fbpx
ทำไมประเทศไทยติดกับดักคอร์รัปชัน

ทำไมประเทศไทยติดกับดักคอร์รัปชัน

ประจักษ์ ก้องกีรติ เรื่อง

 

เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา มีรายงานข่าวเผยแพร่ในสื่อมวลชนและโลกโซเชียลว่า ในปี 2017 ประเทศไทยติดอันดับประเทศที่คอร์รัปชันมากที่สุดในเอเชียเป็นลำดับที่ 3 เป็นรองแค่เวียดนามและอินเดีย จนกลายเป็นประเด็นฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์กัน

รายงานข่าวดังกล่าวมีที่มาที่ไปจากไหน หลายคนคงสงสัยว่าทำไมประเทศเราจึงอยู่ในกลุ่มแชมป์ของประเทศไม่โปร่งใส แซงหน้าเพื่อนบ้านเราเกือบทั้งหมด

ข่าวดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลมาจากการสำรวจขององค์กร Transparency International ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติที่ทำงานด้านการต่อสู้คอร์รัปชันมาอย่างยาวนาน และเป็นเจ้าภาพจัดทำดัชนีว่าด้วยความโปร่งใส จัดอันดับประเทศในโลกที่คอร์รัปชันต่ำสุดจนถึงสูงสุด  ที่ผ่านมา สื่อมวลชนไทยนำดัชนีนี้มารายงานอ้างอิงทุกปี โดยอันดับของไทยในปีล่าสุดอยู่ที่อันดับ 101 จาก 176 ประเทศ

ล่าสุดองค์กรนี้จัดทำรายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์คอร์รัปชันในเอเชีย เผยแพร่ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2017 โดยสำรวจความรับรู้และประสบการณ์ของประชาชนในเอเชียเกือบ  22,000 คน ใน 16 ประเทศ ใช้เวลาเก็บข้อมูลปีกว่า นับเป็นรายงานขนาดยาวเกี่ยวกับการคอร์รัปชันในภูมิภาคของเราที่รวบรวมข้อมูลอย่างกว้างขว้างที่สุดเป็นครั้งแรก

รายงานชิ้นนี้นำเสนอข้อสรุปที่น่าสนใจหลายประการ เช่น พบว่ากว่า 1 ใน 4 ของประชากรเอเชียเคยมีประสบการณ์ต้องจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อได้รับบริการสาธารณะพื้นฐานในด้านต่างๆ ได้แก่ การศึกษา สาธารณสุข การทำเอกสารราชการ การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและศาล (ทั้งที่บริการเหล่านี้ควรจะฟรี) หากแปรเป็นจำนวนคน ก็เท่ากับว่าคนเอเชียกว่า 900 ล้านคนในรอบปี 2016-2017 ล้วนมีประสบการณ์จ่ายสินบนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ที่น่าสนใจคือ ในบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐด้วยกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจครองแชมป์ในสายตาประชาชนเอเชียว่าเป็นกลุ่มคนที่คอร์รัปชันมากที่สุด โดยตำรวจเป็นหน่วยงานที่มีอัตราการคอร์รัปชันสูงสุดจากการสำรวจภาพรวมทั้งภูมิภาค

แน่นอนว่าปัญหาความร้ายแรงของคอร์รัปชันนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ในบรรดา 16 ประเทศ รายงานชิ้นนี้จัดลำดับประเทศที่มีอัตราคอร์รัปชันสูงสุดจนถึงต่ำสุด โดยดูจากดัชนีที่เขาเรียกว่า “อัตราการจ่ายสินบน” (bribery rates) ซึ่งวัดจากจำนวนร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามในแต่ละประเทศที่เคยมีประสบการณ์ตรงในการจ่ายสินบนเวลาติดต่อกับหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบด้านการจัดการบริการสาธารณะ พูดง่ายๆ หากผู้ตอบแบบสอบถาม 7 ใน 10 ของประเทศ ก. ตอบว่าเคยจ่ายสินบน อัตราการจ่ายสินบนของประเทศนี้ก็คือ 70 เปอร์เซ็นต์

ผลปรากฏว่าประเทศที่ครองแชมป์คอร์รัปชันมากที่สุดในเอเชียตามเกณฑ์ชี้วัดนี้ คือ อินเดีย ตามด้วยเวียดนาม เป็นอันดับสอง ไทยอันดับสาม ปากีสถานและพม่าครองอันดับสี่และห้าตามลำดับ ส่วนประเทศที่มีคอร์รัปชันน้อยที่สุดในภูมิภาคคือ ญี่ปุ่น (อันนี้ไม่แปลกใจ) ฮ่องกง และเกาหลีใต้

พม่าซึ่งครองอันดับห้ามีอัตราการจ่ายสินบนอยู่ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ แม้พม่าจะผ่านร่างกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันในปี 2013 แต่จากการสำรวจ ชาวพม่าก็มีทัศนะว่าสังคมของตนยังเต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน และความไม่โปร่งใสของภาครัฐ โดยเฉพาะในวงการตำรวจ นอกจากนั้นยังมีตัวเลขที่น่าตกใจ คือคนพม่าถึง 40 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่าวงการตุลาการของประเทศตนนั้นไม่โปร่งใสและมีปัญหาคอร์รัปชัน

สถานการณ์ของปากีสถานซึ่งอยู่อันดับสี่และมีอัตราการคอร์รัปชันเท่าๆ กับพม่าก็คล้ายคลึงกัน โดยชาวปากีสถานถึง 3 ใน 4 ให้ข้อมูลกับทีมสำรวจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดของประเทศนั้นมีพฤติกรรมคอร์รัปชัน แถมคนปากีสถานถึง 7 ใน 10 เคยมีประสบการณ์จ่ายสินบนให้ตำรวจ ที่ชวนให้เศร้าในกรณีปากีสถานคือ คนส่วนใหญ่รู้สึกไม่มีความหวังว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้

มาถึงประเทศไทยของเราซึ่งครองอันดับสาม คนไทยที่ตอบแบบสำรวจ 41 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าเคยมีประสบการณ์จ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ รายงานยังระบุว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปัญหาคอร์รัปชันซึมลึกในทุกระดับตั้งแต่ล่างสุดถึงบนสุดของโครงสร้างอำนาจ แต่ที่น่าสนใจคือเมื่อเทียบกับปากีสถานและพม่า คนไทยที่ตอบแบบสอบถามบอกว่าพวกเขามีความหวังว่าสถานการณ์คอร์รัปชันที่ดำรงอยู่จะเปลี่ยนได้

ส่วนเวียดนามซึ่งครองแชมป์อันดับสองและมีอัตราคอร์รัปชันสูงถึง 65% เป็นประเทศที่คนมองโลกในแง่ร้ายมากที่สุด คือ ส่วนใหญ่เชื่อว่ามันจะดำรงอยู่อย่างนี้ตลอดไป ไม่มีทางที่จะแก้ไขได้

ในขณะที่จีนเป็นประเทศที่ครองแชมป์ในด้านอัตราคอร์รัปชันเพิ่มขึ้นสูงสุดในทัศนะของประชาชน

สำหรับแชมป์คือ อินเดีย ประเทศที่มีประชากรหนาแน่นซึ่งมีอัตราการจ่ายสินบนอยู่ที่ 69 เปอร์เซ็นต์  คนอินเดียให้ข้อมูลกับทีมวิจัยว่าคอร์รัปชันฝังรากลึกอยู่ในทุกอณูของสังคม ในทุกมิติของการดำรงชีวิต พวกเขาต้องจ่ายสินบนเพื่อได้มาซึ่งบริการสาธารณะพื้นฐานตั้งแต่เกิดจนตาย คือจ่ายแม้กระทั่งการได้มาซึ่งใบสูติบัตรของลูกไปจนถึงใบมรณบัตรของพ่อแม่ ทำใบขับขี่ก็ต้องจ่าย ขอโฉนดที่ดินก็ต้องจ่าย ทำธุรกิจต่างๆ ก็ประสบปัญหาหากไม่จ่าย “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” ให้เจ้าหน้าที่และผู้มีอำนาจ

ปัญหาเรื้อรังของคอร์รัปชันในอินเดียและประเทศอื่นๆ ในเอเชียมีสาเหตุพื้นฐานมาจากไหน

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ตรงกันว่า มันมาจากระบบที่ล้มเหลว มากกว่าปัญหาตัวบุคคล อินเดีย เวียดนาม หรือไทยมีอัตราการคอร์รัปชันสูงไม่ใช่เพราะคนอินเดีย เวียดนาม หรือไทยมีศีลธรรมน้อยกว่าคนประเทศอื่นๆ หรือเป็นคนมีนิสัยโกงตั้งแต่กำเนิด แต่เป็นเพราะระบบที่ไม่ดีและล้มเหลวที่บังคับให้ผู้คนต้องจำยอมจ่ายสินบนเพื่อความสะดวกสบายในชีวิต กระทั่งว่าในอินเดียมีคำพูดติดปากประโยคหนึ่งว่า “จ่ายสินบนเพื่อชีวิตที่ดีกว่า”

ในสังคมที่ระบบราชการ ระบบเศรษฐกิจการเมือง และระบบยุติธรรมล้มเหลว สินบนและการคอร์รัปชันในรูปแบบต่างๆ คือ “ต้นทุนแฝง” ของชีวิตที่ทุกคนจำยอมต้องจ่ายเพื่อให้ชีวิตราบรื่นไม่ติดขัด คนอินเดียจำนวนยอมจ่ายสินบนเพราะมิเช่นนั้นพวกเขาอาจไม่มีวันเข้าถึงบริการสาธารณะพื้นฐานได้เลย การขอโฉนดที่ดินกินเวลาเป็นปีหากไม่ติดสินบนเจ้าหน้าที่

ผลสำรวจชี้ชัดว่า กลุ่มคนที่มีฐานะยากจนคือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวัฒนธรรมคอร์รัปชันฝังราก เพราะขาดทางเลือกและไร้อำนาจต่อรอง และที่สำคัญสัดส่วนเงินที่พวกเขาต้องจ่ายเพื่อให้ชีวิตดำเนินไปได้อย่างไม่ติดขัดคิดเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับรายได้

ในสังคมที่มีปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการศึกษาและระบบการหาผลประโยชน์ในโรงเรียน พ่อแม่จำใจจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะเพื่อการันตีว่าลูกจะได้เข้าเรียนโรงเรียนที่ดี เราคงไม่สามารถประณามพ่อแม่ที่ยอมจ่ายได้อย่างเต็มปาก เพราะทุกคนทำไปเพื่ออนาคตของลูกหลานตนเอง ถ้าจะโทษคงต้องโทษระบบที่ทำให้คนธรรมดาอย่างเราๆ ท่านๆ ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมคอร์รัปชันที่ฝังรากลึก

แล้วเราจะออกจากกับดักประเทศที่มีอัตราคอร์รัปชันสูงอย่างไร?

คำตอบอยู่ที่การรวมกลุ่มของประชาชน ทั้งนี้ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนความคิดและมุมมองที่มีต่อปัญหาคอร์รัปชัน หันมามองปัญหาจากตัวระบบมากกว่ามองไปที่ตัวบุคคล

ไม่มีสังคมไหนต้องคำสาปให้อยู่กับปัญหาคอร์รัปชันตลอดไป คอร์รัปชันไม่ได้อยู่ใน DNA ของคนไทย อินเดีย เวียดนาม ปากีสถาน หรือพม่า แต่ฝังอยู่ในระบบที่ไม่ดี หากเปลี่ยนระบบได้ ก็ออกจากกับดักคอร์รัปชันได้ ในทางตรงข้าม หากเปลี่ยนระบบไม่ได้ ระบบที่ไม่ดีมีพลังมหาศาลในการเปลี่ยนคนดีให้กลายเป็นคนโกงได้เสมอ และระบบที่ไม่ดีจะกักขังให้สังคมต้องติดอยู่ในกับดักคอร์รัปชันอย่างยาวนาน จนกระทั่งบั่นทอนเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความหวังของผู้คนดังที่เกิดขึ้นในกรณีของสังคมไทยของเรา

อินโดนีเซียและเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างที่ดี (อัตราการจ่ายสินบนอยู่ที่ 32 และ 3 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ) ทั้งสองประเทศเคยขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่คอร์รัปชันสูงมาก โดยเฉพาะอินโดนีเซียเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่คอร์รัปชันสูงที่สุดในโลก อยู่อันดับรั้งท้ายในช่วงปี 1995-1999 ปัจจุบันขยับมาอยู่ที่อันดับ 90 แซงหน้าประเทศไทยไปแล้วหลายอันดับ

ความสำเร็จของอินโดนีเซียไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่มาจากการรวมกลุ่มรวมพลังอย่างต่อเนื่องและแข็งขันของประชาชนอินโดนีเซียในการต่อสู้กับคอร์รัปชันในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา โดยภาคประชาชนอินโดนีเซียรวมทั้งเกาหลีใต้ทำงานร่วมกับสื่อ ภาคธุรกิจ และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันในการเปลี่ยนระบบการเมืองและเศรษฐกิจให้มีความโปร่งใสและลดการผูกขาด ทำให้ไม่ว่าชนชั้นนำกลุ่มไหนขึ้นสู่อำนาจ ก็จะถูกตรวจสอบจากประชาชนอย่างเข้มข้นด้วยมาตรฐานเดียวกันหมด ผู้มีอำนาจไม่สามารถใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจโดยปราศจากความพร้อมรับผิด (accountability) ต่อประชาชน

คนเกาหลีใต้และอินโดนีเซียมิได้ฝากความหวังไว้ที่ตัวบุคคล แต่มุ่งสร้างระบบที่ดี รวมทั้งไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่ภาครัฐในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันจากบนลงล่าง แต่ฝากความหวังไว้ที่ภาคประชาชนในการร่วมกันต่อสู้กับปัญหาคอร์รัปชันจากล่างขึ้นบน

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทั้งสองประเทศก้าวเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องของการออกจากกับดักคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน

……….

ชวนชมคลิป “ประเทศไทยถูกสาปให้โกงจริงหรือ?” – ประจักษ์ ก้องกีรติ

 

ติดตามทอล์ก “แก้เกมโกง” ของ ประจักษ์ ก้องกีรติ ในงาน Shift Happens พลิกธุรกิจให้ทันวันพรุ่งนี้ บ่ายวันเสาร์ที่ 16 กันยายน 2560 ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเณศ สยามสแควร์วัน

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Social Issues

22 Oct 2018

มิตรภาพยืนยาว แค้นคิดสั้น

จากชาวแก๊งค์สู่คู่อาฆาต ก่อนความแค้นมลายหายกลายเป็นมิตรภาพ คนหนุ่มเลือดร้อนผ่านอดีตระทมมาแบบไหน ‘บ้านกาญจนาฯ’ เปลี่ยนประตูที่เข้าใกล้ความตายให้เป็นประตูสู่ชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างไร

ธิติ มีแต้ม

22 Oct 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save