fbpx
จากหน้าที่ศีลธรรม ถึงคิดเป็นทำเป็น

จากหน้าที่ศีลธรรม ถึงคิดเป็นทำเป็น

นายแพทย์ประเสริฐ  ผลิตผลการพิมพ์ เรื่อง

 

คนทำงานปฏิรูปการศึกษาเรียกร้องเสมอมาว่าต้องการให้เด็กไทยคิดเป็นทำเป็น วันนี้เด็กไทยคิดเป็นทำเป็นสมควรดีใจ

สมัยผมเป็นเด็กนักเรียน จำได้ว่ามีวิชาที่ตัวเองเกลียดมากอยู่วิชาหนึ่งชื่อว่า ‘หน้าที่ศีลธรรม’ ไม่ทราบว่าเพื่อนๆ คนอื่นเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าตัวเองรู้สึกเช่นนี้อยู่คนเดียวก็ได้

วิชานี้แยกเป็นสองวิชาย่อย คือ ‘หน้าที่พลเมือง’ และ ‘หน้าที่ศีลธรรม’ บางชั้นใช้ครูคนเดียวสอน บางชั้นใช้ครูคนละคนสอน วิธีสอนค่อนข้างจะเหมือนกันทุกชั้นปีคือบอกจด บางวันเป็นครูบอกจดด้วยตนเอง บางวันให้หัวหน้าชั้นบอกจด หนึ่งในหัวหน้าชั้นนั้นคือผมเอง

จำได้ว่าเวลาครูมอบ ‘อำนาจ’ ให้ผมคุมเพื่อนทั้งห้องให้นั่งเงียบแล้วจดตามคำบอกนี่ชอบมาก ปกติหัวหน้าคนนี้พูดอะไรไม่มีคนฟังอยู่แล้ว สัปดาห์ละ 1 ครั้งได้อำนาจมาไว้ในมือก็มีความสุข  สามารถออกคำสั่งได้และทุบเพื่อนได้ด้วย เราฝึกวิชาทุบกันเองและถูกทุบมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา

เมื่อขึ้นชั้นมัธยมเราทุบเพื่อนเล่นมิได้แล้ว แต่วิชาหน้าที่ศีลธรรมยังคงเป็นสองวิชาที่บอกจด ท่อง แล้วรอสอบ ตอนนั้นเป็นวัยรุ่นแล้ว เบื่อเป็นแล้ว

วิชาหน้าที่พลเมืองเป็นวิชาที่น่าเบื่อมาก แม้เวลานั้นยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่าหน่วยกิตแต่ดูจากสัดส่วนจำนวนคาบที่เรียนก็รู้ว่าไม่สำคัญ หนึ่งในหัวข้อที่บอกจดกันบ่อยที่สุดคือเรื่อง ‘อำนาจอธิปไตยและการบริหารราชการแผ่นดิน’ จดกันได้ทุกปีจนคล่องทั้งเรื่องการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังมีเรื่องการแบ่งส่วนปกครองเป็นจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้านด้วย รู้จักคำว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านก็ตอนนั้น

เป็นเด็กกรุงเทพฯ เกิดจังหวัดพระนคร โตที่กรุงเทพมหานคร จึงไม่เคยนึกภาพออกเลยว่าอำเภอและหมู่บ้านที่เป็นจริงในชนบทไทยหน้าตาเป็นอย่างไร จังหวัดพระนครมีอำเภอแต่มารู้ภายหลังว่าหน้าตาไม่เหมือนอำเภอชายขอบของจังหวัดเชียงราย หมู่บ้านคืออะไรยิ่งไม่ต้องพูดถึง รู้จักแต่ “พ.ศ. 2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี” กว่าจะเห็นบ้านผู้ใหญ่ด้วยตาจริงๆ ก็จบแพทย์มาใช้ทุนที่ต่างจังหวัดนี้

ตัวเองไม่รู้จักหมู่บ้าน มันคืออะไร รู้จักแต่ซอยและตรอกเพราะโตมากับตรอกและซอย นั่งสองแถวสองต่อถึงออกไปพบป้ายรถเมล์ป้ายแรก บ้านนอกในจินตนากรรมมีแต่วัวและควาย บ้านมุงจากและต้นมะพร้าวหนึ่งต้นไว้วาดเขียนส่งครูเอาคะแนน

สอบวิชาวิทยาศาสตร์ได้คะแนนเต็มตั้งแต่เล็กโดยไม่ต้องเห็นต้นไม้จริงๆ และสอบวิชาภูมิศาสตร์ประเทศไทยได้เต็มโดยไม่ต้องรู้จักภูเขาและแม่น้ำจริงๆ เลย ถึงวันนี้เชื่อได้ว่าเด็กนักเรียนในชนบทก็ไม่รู้จักภูเขาและแม่น้ำของตัวเองมากไปกว่ารู้จักชื่อแล้วไม่รู้อะไรมากไปกว่านั้น ต้นน้ำแต่ละสายเริ่มที่ไหน ไหลไปไหน ลงที่ไหน และสำคัญต่อระบบนิเวศน์หรือเศรษฐกิจอย่างไรไม่รู้ทั้งสิ้น

เรารู้จักเซเว่นและเทสโก้ก็พอ

วิชาหน้าที่ศีลธรรมน่าเบื่อพอๆ กันแต่ผมทำคะแนนได้เต็มทุกครั้งเช่นเดิม บอกคำศัพท์ทางศาสนาพุทธสักคำมาเถอะท่องได้หมด เขียนความหมายได้ถูกต้อง กวาดคะแนนเต็มง่ายมาก ใช้ฝีมือท่องอย่างเดียวก็พอ

จะว่าไปวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ก็เป็นวิชาที่มีสัดส่วนการเรียนไม่มากและท่องอย่างเดียวเช่นกัน ผมเคยท่องรายนามพระมหากษัตริย์ได้ทุกพระองค์ตั้งแต่สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ เฉพาะรัตนโกสินทร์นี้สามารถท่องปี พ.ศ.ที่ครองราชย์ได้อีกด้วย รวมทั้งพระราชกรณียกิจทุกพระองค์ กวาดคะแนนเต็มอย่างง่ายๆ ตลอดเวลา

โชคชะตาพาตัวเองให้เรียนโรงเรียนคาทอลิกมาตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 7 จึงสวดมนต์แบบพุทธไม่เป็นเลย แต่ภาวนาแบบคริสต์ได้แทน รู้สึกอินกับเทศกาลคริสต์มาสมาตลอดและไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ไม่เคยทอดกฐินและผ้าป่า จำได้ว่าตอนที่เข้าโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบพุทธครั้งแรกใบ้กินเพราะแม้แต่นโมตัสสะก็พูดไม่เป็นด้วยเนื่องจากที่บ้านก็เป็นคนต่างดาวมาก่อน วันนี้นามสกุลยาวแล้วไม่ต่างดาวแล้ว

เป็นผู้ใหญ่พอสมควรจึงเรียนรู้พุทธด้วยตนเอง อ่านไบเบิลเอง และมีคุณพ่อคุณแม่บางท่านกรุณาส่งคัมภีร์อัลกุรอานมาให้ศึกษา จึงได้รู้ว่าที่แท้แล้วศาสนาหลักกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าจะบอกจด ท่องจำ แล้วก็สอบ มีเรื่องน่าสนใจมากมายที่ครูสามารถพานักเรียนออกนอกสถานที่เพื่อทำงานและค้นคว้าด้วยตนเอง

หน้าที่พลเมืองก็เช่นกัน

ยกตัวอย่างเชียงใหม่จังหวัดเดียว ใครเคยไปปารีสก็จะรู้สึกได้ว่าเชียงใหม่มีศักยภาพระดับนั้นถ้าจัดการดีตั้งแต่แรก ปัญหาคือเรามัวแต่ท่องวิชาหน้าที่พลเมืองมาเนิ่นนานเสียจนไม่รู้ว่าการกระจายอำนาจการจัดการแก่ส่วนท้องถิ่นที่เป็นจริงและได้ผลควรมีหน้าตาอย่างไร เราจึงได้เชียงใหม่ที่รถติดไม่ขยับ ทำถนนไม่เลิกรา ขนส่งสาธารณะล้าหลัง หมอกควันเป็นพิษ และเหลือสถานที่ท่องเที่ยวกระจุกเดียวที่รู้จักกัน

วันนี้เชียงใหม่ตื่นแล้ว มีส่วนท้องถิ่นทั้งส่วนที่มาจากวิชาหน้าที่พลเมืองและภาคประชาชนที่จริงจัง รู้วิธีแก้ไขปัญหาเชียงใหม่และพัฒนาเชียงใหม่ให้ใสสะอาดมีมนต์ขลังเช่นเดิม ติดอยู่อย่างเดียว

คือทำไม่ได้

เพราะโครงสร้างการปกครองไม่ให้ทำ

อีก 70 กว่าจังหวัดประสบปัญหาเดียวกัน ยิ่งพัฒนายิ่งรวยกระจุกจนกระจาย

วันนี้เด็กไทยสมัยใหม่รุ่น Z และพวกอัลฟ่าที่แก่แดดหน่อยไม่ยอมเรียนวิชาหน้าที่พลเมืองและหน้าที่ศีลธรรมในห้องเรียนอีกแล้ว ถึงจะเปลี่ยนชื่อวิชาเป็นชื่อยาวๆ เนียนๆ อย่างไรก็ไม่เรียน พวกเขาเลือกจะทำพร็อบเบล็มเบสเลิร์นนิง (Problem-Based Learning-PBL) นอกห้องเรียนแทน  ล้ำหน้าระดับไปเรียนกันบนถนน คือเรียนรู้ด้วยการใช้โจทย์ปัญหาเป็นฐาน เราจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองและการบริหารราชการแผ่นเดินอย่างไรให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีกิน – มันยอดมากนะครับ

เราเคยปรามาสว่าเด็กไทยไม่รู้จักคิด วันนี้พวกเขาคิดเป็นทำเป็น

เราอยากให้เด็กไทยมีทักษะศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) มิตรท่านหนึ่งบอกผมว่าทักษะศตวรรษที่ 21 เต็มท้องถนนเลย หากไม่ขู่กันรายวันมีทุกจังหวัดแน่นอน – ประโยคหลังผมเติมเอง

เหล่านี้เป็นเรื่องที่สมควรดีใจไม่ใช่หรือครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่ทำงานด้านเด็กหรือทำงานด้านปฏิรูปการศึกษาแล้วได้ไปนั่งเก้าอี้ ส.ว. หรือที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรี นี่มิใช่สิ่งที่เรารอคอยมานานแสนนานหรือ

คือเด็กไทยคิดเป็นทำเป็น

MOST READ

Social Issues

9 Oct 2023

เด็กจุฬาฯ รวยกว่าคนทั้งประเทศจริงไหม?

ร่วมหาคำตอบจากคำพูดที่ว่า “เด็กจุฬาฯ เป็นเด็กบ้านรวย” ผ่านแบบสำรวจฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม และความเหลื่อมล้ำ ในนิสิตจุฬาฯ ปี 1 ปีการศึกษา 2566

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

9 Oct 2023

Education

20 Jul 2023

คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ในวิกฤต (?)

ข่าวการปรับหลักสูตรของอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ชวนให้คิดถึงอนาคตของการเรียนการสอนสายมนุษยศาสตร์ เมื่อตลาดแรงงานเรียกร้องทักษะสำหรับการทำงานจริง จนมีการลดความสำคัญวิชาพื้นฐานอันเป็นการฝึกฝนการวิเคราะห์วิพากษ์เพื่อทำความเข้าใจโลกอันซับซ้อน

เสียงเล็กๆ จากประชาคมอักษร

20 Jul 2023

Social Issues

5 Jan 2023

คู่มือ ‘ขายวิญญาณ’ เพื่อตำแหน่งวิชาการในมหาวิทยาลัย

สมชาย ปรีชาศิลปกุล เขียนถึง 4 ประเด็นที่พึงตระหนักของผู้ขอตำแหน่งวิชาการ จากประสบการณ์มากกว่าทศวรรษในกระบวนการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันการศึกษา

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

5 Jan 2023