หลังจากที่เราให้กรรมการทั้ง 5 คน คือ สฤณี อาชวานันทกุล, นิวัต พุทธประสาท, ทราย เจริญปุระ, ทีปกร วุฒิพิทยามงคล และ โตมร ศุขปรีชา เลือกหนังสือที่ตัวเอง ‘อ่านแล้วชอบ’ จากในรอบปีที่ผ่านมา เพื่อนำมาแนะนำในโปรเจ็กต์ ‘ความน่าจะอ่าน’ ประจำปี 2017

 

ในที่สุดเราก็ได้รายชื่อหนังสือที่ผ่านเข้ารอบแรก (Long list) มาแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 33 เล่ม บางเล่มมีคนเลือกซ้ำกัน (โดยมิได้นัดหมาย) ส่วนบางเล่มก็เป็น ‘แรร์ไอเท็ม’ ที่กรรมการหลายคนเพิ่งเคยเห็น

ในรอบนี้ กรรมการแต่ละคนจะต้องกลับไปอ่านหนังสือที่อยู่ในลิสต์ทั้งหมด แล้วกลับมาสุมหัว ถกเถียง โต้แย้งกัน เพื่อคัดสรรหนังสือที่ ‘น่าจะอ่าน’ ที่สุดในรอบปี (ซึ่งอาจมีได้มากกว่าหนึ่งเล่ม)

แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เรามาดูกันก่อนว่า 33 เล่มที่เข้ามาในรอบนี้ มีเล่มไหนบ้าง และเหตุผลอะไรที่ทำให้พวกเขาเลือกหนังสือเหล่านี้เข้ามา

 

1. ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า

 

จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์ เขียน

สำนักพิมพ์แซลมอนบุ๊คส์

Recommend by : ทีปกร

 

รวมเรื่องสั้นตั้งคำถามถึงความ ‘เหนือจริง’ ในสังคมที่เต็มไปด้วยความเศร้า แปะฉลากยาบนหน้าปกว่า ‘9 เรื่องเศร้าของเรื่องเล่าที่เพิ่งถูกสร้าง’ รวมผลงานคัดสรรในรอบ 7 ปี ของจิรัฏฐ์ ผู้เขียนตั้งใจยั่วล้อความทรงจำ ความพร่าเลือนและเลอะเลือน การไม่ยอมรับความจริงของคนในประเทศ และความพยายามแช่แข็งประวัติศาสตร์จากรัฐ

“ปัญหาของรวมเรื่องสั้นไทยส่วนใหญ่ คือจะรวมจากเรื่องที่เขียนต่างกรรมต่างวาระ ทำให้ไม่ค่อยมีเอกภาพ เล่มนี้ก็เหมือนกัน แต่ถ้ามองในแง่ของความหลากหลาย ถ้าคุณอยากรู้จักงานของจิรัฏฐ์ที่เคยเขียนมาหลายสไตล์ คุณได้เจอแน่ในเล่มนี้” – นิวัต 

 

2. ความจนกับคนจร ในปารีสและลอนดอน

 

จอร์จ ออร์เวลล์ เขียน

บัญชา สุวรรณานนท์ แปล

สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น

Recommend by : ทีปกร / โตมร / สฤณี

 

สารคดีที่สะท้อนชีวิตของจอร์จ ออร์เวลล์ เขาลงไปใช้ชีวิตใกล้ชิดคนจรจัดในย่านเสื่อมโทรมของลอนดอน ต่อมาเขาไปทำงานเป็นคนล้างจานในภัตตาคารที่ปารีส เมื่อเห็นวิถีความแตกต่างของผู้คนและความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น จึงเขียนเล่าออกมาเป็นบันทึกความทรงจำ

“ไม่คิดว่างานของจอร์จ ออร์เวลล์ จะสนุกขนาดนี้ได้” – โตมร

“เป็นความลำเค็ญที่สนุกมาก” – ทีปกร

 

3. A Little History of Religion

 

ริชาร์ด ฮอลโลเวย์ เขียน

สุนันทา วรรณสินธ์ เบล แปล

สำนักพิมพ์ Openworlds

Recommend by : ทีปกร / ทราย

 

หนังสือประวัติศาสตร์ศาสนาขนาดกะทัดรัดเล่มนี้ไม่เพียงแต่เล่าที่มาที่ไปของศาสนาต่างๆ ได้อย่างสนุกและกระชับเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าศาสนาทับซ้อนกับมิติทางสังคม การเมือง และวัฒนธรรมอย่างมิอาจแยกขาด ในยุคที่ศาสนามีแนวโน้มจะสุดโต่งและเป็นอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรง (อีกครั้ง) หนังสือเล่มนี้ชวนให้ผู้อ่านกลับมาทบทวนที่ทางของศาสนาเพื่อศรัทธากลับมามีคุณค่าอย่างแท้จริง

“สนุกมาก ควรค่ากับการเสียเวลา อ่านจบแล้วอยากเอาไปโยนให้คนที่ชอบแชร์โคว้ทธรรมะเยอะๆ ได้อ่านบ้าง” – ทราย

 

4. Past : ปัญญาอดีต

 

ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เขียน

สำนักพิมพ์ Openbooks

Recommend by : สฤณี

 

ลำพังแค่ การถอดบทเรียนจากประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาในอดีตเพื่อใช้เป็นสะพานสู่อนาคตก็ทำให้ ‘ปัญญาอดีต’ น่าสนใจอยู่แล้ว แต่เสน่ห์ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การเล่าเรื่องของภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ที่เชื่อมร้อยเรื่องราวของตัวละครและประวัติศาตร์ ทั้งของไทย จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ และรัสเซีย เข้าด้วยกันได้อย่างสนุกและลงตัว เชื่อเถอะว่า หนังสือที่ตีความว่า ‘พระเจ้าตากฯ เป็นพระบิดาของสตาร์ทอัพ’ ย่อมเป็นหนังสือที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

5. เนินนางวีนัส

 

อนาอิส นีน เขียน

รังสิมา ตันสกุล แปล

สำนักพิมพ์ Library House

Recommend by : นิวัต

 

รวมเรื่องสั้นอีโรติกที่เขียนขึ้นในช่วงทศวรรษ 1940 แต่ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1977 หลังจากอนาอิส นีน เสียชีวิต ในตอนแรกเธอเขียนขึ้นเพื่อขายให้ลูกค้ารายหนึ่งในราคาหน้าละหนึ่งดอลลาร์ หนังสือบอกเล่าความสัมพันธ์สวาทและอารมณ์หวามไหวผ่านน้ำเสียงของผู้หญิงยุคใหม่ที่กล้าเปิดเผยด้วยภาษาอันงดงาม

“เป็นเรื่องโป๊ที่ไม่รู้สึกแหวะ ไม่คุกคาม” – ทราย 

6. คนไทย คนอื่น

 

ธงชัย วินิจจะกูล เขียน

สำนักพิมพ์ ฟ้าเดียวกัน

Recommend by : สฤณี

 

อาจมองได้ว่า ‘คนไทย คนอื่น’ เป็นส่วนขยายหรือส่วนเติมเต็มของ Siam Mapped (1994) หนึ่งในหนังสือประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยที่สำคัญที่สุด อ.ธงชัย วินิจจะกูลไม่เพียงแต่ทำให้เราเข้าใจกระบวนสร้าง “คนอื่น” ที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาอย่างลุ่มลึกและเป็นระบบเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่า  ‘คนไทย’ – ในฐานะตัวตนรวมหมู่ – ถูกสร้าง ถูกเข้าใจ และถูกใช้เป็นเครื่องมือในทางสังคมและการเมืองอย่างไร

“เรื่องนี้สนุกกว่า ‘Siam Mapped’ สงสัยว่าเขียนให้สนุกขนาดนี้ได้ยังไง” – ทราย

“น่าตื่นตาตื่นใจ” – ทีปกร

“หลายเรื่องอ่านแล้วตกใจ เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย” – นิวัต

7. เพราะฉันดื่ม ฉันจึงอยู่ (I Drink Therefore I am)

 

โรเจอร์ สครูตัน เขียน

รติพร ชัยปิยะพร แปล

สำนักพิมพ์ sidEA

Recommend by : โตมร

 

หนังสือที่แนะนำให้คิดกับเครื่องดื่มอย่างลึกซึ้ง ไม่ได้มองไวน์เป็นแค่เครื่องดื่มธรรมดา แต่ชวนมองให้ลึกลงไปถึงปรัชญาและความสุนทรีของชีวิต เขียนโดยศาสตราจารย์ด้านสุนทรียศาสตร์ชื่อดังชาวอังกฤษ งานชิ้นนี้ใช้เวลาค้นคว้านานถึง 12 ปี !

“รู้สึกว่าสำนวนแปลยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ซึ่งน่าแปลกใจ เพราะคนแปลคือคนเดียวกับเรื่อง The Story of art ซึ่งแปลดีมาก” – โตมร

 

8. Powerism

 

โตมร ศุขปรีชา เขียน

สำนักพิมพ์ แซลมอนบุ๊คส์

Recommend by : ทีปกร

 

หนังสือรวมบทความเล่มล่าสุดของโตมร ศุขปรีชา ที่ชี้ให้เห็น ‘ปฏิบัติการของอำนาจ’ ที่ซ่อนอยู่ในสิ่งของรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ เทศกาลคริสต์มาส อาหารไทย(แท้) ถุงกระดาษสีน้ำตาลในร้านของชำ ฯลฯ การมองเห็นความ “ไม่ปกติ” จากเรื่อง ‘ปกติ’ คือความสนุกและความน่าทึ่ง ที่ผู้อ่านคาดหวังได้จากหนังสือเล่มนี้

“ถ้าจะมีใครสักคนที่เขียนประชดได้ดี คนนั้นก็คือพี่หนุ่ม (โตมร) นี่แหละ” – ทราย

“เป็นหนังสือที่ทำให้เห็นว่า การเมืองและอำนาจ มันแทรกซึมอยู่ในทุกๆ เรื่องของชีวิตยังไง” – ทีปกร

 

9. ยอดมนุษย์ดาวเศร้า

 

องอาจ ชัยชาญชีพ เขียน

สำนักพิมพ์ เป็ดเต่าควาย

Recommend by : นิวัต

 

กราฟิกโนเวลขนาดเหมาะมือ ที่เริ่มต้นจากการฉายภาพชีวิตคนธรรมดา กับปัญหาแสนสามัญ แล้วค่อยๆ เคลื่อนไปสู่ความสัมพันธ์กับชีวิตอื่นๆ เพื่อที่จะพบว่าสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะสุข จะเศร้า หรือรู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีใครเข้าใจเรา มันล้วนเป็นผลจากแรงสะเทือนของใครอีกคนเสมอ—ไม้เว้นกระทั่งตัวเราเอง

“เป็นการ์ตูนที่เศร้าดี” – ทราย 

“อ่านแล้วรู้สึกมีเพื่อน เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก” – นิวัต 

 

10. นักเขียนนิยายเป็นอาชีพ

 

ฮารูกิ มูราคามิ เขียน

อรรถ บุนนาค / มุทิตา พานิช แปล

สำนักพิมพ์กำมะหยี่

Recommend by : ทีปกร

 

ความเรียงอัตชีวประวัติของฮารูกิ มูราคามิ นักเขียนชื่อดังระดับโลกชาวญี่ปุ่น เบื้องหลังงานที่นักอ่านต่างหลงใหลมีวิธีคิดอย่างไร เขามีวิธีการทำงานและผ่านประสบการณ์อะไรมาบ้างค่อยกลั่นออกมาเป็นงานเขียนชิ้นเยี่ยม “…แน่นอนว่าถ้ามีนักเขียนหนึ่งร้อยคน ก็ย่อมมีวิธีการเขียนนวนิยายหนึ่งร้อยอย่าง ของแบบนี้ให้แต่ละท่านคิดตัดสินอย่างรอบคอบเองจะดีกว่า แต่หากหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์อะไรขึ้นมาแม้เพียงสักนิดจริงๆ ผมก็จะดีใจมาก”

“เวลามูราคามิเขียน Non-Fiction งานนั้นจะน่าสนใจเป็นพิเศษ” – ทีปกร

 

11. อาทิตย์สิ้นแสง

 

ดะไซ โอซามุ เขียน

พรพิรุณ กิจสมเจตน์ แปล

สำนักพิมพ์ JLIT

Recommend by : สฤณี

 

ผลงานลำดับที่สามของดะไซ โอซามุ นักเขียนผู้เล่าเรื่องความมืดมนของมนุษย์ผ่าน ‘สูญสิ้นความเป็นคน’ แต่ในเล่ม ‘อาทิตย์สิ้นแสง’ กลับแตกต่างออกไป เรื่องราวของ ‘คาสุโกะ’ หญิงสาวสูงศักดิ์ผู้ตกอับหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เธอกลายเป็นอนุภรรยาของนักเขียนเสเพล เธอจัดการกับชีวิตที่ผกผันนี้อย่างไร น่าสนใจด้วยมุมมองและน้ำเสียงที่ละเมียดละไม

“ถ้าเทียบกับ ‘สูญสิ้นความเป็นคน’ และ ‘เมียชายชั่ว’ เล่มนี้ยังสู้ไม่ได้” – โตมร

 

12. ร่างของปรารถนา

 

อุทิศ เหมะมูล เขียน

สำนักพิมพ์จุติ

Recommend by : ทีปกร / สฤณี / โตมร / ทราย

 

เรื่องของศิลปินผู้ต้องเจอรัฐประหารถึง 3 ครั้งตลอดช่วงชีวิต (2535, 2549 และ 2557) ว่าด้วยความแตกต่างทางการเมืองและตัวตนปัจเจกในการเข้าถึงคุณค่าทางศิลปะ ทั้งสองสิ่งเล่นล้อดำเนินควบคู่กันไป อุทิศพูดถึงหนังสือเล่มนี้ว่า “มันคือการจดจ้องกับภาวะลุ่มหลงมัวเมา เอาเป็นเอา ตายเป็นตาย สูญเสียเป็นสูญเสีย”

“เราชอบการเขียนถึงเรื่องเพศแบบนี้ มันอุ่นๆ กำลังดี ไม่ใช่หนังโป๊แบบที่คน skip ไปดูแค่ตอนเอากัน” – ทราย

“เล่มนี้ดีมาก ดีทุกอย่าง ติดอย่างเดียวผมไม่ชอบฟอนต์” – ทีปกร

 

13. นายคำ ตำนานนักเขียนโลก

 

ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ เขียน

สำนักพิมพ์อ่าน

Recommend by : โตมร

 

หากมองเผินๆ นี่คือหนังสือที่รวมบทความที่พูดถึงประวัตินักเขียนระดับโลก เช่น เจน ออสติน, เจมส์ จอยซ์, อิตาโล คาวิโน, อกาธา คริสตี้ ฯลฯ ทว่าสิ่งที่ต่างออกไป คืออาจารย์ชูศักดิ์เขียนถึงนักเขียนเหล่านี้ด้วยสายตาของนักวิชาการ แต่นำเสนอผ่านลีลาภาษาแบบคอลัมนิสต์! ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นประวัติชีวิตนักเขียนที่มีประเด็นคมคาย ย่อยง่าย แม้คอลัมน์ชุดนี้จะเขียนขึ้นตั้งแต่ราวๆ 20 ปีที่แล้ว แต่การนำกลับมารวมเล่มในพ.ศ.นี้ กลับมิได้ให้ความรู้สึกตกยุคหรือเชยแต่อย่างใด มิหนำซ้ำบางเรื่อง บางประเด็น ยังคงเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างเหลือเชื่อ

“งานเก่าก็จริง แต่เอามาอ่านตอนนี้ก็ยังดีอยู่” – โตมร

 

14. หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา

 

อุรุดา โควินท์ เขียน

สำนักพิมพ์มติชน

Recommend by : โตมร

 

นิยายของนักเขียนหญิงที่เขียนถึงคนรักนักเขียนหนุ่มที่จากไป  ‘กนกพงศ์ สงสมพันธุ์’  เรื่องราวถูกเขียนขึ้นเพื่อจดจารถึง ‘เขา’ และ ‘เธอ’ เมื่อสิบกว่าปีก่อน ในหุบเขาฝนโปรยไพร เรื่องราวความทรงจำที่ปรากฏออกมาเป็นฉากอันแจ่มชัด ทุกบทสนทนา รสชาติอาหาร กลิ่นฝน เสียงหัวเราะและน้ำตา ลอยอบอวลอยู่ในหนังสือเล่มนี้

“ชอบฉากเลิฟซีน เป็นเลิฟซีนที่ดีมาก” – ทราย

“เป็นหนังสือที่จริงใจมากเลย” – ทีปกร

 

15. Stuff Matters

 

มาร์ค มิโอดาวนิค เขียน

ทีปกร วุฒิพิทยามงคล แปล

สำนักพิมพ์ Openworlds

Recommend by ทีปกร

 

จากถ้วยกาแฟถึงเครื่องยนต์เจ็ท, จากซิลิคอนชิพถึงคลิปหนีบกระดาษ จากการถักทอเส้นใยถึงการปลูกถ่ายอัยวะ. จากสิ่งของธรรมดาสู่วัสดุที่จะเปลี่ยนอนาคต ‘วัสดุนิยม’ บอกเล่า ‘ชีวิตเบื้องหลัง’ ของสิ่งของต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างน่าทึ่ง คงไม่เกินจริงนักถ้าจะบอกว่า หนังสือเล่มนี้คือการเฉลิมฉลองความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาด้านการประดิษฐ์ของมนุษยชาติ

“เป็นหนังสือเกี่ยวกับความรู้ที่อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าโดนดูถูก” – ทราย

“วิธีการเล่าในแต่ละเรื่องของเขาน่าสนใจมาก ใช้เป็นคู่มือสำหรับการเขียน non-fiction ได้เลย” – ทีปกร

 

16. แสบ

 

โหวเหวินหย่ง เขียน

อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี แปล

สำนักพิมพ์แมงมุมบุ๊ก

Recommend by : สฤณี / นิวัต / ทราย

 

นวนิยายขายดีในไต้หวัน ว่าด้วยเรื่องการศึกษาที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน เด็กวัยรุ่นจะต้องเจออะไรบ้างเพื่อสอบให้ได้คะแนนดี ‘เซี่ยเจิ้งเจี๋ย’ นักเรียนชั้น ม.สาม ต้องเผชิญความกดดันอันหนักหน่วง แล้วเพราะนิสัยตลกขี้เล่นของเขาทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระดับชาติ หนังสือตั้งคำถามไว้ว่า “จะเศร้าแค่ไหนหากสถานศึกษาเป็นเพียงทัณฑสถานจองจำความคิดสร้างสรรค์”

“อ่านแล้ว ‘อิน’ มาก เพราะปัญหาของไต้หวันหลายอย่าง เหมือนกันกับปัญหาในระบบการศึกษาไทย สำนวนแปลลื่นไหลราวกับอ่านต้นฉบับ” – สฤณี

“เป็นหนังสือ Coming of Age ที่น่าสนใจมาก” – นิวัต

 

17. จากดวงจันทร์

 

Milena Agus เขียน

นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ แปล

สำนักพิมพ์อ่านอิตาลี

Recommend by : สฤณี

 

เรื่องเกิดในหมู่บ้านกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขณะที่สงครามโลกครั้งที่สองยังไม่สิ้นสุด ที่นี่ยังมีหาดทรายขาวและน้ำทะเลสีเขียวงดงาม หญิงสาวผู้มีนิยามความรักในแบบของตัวเองและโหยหามันถึงขนาดยอมตายหากไม่ได้รู้จักความรัก จนคนหาว่าเธอบ้าและมา ‘จากดวงจันทร์’

“เป็นหนังสือสะท้อนมุมมองของผู้หญิงเกี่ยวกับความรัก ความบ้า และครอบครัว ที่งดงามที่สุดเล่มหนึ่งในชีวิตการอ่าน” – สฤณี

“ตื่นเต้นช่วงแรกๆ แต่หลังๆ ย้วยไปหน่อย” – โตมร 

 

18. ลมละเมอ

 

ทินกร หุตางกูร เขียน

สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม

Recommend by : นิวัต / ทราย

 

หนังสือชื่อโรแมนติกที่เล่าเรื่องหนุ่มสาวที่อาจเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ ซึ่งต้องทำงานภายใต้องค์การลับที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาล หลังจากนั้นพวกเขาออกตามหาตัวตนของตัวเอง ไปจนถึงค้นหาความหมายของการดำรงอยู่ หนังสือพาโลดแล่นไปถึงจิตใต้สำนึก และคุยไปถึงเรื่องความยุติธรรมและเสรีภาพได้อย่างละมุนเหมือนลมพัด

“เล่มนี้คือ ‘โลกของจอม’ เวอร์ชั่น 4.0” – นิวัต

 

19. หิมะ

 

ออร์ฮาน ปามุก เขียน

รัชยา เรืองศรี แปล

สำนักพิมพ์บทจร

Recommend by : โตมร / นิวัต

 

นวนิยายการเมืองเรื่องแรกของออร์ฮาน ปามุก เล่าเหตุการณ์ในเมืองชายแดนคาร์ส เมืองแห่งนี้เป็นฉากหลังความขัดแย้งทางความเชื่อจากฝ่ายเคร่งอิสลาม และคนไร้ศรัทธา ภายใต้หิมะที่ตกโปรยปรายไม่หยุด กวีหนุ่มผู้ลี้ภัยการเมือง เดินทางกลับมายังเมืองนี้เพื่อสืบหาสาเหตุการฆ่าตัวตายของเหล่าเด็กสาวผู้ยืนยันจะสวมฮิญาบมาโรงเรียน

“เป็นเรื่องการเมืองตุรกีที่เข้มข้นมากๆ และให้ภาพของคนอิสสามอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจมาก” – นิวัต พุทธประสาท

 

20. หิมาลัยไม่มีจริง

 

นิ้วกลม เขียน

สำนักพิมพ์ KOOB

Recommend by : สฤณี

 

‘นิ้วกลม’ กลับมาเขียนหนังสือบันทึกการเดินทางอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นการบอกเล่าประสบการณ์และเรื่องราวของการพิชิตเส้นทาง ‘EBC’ หรือเอเวอเรสต์ เบสท์แคมป์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่นักเทรกกิ้งทั่วโลกใฝ่ฝันว่าจะพิชิตสักครั้ง ‘หิมาลัยไม่มีจริง’ ไม่เพียงแต่ชวนผู้อ่านเดินทางไปเห็น ‘โลกข้างนอก’ เพื่อชมความงามและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติเท่านั้น หากแต่ยังชวนไปสำรวจ ‘โลกด้านใน’ เพื่อหาความหมายของการมีชีวิตด้วย

“ถ้าเป็นแฟนนิ้วกลมอยู่แล้วก็ควรจะอ่าน” – ทีปกร

“นี่คือ ‘โตเกียวไม่มีขา’ เวอร์ชั่นเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว” – สฤณี

“ถ้าตัดส่วนที่เป็นวิทยาศาสตร์ออกไป จะสมบูรณ์แบบมาก” – โตมร

21. คราสและควินิน

 

พิพัฒน์ พสุธารชาติ เขียน

สำนักพิมพ์ Illumination

Recommend by : โตมร / สฤณี

 

เป็นความพยายามครั้งสำคัญในการท้าทายและรื้อสร้าง ‘ปากไก่และใบเรือ’ หนังสือที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดเล่มหนึ่งของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ จุดเด่นของ ‘คราสและควินิน’ คือ การรวบรวมและนำเสนอหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาถกเถียงกับ อ.นิธิ ได้อย่างเข้มข้นและน่าสนใจ หนังสือเล่มนี้นับเป็นหนังสือที่ “ต้องอ่าน” สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ตอนต้นและประวัติศาสตร์ไทยไปแล้ว

“อ่านสนุกไม่แพ้ ‘ปากไก่และใบเรือ’ ของอาจารย์นิิธิ” – สฤณี

“ถ้าไม่เคยอ่านปากไก่มาก่อน จะเคว้งคว้างมากๆ” – ทีปกร

 

22. สัตว์สัตว์ (With Animal)

 

แครอล เกสส์ / เคลลี มากี เขียน

ณัฐกานต์ อมาตยกุล / ณัฐชานันท์ กล้าหาญ แปล

สำนักพิมพ์ ไจไจบุ๊คส์

Recommend by : ทีปกร / ทราย

 

รวมเรื่องสั้นที่เกิดจากความสัมพันธ์เหนือจริงระหว่างคนกับสัตว์ (และสัตว์ประหลาด) สะท้อนให้เห็นถึงความจริงของความรัก ที่ไม่ได้มีแต่ด้านที่สดใส เปิดเปลือยให้เห็นธาตุแท้ของมนุษย์ซึ่งบางครั้งก็ไม่ต่างจากเดรัจฉานสักเท่าไหร่ นำเสนอผ่านกลวิธีและภาษาอันงดงาม ชวนติดตาม ขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามถึงศีลธรรมและความเป็นมนุษย์ได้อย่างแหลมคม

“ก่อนอ่าน คิดว่าตัวเองน่าจะชอบเล่มนี้ แต่พออ่านแล้วกลับไม่ชอบขนาดนั้น” – โตมร

“สำนวนแปลยอดเยี่ยมและประณีตมาก” – สฤณี

23. THERE

 

ใหม่ ศุภรุจกิจ / พวงสร้อย อักษรสว่าง เขียน

สำนักพิมพ์ สมุยอักษร

Recommend by : ทีปกร

 

รวมเรื่องสั้นขนาดกระชับ จากสองนักเขียนหญิงรุ่นใหม่ ‘ใหม่ ศุภรุจกิจ’ และ ‘พวงสร้อย อักษรสว่าง’ พวกเธอเก็บเกี่ยวเสี้ยวความสัมพันธ์และความทรงจำจากเมืองต่างๆ มาประกอบสร้างเป็นเรื่องราวสั้นๆ ที่เรียบง่าย แต่อัดแน่นด้วยความรู้สึก ที่สำคัญคือมันช่วยตอกย้ำว่าทุกสถานที่ที่เราไป ล้วนทิ้งร่องรอย (และบาดแผล) ไว้ให้เราระลึกถึงอยู่เสมอ

“เป็นห้วงเหงาที่อยู่กับเรา 3 ชั่วโมง” – ทีปกร

 

24. อ่านใหม่ : เมืองกับชนบทในวรรณกรรมไทย

 

ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ เขียน

สำนักพิมพ์อ่าน

Recommend by : โตมร / สฤณี

 

รวมบทวิจารณ์วรรณกรรมสุดเข้มข้น ตั้งต้นจากการที่ผู้เขียนหยิบเอางานวรรณกรรมไทยชิ้นสำคัญๆ มา ‘อ่านใหม่’ เพื่อศึกษา ‘การปะทะกันระหว่างเมืองกับชนบท’ ที่ปรากฏในวรรณกรรมไทยแต่ละยุค อาทิ ฟ้าบ่กั้น ของ ลาว คำหอม, แผลเก่า ของ ไม้ เมืองเดิม, คำพิพากษา ของ ชาติ กอบจิตติ เป็นต้น เป็นหนังสือที่ถอดรื้อและชำแหละโครงสร้างของงานวรรณกรรมไทยได้อย่างกระจ่าง ควบคู่ไปกับการวิพากษ์สังคมอย่างถึงแก่น

“เป็นเล่มที่คนรักวรรณกรรมควรอ่าน” – นิวัต

“ผมชอบเล่มนี้มากกว่า ‘นายคำ’ “ – ทีปกร

 

25. The Story of art

 

อี.เอช. กอมบริช เขียน

รติพร ชัยปิยะพร แปล

สำนักพิมพ์ บริษัท เดอะเกรทไฟน์อาร์ท จำกัด

Recommend by : โตมร

 

นี่คือหนังสือเกี่ยวศิลปะที่คนรักศิลปะ รวมถึงผู้ที่อยากก้าวเข้าสู่โลกศิลปะ ควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำให้คุณรู้ประวัติศาสตร์ของศิลปะประเภทต่างๆ อย่างถึงราก ผู้เขียนยังชักชวนให้คุณตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ และถกประเด็นมันๆ อย่างเช่นคำถามโลกแตกที่ว่า ‘ศิลปะคืออะไร’ ภายใต้ลีลาการเขียนที่เป็นกันเอง อ่านง่าย เหนืออื่นใดคือรูปเล่มและคุณภาพการพิมพ์ที่รับประกันความอิ่มเอม—สมกับเป็นหนังสือที่พูดถึงศิลปะ

“มีศัพท์แสงศิลปะที่ไม่น่าจะแปลได้ง่าย แต่แปลออกมาได้ดีมากเลย” – ทีปกร

“ถ้าคนเราจะต้องเสียเวลากับการอ่านอะไร ก็คือการอ่านเล่มนี้แหละ” – ทราย

“ซื้อเล่มนี้ควรหาแท่นวางหนังสือด้วย” – โตมร

 

26. ตำนานนิรันดร์ (The Immortal Story)

 

ไอแซค ไดนีเสน เขียน

อรจิรา โกลากุล แปล

สำนักพิมพ์ เม่นวรรณกรรม

Recommend by : โตมร

 

งานเขียนกึ่งนิทานปรัมปรา ว่าด้วยเรื่องราวของเศรษฐีชราผู้หนึ่งซึ่งต้องการเปลี่ยน ‘ตำนาน’ ให้เป็น ‘เรื่องจริง’ โดยใช้ทรัพย์สินมหาศาลที่เขามีอยู่ นอกจากจะเป็นเรื่องอ่านสนุก ชวนติดตาม ตัวบทยังชวนให้ตีความได้หลายมุม ตั้งแต่แง่ของความเปลี่ยวดายในชีวิต การเล่นกับความจริงความลวงในฐานะเรื่องเล่าซ้อนเรื่องเล่า ไปจนถึงการวิพากษ์พระคัมภีร์

“อ่านสนุกมาก ขนาดกำลังดี” – ทีปกร

 

27. วันเงียบ

 

รัชตะ อารยะ เขียน

สำนักพิมพ์ Shine Publishing House

Recommend by : นิวัต

 

รวมเรื่องสั้นขนาดสั้นๆ 10 เรื่อง ที่เมื่ออ่านจบแล้วอาจทำให้คุณรู้สึกอยากนั่งเงียบๆ สักสองสามนาที หรือลุกออกไปสูบบุหรี่สักตัว เพราะในความเหนือจริง ในความหลอน กลับสะท้อนความเจ็บปวดและบาดแผลแห่งยุคสมัยออกมาได้โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรมาก มีความเป็นกวีสูง แต่ไม่ได้อ่านยากอย่างที่คิด

“เรื่องสั้น ‘วันเงียบ’ เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในเล่ม และดีที่สุดในบรรดา ‘เรื่องสั้นเล่มเล็กๆ’ เล่มอื่นที่เข้ารอบมาพร้อมๆ กัน” – โตมร

 

28. พิพิธภัณฑ์แห่งความไร้เดียงสา

 

ออร์ฮาน ปามุก เขียน

นพมาส แววหงส์ แปล

สำนักพิมพ์มติชน

Recommend by : นิวัต

 

เรื่องราวของ ‘เคมาล’ ชายหนุ่มวัย 30 จากตระกูลร่ำรวย แอบเป็นชู้กับ ‘ฟูซุน’ ญาติห่างๆ ที่อายุน้อยกว่า 12 ปีและยากจน ทั้งที่เคมาลมีคู่หมั้นที่สวยและเพียบพร้อมอยู่แล้ว จนก่อให้เกิดเรื่องราวสะเทือนใจในท้ายที่สุด สะท้อนสภาพสังคมการเมืองของตุรกียุค 70’s ได้อย่างกระจ่างแจ้ง นิยายรักที่แทรกเรื่องการเมืองได้ชาญฉลาด

“ถ้า ‘หิมะ’ เป็นเล่มที่เขียนด้วยสมอง ‘พิพิธภัณฑ์แห่งความไร้เดียงสา’ ก็เป็นเล่มที่เขียนด้วยหัวใจ” – โตมร

 

29. การมอดไหม้ที่พ้นผ่านไปนานแล้ว

 

ทานเกวียน ชูสง่า เขียน

สำนักพิมพ์ Daydream Publishing

Recommend by : นิวัต

 

ผลงานเรื่องสั้นเล่มแรกของนักเขียนหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรง ‘ทานเกวียน ชูสง่า’ ถ่ายทอดเรื่องราวของคนหนุ่มสาวที่แปลกแยกกับสังคมและค่านิยมเดิมๆ เช่นการหันหลังให้การแต่งงาน การเชื่อมั่นในเซ็กซ์มากกว่าความรัก การแตกหักกับคนในครอบครัว ไปจนถึงบทเรียนของการต่อต้านอำนาจเผด็จการ โดยรวมเป็นเรื่องที่อ่านง่าย ภาษาดี เป็นหนึ่งในสุ้มเสียงของคนรุ่นใหม่ที่น่ารับฟัง

 

30. มนุษย์บริกร (Jakob Von Gunten)

 

โรเบิร์ต วัลเซอร์ เขียน

พร่างดาว นุประดิษฐ์ แปล

สำนักพิมพ์ ไลต์เฮ้าส์พับลิชชิ่ง

Recommend by : นิวัต

 

เรื่องราวของวัยรุ่นคนหนึ่งที่ครอบครัวตกอับ หนีออกจากบ้านไปอยู่ในสถาบันฝึกสอนวิชาบริกรที่กำลังตกอับเหมือนกัน เกิดเป็นชนวนปัญหาอันซับซ้อนและเปราะบาง เสียดสีสังคมอย่างถึงแก่น สะท้อนภาวะคนนอกอย่างสุดกู่ อ่านเอาสนุกก็ได้ อ่านเอาประเด็นก็ดี แอบลุ้นและเอาใจช่วยตัวละครแบบไม่ทันตั้งตัว

“เสียดสีสังคมได้ดี แต่ด้วยความที่เป็นงานกระแสสำนึก พออ่านไปถึงจุดหนึ่งมันจะเริ่มวน” – นิวัต

 

31. คนนอกคอก ในคอกทนาย (Rouge Lawyer)

 

John Grisham เขียน

ขจรจันทร์ แปล

สำนักพิมพ์ น้ำพุ

Recommend by : ทราย

 

นวนิยายสืบสวนสอบสวนที่ชวนอ่านแบบรวดเดียวจบ ว่าด้วยเรื่องราวของทนายหนุ่มนอกคอกที่มีออฟฟิศเคลื่อนที่เป็นรถตู้กันกระสุน พร้อมด้วยลูกสมุนคู่ใจที่เป็นทั้งคนขับรถและบอดี้การ์ด ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเขารับว่าความให้จำเลยคนหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร จนทำให้ตัวเขาต้องตกที่นั่งลำบากไปด้วย

“บางทีเราก็แค่อยากอ่านอะไรสนุกๆ แบบนี้ ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องจริงจัง อ่านแล้วสนุก จบ” – ทราย

“เป็นหนังสือที่เหมาะกับการเอาไปทำเป็นซีรีส์มากๆ” – ทีปกร  

 

32. ไม่มีใครเป็นเจ้าของดวงอาทิตย์

 

ปอ เปรมสำราญ เขียน

สำนักพิมพ์ P.S.Publishing

Recommend by : ทราย

 

ผลงานล่าสุดจากนักเขียนหญิงฝีมือจัดจ้าน ‘ปอ เปรมสำราญ’ หลังเป็นที่รู้จักจากเล่ม ‘Abstract Bar’ ด้วยเรื่องสั้นขนาดสั้นที่คมคาย เหนือชั้น เล่มนี้เธอขยับไปอีกขั้น ทั้งในแง่ของความลึก และความหลากหลายในการนำเสนอ หากเปรียบเป็นผู้หญิง หนังสือเล่มนี้คงเป็นหญิงสาวที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอประมาณ และสามารถเผชิญหน้ากับอดีตอันร้าวรานได้อย่างไม่ฟูมฟาย

 

33. ยัญพิธีเชือดแพะ

 

มาริโอ บาร์กัส โยซา เขียน

พงษ์เลิศ พงษ์วนานต์ แปล

สำนักพิมพ์ บทจร

Recommend by : นิวัต

 

ผลงานชิ้นเอกของ ‘มาริโอ บาร์กัส โยซา’ นักเขียนรางวัลโนเบลชาวเปรู นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่มีฉากหลังอยู่ในสาธารณะรัฐโดมินิกัน ในยุคที่ปกครองโดย ‘ตรูฆิโย’ ผู้นำเผด็จการฉายา ‘ไอ้แพะหื่น’ และขึ้นชื่อว่าเป็นจอมเผด็จการที่เลวร้ายที่สุดคนหนึ่งในลาตินอเมริกา ภายใต้บรรยากาศแห่งความกลัว ผู้ก่อการกลุ่มหนึ่งพยายามหาทางโค่นระบอบนี้ลง ขณะที่จอมเผด็จการก็ยื้อยุดอำนาจไว้ทุกวิถีทาง เป็นนวนิยายการเมืองเล่มหนาที่เหมาะแก่การอ่านในวันเวลานี้อย่างยิ่ง

“เป็นหนังสือที่ควรค่าแก่การอ่าน” – สฤณี

 

มาร่วมติดตามการประกาศผล ‘รอบสุดท้าย’ ของ #ความน่าจะอ่าน 2017 พร้อมๆ กัน ในงาน 101 Minutes @Starbucks ครั้งที่ 10 วันอังคารที่ 20 มีนาคมนี้ เวลา 16.00 เป็นต้นไป ณ Starbucks สาขาสวนเพลินมาร์เก็ต ดูรายละเอียดงานได้ ที่นี่

 

Author