fbpx
ยิ่งโรงเรียนปิด โลกยิ่งเหลื่อมล้ำ

ยิ่งโรงเรียนปิด โลกยิ่งเหลื่อมล้ำ

ณรจญา ตัญจพัฒน์กุล เรื่อง

 กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ

 

 

การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่และมีความสำคัญ ไม่มีใครปฏิเสธความจริงนี้ ทว่าเมื่อ COVID-19 ทำให้โรงเรียนส่วนใหญ่ในโลกต้องปิดตัว หลายคนอาจไม่ได้รู้สึกว่า การเปิดโรงเรียนเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนมากนัก เพราะ ‘เด็ก’ นั้นรอได้ และควรไปโรงเรียนเมื่อพร้อมเท่านั้น

ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ภาคการศึกษาเป็นภาคที่มีวิกฤตเรื้อรังอยู่ก่อนแล้วทั้งในประเทศไทยและในระดับโลก โดยมี ‘ความเหลื่อมล้ำ’ เป็นปัญหาใจกลางที่สำคัญ วิกฤตโรคระบาดคือการซ้ำเติมวิกฤตเดิมให้รุนแรงและเรื้อรังยิ่งขึ้น

ข้อมูลจากยูเนสโกชี้ว่า COVID-19 ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของนักเรียนกว่า 80% หรือราว 1.3 พันล้านคนทั่วโลก แม้โรงเรียนและเด็กจำนวนไม่น้อยจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล แต่โลกเสมือนย่อมไม่สามารถทดแทนการหายไปของโรงเรียน ห้องเรียน ครู เพื่อนร่วมชั้นเรียน สนามเด็กเล่น ห้องสมุด โรงอาหาร และอื่นๆ

และในบรรดาเด็ก 1.3 พันล้านคน เด็กยากจนคือคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ในรายงานเรื่อง “COVID-19, school closure, and child poverty: a social crisis in the making” ชี้ให้เห็นว่า การปิดโรงเรียนเป็นระยะเวลานานไม่เพียงแค่ส่งผลให้เด็กนักเรียนยากจนเสียโอกาสเรียนรู้และมีสุขภาพที่ย่ำแย่ลง แต่ยังตอกย้ำวงจรความเหลื่อมล้ำให้หยั่งรากลึกมากยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

เพียงแค่ขาดเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับเรียนออนไลน์อย่างคอมพิวเตอร์และสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพดีพอ เด็กนักเรียนยากจนก็เสียเปรียบตั้งแต่ต้น วิ่งไล่ตามโลกการศึกษาไม่ทันแล้ว

ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (digital divide) จะยังคงเป็นกำแพงสูงเสียดฟ้า ขวางกั้นโอกาสที่เด็กนักเรียนยากจนจะได้เรียนหนังสืออย่างเท่าทันและเต็มที่

จากสถิติที่รวบรวมโดย Teacher Special Task Force ร่วมกับยูเนสโก น่าตกใจว่ากว่าครึ่งของนักเรียนทั่วโลกไม่มีคอมพิวเตอร์ที่บ้าน และกว่า 43% ของนักเรียนเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้

ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลกระจายอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาคที่ยากจนอยู่แล้วอย่างแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา (Sub-Saharan Africa) มีนักเรียนถึง 89% ที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ และ 84% ที่เข้าไม่ถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต แม้กระทั่งภูมิภาคที่ร่ำรวยอย่างยุโรป ก็ยังมีเด็กนักเรียนอีก 6.9% ที่ไม่สามารถเชื่อมตัวเองเข้ากับโลกออนไลน์ได้ หรืออย่างสหรัฐฯ เองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศมหาอำนาจ ก็ยังมีเด็กนักเรียนอีกกว่า 7 ล้านคนเช่นกันที่ถูกทิ้งไว้ในโลกออฟไลน์

เมื่อย้อนกลับมามองสถานการณ์ในไทย รายงานจาก OECD ร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เผยว่ามีเด็กไทยเพียงแค่ 57.8% ที่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ และในบรรดาเด็กนักเรียนที่ยากจนที่สุด มีเพียง 57% เท่านั้นที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเพราะสู้ค่าบริการไม่ไหวหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล สัญญาณเข้าไปไม่ถึงก็ตาม

หากคิดเทียบว่าการที่เด็กยากจนต้องหายไปจากห้องเรียนออนไลน์เสมือนว่าปิดเทอม การเรียนรู้ระหว่างเด็กยากจนกับเด็กจากครอบครัวมีฐานะจะเหลื่อมล้ำขึ้นแน่นอนหากโรงเรียนยังปิดต่อไปอีกนาน มีงานวิจัยพบว่าในช่วงปิดเทอม ความรู้ความสามารถในการอ่านเขียนคิดคำนวณของเด็กนักเรียนยากจนจะหล่นหายไประหว่างทางเท่ากับขาดเรียนประมาณ 1 เดือน ในขณะที่ปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนจากครอบครัวมีฐานะ

ไม่เพียงแค่ความไม่พร้อมทางดิจิทัลเท่านั้นที่ทำให้เด็กนักเรียนยากจนเสียเปรียบอย่างมาก ซ้ำร้าย สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ไม่เอื้อต่อการเรียนยิ่งทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาขยายกว้างขึ้นไปอีก

ไม่ใช่เด็กนักเรียนทุกคนที่มีบ้านอยู่อย่างสะดวกสบาย การเรียนที่บ้านได้หมายถึงว่าที่บ้านต้องมีไฟฟ้า มีพื้นที่ในบ้านที่เอื้อต่อทั้งการเรียนหนังสือ ทำการบ้านได้อย่างมีสมาธิ และพื้นที่ที่เด็กจะเล่นสนุก พักผ่อนอย่างมีคุณภาพ รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองที่พร้อมจะดูแลสนับสนุนให้ลูกเรียนได้อย่างสบายใจท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้

สำหรับครอบครัวมีฐานะ บ้านคือพื้นที่อบอุ่นปลอดภัย เด็กสามารถเรียนอย่างเต็มที่ เมื่อไม่เข้าใจการบ้านก็มีพ่อแม่คอยสอน เมื่อมีเวลาว่างก็ยังมีหนังสือให้อ่านเล่น หรืออาจออกไปวิ่งเล่น ปล่อยพลังงานที่เหลือล้นในสวนเล็กๆ หลังบ้านได้

แต่สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวเด็กนักเรียนยากจนนั้นกลับทำให้พวกเขาเรียนที่บ้านได้อย่างยากลำบาก บ้านที่เพียบพร้อมคือความหรูหราที่ไม่อาจเอื้อมถึง

เมื่อมองสถานการณ์ที่ยุโรป มีเด็กนักเรียน 5% ที่บ้านไม่มีพื้นที่ในบ้านที่เหมาะแก่การทำการบ้าน 5% ที่เข้าไม่ถึงหนังสือที่เหมาะสมกับความสามารถในการอ่าน และ 7.2% ที่ไม่มีพื้นที่เล่นพักผ่อนนอกบ้าน ส่วนที่สหรัฐฯ ในนครนิวยอร์กเองก็มีเด็กนักเรียนถึง 1 ใน 10 ที่ไร้บ้านหรืออาศัยในบ้านไม่มั่นคงปลอดภัย

ย้อนกลับมาที่ไทย ในพื้นที่ทุรกันดารมีเด็กนักเรียนเพียง 20% เท่านั้นที่พร้อมเรียนออนไลน์ ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวเด็กนักเรียนชายขอบก็ไม่พร้อมช่วยเหลือกวดขันเรื่องการเรียน เพราะภาษาไทยคือภาษาที่สองของพวกเขา

ยิ่งไปกว่านั้น วิกฤตเศรษฐกิจติดไวรัสยังกระทบต่ออาชีพการงานและแหล่งรายได้ที่จะมาหล่อเลี้ยงครอบครัวนักเรียนยากจน โอกาสที่เด็กนักเรียนเหล่านี้จะเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมได้ยิ่งริบหรี่ลงไปอีก รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ระยะยาวของเด็กเหล่านี้อีกด้วย

แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เด็กนักเรียนเหล่านี้จะเรียนที่บ้านได้อย่างมีคุณภาพเท่ากับเรียนที่โรงเรียน หรือเท่ากับเด็กนักเรียนจากครอบครัวที่มีฐานะ

นอกจากนี้ การปิดโรงเรียนไม่เพียงแค่ปิดโอกาสเรียนรู้ของเหล่าเด็กนักเรียนยากจนเท่านั้น แต่ยังปิดโอกาสที่พวกเขาจะได้อิ่มท้องจากอาหารกลางวันโรงเรียนอีกด้วย

อาหารกลางวันโรงเรียนอาจเป็นอาหารมื้อเดียวในตลอดวันที่มีสารอาหารครบถ้วน เมื่อโรงเรียนปิด แน่นอนว่าเด็กนักเรียนยากจนจำนวนมากที่พึ่งพาอาหารกลางวันโรงเรียนต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะต้องอดมื้อกินมื้อ ขาดสารอาหารที่จะช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

และที่สำคัญ อาหารกลางวันโรงเรียนยังช่วยให้เรียนได้ดีขึ้น เมื่ออาหารกลางวันโรงเรียนหายไป ผลการเรียนของเด็กนักเรียนยากจนก็อาจถูกกระทบมิใช่น้อย

 

เมื่อรั้วโรงเรียนจำต้องปิดลงในวันที่ไวรัส COVID-19 ระบาดหนัก นักเรียนยากจนถูกทิ้งไว้บนความไม่เท่าเทียมที่หยั่งลึกมากกว่าเดิม ความหวังสำหรับพวกเขาที่จะได้เรียนหนังสือ เติบโตอย่างแข็งแรง และใช้การศึกษาเป็นบันไดยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีชีวิตที่ดีขึ้นค่อยๆ ดับลงไปพร้อมกับโรงเรียนที่ปิดลง

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Social Issues

22 Oct 2018

มิตรภาพยืนยาว แค้นคิดสั้น

จากชาวแก๊งค์สู่คู่อาฆาต ก่อนความแค้นมลายหายกลายเป็นมิตรภาพ คนหนุ่มเลือดร้อนผ่านอดีตระทมมาแบบไหน ‘บ้านกาญจนาฯ’ เปลี่ยนประตูที่เข้าใกล้ความตายให้เป็นประตูสู่ชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างไร

ธิติ มีแต้ม

22 Oct 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save