fbpx
เมื่อทุกคนกลายเป็นผู้บริจาคอวัยวะ

เมื่อทุกคนกลายเป็นผู้บริจาคอวัยวะ

ณัฐวุฒิ เผ่าทวี เรื่อง

 

คุณผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้างครับเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะของตัวเองเพื่อนำไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ หลังจากเสียชีวิต

สำหรับคุณผู้อ่านหลายท่านที่มีสุขภาพเเข็งเเรง และไม่มีความจำเป็นต้องอาศัยอวัยวะของคนอื่นเพื่อความอยู่รอด อาจรู้สึกว่าการบริจาคอวัยวะเป็นเรื่องไกลตัว จนเเทบไม่เคยคิดถึงในชีวิตประจำวันเลย

หลายๆ ท่านอาจจะมีความรู้สึกว่า “บริจาคก็ได้ ไม่บริจาคก็ได้ กว่าจะถึงตอนนั้นเราก็ตายไปเรียบร้อยเเล้ว ส่วนอวัยวะพวกนั้นเราก็เอาไปด้วยไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะบริจาคหรือไม่ก็มีผลเหมือนๆ กัน” (ยกเว้นคุณผู้อ่านที่มีความเชื่อว่าถ้าเอาอวัยวะของเราไปให้กับคนอื่น ชาติหน้าอาจจะเกิดมาโดยไม่มีอวัยวะนั้นๆ ก็ได้)

ส่วนคุณผู้อ่านที่เคยมีคนใกล้ตัวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต อาจจะรู้สึกเเย่เเละเสียความรู้สึกมากๆ ถ้ามีหมอคนหนึ่งมาบอกกับคุณในวันที่เพิ่งจะเสียคนใกล้ตัวไปว่า “เราจะนำอวัยวะของคนที่คุณรักไปบริจาคให้กับคนที่ต้องการนะ เพราะฉะนั้นคุณช่วยเซ็นอนุญาตหน่อยครับ/ค่ะ”

เเต่สำหรับคุณผู้อ่านที่กำลังป่วย มีคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทที่กำลังป่วย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ หรือโรคไตก็ตาม ก็อาจจะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะเเตกต่างกันไป คุณอาจจะไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำไปว่าทำไมคนเราถึงไม่คิดอยากจะบริจาคอวัยวะของตัวเองเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

 

Opt-in, Opt-out เเละ Presumed Consent

 

ไม่ว่าเราจะมองเห็นการบริจาคอวัยวะเป็นเรื่องไกลตัวหรือใกล้ตัว ปัญหาสำหรับประเทศไทยคือ เรามีอัตราของการบริจาคอวัยวะน้อยกว่าความต้องการมหาศาล งานวิจัยของนายเเพทย์สกานต์ บุนนาค ชี้ว่า จากข้อมูลของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยจนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2555 มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะสุดท้ายที่รออวัยวะบริจาคจากผู้ป่วยภาวะสมองตายอยู่ถึง 3,516 ราย เเต่มีผู้บริจาคอวัยวะ (ที่สมองตายไปเเล้ว) เพียงเเค่ 136 รายเท่านั้น (คิดเป็น 3.8% ของคนป่วยทั้งหมด) ทั้งๆ ที่ผู้เสียชีวิตเฉพาะจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมีมากกว่าหนึ่งหมื่นคนต่อปี

คุณผู้อ่านหลายท่านอาจจะคิดว่าปัญหาความขาดเเคลนอวัยวะเป็นปัญหาเฉพาะของประเทศไทยที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลักเท่านั้น เเต่ในความเป็นจริงเเล้ว ปัญหานี้เป็นปัญหาที่หลายๆ ประเทศในเเถบตะวันตกพบเจอเช่นกัน งานวิจัยของอีริค จอห์นสัน (Eric Johnson) เเละเเดเนียล โกลด์สไตน์ (Daniel Goldstein) จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ชี้ว่า หลายประเทศในทวีปยุโรปอย่างเช่น เดนมาร์ก เนเธอร์เเลนด์ สหราชอาณาจักร เเละเยอรมนี ล้วนเเต่มีอัตราการบริจาคอวัยวะต่ำกันทั้งนั้น (ในปี ค.ศ. 2003 หรือปีที่งานของทั้งสองคนนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Science อัตราการบริจาคอวัยวะในเดนมาร์กอยู่ที่ 4.25% เนเธอร์เเลนด์อยู่ที่ 27.5% สหราชอาณาจักรอยู่ที่ 17.17% เเละเยอรมนีอยู่ที่ 12%) ซึ่งไม่น่ามีสาเหตุมาจากความเชื่อทางด้านศาสนาเเต่อย่างใด

เเละในงานวิจัยเดียวกันนี้ นักวิชาการทั้งสองยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ถึงเเม้ว่าอัตราการบริจาคอวัยวะของหลายๆ ประเทศในทวีปยุโรปจะค่อนข้างต่ำ เเต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่อวัยวะของผู้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตถูกนำไปบริจาคให้กับคนที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น ออสเตรีย (อัตราการบริจาคอวัยวะ = 99.98%) เบลเยี่ยม (98%) ฝรั่งเศส (99.1%) ฮังการี (99.97%) โปเเลนด์ (99.5%) โปรตุเกส (99.64%) เเละสวีเดน (85.9%)

คำถามคือ อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการบริจาคอวัยวะในแต่ละประเทศมีค่าที่เเตกต่างกันขนาดนี้

อีริค จอห์นสัน เเละเเดเนียล โกลด์สไตน์ ให้คำตอบง่ายๆ ไว้ว่า ประเทศที่มีอัตราการบริจาคอวัยวะต่ำ (น้อยกว่า 30%) นั้นเป็นประเทศที่มี “ตัวเลือกเริ่มต้น” หรือ default option เป็น “ไม่ยินยอมให้บริจาคอวัยวะ” ซึ่งหมายความว่า ถ้าคุณอาศัยอยู่ในประเทศนั้นๆ คุณจะต้องสมัคร หรือ opt-in เพื่อให้ตัวเองกลายคนที่ยินดีบริจาคอวัยวะ (organ donor)

ส่วนประเทศที่มีอัตราการบริจาคอวัยวะสูง (มากกว่า 70% ) จะเป็นประเทศที่มี “ตัวเลือกเริ่มต้น” หรือ default option เป็น “ยินยอมให้บริจาคอวัยวะ” หรือที่เรียกว่าระบบ presumed consent  กล่าวคือ ทุกคนที่เกิดในประเทศเหล่านี้ เมื่อเสียชีวิตแล้ว คุณหมอสามารถนำอวัยวะของเราไปใช้เพื่อช่วยชีวิตมนุษย์คนอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตแต่อย่างใด เว้นเสียเเต่ว่า ผู้ตายจะเคยเลือกเอาตัวเองออกจากระบบ หรือ opt-out ไว้ก่อนเสียชีวิต

พูดง่ายๆ คือ ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในประเทศไหนก็ตาม คนส่วนใหญ่มักเลือกที่จะไม่ opt-in หรือ opt-out จาก default option เลย ทั้งนี้เพราะว่าคนเรามีนิสัยที่จะเลือก default option ถ้า default option ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่เราเกลียดจริงๆ (หรือเพราะว่าตัวเลือกตัวอื่นๆ ไม่ได้ดีกว่าตัวเลือกเริ่มต้นที่เรามีอยู่อย่างเห็นได้ชัด)

เราเรียกอคติ หรือ bias ตัวนี้ว่า Status-quo bias ซึ่งหมายถึง การที่คนมัักไม่เปลี่ยนใจจากตัวเลือกที่มีอยู่ตั้งเเต่ต้น

สาเหตุของ Status-quo bias ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนส่วนใหญ่มักกลัว ‘การเปลี่ยนใจเเล้วผิด’ มากกว่า ‘การเสียโอกาสที่ไม่ได้เปลี่ยนใจ’ พูดง่ายๆ คือ (คนเรากลัว foolish actions มากกว่า foolish inactions) เเต่ในความเป็นจริงเเล้วคนเราส่วนใหญ่มักเสียใจในสิ่งที่ไม่ได้ทำมากกว่าสิ่งที่ทำไปเเล้วเเต่ออกมาไม่ได้ดังใจ

ถ้าพูดกันในเชิงของการยินยอมที่จะบริจาคหรือไม่บริจาคอวัยวะแล้ว คนส่วนใหญ่ในประเทศกลุ่มเเรกอาจจะคิดว่าทำไมเราต้องบริจาคอวัยวะด้วยในเมื่อการไม่บริจาคก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของเราเเย่ลง (ยกเว้นเราต้องมาเป็นคนป่วยเสียเอง) ส่วนคนในประเทศกลุ่มที่สองก็อาจจะคิดว่า การไม่บริจาค (opt-out) หรือบริจาค (default) ก็ไม่เเตกต่าง เพราะฉะนั้นทำไมเราต้องเลือกที่จะไม่บริจาคโดยการ opt-out ด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ เทเรซา เมย์ (Teresa May) นายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษได้ออกกฎหมายใหม่ให้เปลี่ยนระบบของการบริจาคอวัยวะจากระบบ informed consent ซึ่งถ้าคุณอยากจะบริจาคอวัยวะ คุณจำเป็นต้อง opt-in ตัวเองเข้าไปในระบบ มาเป็นระบบ presumed consent ที่คุณจะต้อง opt-out อย่างเดียวถ้าคุณไม่อยากจะบริจาคอวัยวะ ตั้งเเต่มีการออกกฎหมายนี้ออกมาในปลายปี 2017 อัตราการบริจาคอวัยวะนั้นเพิ่มขึ้นได้จริงๆ ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับคนที่อยู่ใน waiting list ของอวัยวะกว่า 6,500 คนในประเทศ

เเม้ว่าผลลัพธ์ของการเปลี่ยนระบบการบริจาคครั้งนี้จะดีต่อคนที่ต้องการการบริจาคอวัยวะทั้งหมด ส่วนคนที่อาจจะไม่ชอบเเละต้องทนทุกข์จากระบบใหม่นี้มากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นญาติๆ ของผู้เสียชีวิตที่อาจจะไม่พอใจที่อวัยวะของสามี ภรรยา หรือลูกของตัวเองถูกคุณหมอนำไปบริจาคให้กับคนอื่นๆ โดยที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ห้ามเลย

คำถามก็คือเราควรให้ความสำคัญกับใครมากกว่ากันระหว่างคนที่ต้องการการบริจาคอวัยวะจากคนอื่น เเละญาติๆ ของผู้ตายที่อวัยวะถูกนำไปบริจาคโดยที่ตัวของญาติเองไม่เคยถูกขออนุญาตเลย

 

อ่านเพิ่มเติม

สกานต์ บุนนาค (2013) วิกฤติการขาดเเคลนอวัยวะของประเทศไทย (Solving the Organ Shortage Crisis in Thailand), Vajira Medical Journal, 57(3), 179-184

Johnson, E. J., & Goldstein, D. G. (2003). Do defaults save lives?. Science, 302, 1338-1339.

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Health

11 Jan 2018

“ล้มคนเดียว เจ็บทั้งบ้าน” ยากันล้ม : คู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

การหกล้มหนึ่งครั้ง คุณอาจไม่ได้แค่เจ็บตัว แต่อาจเจ็บใจ (ที่น่าจะรู้วิธีป้องกันก่อน) และอาจเจ็บลามไปถึงคนใกล้ตัว ที่ต้องเข้ามาช่วยดูแล

จะดีแค่ไหน ถ้าเรามี “ยากันล้ม” ที่มีสรรพคุณเป็นคู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

กองบรรณาธิการ

11 Jan 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save