fbpx
Legend of the Galactic Heroes: โลกาไซร้ไร้ปีศาจ

Legend of the Galactic Heroes: โลกาไซร้ไร้ปีศาจ

ชลิดา หนูหล้า เรื่อง

กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ

 

เพื่อบรรเทาความเบื่อหน่าย หรือซ่อมแซมอารมณ์อันเหี่ยวเฉาจากการปิดเมืองในช่วงที่ผ่านมา การเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการชั่วขณะเป็นการฆ่าเวลายอดนิยม อย่างไรก็ตาม หลายครั้งที่โลกซึ่งถูกปรุงแต่งเหล่านี้ไม่เพียงเป็นค่ายพักพิงแก่ผู้ลี้ภัยจากโลกแห่งความจริง ทว่าเป็นภาพสะท้อนของโลกอันขมระคนหวานใบนั้นด้วย

ผู้เขียนเผชิญปรากฏการณ์นั้นอีกครั้งหลังชมอนิเมะ Legend of the Galactic Heroes: Die Neue These หรือ ตำนานวีรบุรุษกาแล็กซี: นวนิพนธ์ ที่ถูกดัดแปลงจากนวนิยายไซ-ไฟอวกาศโดยโยชิกิ ทานากะ (Yoshiki Tanaka) หนึ่งในนวนิยายยอดเยี่ยม รางวัล Seiun Awards ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นทั้งมังงะ วิดีโอเกม และอนิเมะใน ค.ศ.1988 และ 2018 ตามลำดับ

 

ปกหน้า ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 ซึ่งจัดจำหน่ายในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2016[i]

 

Legend of the Galactic Heroes กล่าวถึงการก่อตั้งสมาพันธ์กาแล็กซี (Galactic Federation) หลังมนุษย์อพยพจากโลกและประกาศใช้ปีอวกาศ (Universal Calendar) ในศตวรรษที่ 29 โดยหลังการก่อตั้ง 300 ปี รูดอล์ฟ ฟอน โกลเดินบาวม์ (Rudolf von Goldenbaum) อดีตนายทหารสัญญาบัตรผู้ไต่เต้าเป็นนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดี ได้สถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิ หรือไคเซอร์รูดอล์ฟที่ 1 แห่งจักรวรรดิกาแล็กซี ผู้ปกครองด้วยอำนาจล้นพ้น และการปราบปรามศัตรูทางการเมืองอย่างรุนแรง

ด้วยความขื่นขมในกรงเล็บระบอบเผด็จการซึ่งกีดกันพวกเขาจากทั้งเสรีภาพและการลืมตาอ้าปาก ประชากรกลุ่มหนึ่งจึงหลบหนีและก่อตั้งเสรีพันธมิตรดาวเคราะห์ (Free Planet Alliance) อันเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตย สองฝ่าย สองอุดมการณ์ต่างรบพุ่งโดยไม่รู้ผลเด็ดขาดกว่าศตวรรษ

สงครามยืดเยื้อย่อมพึ่งพาการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของมวลชน ซึ่งทั้งจักรวรรดิกาแล็กซีและเสรีพันธมิตรดาวเคราะห์ต่างเรียกร้องการสนับสนุนนั้นด้วยวิธีแตกต่างกัน ไม่ว่าด้วยการบังคับ โน้มน้าว หรือปลูกฝัง นอกจากการประลองปัญญาของสองตัวเอก ได้แก่ ไรน์ฮาร์ด ฟอน โลเอินกรามม์ (Reinhard von Lohengramm) จอมพลดาวรุ่งแห่งจักรวรรดิกาแล็กซี และหยางเหวินลี่ (Yang Wen-li) ‘ผู้ไม่เคยพ่าย’ แห่งกองทัพเสรีพันธมิตรดาวเคราะห์ ตำนานวีรบุรุษกาแล็กซีจึงแสดงการเกิดและเติบโตของระบอบเผด็จการในสังคมมนุษย์ได้อย่างเสมือนจริง

 

หยางเหวินลี่ (ซ้าย) และไรน์ฮาร์ด ฟอน โลเอินกรามม์ (ขวา) จากบัญชีทวิตเตอร์ทางการของอนิเมะ (@gineidenanime)

 

ครั้งหนึ่ง ‘นายพลหยาง’ ในวัยเจ้าหนูจำไมถามผู้ใหญ่บนเรือพาณิชย์อวกาศของบิดาว่าจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 1 ชั่วช้าจริงหรือ และเพราะอะไรผู้คนในอดีตจึงเชื่อผู้ปกครองที่ชั่วช้านั้น เพื่อนของบิดาตอบทันทีโดยไม่บิดบังความชังว่าเพราะรูดอล์ฟนั้นฉ้อฉล เจ้าเล่ห์เพทุบายจึงหลอกลวงผู้คนได้ เจ้าหนูจำไมไม่พอใจคำตอบนัก กระทั่งบิดาให้คำตอบที่น่าสนใจกว่า คือเพราะผู้คน “เอา ‘ความสบาย’ เข้าว่าต่างหาก”

คำตอบของบิดาให้กำเนิดมุมมองต่อโลกของหยางเหวินลี่ ซึ่งเขาขยายความในภายหลังว่า “เพราะผู้คนเอาความสบายเข้าว่า ไม่แก้ไขปัญหาด้วยตนเอง เฝ้าหาวีรบุรุษเพื่อส่งความรับผิดชอบนั้นให้ ในที่สุด รูดอล์ฟ ฟอน โกลเดินบาวม์จึงฉวยโอกาสนั้น พวกเราล้วนมีส่วนร่วมในการเกิดของระบอบเผด็จการ” และเมื่อเรื่องดำเนินต่อไป คำอธิบายของนายพลหยางก็ได้รับการพิสูจน์บนดาวเคราะห์อันเป็น ‘สาธารณรัฐประชาธิปไตย’ ดวงนั้นเอง

ดังกล่าวข้างต้นว่า สงครามยืดเยื้อย่อมพึ่งพาการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของมวลชน ในจักรวรรดิกาแล็กซี การบังคับอาจมีประสิทธิภาพเพียงพอ ทว่าในเสรีพันธมิตรดาวเคราะห์ อุบายซึ่งปล้นชายหนุ่มจากครอบครัวแยบยลกว่านั้น โดยมีโทสะและความกลัวเป็นฟันเฟือง ดังเห็นได้จากสุนทรพจน์ของย็อบ ทรือนิคชต์ (Job Trünicht) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในตอนหนึ่ง “บรรพชนสละชีวิตเพื่อพิทักษ์สันติสุขและเสรีภาพอันมีค่ามากกว่าลมหายใจ การรอมชอมกับจักรวรรดิกาแล็กซีจึงเป็นไปไม่ได้” ทรือนิคชต์กล่าว ก่อนเสริมอย่างเผ็ดร้อนว่า “ผู้ใดคัดค้านสงครามเพื่อโค่นล้มระบอบเผด็จการ ผู้นั้นได้ทอดทิ้งบ้านเมือง” โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้สนับสนุนคณะอัศวินผู้รักชาติ (Patriotic Knight Corps) หรือกลุ่มชาตินิยมหัวรุนแรงที่มักกระทำความรุนแรงต่อผู้ต่อต้านสงครามด้วย

 

คณะอัศวินผู้รักชาติพยายามบุกรุกบ้านพักของหยางเหวินลี่

 

สงครามยืดเยื้อกว่าศตวรรษนี้ นอกจากสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน จึงให้อำนาจแก่กองทัพ และเป็นเชื้อไฟระบอบเผด็จการอย่างไม่มีใครระแวดระวัง ผู้คนถูกกล่อมเกลาให้เชื่อว่าการสละชีวิตและความผาสุกแก่สงครามแห่งอุดมการณ์นั้นเป็นทั้งคุณธรรมและความจำเป็น ในที่สุด บุคลากรในกองทัพซึ่งถูกป้อนทั้งงบประมาณและความนับถืออย่างเสมอต้นเสมอปลายจึงเชื่อว่าตนเองเป็นผู้มีความเหมาะสมที่สุดต่อการแก้ไขปัญหาของประชาชน อันนำไปสู่รัฐประหารโดยคณะกรรมาธิการทหารผู้กู้ชาติ (National Salvation Military Council) ซึ่งประกาศว่าการกำราบจักรวรรดิกาแล็กซีเป็นภารกิจสำคัญที่สุด และการแสดงออกเพื่อคัดค้านอุดมการณ์นี้ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ หรือกฎอัยการศึกนั่นเอง

หยางเหวินลี่ผู้สูญเสียเพื่อนในเหตุการณ์สังหารหมู่สนามกีฬา (Heinessen Stadium Massacre) ซึ่งเป็นการปราบปรามผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารโดยคณะกรรมาธิการทหารผู้กู้ชาติอย่างรุนแรงจึงปรามาสนายทหารสัญญาบัตรเหล่านี้ว่า คณะกรรมาธิการทหารผู้กู้ชาติไม่แตกต่างจากจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 1 ที่พวกเขาประณามแม้แต่น้อย เพราะทั้งสองฝ่ายเชื่อว่าตนเอง ‘มีภาระ’ ต่อการนำมนุษยชาติสู่หนทางที่ถูกต้อง และเลือกวิธีอันเป็นเผด็จการด้วยความเชื่อนั้น

นอกจากนี้ การแสวงอำนาจในจักรวรรดิกาแล็กซีของไรน์ฮาร์ด ฟอน โลเอินกรามม์ในเวลาไล่เลี่ย ยังสะท้อนข้อสรุปของนายพลหยางได้เหมาะเจาะเช่นกัน ไรน์ฮาร์ดผู้คับแค้นที่พี่สาวถูกบังคับให้ ‘ถวายตัว’ แก่จักรพรรดิฟรีดริชที่ 4 ผู้ชราได้รวบรวมนายทหารสัญญาบัตรผู้ภักดีต่อตนเองและไต่เต้าเป็นจอมพล ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งจะเป็นไคเซอร์ผู้ ‘คว้าจักรวาล’ และสถาปนาราชวงศ์ใหม่ นำจักรวรรดิสู่ ‘ยุคใหม่’ อันรุ่งเรืองกว่า

อาจเพราะถูกกล่อมเกลี้ยงในระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ไม่รู้จักและไม่มีศรัทธาในระบอบอื่น ไรน์ฮาร์ดจึงตอบสนองต่อความเหลื่อมล้ำต่ำสูงและการกดขี่อย่างเกลือจิ้มเกลือ คือการเป็นผู้เผด็จการที่เสมอกัน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า หากปราศจากการปลูกฝังให้เชื่อว่ามวลชนพึงถูกชี้นำด้วย ‘ผู้มีความชอบธรรมที่สุด’ เพียงผู้เดียว จอมพลดาวรุ่งผู้ประลองปัญญากับหยางเหวินลี่ได้สูสี จะเลือกวิธีที่แตกต่างจากนี้หรือไม่

ระบอบเผด็จการอันเป็นฝันร้ายของมนุษยชาติ เป็นที่เดียดฉันท์ พรั่นพรึง และสร้างบาดแผลฉกรรจ์ได้อย่างไม่อาจนับ จึงไม่ควรถูกบอกเล่าราวเป็นมหันตภัยที่ปีศาจตนหนึ่งตนใดนำมาสู่โลกโดยลำพัง ดังที่หยางเหวินลี่บอกเพื่อนของเขา ‘พวกเราล้วนมีส่วนร่วมในการเกิดของระบอบเผด็จการ’ เพราะชนวนแห่งการถูกลิดรอนเสรีภาพนั้นกระจ้อยร่อย ไม่ใช่ความสับปลับของปีศาจ ไม่ใช่กระทั่งเคราะห์ร้าย หากเป็นความเชื่อว่าโลกที่อาศัยถูกขับเคลื่อนได้โดยปราศจากกำลังของตนเอง

เมื่อระบอบประชาธิปไตยซึ่งให้ความเป็นใหญ่แก่ ‘ปวงชน’ แจกจ่ายภาระการขับเคลื่อนสังคมแก่ปวงชนอย่างเสมอหน้า การกีดกันผู้อื่นจากภาระนั้น ช่วงชิง ผูกขาด หรือกระทั่งผลักไสภาระนั้นจากตนเอง จึงให้กำเนิดระบอบซึ่งไม่เชื่อว่าปวงชนพึงเป็นใหญ่ ระบอบซึ่งใฝ่หาวีรบุรุษผู้นำความรุ่งโรจน์มา โดยไม่แยแสว่าผู้ ‘คว้าจักรวาล’ ได้ จะเป็นพระผู้ไถ่หรือจอมมาร

เพราะโลกนั้นไซร้ไร้ปีศาจ เมื่อไม่มีเอกบุรุษในระบอบประชาธิปไตย จึงไม่มีอสุรกายในระบอบเผด็จการ

 

[i] ที่มา: Legend of the Galactic Heroes, Vol. 1

MOST READ

Life & Culture

1 Feb 2019

ทรมานแสนสุขสม : เปิดโลก ‘BDSM’ รสนิยมทางเพศที่ตั้งต้นจากความยินยอมพร้อมใจ

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ ชวนสำรวจรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ผ่านการพูดคุยกับสองสาวเจ้าของเพจ Thailand BDSM : Let’s Play and Learn ว่าด้วยนิยาม รูปแบบ คำอธิบายของความสุขในความเจ็บปวด ไปจนถึงความเสี่ยงในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อตามหาผู้มีรสนิยมแบบเดียวกัน พร้อมเก็บบรรยากาศการแสดง ‘ชิบาริ’ โดยศิลปินชาวญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังอย่างถึงเนื้อถึงหนัง

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

1 Feb 2019

Life & Culture

8 Sep 2021

คนกระโปกแห่งยุคสมัย 199x ทำไมเด็กเจนวายไม่ยอมโต

คอลัมน์ PopCapture พิมพ์ชนก พุกสุข เขียนถึงสาเหตุสำคัญว่าเพราะอะไร ‘ชาวมิลเลนเนียลส์’ ถึงไม่อาจเติบโตได้อย่างที่ใจหวัง

พิมพ์ชนก พุกสุข

8 Sep 2021

Life & Culture

24 Dec 2018

‘สิงโตนอกคอก’ กับมุมมองต่อความเหลื่อมล้ำของ อดัม สมิธ

ธร ปีติดล เขียนถึงเรื่องสั้น ‘สิงโตนอกคอก’ ของจิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท ที่ตั้งคำถามกับประเด็นจริยธรรม เชื่อมโยงกับมุมมองเรื่องความเหลื่อมล้ำของ อดัม สมิธ

ธร ปีติดล

24 Dec 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save