนุษย์อย่างเราควรจะใช้ชีวิตอย่างไร จอห์น เกรย์ ชวนนักอ่านไปทบทวนความหมายของชีวิต ผ่านมุมมองการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของแมว มนุษย์มักจะหมกมุ่นอยู่กับการค้นหาความสุข ความรัก ความหมายของชีวิตอยู่เสมอ ในขณะที่แมวเหมือนจะไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการตั้งคำถามเหล่านี้ในชีวิตของพวกมันเลย แมวมีความสุขด้วยตัวของมันเอง มีเจตจำนงเสรีของมันเอง ในขณะที่มนุษย์ยังคงต้องไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวที่จะสร้างความสุขให้ตัวเองอยู่เสมอ หนังสือเล่มนี้ทำให้เราเรียนรู้ความหมายจากสิ่งที่อยู่รอบตัว และเป็นหนังสือปรัชญาอ่านสนุก ที่แม้ว่าไม่ได้เป้นทาสแมวก็ควรอ่านหนังสือเล่มนี้”



กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์พะโล้พับลิชชิ่ง

สำนักพิมพ์พะโล้พับลิชชิ่ง


เล่มที่แนะนำ :



1. หมาป่าโดดเดี่ยว ปราสาทเดียวดาย ในกระจก

かがみの孤城 Lonely Castle in the Mirror

ผู้เขียน : Mizuki Tsujimura

ผู้แปล : บัณฑิต ประดิษฐานุวงศ์

สำนักพิมพ์ : น้ำพุ

แนะนำโดย Starlessnight หฤษฎ์ มหาทน

“เล่าเรื่องของกลุ่มเด็กที่ไม่ไปโรงเรียน และต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกัน เพื่อตามหาอะไรบางอย่าง เตือนเราให้จำได้ว่าสังคมในโรงเรียนนั้นเป็นเหมือนดินแดนของสัตว์ร้ายที่น่ากลัวขนาดไหน”



2. ปล่อยแม่มดคนนั้นซะ

Release that witch

ผู้เขียน : Er Mu

ผู้แปล : Chaangji

สำนักพิมพ์ : เอนเธอร์บุ๊คส์

แนะนำโดย Mr. American จักรพงษ์ เอี่ยมสอาด

“Er Mu ได้ทำให้เห็นว่า นิยายแฟนตาซีต่างโลกยังมีทีทางอีกมากมายในโลกวรรณมกรรม ครั้งนี้เขาทำให้เห็นว่า ถ้าเราเอาแนวคิดคอมมิวนิสต์ แบบคาร์ล มาร์กซ์ไปในโลกแฟนตาซีที่มีเวทมนต์มันจะเป็นเช่นไร นี่คือนิยายจีนที่เป็นมาสเตอร์พีซของแผ่นดินใหญ่แบบไม่ต้องสงสัย”



3. เมื่อผมเป็นเจ้าของคฤหาสน์สยองขวัญ

ผู้เขียน : หว่อฮุ่ยซิงคงเถียว

ผู้แปล : อนุรักษ์ กิจไพบูลย์ทวี

สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์บุ๊คส์

แนะนำโดย Terasphere ธีรภัทร เจริญสุข

“จากนิยายบนเว็บมาเป็นนิยายสยองขวัญที่ผสมผสานระบบเกมมือถือ จิตวิทยา ผีสาง วิญญาณ คดีฆาตกรรม วิชาแพทย์

เฉินเกอพานักอ่านตะลุยเข้าสู่ด้านมืดของโลกเบื้องหลังเมืองใหญ่ของจีนด้วยลีลาสนุกสนานบนหวาดเสียวสยอง การทุ่มเทไลฟ์สดเสี่ยงตายแย่งยอดชม บริษัทอสังหาริมทรัพย์ฉ้อฉล โรงพยาบาลที่หากินกับคนไข้ ทัศนคติของสังคมจีนกับโรคจิตเวช รั้วโรงเรียนที่มืดมน ชีวิตเมืองใหญ่ที่แก่งแย่ง เป็นฉากหลังของนิยายซ้อนเกมสร้างบ้านผีสิงที่ลึกล้ำ อ่านเอาสยองก็ได้ สนุกก็ได้ สะท้อนสังคมจีนปัจจุบันก็ได้เช่นกัน”



กิตติพล สรัคคานนท์

ร้านหนังสือ books & belongings


เล่มที่แนะนำ :



1. #หลงยุคหลุดสมัย

ผู้เขียน : วัน รมณีย์

สำนักพิมพ์ : Salmon Books

“มีอะไรน่าสนใจชวนให้คิดในประเด็นต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้ที่ประกอบขึ้นจากเรื่องสั้น 3 ชิ้น แต่รสชาติทางความคิดนั้นต้องบอกว่าแปลกล้ำ จิกกัด แต่ก็อัดแน่นด้วยอารมณ์ที่ยากจะอธิบายเมื่อถึงตอนจบ”



2. คำสารภาพเที่ยงคืน

Confession de minuit

ผู้เขียน : Georges Duhamel

ผู้แปล : บัญชา สุวรรณานนท์

สำนักพิมพ์ : Library House

“นี่เป็นงานแปลนวนิยายขนาดสั้นคลาสสิกจากฝรั่งเศส ที่อาจพิรี้พิไร และดูจิตหลุดรั่วไปสำหรับบางคน แต่สำหรับตัวผมเองแล้วนั้น จากเคยได้ยิน และเสาะหามาอ่านตั้งแต่ยังไม่มีแปลไทย ก็ถือว่านิยมชื่นชอบในฉากบรรยากาศ ความเป็นกระแสความนึกคิดที่ถ่ายทอดออกมาอย่างหลากไหล และมีจุดหักมุมเบาๆ ให้ไม่เราสิ้นหวังจนเกินไป ก็นับเป็นที่น่าอ่านข้ามกาลเวลาอีกชิ้น”



3.บุรุษผู้เป็นวันพฤหัสบดี: ฝันร้าย

The Man Who Was Thursday: A Nightmare

ผู้เขียน : G. K. Chesterton

ผู้แปล : ไพรัช แสนสวัสดิ์

สำนักพิมพ์ : Shine Publishing House

“ถือเป็นหนึ่งในนวนิยายเล่มสำคัญที่สามารถนำเสนอความคิดทางปรัชญาและศาสนา การเมืองและสังคมได้แนบสนิทแนบแน่นไปกับเรื่องราวสืบสวนสอบสวนที่สนุกสนานชวนติดตามมากที่สุดเล่มหนึ่งของ Chesterton”



สมคิด เปี่ยมปิยชาติ

สำนักพิมพ์ Fullstop


เล่มที่แนะนำ :



1. นักล่าวาฬ

ผู้เขียน : จเด็จ กำจรเดช

สำนักพิมพ์ : เวลา

“เล่มนี้ผมขอเรียกรวมๆ ว่า ฝีมือฉกาจครับเป็นนิยายภาพที่ทรงพลังเป็นบทกวี และเป็นดั่งเหมือนต้นฉบับของภาพยนตร์เจ๋งๆ เรื่องหนึ่งครับ”



สิรนันท์ ห่อหุ้ม

สำนักพิมพ์ Papyrus


เล่มที่แนะนำ :



1. ต้องเนรเทศ

ผู้เขียน : วัฒน์ วรรลยางกูร

สำนักพิมพ์ : อ่าน 

“หนังสือที่หนา 800 กว่าหน้าเล่มนี้ของวัฒน์ วรรลยางกูร ไม่ได้เป็นเพียงสารคดีชีวิต หรือ The Book of His Life เท่านั้น แต่นี่คือ ‘ประวัติศาสตร์การเมืองไทย’ เล่มสำคัญ ที่หลายเรื่องราวจะไม่มีทางปรากฏในหนังสือเรียน ตำรา หรือประวัติศาสตร์ฉบับทางการใดๆ อย่างแน่แท้

ท่ามกลางเรื่องเล่าที่เรียงร้อยอย่างลื่นไหล ทุกห้วงชีวิตของวัฒน์ล้วนผูกพันทาบทับอยู่กับประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองของสามัญชน ไม่เพียงแค่ชีวิตของเขา แต่ยังรวมถึงคนธรรมดาๆ อีกหลายคนที่หลายชีวิตถูกทำให้เลือนลับอย่างไร้ร่องรอย เพียงเพราะเชื่อมั่นในโลกที่ผู้คนยืนเหยียดหลังตรงได้อย่างเท่าเทียมกัน

ทว่าในความอุกอั่งคั่งแค้น กลับไม่ปรากฏน้ำเสียงฟูมฟายในชีวิตที่ต้องระหกระเหินเร่ร่อนหนีการถูกมอบความตาย เพราะเพียงเพราะเห็นต่างและตั้งคำถามกับสิ่งอปกติ และความอยุติธรรมที่สืบเนื่องยาวนาน  นับตั้งแต่หลังเหตุการณ์หกตุลาคม 2519 จนมาถึงวันที่วัฒน์ต้องลี้ภัยหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 2557 สิ่งที่ปรากฏกลับเป็นความหมายของชีวิตคนๆ หนึ่ง ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

ไอดา อรุณวงศ์ บรรณาธิการเล่ม ได้เขียนไว้ในหมายเหตุบรรณาธิการว่า เขาคือนักเขียนที่ควรเป็นความภูมิใจของชาติ คือประวัติศาสตร์ศักดิ์ศรีของนักเขียนไทย ไม่มีอำนาจใดจักฆ่าเขาได้ และยิ่งไม่มีใคร หรืออำนาจใด จักฆ่าความทรงจำของเราที่มีต่อเขา

ไม่มีประโยคใดในบรรทัดก่อนหน้า ที่จะไม่เห็นด้วย  และถ้าให้เลือกเพียงเล่มเดียว ต้องเนรเทศคือเล่มที่จะถูกเลือกอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ เลยแม้แต่นิดเดียว”



2. พจนานุกรมสร้างชาติ: อุดมการณ์รัฐไทยในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

ผู้เขียน : มานิตา ศรีสิตานนท์ เหลืองกระจ่าง

สำนักพิมพ์ : ศิลปวัฒนธรรม

“‘ภาษา’ สำหรับเรา เป็นเรื่องที่สนุกมาก เพราะไม่ใช่แค่การสื่อสารระหว่างกัน แต่ถ้อยคำที่เราใช้กันในทุกวันมีพลังในการครอบงำความคิดของสังคม ด้วยอุดมการณ์ของรัฐที่ถูกแทรกเข้ามาแบบเนียนๆ ผ่านคำและความหมาย และยังสามารถเลื่อนไหลได้ตามความเปลี่ยนแปลงของสังคมในแต่และห้วงเวลา

หนึ่งในบทพิสูจน์ที่เห็นได้ชัดคือคำที่ถูกบัญญัติไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่ในคำนั้น มีพลวัตของความหมายเกินกว่าประโยคขยายความที่ปรากฏหลังคำต่างๆ โดยเฉพาะคำที่เกี่ยวข้องกับอำนาจ การเมือง และอุดมการณ์ของรัฐไทย

ผู้เขียนพจนานุกรมสร้างชาติฯ ใช้ทฤษฎีทั้งมานุษยวิทยาภาษา ภาษาศาสตร์มาร์กซิสม์ ภาษามาตรฐาน และอุดมการณ์ทางภาษา มาค้นหาอุดมการณ์รัฐไทยที่ทำงานผ่านภาษาในพจนานุกรมซึ่งมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ และทำให้เห็นถึงจินตกรรมของชาติที่ผันแปรตามการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในแต่ละยุคสมัย

คำเล็กๆ ที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังของรัฐ ไม่แพ้กระบวนการใหญ่โตใดๆ เลย”



3. อ่อนโยนหนักหนาคือราตรี

ผู้เขียน : ภาณุ ตรัยเวช

สำนักพิมพ์ : P.S.

“ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยผ่านชีวิตที่ตั้งคำถามกับตัวเองมากมาย ก่อนที่จะยักไหล่ ปรายตามองด้วยฟีลลิ่ง แล้วไงล่ะ โอเคนะที่จะเป็นแบบนี้ เคยพบเจอและผ่านพ้นกับความสัมพันธ์ที่ทั้งวาบหวามและวินาศสันตะโรราวกับกำลังรักอยู่กับพายุทอร์นาโดแล้วละก็ คงจะหลงรัก 5 สาวศิลปินอย่าง เซลดา แซร์, เวอร์จิเนีย วูล์ฟ, โยโกะ โอโนะ, มาริลิน มอนโร และโดโรธี ปาร์กเกอร์ ในอ่อนโยนหนักหนาคือราตรี ได้ไม่ยากเลย 

ความงดงามมากๆ ของหนังสือเล่มนี้ คือการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของหญิงสาวอย่างพวกเธอ คู่ขนานไปกับบริบททางสังคมในปี 1910 – 1960 ซึ่งความอ่อนโยน ความบ้าคลั่ง ความเปราะบาง ความเกรี้ยวกราด ความรุ่งโรจน์ ความพังพาบ คือหัวก้อยที่ปรากฏอยู่บนเหรียญที่ชื่อว่าชีวิตเสมอ ไม่ต่างกับชะตากรรมของโลกตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งสิ่งที่น่าทึ่งมากๆ คือวิธีร้อยเรียงเรื่องที่ผู้เขียนสามารถเชื่อมมิติต่างๆ ทั้งชีวิตตัวละครที่มีถึง 5 ตัว และห้วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกันได้อย่างลื่นไหล มีน้ำหนักการเล่ามีสมดุล ไม่มีอะไรมากไปหรือน้อยไป

เป็นส่วนผสมที่ดูประหลาด แต่ทำให้หนังสือเล่มนี้ที่พื้นฐานคือชีวประวัติ กลายเป็นงานที่มีเสน่ห์มาก”

MOST READ

Spotlights

14 Aug 2018

เปิดตา ‘ตีหม้อ’ – สำรวจตลาดโสเภณีคลองหลอด

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย พาไปสำรวจ ‘คลองหลอด’ แหล่งค้าประเวณีใจกลางย่านเมืองเก่า เปิดปูมหลังชีวิตหญิงค้าบริการ พร้อมตีแผ่แง่มุมเทาๆ ของอาชีพนี้ที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมาเนิ่นนาน

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

14 Aug 2018

Spotlights

7 May 2020

‘โรคใหม่’ สร้าง ‘โลกแห่งการเรียนรู้ใหม่’ : อนาคตการศึกษาไทยยุคหลัง COVID-19

มองอนาคตการศึกษาไทยในวันที่โรคระบาดเข้ามาเปลี่ยนชีวิตคนทุกคน ใน 101 Public forum “โรคใหม่ – โลกใหม่ – การเรียนรู้ใหม่ : อนาคตการศึกษาไทยยุคหลัง COVID-19”

กองบรรณาธิการ

7 May 2020

Spotlights

14 Aug 2020

“ถ้าคุณรักสถาบันจริง อย่ามองว่าคนที่เห็นต่างจากคุณนั้นเลวร้าย” – สุลักษณ์ ศิวรักษ์

101 สนทนากับ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักวิชาการอาวุโส ถึงข้อเรียกร้องเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ของม็อบนักศึกษา

วจนา วรรลยางกูร

14 Aug 2020

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save