fbpx
ความเครียดสะสมระดับสูงของสังคม

ความเครียดสะสมระดับสูงของสังคม

เป็นเวลาเกือบ 1 ปีครึ่งแล้วที่ผู้คนอยู่ภายใต้แรงกดดันที่มองไม่เห็น เรื่องใหญ่ๆ คือเรื่องการรักษาระยะห่างและปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องไปไหนๆ ต้องใส่หน้ากากและล้างมือเป็นเรื่องเล็ก

การรักษาระยะห่างก่อความเครียดได้มาก การยืนที่ระยะสองเมตร ไม่สามารถนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันได้โดยสะดวกใจ สองข้อนี้ทำให้การรวมญาติมิตรหรือแม้กระทั่งการกินข้าวในบ้านของตัวเองเริ่มมีกฎกติกา ตอนแรกให้ใช้ช้อนกลาง ต่อมาให้ใช้ช้อนตัว บ้านที่ควรจะเป็นสถานที่ผ่อนคลายกลายเป็นสถานที่มีกฎระเบียบ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากที่ผู้คนแบกรับมาหนึ่งปีครึ่งแล้ว

หากทุกคนทำได้ก็เป็นความเครียดแบบหนึ่ง หากมีคนดื้อดึงกลายเป็นปากเสียงในบ้านจะกลายเป็นความเครียดอีกแบบหนึ่ง

สามีผิดใจกับภรรยา พ่อแม่ผิดใจกับลูก ลูกที่เป็นพ่อแม่แล้วผิดใจกับปู่ย่าตายาย

ในบ้านเดียวกัน คนทำงานนอกบ้านเข้าบ้านแล้วนอนไปทั่วโดยไม่อาบน้ำสร้างความหงุดหงิดให้แก่คนที่รักความสะอาดและมีบุคลิกย้ำคิดย้ำทำได้มาก

เด็กๆ ที่ปิดโรงเรียนบ่อย ปิดเทอมยาวนาน เรียนออนไลน์ไม่สนุก เหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้คุณพ่อคุณแม่ได้มาก เริ่มตั้งแต่ไม่มีเงินจ้างคนช่วยเลี้ยง งานของตัวเองก็ต้องทำ ออกบ้านก็เครียด เวิร์กฟรอมโฮมก็เครียด เครียดที่ต้องดูแลลูก 24 ชั่วโมงโดยมิได้เตรียมใจว่าจะต้องทำหรือทำได้ เครียดทั้งเรื่องต้องบังคับหรือนั่งเฝ้าเด็กเรียนออนไลน์  

เครียดที่เห็นลูกวัยรุ่นไม่เอาไหนเอาแต่นอน ขวางหูขวางตา

จะได้ฝึกวิชาสามเหลี่ยมครอบครัว พ่อแม่พูดตรงกันเสมอในการดูแลเด็กๆ ก็ครั้งนี้ ถ้าทำได้ก็โชคดีไป ถ้าทำไม่ได้อาการขวางหูขวางตาจะลามมาถึงเห็นคู่สมรสของตัวเหมือนกระโถนที่วางเกะกะไปทุกๆ ที่ บางทีก็อยากเตะขว้างไป

พวกคนแก่ชอบอ่านไลน์ส่งไลน์เป็นพวกรู้ตัวช้าสุดว่าโรคนี้มีจริงและทำคนถึงตายได้ถ้าโชคร้าย เราจึงเห็นคนแก่ไม่ใส่หน้ากากและออกนอกบ้านเสมอๆ ในช่วงแรก ก่อนที่จะดีขึ้นและดีเว่อร์ในช่วงหลัง ส่วนใหญ่ไม่ไปไหนอีกเลย เอาแต่อยู่บ้านเหมือนเตรียมนอนโลง สถานการณ์ตึงเครียดหนักขึ้นเมื่อลูกหลานนำเชื้อจากจังหวัดอื่นกลับมาบ้านแล้วติดต่ออุ้ยตายไป ถึงตอนนี้การกินข้าวรวมญาติมิตรไม่มีเหลืออีกเลย บ้านที่ทนได้ทนไป บ้านที่ทนไม่ได้พี่น้องออกตระเวนซื้ออาหารและผลไม้ไล่แจกพี่น้องหรือพ่อแม่ที่แก่เฒ่าแล้วถูกล็อกดาวน์เสมอๆ

ระเบียบปฏิบัติการกินข้าวลามมาที่ร้านอาหารซึ่งปิดตัวเป็นครึ่ง ร้านอาหารมีชื่อเสียงหลายร้านปิดตัวในโควิดยก 3 นี้ พวกเขายืนชกผ่านยก 1 และยก 2 มาได้ แต่พ่ายหมดรูปเมื่อถึงยก 3

ถนนหนทางเงียบเหงา หากเป็นเสาร์อาทิตย์เงียบสนิทเหมือนเมืองร้าง กลางคืนร้านรวงปิดมืดหาคนนั่งร้านอาหารไม่ได้ ร้านอาหารที่มีแอร์โชคร้ายกว่าเพื่อน เพราะคนส่วนใหญ่จะกลัว ยกเว้นพวกไม่รู้ดินฟ้าว่าระยะเวลาที่เรานั่งในห้องแอร์มีผล ร้านอาหารโอเพนแอร์ได้เปรียบมากกว่านิดหน่อยด้วยมีคนเข้ามานั่งอยู่บ้าง แต่โดยรวมๆ คือเจ๊ง   

รายได้ไม่พอเลี้ยงพนักงาน ไม่พอทะนุบำรุงร้าน และไม่พอซื้อวัตถุดิบเข้าครัว เมื่อพนักงานไม่พอ ร้านไม่สวย วัตถุดิบเน่าเสีย จำนวนลูกค้าจะลดลงไปอีก ใครสายป่านยาวกินของเก่า ใครสายป่านสั้นถึงเวลารัดเข็มขัดกันสุดฤทธิ์ เวลาหนึ่งปีครึ่งสำหรับกิจการหลายๆ อย่างมิใช่น้อยๆ

ร้านตัดผมทำผมกลายเป็นสถานที่ต้องห้าม

การไม่ได้เที่ยว รวมญาติมิตร ชุมนุมศิษย์เก่า หรือประชุมพัฒนาบ้าบออะไรเป็นเรื่องที่ก่อความเครียดได้มากขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป การประชุมบ้านเราส่วนใหญ่ไม่มีความหมายอะไร ประชุมไปเล่นๆ เสียมาก แต่ก็ยอมรับว่าโรงแรมจำนวนมากซึ่งก็คืองานและปากท้องของพนักงานจำนวนมาก ฝากผีฝากไข้กับการประชุมร้อยพ่อพันแม่ชั่วนาตาปีของราชการ 

เมื่อโรงแรมปิดร้าง แมลงและตัวเรือดเข้าครอบครอง ถ้ามีแขกหลงเข้ามาแล้วเปิดให้นอนผิดห้องก็เป็นเรื่องอีก โรงแรมยิ่งเงียบยิ่งน่ากลัว ใครๆ ก็รู้สึก อย่ามองกระจกเงา อย่าส่องใต้เตียง

คนสมัยก่อนไม่ได้เที่ยวไหนไม่เห็นจะเครียดอะไร นี่ก็ประเภทเปรียบเทียบว่าคนรุ่นใหม่ใจเสาะ ก่อนโควิดระบาดโลกเปิดแล้ว คนรุ่นใหม่ท่องเที่ยวทั่วไทยและเที่ยวทั่วโลก ได้เห็นอาณาบริเวณนอกกะลาไปแล้วเรียบร้อย พวกเขารู้ว่ามีหลายประเทศบนโลกที่มิใช่เพียงแค่เหมาะแก่การเที่ยว

เหมาะแก่การย้ายประเทศด้วย

การถูกกักตัวในบ้านตัวเองเกือบหนึ่งปีครึ่ง และการไม่ได้รับอนุญาตให้ไปไหนไกลๆ หรือสังสรรค์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นเรื่องผิดธรรมชาติของมนุษย์โดยทั่วไป เหตุผลคือคนเราเป็นนักล่า (hunters) นอนตื่นมาก็ต้องออกล่า เหตุผลอีกข้อหนึ่งคือคนเราเป็นสัตว์สังคม แม้แต่บุคคลอินโทรเวิร์ต (introverts) ก็เป็นสัตว์สังคมด้วย สองประการนี้สะสมความเครียดสูงขึ้นเรื่อยๆ และสูงมากในวันนี้ มีหลักฐานว่าระดับความเครียดกำลังสูงถึงระดับที่สังคมอาจจะแบกรับไว้ไม่ได้ในเวลาไม่นาน

ข้อแรก คือผู้คนจำนวนมากอ่อนไหวต่อข่าวทุกชนิด (over-sensitive)

ข่าวเรื่องการกลายพันธุ์ของโควิด-19 ข่าวเรื่องความตายรายวัน ข่าวเรื่องไม่มีวัคซีนจะฉีด รวมทั้งข่าวเรื่องฉีดวัคซีนแล้วตายได้ในวันสองวัน ข่าวเล็กๆ กลายเป็นข่าวลือรวดเร็วเหมือนติดไฟหมูกระทะแล้วลุกโชนไหม้หมด 

เหล่านี้สร้างความหงุดหงิด หวั่นไหว ไปจนถึงซึมเศร้าได้โดยไม่รู้ตัว 

โดยมิได้วิจัย ผู้ป่วยจิตเวชมีอาการกำเริบบ่อยขึ้นและมากขึ้น เด็กนักเรียนและนิสิตนักศึกษาป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและกรีดข้อมือกันมากขึ้น คนวัยทำงานป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและมีข่าวฆ่าตัวตายให้ได้ยินเป็นระยะๆ

สถานการณ์วิกฤตใดๆ (crisis) มักทำให้คนเราสูญเสียการควบคุมชีวิตไปบางส่วนหรือทั้งหมด เมื่อชีวิตมิได้อยู่ในมือเราแต่ไปอยู่ในมือของคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปอยู่ในมือของคนที่ไว้วางใจมิได้ ความเครียดจะสูงขึ้นมาก

ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคิดถึงคือผู้บริหารระดับสูงและผู้ที่รับผิดชอบนโยบายการแก้ไขการระบาดในครั้งนี้มีความเครียดสูงมากและตัดสินใจผิดพลาดบ่อยมาก อาการกลับไปกลับมาของนโยบายรายวันเป็นหลักฐานหนึ่งว่าประสิทธิภาพการทำงานของพวกเขากำลังอยู่ในวิกฤต

ข้อสอง คือคนส่วนใหญ่กำลังสูญเสียความสามารถในการควบคุมชีวิตของตนเองให้หลุดลอยไป (loss of life control)

เรากำลังขาดความไว้วางใจต่อผู้บริหารหรือผู้กำหนดนโยบายอย่างมากมาย ใครออกมาพูดอะไรก็ไม่มีใครเชื่อหรือพร้อมจะทำตาม ผลที่เห็นคือคนจำนวนมากตัดสินใจที่จะเอาตัวรอดแบบที่เรียกว่าตัวใครตัวมันและมือใครยาวสาวได้สาวเอา

เมื่อระบบการจัดสรรวัคซีนที่ดีและเป็นธรรมล่มลง สังคมเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือตัวแทนประชาชนแต่ละกลุ่มแย่งชิงวัคซีนกันเอาเองทั้งด้วยเงินทองหรือด้วยการล็อบบี้ ความตึงเครียดว่าเราซึ่งเป็นคนธรรมดาจะแย่งใครไม่ทัน ไร้เส้นสาย แล้วตกขบวนก็จะทวีสูงขึ้นไปอีก

ดูเหมือนเราจะเข้าสู่วงจรร้าย (viscious cycle) ของความตึงเครียดระดับสังคมไปแล้ว

ความตึงเครียดระดับสังคมคือบรรยากาศรอบตัวที่กำลังบีบอัดเรา  

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Life & Culture

1 Feb 2019

ทรมานแสนสุขสม : เปิดโลก ‘BDSM’ รสนิยมทางเพศที่ตั้งต้นจากความยินยอมพร้อมใจ

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ ชวนสำรวจรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ผ่านการพูดคุยกับสองสาวเจ้าของเพจ Thailand BDSM : Let’s Play and Learn ว่าด้วยนิยาม รูปแบบ คำอธิบายของความสุขในความเจ็บปวด ไปจนถึงความเสี่ยงในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อตามหาผู้มีรสนิยมแบบเดียวกัน พร้อมเก็บบรรยากาศการแสดง ‘ชิบาริ’ โดยศิลปินชาวญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังอย่างถึงเนื้อถึงหนัง

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

1 Feb 2019

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save