fbpx

ฝากตัวรับใช้นาย : ทำอย่างไรเมื่อนายสั่งงานที่ ‘ไม่เหมาะไม่ควร’

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอสถานการณ์ที่ชวนให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อถูก ‘เจ้านาย’ ผู้แสนดีใช้ให้ทำงานบางอย่างที่ดูแปลกๆ เป็นต้นว่า ให้โกหกลูกค้า เอาของที่เกรดต่ำกว่ามาขายแพงๆ หรือจงใจหาผลประโยชน์ทางลัดทั้งที่ขัดต่อหลักขององค์กร

หากคุณเป็นคนทำงานตัวเล็กๆ ที่ไม่มีปากมีเสียงหรืออำนาจอะไร การตกอยู่ในสถานการณ์อย่างว่า อาจทำนำมาซึ่งความลำบากใจของคุณเอง เพราะถ้าเอ่ยทักท้วงออกไปก็อาจเดือดร้อนได้ง่ายๆ หรือถ้าเอาไประบายกับคนอื่นก็อาจทำให้กลายเป็นที่เพ่งเล็ง สุดท้ายจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานที่ได้รับมอบหมายมา พร้อมด้วยเครื่องหมายคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจว่า–เราทำอะไรไม่ได้เลยหรือ?

คำตอบคือ ได้สิ!

และต่อไปนี้คือแนวทางปฏิบัติเบื้องต้น เมื่อคุณต้องเจอกับการสั่งงานที่ไม่ชอบมาพากล

 

1. เริ่มต้นที่นาย

ในเมื่อหัวหน้าหรือเจ้านายของคุณมอบหมายงานที่ ‘ดูแปลกๆ’ มาให้ สิ่งที่คุณควรทำในเบื้องต้นก่อนตกปากรับคำหรือปฏิบัติตามคำสั่ง ก็คือการเอ่ยทักท้วง โดยคำพูดที่คุณใช้ควรเป็นในลักษณะของการ ‘เอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ’ เป็นต้นว่า

“หัวหน้าครับ งานที่สั่งให้ผมทำมันเหมือนจะขัดต่อหลักขององค์กรเรา หัวหน้าจะให้ผมทำจริงๆ เหรอครับ”

พอล ฟิโอเรลลี่ (Paul Fiorelli) ผู้อำนวยการของ Cintas Institute for Business Ethics ให้ข้อมูลว่า บ่อยครั้งที่หัวหน้าอาจไม่ทันได้ตระหนักว่าสิ่งที่พวกเขาสั่งให้คุณทำนั้นเป็นเรื่องผิดหรือขัดต่อหลักขององค์กร และการที่คุณเอ่ยทักท้วงพร้อมชี้แจงเหตุผลที่เฉพาะเจาะจง อาจทำให้พวกเขามองเห็นและตระหนักว่างานที่มอบหมายให้คุณทำนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมจริงๆ

นอกเหนือจากการเอ่ยทักท้วงแล้ว อีกทางเลือกหนึ่งที่คุณสามารถทำได้ ก็คือการเสนอวิธีอื่นๆ ที่อาจทดแทนกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องละเมิดกฎหรือจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆ

 

2. หาแนวร่วมในองค์กร

หากหัวหน้าคุณยืนยันหนักแน่นว่าต้องการให้คุณทำในสิ่งที่ผิด และคุณเองก็ไม่กล้าพอที่จะเอ่ยปากทักท้วง วิธีการต่อมาคือการมองหาความช่วยเหลือจากคนอื่นในองค์กร แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรของคุณเป็นแบบไหนด้วย

ถ้าคุณทำงานอยู่ในองค์กรใหญ่ๆ อาจมีบางแผนกที่ทำหน้าที่จัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเปิดโอกาสให้คุณยื่นเรื่องร้องเรียนได้โดยตรง แต่ถ้าคุณอยู่ในองค์กรที่มีขนาดเล็กลงมา คุณอาจเดินเข้าไปหาใครสักคนที่พร้อมรับฟังและน่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ เช่น คนที่มีตำแหน่งสูงกว่าหัวหน้าของคุณ หัวหน้าฝ่ายบุคคล หรืออาจเป็นเพื่อนๆ พี่ๆ ที่คุณไว้ใจ ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนอื่นๆ รับรู้ว่าหัวหน้าของคุณมีพฤติกรรมหรือแนวทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม และนั่นอาจส่งผลเสียต่อองค์กร

อย่างไรก็ดี คุณควรจำให้ขึ้นใจว่าหัวหน้าของคุณย่อมไม่ชอบวิธีการนี้อย่างแน่นอน ฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องประเมินก็คือว่า ถ้าหากคุณร้องเรียนหรือบอกให้คนอื่นรับรู้ ผลที่ตามมาจะคุ้มค่าหรือไม่

ส่วนอีกข้อที่ต้องประเมินคือ คนอื่นๆ ในองค์กรพร้อมที่จะรับฟังคุณหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าบางครั้งคนในองค์กรก็อาจชินชากับบางเรื่องที่ผิดวิสัย การร้องเรียนหรือป่าวประกาศอาจทำให้คุณตกอยู่ในสถานะของหมาหัวเน่า

 

3. ประเมินความเสี่ยง

จากผลสำรวจของ Ethics and Compliance Initiative เกี่ยวกับความโปร่งใสของกิจการในสหรัฐอเมริกา พบว่า 53% ของลูกจ้างที่เป็น ‘Whistle-blower’ หรือผู้ร้องเรียนและเปิดโปงการกระทำความผิดในองค์กร ต้องเผชิญกับแรงกดดันต่างๆ มากมาย

พูดง่ายๆ ว่าอยากท้าทาย ก็ต้องเจอดี เป็นต้นว่า โดนตัดโบนัสปลายปี ถูกประเมินต่ำกว่ามาตรฐาน ถูกบอยคอตจากเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ

แมรี่ แมคคอนแนล (Mary McConnell) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ผู้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้เปิดเผยว่า หนึ่งในกลุ่มตัวอย่างที่เป็น Whistle-blower เล่าให้เธอฟังว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาคงไม่ทำแบบนี้ เพราะมันนำมาซึ่งความยากลำบากในหน้าที่การงานของเขา ทั้งในแง่ของความก้าวหน้า และการเข้าสังคม แม้มันจะเป็นการกระทำที่เขารู้สึกว่าถูกต้องและหวังดีต่อองค์กรก็ตาม

ปัจจุบันนี้มีหลายองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส มีการจูงใจโดยการจ่ายเงินให้พนักงานที่แจ้งหรือร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมแย่ๆ ที่เกิดขึ้นในองค์กร แต่วิธีนี้ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจทำให้เกิดการจับผิดกันจนเกินเหตุ และพนักงานบางคนอาจฉกฉวยผลประโยชน์จากการใส่ร้ายคนอื่น

 

4. ทนไม่ไหว ก็ต้องถอน

หากคุณประเมินแล้วว่าการร้องเรียนบอกกล่าวถึงเรื่องที่ผิดปกติวิสัย อาจส่งผลร้ายต่อตัวคุณเอง มากกว่าการส่งผลดีต่อองค์กร เราขอแนะนำให้คุณถอนตัวซะ

แน่นอนว่าคงไม่มีใครที่อยากจะเผชิญกับสถานการณ์อันยากลำบากนี้ แต่บางครั้งการ ‘Say No’ อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะอย่างมากคุณก็แค่โดนไล่ออก

และน่าจะดีกว่าการทนฝืนทำตามใจเจ้านายต่อไป (ครั้งแล้วครั้งเล่า) ทั้งๆ ที่ฝืนใจเราเหลือเกิน

 

อ่านเพิ่มเติม

– บทความ When the Boss Wants You to Do Something Unethical โดย DANIEL VICTOR จาก The New York Times

– บทความ Whistle Blowing จาก Ethical Systems

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Social Issues

22 Oct 2018

มิตรภาพยืนยาว แค้นคิดสั้น

จากชาวแก๊งค์สู่คู่อาฆาต ก่อนความแค้นมลายหายกลายเป็นมิตรภาพ คนหนุ่มเลือดร้อนผ่านอดีตระทมมาแบบไหน ‘บ้านกาญจนาฯ’ เปลี่ยนประตูที่เข้าใกล้ความตายให้เป็นประตูสู่ชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างไร

ธิติ มีแต้ม

22 Oct 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save