fbpx

โชคชะตา ‘ท่าพระจันทร์’ : ในวันที่แสงแห่งความหวังส่องถึงแค่หมอดูออนไลน์

1

หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คำพยากรณ์

“ผมคิดว่าตัวเองสิ้นชื่อไปแล้วเสียอีก” ประโยคสั้นๆ ที่บรรจบ เทพจันทร์ หมอดู ณ ท่าพระจันทร์กล่าวขึ้นมา เมื่อฉันบอกว่ารู้จักสำนักดูดวงแห่งนี้เพราะค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต 

‘ท่าพระจันทร์’ เป็นที่เลื่องชื่อในนามของแหล่งรวมศาสตร์ลี้ลับและเครื่องรางของขลัง ระหว่างเดินตามเส้นทางไปท่าเรือด่านพระจันทร์เหนือที่ปักหมุดไว้ในกูเกิลแม็ป นอกเหนือจากแผงเช่าพระเครื่องริมถนนพระจันทร์ที่ตั้งอยู่ติดกันทุกสามก้าวย่างแล้ว สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของย่านท่าพระจันทร์แห่งนี้และมีให้เห็นตลอดทางเดิน คือบรรดาสำนัก ‘หมอดู’ อาชีพที่อยู่คู่กับถนนสายนี้มาเนิ่นนาน 

“ดูดวงแม่นๆ”

“ดูดวงเชิญด้านใน”

พื้นที่บริเวณท่าน้ำเจ้าพระยาเรียงรายไปด้วยห้องที่แบ่งเป็นล็อกเล็กๆ ด้านหน้าบันไดขึ้นไปสู่ท่าเรือเต็มไปด้วยป้ายขนาดเล็กที่บรรจุตัวอักษรขนาดใหญ่ ข้อความประกาศศักดา ‘ความแม่น’ อันโดดเด่นที่เรียกให้สายตาฉันหันไปจับจ้องได้ในทันทีนั้น คือเครื่องยืนยันว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว เพราะเดินต่อไปเพียงไม่กี่สิบก้าว เราก็มาถึง ‘ห้องโหร ท่าพระจันทร์’ ภายในห้องนั้นหนาแน่นไปด้วยป้ายบอกคุณสมบัติของโหราศาสตร์แขนงต่างๆ พร้อมรอยยิ้มร่าของหมอดูที่นั่งรออยู่ด้านใน 

และหมอดูที่อัลกอริทึ่มในกูเกิลเลือกให้ช่วยทำนายทายทักอนาคตให้ฉันในวันนี้ก็คือบรรจบ เทพจันทร์ หมอดูโหราศาสตร์ไทย ไพ่ทาโรต์ และอดีตที่ปรึกษาสมาคมโหรแห่งประเทศไทย

“ผมเคยลองเสิร์ชชื่อตัวเองในอินเทอร์เน็ต หาอย่างไรก็หาไม่เจอ ก็คิดว่าตัวเองสิ้นชื่อไปแล้ว” บรรจบยืนยันความคิดของตัวเองอีกครั้ง พลางหยิบสมุดเล่มหนา ปากกา และไม้บรรทัดอันเป็นอุปกรณ์คู่ใจในการดูดวงมาวางที่โต๊ะเล็กๆ ตรงหน้า

“ผมดูดวงที่ท่าพระจันทร์มา 9 ปีกว่าก่อนเกิดน้ำท่วม ช่วงน้ำท่วมก็ย้ายไปดูแถวท่าช้างประมาณ 4 ปี แล้วก็กลับมาดูดวงที่ท่าพระจันทร์อีก 3 ปี จนถึงตอนนี้ก็เกือบ 17 ปีแล้วตั้งแต่เริ่มดูดวงที่ท่าพระจันทร์มา” 

สำนักดูดวงของบรรจบตั้งอยู่ในห้องเล็กๆ ที่ท่าเรือด่านพระจันทร์เหนือ ห้องอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกันในบริเวณนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสำนักดูดวงทั้งสิ้น จะแตกต่างกันก็แค่แขนงวิชาที่หมอดูแต่ละคนเลือกนำมาใช้พยากรณ์อนาคตของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นโหราศาสตร์ไทย ไพ่ทาโรต์ โหราศาสตร์พม่า ดูดวงลายมือ โหรพาราณสี ฯลฯ เรียกได้ว่ามีทุกศาสตร์ให้เลือกสรรได้ตามแต่ใจปรารถนา 

บรรจบ เทพจันทร์ หมอดูโหราศาสตร์ไทย ไพ่ทาโรต์ และอดีตที่ปรึกษาสมาคมโหรแห่งประเทศไทย

“ตอนแรกผมไม่ได้เชื่อเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ลบหลู่ ผมบวชตั้งแต่อายุ 10 ขวบ พอสึกออกมาก็อายุ 28 แล้ว ไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไรได้ ก็เลยลองศึกษาโหราศาสตร์ดู ทำได้ช่วงหนึ่งก็เลิกไป แต่พอเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง รายได้น้อยลง ทำการค้าก็สู้ไม่ไหว เราก็ต้องเอาตัวรอด ตอนนั้นลูกยังเล็ก ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ไม่มีรายได้เลย ครอบครัวคงจะล่มสลาย ความจำเป็นมันบังคับให้กลับมาดูหมอต่อ หนีไม่พ้นจริงๆ ” บรรจบพูดพลางหัวเราะ เมื่อเริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นอาชีพหมอดูของตัวเอง 

สำหรับบรรจบ หมอดูคืออาชีพที่เขาใช้เลี้ยงชีพและจุนเจือครอบครัวมาโดยตลอด ประสบการณ์ด้านโหราศาสตร์ของบรรจบสมบุกสมบันและผูกพันกับย่านท่าพระจันทร์แห่งนี้มานมนาน ทั้งยังผ่านร้อนผ่านหนาวมากับทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วม หรือแม้แต่ช่วงที่โควิด-19 ระบาด 

ท่าพระจันทร์เป็นแหล่งรวมหมอดูมาแต่ไหนแต่ไร ความนิยมและชื่อเสียงของนักพยากรณ์ละแวกนี้ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการบอกเล่ากันแบบปากต่อปาก นานวันเข้าท่าพระจันทร์จึงกลายเป็นสถานที่เลื่องชื่อที่ผู้คนตั้งใจเดินทางมาปรึกษาปัญหาชีวิตต่างๆ กับหมอดู และหอบเอาความหวังเป็นของฝากกลับบ้านไป

“แต่ก่อนเวลาหมอดูเรียนจบมา ถ้าอยากจะแจ้งเกิดก็ต้องมาพิสูจน์ตัวเองที่นี่ ท่าพระจันทร์เป็นดงเสือ สิงห์ กระทิง แรด หมอดูที่มาอยู่ท่าพระจันทร์ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นนักศึกษาที่กำลังร้อนวิชากันทุกคนแหละ กำลังร้อนแรงกันทั้งนั้น แต่สุดท้ายก็จะมีส่วนน้อยที่อยู่ได้นาน” บรรจบย้ำว่า “หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คำพยากรณ์”

บรรจบเสริมว่าอาชีพหมอดูไม่ได้สบายอย่างที่ใครเข้าใจ เพราะเป็นอาชีพที่ต้องรับฟังและแบกรับปัญหาความกังวลใจของลูกค้าไปพร้อมๆ กับช่วยหาทางออก รวมถึงให้แนวทางการดำเนินชีวิตในอนาคตแก่คนที่มาดูดวง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเรียน การเงิน หรือความรัก 

“เป็นหมอดูเหนื่อยนะครับ ยิ่งเจอลูกค้าที่มีปัญหาหนักๆ ยิ่งเหนื่อยเข้าไปอีก แต่ก็เป็นหน้าที่ของเราที่เป็นหมอดู ต้องอยู่กับความเหนื่อยและความยากของปัญหาให้ได้”

“ความสะพรั่งของลูกค้าจะดีขึ้นหรือเลวลงขึ้นอยู่กับตัวของหมอดูเองด้วย เพราะการดูดวงนี่คุณมีโอกาสแค่ครั้งเดียว ดูแล้วอย่าพลาดแล้วกัน ไม่มีโอกาสแก้ตัว อาชีพหมอดูเป็นอาชีพที่อาภัพ เหมือนเดินไต่เชือกข้ามหน้าผา คุณทำนายดีมาสิบชาติ ผิดพลาดครั้งเดียวคือตกเหวตาย” บรรจบกล่าว

2

‘ท่าพระจันทร์’ ดินแดนต้องมนตราในวันร้างราผู้คน

การดูดวงเฟื่องฟูและเป็นที่ต้องการอย่างมากในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด ด้วยเหตุผลเชิงจิตวิทยาที่ผู้คนต้องการหาที่พึ่งยามท้อแท้และสิ้นหวัง โหราศาสตร์ซึ่งเป็นศาสตร์ที่อ้างว่าสามารถล่วงรู้อนาคตและพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จึงเป็นคำตอบแรกๆ ที่ผู้คนเรียกหาในห้วงยามแห่งความสิ้นหวังนี้ 

วอลเปเปอร์เสริมดวง ชาร์ตสีมงคลประจำวัน กำไลมูเตลู คอนเทนต์ดูดวงในแอปพลิเคชันยูทูบและ TikTok คือสิ่งยืนยันว่าเรารับเอาโหราศาสตร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตด้วยความยินดีและเต็มใจ อีกทั้งในปัจจุบัน โหราศาสตร์แทบทุกแขนงกลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายถึงขั้นที่เราสามารถรับชมคอนเทนต์ดูดวงแบบออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกแพลตฟอร์ม และยังเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ 

ทว่าในขณะที่การดูดวงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้รับความนิยมจากคนแทบทุกเพศทุกวัย ในทางกลับกัน บรรจบกล่าวว่าตั้งแต่ประเทศไทยเข้าสู่ยุคแห่งโรคระบาด รายได้จากการดูดวงที่ท่าพระจันทร์ของเขาลดลงจนน่าใจหาย แม้ว่าเขาจะปรับตัวด้วยการรับดูดวงผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์แทนการต้องมาเจอกันแบบตัวเป็นๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่สุดท้ายรายได้ในช่วง 2-3 ปีมานี้ก็น้อยลงจากแต่ก่อนมากอยู่ดี

“2 ใน 3 ของเงินที่เอามาจ่ายค่าเช่าห้องและรายได้ 1 ใน 3 ของช่วงโควิด ก็มาจากการรับดูดวงทางโทรศัพท์” 

“2 เดือนที่แล้ว 7 วันผมได้เงินจากลูกค้าแค่ 800 บาท ค่าเช่าก็วันละ 300 แล้ว ค่ากินอีกตั้งเท่าไร จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย รายได้หลักช่วงนี้เลยมาจากดูดวงทางโทรศัพท์”

บรรจบเล่าให้ฟังถึงความยากลำบากและผลกระทบที่ได้รับจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยความที่เขาเริ่มต้นอาชีพหมอดูด้วยการเปิดสำนักเป็นของตัวเอง และใช้วิธีดูดวงแบบเจอตัวจริงกับลูกค้าเป็นหลักมาโดยตลอด การดูดวงแบบออนไซต์เช่นนี้ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กันของตัวหมอดูกับลูกค้าพ้น ด้วยเหตุนี้ ในช่วงล็อกดาวน์ที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการพบเจอกัน สำนักดูดวง ณ ท่าพระจันทร์ของบรรจบจึงเงียบเหงาและซบเซาลงไปโดยปริยาย

“ที่ท่าพระจันทร์ เฟื่องฟูสุดๆ คือก่อนน้ำท่วม ยุคนั้นนายกสมาคมโหรแห่งประเทศไทยยังบอกว่า ‘บรรจบสุดยอด’ แต่คนเราก็ต้องมีเรตติ้งเปลี่ยนไป หลังๆ มา ผมก็มีเรตติ้งแผ่วลงบ้าง” บรรจบหัวเราะร่วนขณะเล่าถึงความหลังเมื่อครั้งโรคระบาดยังไม่เข้ามากล้ำกรายท่าพระจันทร์

“ช่วงยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟูนี่ลูกค้าเยอะมาก แต่ตั้งแต่โควิดเข้ามา รายได้ผมเหลือแค่ 20% จากเมื่อก่อน” 

“การประเมินการตลาดของผม ในรอบแรก ลูกค้าที่เชื่อถือเรา ผมตีว่ามี 100% ไว้ก่อน แต่ผมคำนวณว่าวันหนึ่งข้างหน้าอาจจะเหลือลูกค้าที่เชื่อมั่นเราประมาณ 50% และในกลุ่มที่เชื่อมั่นก็จะเหลือกลุ่มที่มั่นใจจริงๆ แค่ 25% และใน 25% นี้ถ้าเกิดมีสภาวะปัญหาต่างๆ ที่กระทบต่อเศรษฐกิจก็อาจจะลดลงมาอีกเหลือแค่ 20% ซึ่งน้อยมาก” 

ไม่เพียงแค่สำนักดูดวงของบรรจบเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด เขาเสริมว่าเมื่อก่อนนี้ที่ท่าพระจันทร์มีสำนักดูดวงเยอะกว่านี้มาก ถึงขนาดได้รับคำกล่าวขวัญว่าเป็นแหล่งของการดูดวง ทว่าในปัจจุบันเหลือแค่เพียงไม่กี่สำนักที่ยังอยู่รอดได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหมอดูที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่อดีต และมีลูกค้าประจำแวะเวียนกลับมาหา

“ที่ผมเช่าห้องที่ท่าพระจันทร์ตรงนี้มีสัญญาไปถึงเดือนเมษายนปีหน้า เป็นสัญญาเช่าแบบจ่ายล่วงหน้า 3 ปี ถ้าจะต่อสัญญาก็ต้องจ่ายรายปีเป็นหลักแสน และก็จะขึ้นอีก 10% ทุก 3 ปี ถ้าผมไม่มีเงินผมก็ไม่มีที่ยืนในสังคมแล้ว ตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจ่ายเขาทันหรือเปล่า” 

“มีที่ยืนในสังคม” ของบรรจบ หมายถึงขอเพียงให้ได้มีพื้นที่ทำมาหากินของตัวเอง เพราะการเป็นหมอดูคงเป็นอาชีพแรกและอาชีพสุดท้ายในชีวิตของเขาแล้ว

“ใครบอกหมอดูไม่ลงทุน เมื่อก่อนคนชอบบอกว่า ‘ไปเป็นหมอดูสิ ไม่ต้องลงทุนอะไรเยอะ’ แต่ดูผมสิ มีค่าเช่าค่าอะไร ต้องลงทุน ลงแรง ลงเวลา อย่างผมก็ลงทุนเป็นแสนแล้ว” บรรจบยืนยันหนักแน่นอีกครั้งว่าการเป็นหมอดูไม่ได้ง่ายแบบที่ใครหลายคนตัดสิน

บรรยากาศของย่านแห่งความหวังในยามที่พระจันทร์ถูกบดบังด้วยเมฆครึ้มนั้นอึมครึมอย่างที่บรรจบว่า ห้องเช่ารอบข้างสำนักของบรรจบเหลือแค่เพียงบานกระจกใส ภายในว่างเปล่าไม่เหลือเค้าลางของความหวัง สิ่งนี้คือเครื่องยืนยันว่าท่าพระจันทร์แห่งนี้ก็อยู่ใต้อิทธิพลลมมรสุมแห่งความเปลี่ยนแปลงไม่แพ้ที่ไหนๆ 

ในใจลึกๆ ของบรรจบ ด้วยรายได้ที่ลดน้อยลงสวนทางกับค่าเช่าที่และค่าครองชีพที่แพงขึ้นทุกวัน เขาก็กังวลไม่น้อยว่าวันหนึ่งอาจจะต้องย้ายสำนักดูดวงไปจากท่าพระจันทร์แห่งนี้ในสักวัน 

“ผมไม่มีงบแล้ว แต่ก็พยายามอยู่ ถ้าปีหน้ายังไม่พร้อมจริงๆ ก็อาจจะหาตรอกเล็กๆ อยู่ดูดวงต่อไป หาที่ยืนในสังคมให้ได้ ไม่อยากจะอยู่บ้านเฉยๆ ไม่อยากให้ลูกๆ เครียด ไม่อยากเป็นภาระให้พวกเขา”

“ตั้งแต่เกิดโควิดมา ท้อบ้างไหม” ฉันถามออกไปขณะที่บรรจบกำลังหยิบไพ่ทาโรต์สำหรับการทำนายดวงมาวางไว้ตรงหน้า

“โห ท้อสิ มันก็มีความท้อในชั่วขณะนะ แต่ถึงอย่างไรผมก็ล้มแต่ไม่เลิก คือล้มแต่จะไม่ล้มพับ” บรรจบยืนยันเสียงหนักแน่น “ผมก็จะเป็นหมอดูไปจนกว่าจะไม่มีที่ยืนในสังคม ต่อให้วันหนึ่งไม่มีเงินค่าเช่าที่ก็คงจะกลับไปนั่งดูหมอที่บ้าน รับดูทางโทรศัพท์อะไรไป”

เพราะในความเป็นจริง หมอดูที่ผู้คนต่างเรียกหายามท้อแท้และสิ้นหวัง ก็ใช่ว่าจะสร้างความหวังขึ้นมาได้ด้วยตัวเองเสียเมื่อไหร่ ในบางครั้งแม้แต่ผู้ประกอบอาชีพหมอดูก็ย่อมมีปัญหาส่วนตัวและความเครียดที่คิดไม่ตกจนต้องสลับบทบาทมาเป็นคนรับคำทำนายเช่นกัน 

“จริงๆ หมอดูดูดวงให้ตัวเองได้นะ ยกเว้นเวลาที่เรากำลังเครียด พอเครียดมันก็ไม่มีกะจิตกะใจจะดู ทุกคนก็เป็น ที่เขาบอกว่าหมอดูดูดวงให้ตัวเองไม่ได้ จริงๆ มันไม่ใช่ แค่เวลาคนเรามีเรื่องไม่สบายใจหนักๆ ก็เป็นเหมือนกันหมดนั่นแหละ คือไม่มีอารมณ์ ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร”

เพื่อให้ชีวิตยังดำเนินต่อไปได้ในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องการไขว่คว้าหาความหวัง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ทำหน้าที่ส่งมอบความหวังให้ผู้คนอย่างหมอดูเอง

เพราะในโมงยามแห่งความสิ้นหวัง ตรอกท่าพระจันทร์แห่งนี้ก็กำลังมองหาแสงสว่างแห่งความหวังอยู่ไม่แพ้กัน

3

‘หมอดูออนไซต์’ ในวันที่ใครๆ ก็หันไปดูดวงออนไลน์

“เขาบอกว่าหมอดูที่เช่าที่แบบผมนี่โง่แล้ว” คือประโยคที่บรรจบตอบกลับมาในทันที เมื่อฉันถามออกไปว่ารู้เรื่องกระแสนิยมของการดูดวงทางแพลตฟอร์มออนไลน์บ้างหรือไม่

“ลูกค้าผมก็บอกว่าหมอดูที่เช่าที่น่ะโง่ เพราะจริงๆ ไม่ต้องลงทุนหรอก คนเขาไปดูดวงในยูทูบกันหมดแล้ว แต่ผมเริ่มต้นเดินมาแบบนี้ และอีกอย่างหนึ่งคือผมไม่เก่งอินเทอร์เน็ต ผมเลยไม่สามารถเปลี่ยนได้ ถ้าคนที่ชอบทางอินเทอร์เน็ตก็คงทำได้” 

การถือกำเนิดของ ‘โหราศาสตร์ดิจิทัล’ ทำให้การดูดวงเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คน แต่ในขณะเดียวกัน การดูดวงแบบเดิมที่อาศัยการมาเจอหน้าและพูดคุยกันแบบตัวต่อตัวก็อาจกำลังถูกทำให้เลือนหายไปตามกาลเวลาเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอดูที่ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอจะย้ายสำนักของตัวเองไปอยู่ในระบบออนไลน์ รวมถึงกลยุทธ์การตลาดที่แทรกซึมเข้าสู่วงการดูดวงแบบออนไลน์อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เมื่อกาลเวลาผันเปลี่ยน บริบททางสังคมและเศรษฐกิจย่อมเปลี่ยนผันไปเช่นกัน สำหรับหมอดูเก่าแก่หลายคน พวกเขาอาจยึดโหราศาสตร์เป็นดั่งเครื่องมือในการหาเลี้ยงชีพ แต่ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเราสามารถพบเจอหมอดูได้ในทุกแอปพลิเคชันออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ หรือแม้แต่ TikTok ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตั้งข้อสังเกตต่อไปถึงจำนวนหมอดูและคอนเทนต์โหราศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน

“กระแสนิยมของหมอดูในยุคนี้กับยุคก่อนมันก็คนละแบบ คนมาเป็นหมอดูก็มีเหตุผลไม่เหมือนกัน บางคนก็ทำเพื่อความอยู่รอด เพื่อปากท้องของครอบครัว บางคนก็ไม่รู้จะเอาดีทางไหนแล้ว บางคนก็มีเหตุผลมากกว่านั้น” บรรจบกล่าว

“การเป็นหมอดูจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ถ้าพูดแบบกว้างๆ หยาบๆ ใครก็เป็นได้ แต่ว่าพอนานๆ ไปก็จะมีประโยคหนึ่งที่ว่าหมอดูที่ไม่แน่จริง หมอดูที่ไม่เก่งจะถูกกวาดลงทะเล จะจมหายไป เหลือแต่หมอดูที่เป็นของจริง”

ในความคิดของบรรจบ เขาไม่ได้มองว่าหมอดูรูปแบบไหนดีกว่า และไม่ปฏิเสธว่าหมอดูออนไลน์ก็มีคนเก่งๆ เช่นกัน แต่ไม่ว่าหมอดูออนไลน์หรือออนไซต์ สุดท้ายสิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นหมอดูก็คือการสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจ และจรรยาบรรณที่สำคัญที่สุดของหมอดูคือไม่เอาความลับของลูกค้าไปพูดต่อโดยเด็ดขาด

“ดูดวงแบบออนไซต์ คือดูแบบเน้นๆ เหมือนมาวินิจฉัยโรค จะแม่นกี่เปอร์เซ็นต์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ แต่ที่สำคัญเป็นหมอดูต้องรู้ว่าลูกค้าที่มาเขามีเรื่องอะไร ต้องทำนายเหตุการณ์ปัจจุบันได้ตรง ถ้าทำนายเหตุการณ์ปัจจุบันไม่ตรงก็ไม่ต้องไปทำนายอนาคตเขา”

“ต่อให้คุณจะวิเศษแค่ไหน แต่ถ้าลูกค้าไม่เข้าใจคือคุณสอบตกการเป็นหมอดู และคนยุคนี้ไม่ใช่คนโง่นะ วันนี้คุณพูดอะไรก็ได้ แต่วันข้างหน้าถ้าไม่ตรงขึ้นมา ลูกค้าก็ไม่กลับมาเพราะคุณไม่แม่นจริง”

หมอดูและโหราศาสตร์เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนได้ทุกยุคทุกสมัย เพราะเรื่องของอนาคตเป็นความหวาดหวั่นมากที่สุดของมนุษย์ เนื่องจากไม่มีใครสามารถนั่งไทม์แมชชีนเดินทางไปดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ มีเพียงศาสตร์แห่งการพยากรณ์นี้เท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้น

แต่บรรจบมองว่ายุคสมัยแห่งโรคระบาดนั้นต่างออกไป จากเดิมที่ผู้คนต่างพากันวิ่งหาหมอดูยามชีวิตถึงจุดวิกฤตหรือมีความไม่สบายใจอันใหญ่หลวง ในตอนนี้กลับเป็นหมอดูเสียเองที่เฝ้ามองหา ‘ความหวัง’ ให้วงการดูดวงแบบออนไซต์ผ่านวิกฤตอันเลวร้ายครั้งนี้ไปให้ได้ 

“ทุกทฤษฎีมีข้อยกเว้น” คือคำนิยามวงการดูดวงออนไซต์ในยุคโควิดของบรรจบ

“สมัยก่อนถ้าบ้านเมืองมีปัญหาเศรษฐกิจ มีปัญหาสังคม คนเดือดร้อนอะไรก็วิ่งมาหาหมอดู มีปัญหาอะไรก็ต้องมาพึ่งหมอดู หมอดูก็รับทรัพย์เลย นี่คือทฤษฎีเดิมๆ แต่เดี๋ยวนี้เหรอ อย่างโควิดนี่เลย หมอดูรวยไหมล่ะ คนมีปัญหาแทนที่จะวิ่งมาหาหมอดูก็ไม่มี หมอดูแทนที่จะได้เงินก็ไม่มีเงิน โควิดคือตัวอย่างของ ‘ทุกทฤษฎีมีข้อยกเว้น’ ในรอบหลายทศวรรษ” บรรจบสรุป

การเดินทางมาท่าพระจันทร์ในครั้งนี้ทำให้ได้รู้ว่าภาพเบื้องหน้าแห่งความเฟื่องฟูของวงการดูดวงไม่ได้สะพรั่งเหมือนกันทุกที่อย่างที่หลายคนเข้าใจ

หรือบางทีคำว่า ‘ฝนตกไม่ทั่วฟ้า’ อาจมีหน้าตาเป็นเช่นนี้

4

‘เหล้าเก่าในขวดใหม่’ ความเชื่อเดิมในวันที่แพลตฟอร์มเปลี่ยน

“เราว่าตอนนี้มันคือยุคเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคโหราศาสตร์ดิจิทัลจริงๆ ใช้คำนี้ได้เลย” แม่หมอพิมพ์ฟ้า หรือพิมพ์ฟ้า พิชา กุลวราเอกดำรง หมอดูเจ้าของเพจ ‘พิมพ์ฟ้ามาโปรด’ ยืนยันว่าจากเส้นทางในการดูดวงเป็นอาชีพหลักมากว่า 10 ปี วงการดูดวงในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปแล้วจริงๆ โดยปัจจัยสำคัญย่อมมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้อาชีพหมอดูต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น

ในฐานะหมอดูที่รับดูดวงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มาโดยตลอด พิมพ์ฟ้ามองว่าหมอดูในปัจจุบันเป็นมากกว่าผู้พยากรณ์อนาคตให้กับลูกค้า แต่ยังมีการทำคอนเทนต์ในแอปพลิเคชันออนไลน์ หรือออกงานกิจกรรมตามที่ได้รับการว่าจ้างมา รวมทั้งต้องศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ที่นอกเหนือไปจากไพ่ทาโรต์หรือโหราศาสตร์ไทยเพื่อให้สามารถวิ่งไล่ตามกระแสแห่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลได้ทัน

แม่หมอพิมพ์ฟ้า พิชา กุลวราเอกดำรง  

ทั้งนี้ พิมพ์ฟ้าเห็นด้วยว่าโรคระบาดสร้างผลกระทบด้านลบให้หมอดูที่ดูดวงแบบออนไซต์เป็นหลักอย่างมาก ยิ่งในปัจจุบันที่คอนเทนต์โหราศาสตร์และการดูดวงเป็นสิ่งที่ ‘ขายได้’ และได้รับความนิยมอย่างมากจากคนในสังคม หมอดูออนไลน์จึงกลายเป็นตัวแรกๆ ที่คนจะนึกถึงไปโดยปริยาย ทั้งจากลูกค้ากลุ่มที่ต้องการดูดวงและลูกค้ากลุ่มที่ต้องการนำการดูดวงไปทำเป็นคอนเทนต์

“มีอาจารย์คนหนึ่งที่ค่อนข้างดังมากๆ มีครั้งหนึ่งเขาเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่จะได้ไปทำโฆษณา และคนที่เป็นคู่แข่งของเขาก็คือเรา สุดท้ายที่งานนั้นมันมาถึงเราเป็นเพราะว่าเขาดังและมีชื่อเสียงก็จริง แต่เขาไม่มีเฟซบุ๊กแฟนเพจของตัวเอง คือเฟซบุ๊กส่วนตัวเขามีคนติดตาม แต่เขาไม่มีแฟนเพจที่ลูกค้าสามารถเข้ามายิงแอดได้ ลูกค้าก็เลยมาเลือกเราแทน เพราะฉะนั้นมันจึงมีคนที่ต้องปรับตัว ต้องเรียนรู้อะไรที่เกี่ยวกับออนไลน์เยอะมากในช่วงโควิด” พิมพ์ฟ้าเล่าให้ฟังจากประสบการณ์จริงที่เธอได้พบเจอ

นอกจากนี้ หมอดูในปัจจุบันยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่รวบเอาความรู้โหราศาสตร์ต่างๆ เข้ามาอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ ทั้งยังมีเรื่องกลยุทธ์ทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ที่ชอบคอนเทนต์ดูดวงมากขึ้น เทคโนโลยีจึงมีส่วนช่วยในการหาลูกค้าเพิ่มอย่างมาก

“เทคโนโลยีที่เข้ามาเกี่ยวกับการดูดวงก็จะมีหลายอย่าง เช่น เฟซบุ๊ก วิธีการใช้ไลน์ที่เป็น official account เพราะมันเก็บข้อมูลได้ บรอดแคสต์ได้ การทำคอนเทนต์ลง TikTok ก็มาในยุคหลังแล้ว ยังมีเรื่องของแอปพลิเคชันที่เราใช้ในการดูดวง เช่น ถ้าเป็นหมอดูโหราศาสตร์ไทย ตัวเลือกเดียวที่คุณจะเลือกใช้ได้คือคุณต้องใช้แอนดรอยด์ เพราะว่าไม่มีแอปสำหรับการคำนวณดวงโหราศาสตร์ไทยในไอโฟน แค่เวลาเลือกมือถือก็ต้องคิดแล้ว”

มากไปกว่านั้น พิมพ์ฟ้ามองว่าความแตกต่างของอาชีพหมอดูในอดีตกับปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและทัศนคติของคนในสังคม ในยุคนี้ที่การดูดวงเป็นเรื่องปกติของคนในสังคมและเป็นคอนเทนต์ที่เราเสพกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หมอดูจึงกลายเป็นอาชีพที่มาคู่กับเทคโนโลยี การโฆษณาและการตลาดได้เหมือนอาชีพอื่น จนทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ด้อยค่าว่าการดูดวงเป็นมิจฉาชีพหรือมองในทางลบมากเท่าในอดีตอีกต่อไป 

ยิ่งในปัจจุบันที่หลายคนมองว่า ‘ใครก็เป็นหมอดูได้’ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือจำนวนหมอดูออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญคือหมอดูนับวันยิ่งมีอายุน้อยลงและเข้าถึงง่ายมากขึ้น เมื่อการแข่งขันเพื่อแย่งชิงลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น การทำการตลาดเพื่อเพิ่มยอด engagement ทั้งยอดกดไลค์ กดแชร์ ยอดวิว รวมไปถึงจำนวนรีทวิตจึงลามมาถึงวงการดูดวงในที่สุด 

เมื่อชีวิตผู้คนผูกติดกับการทำงานในแพลตฟอร์มออนไลน์ หมอดูในยุคโหราศาสตร์ดิจิทัลจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเช่นกัน และเมื่อกระแสความนิยมของคอนเทนต์ดูดวงกำลังมาแรง การดูดวงเชิงธุรกิจที่พึ่งพาการโฆษณาและการตลาดมากกว่าที่เคยเป็นมาจึงเกิดขึ้น

“ยุคนี้มีหมอดูเยอะจนเราตกใจเลยนะ พอหันไปอีกทีหมอดูเยอะมาก ทุกคนเป็นหมอดู ทุกคนดูดวงได้ เด็ก ม.ปลายเรียนโหราศาสตร์กันเยอะมาก ทุกวันนี้เรายังตกใจเลยว่า โอ้โห ยังเรียนมหา’ลัยอยู่เลย แต่เก่งโหราศาสตร์แล้ว” 

“เราคิดว่าวงการดูดวงกับธุรกิจแยกออกจากกันไม่ได้ในตอนนี้ ยิ่งในปีนี้เรายิ่งเห็นสัจธรรมและพลังของโฆษณาเลยว่าต่อให้เราทำคอนเทนต์อะไรเป็นเจ้าแรกหรือเป็นคนแรก ต่อให้เราเป็นของดีจริง แต่ถ้าโฆษณาเราไม่ถึงอย่างไรเราก็โดนเบียด เราจะไม่ใช่คนแรกที่คนนึกถึง เราอย่าดูถูกพลังของโฆษณานะ ต่อให้เป็นคนเก่งขนาดไหนก็อย่าไปดูถูกอะไรแบบนี้เชียว” พิมพ์ฟ้ายืนยันให้เห็นถึง ‘พลังงานของโฆษณา’ ที่ทรงอิทธิพลแม้แต่ในวงการดูดวง

5

เมื่อการดูดวงกลายเป็นไลฟ์สไตล์และความบันเทิง

แม้ปัจจุบันความรุนแรงของโควิด-19 จะน้อยลงเนื่องด้วยประสิทธิภาพของวัคซีน และความกังวลต่อโรคของผู้คนที่เริ่มลดน้อยลงไป แต่พิมพ์ฟ้ามองว่าการดูดวงแบบออนไลน์ทั้งการโทรศัพท์พูดคุยกันหรือพิมพ์ตอบผ่านทางข้อความจะกลายเป็นค่านิยมใหม่ที่จะอยู่ติดกับสังคมไทยไปอีกนาน และการปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ของหมอดูอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากในยุคสมัยนี้

“เราคิดว่ามันไม่ใช่แค่ในช่วงนี้ด้วย สมมติว่าโควิดหายไปแล้ว คิดว่าคนจะกลับมาใช้ชีวิตกันแบบเดิมเหรอ เราว่าไม่หรอก ระยะโควิดมันสามปีเลยนะ พฤติกรรมคนเปลี่ยนไปแล้ว การที่จะกลับไปแบบออฟไลน์เหมือนเดิมก็อาจจะมีบ้าง แต่คงไม่เหมือนเดิมขนาดนั้น เราว่าคนจะดูดวงแบบออนไลน์กันไปยาวๆ โลกเปลี่ยนไปแล้ว ให้ยอมรับว่ามันเปลี่ยนไป”

อย่างไรก็ตาม แม้การดูดวงจะได้รับการยอมรับมากขึ้นกว่าในอดีตมาก แต่การดูดวงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ยังหนีไม่พ้นการถูกวิจารณ์ว่าเป็นทำงานที่ไม่ลงทุน เรื่องนี้พิมพ์ฟ้ายืนยันว่าการเป็นหมอดูออนไลน์นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะอุปกรณ์ที่ใช้ทุกอย่างทั้งที่มองเห็นได้และที่จับต้องไม่ได้ล้วนแล้วแต่มีต้นทุนด้วยกันทั้งนั้น

“โทรศัพท์ก็เป็นต้นทุนนะ แอปพลิเคชันที่เราใช้ก็เป็นต้นทุน ค่าเน็ตเป็นต้นทุน ไพ่เป็นต้นทุน ไพ่หนึ่งเซ็ตก็เป็นพันแล้ว เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ก็เป็นต้นทุนแหละ แต่คนอาจจะรู้สึกว่าเราต้นทุนน้อยกว่าคนอื่นตรงที่เรารับดูได้เลย คนมักจะบอกว่า เนี่ย ไลน์ก็ใช้ฟรี ไม่ค่อยลงทุนเลย แต่อย่าลืมว่าประสบการณ์และระยะเวลาที่เราทำมาก็คือต้นทุนเหมือนกัน” พิมพ์ฟ้าอธิบาย

ทั้งนี้ นอกเหนือจากสาเหตุอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว ข้อสำคัญที่ทำให้ปัจจุบันการดูดวงออนไลน์เป็นกระแสขึ้นมาเนื่องจากโหราศาสตร์ได้กลายเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ ด้วยความเข้าถึงง่ายและการเข้ามาเป็นหมอดูของคนรุ่นใหม่ ทำให้ปัจจุบันโหราศาสตร์เป็นมากกว่าความเชื่อ แต่ยังสามารถนำมาสร้างเป็นคอนเทนต์ที่น่าสนใจมากขึ้น และถือเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของคนรุ่นใหม่

ระหว่างพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ในการดูดวงของคนรุ่นใหม่ พิมพ์ฟ้าหยิบไพ่ทาโรต์สำรับหนึ่งที่เธอตั้งใจนำมาให้ดู พร้อมโชว์ลีลาการกรีดไพ่อย่างคล่องแคล่วที่เธอบอกว่าต้องใช้เวลาฝึกอยู่นาน พิมพ์ฟ้าบอกว่าความพิเศษของไพ่สำรับนี้คือการออกแบบให้มีความน่าสดใสสไตล์ตัวการ์ตูนดิสนีย์ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ ทำให้เห็นว่าแม้แต่ไพ่ทาโรต์ที่ใช้ในการทำนายก็ยังมีหลายรูปแบบตามลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

พิมพ์ฟ้ามองว่าสุดท้ายแล้วความเชื่อทางโหราศาสตร์ในปัจจุบันอาจไม่ได้แตกต่างจากในอดีตมากนัก เพียงแต่หมอดูยุคนี้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการให้เข้ากับยุคสมัยและพฤติกรรมคนที่เปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น

“ที่สำคัญคือมันง่ายขึ้น จากความเชื่อที่ศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้มันกลายเป็นเทรนด์ เป็นไลฟ์สไตล์ พอเปลี่ยนมาสู่การเป็นไลฟ์สไตล์แล้ว มันก็เข้ากับชีวิตประจำวันเราได้มากขึ้น การจะมูเตลูก็ไม่จำเป็นต้องไปวัดแล้ว อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็มูได้ มันเข้ามาอยู่ในชีวิตแบบแทรกซึมทุกอณูแล้ว นี่คือสิ่งที่ทำให้ตอนนี้การดูดวงเป็นกระแสขึ้นมา” พิมพ์ฟ้าสรุป

6

ที่ใดมีชีวิต ที่นั่นย่อมมีหวัง

ท้ายที่สุดเราคงไม่อาจรู้ได้แน่ชัดว่าวงการโหราศาสตร์การดูดวงในไทยจะเป็นเช่นไรต่อไป แต่ถึงอย่างไรเราคงไม่อาจตัดสินได้ว่าการดูดวงรูปแบบไหนดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วมนุษย์ทุกคนย่อมมีความต้องการและวิถีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป

เมื่อถูกถามว่ากังวลไหมว่าในอนาคตการดูดวงแบบออนไซต์จะเลือนหายไปจากสังคมโดยสิ้นเชิง บรรจบตอบกลับมาเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม “ทุกอย่างมันเป็นโลกธรรม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีอะไรแน่นอน ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง แต่ถึงจะหมดไปอย่างไร ผมคิดว่าก็คงมีเหลืออยู่บ้าง บางคนก็อาจจะมีกำลังมากพอจะเปิดสำนักของตัวเองต่อได้ ผมว่ามันต้องมีสืบทอดกันต่อไป” 

ยุคสมัยแห่งโรคระบาดคงจะอยู่กับโลกใบนี้ของเราไปอีกนาน ความกังวลต่อปัจจุบันและความหวาดหวั่นต่ออนาคตที่มองไม่เห็นเป็นสิ่งที่น้อยคนนักจะหลีกเลี่ยงได้ แต่เพราะมนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวัง ไม่ว่าจะในแง่มุมใดของชีวิต และหมอดูเองก็มีความรู้สึกแบบนั้นเช่นกัน “เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น” บรรจบเชื่อมั่นเช่นนั้น

“คุณนี่เป็นนักตามล่าหาอนาคตนะเนี่ย” บรรจบกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดี เมื่อเริ่มเปิดอ่านพื้นดวงที่คำนวณตามวัน เดือน ปีและเวลาเกิดของฉันเสร็จสรรพ

“ปีหน้าจะได้เจอใครคนหนึ่งจากการทำงานนะ จะมีคนพามาแนะนำให้รู้จัก” บรรจบพูดพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่มในความหมายที่พอรู้กันว่าใครคนนั้นจะเข้ามาในแง่ไหน

“เดี๋ยวปี 2568 ดวงคุณจะพุ่งทะยานเลย ช่วง 2-3 ปีนี้ก็อดทนรอไปก่อน”

บรรจบตั้งหน้าตั้งตาทำนายอนาคตของชีวิตฉันอย่างจริงจัง พร้อมบอกเล่าสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละช่วงชีวิตเป็นฉากๆ ทั้งเรื่องการงาน การเรียน สุขภาพ และความรัก 

แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นอย่างที่บรรจบทำนายไว้ไหม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโหราศาสตร์ช่างเป็นศาสตร์ที่ลึกลับและมีมนต์เสน่ห์เฉพาะตัวมากจริงๆ

จะว่าไป ถนนท่าพระจันทร์ในวันที่ฉันเดินทางมาก็ไม่ได้เงียบเหงามากเสียทีเดียว เพราะระหว่างที่บรรจบเริ่มต้นการพยากรณ์อนาคตให้ สำนักดูดวงที่เหลืออยู่รอบข้างก็ยังมีลูกค้าแวะเวียนมาอยู่เนืองๆ นี่คงเป็นเครื่องยืนยันว่าสุดท้ายคนที่มีสิทธิตัดสินว่าการดูดวงแบบไหน เหมาะสมหรือดีกับชีวิตของตัวเองที่สุดก็คือตัวคนที่มาดูดวงเอง

อีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า ดินแดนแห่งมนต์ขลังและความหวังนี้จะมีหน้าตาเป็นเช่นไร จะมีสำนักดูดวงมากน้อยแค่ไหน วงการดูดวงแบบออนไซต์จะเป็นเช่นไรต่อไป และแสงนวลของดวงจันทร์จะได้กลับมาส่องสว่างอีกครั้งเมื่อไร เป็นคำถามที่แม้แต่ตัวหมอดูเองก็ไม่อาจพยากรณ์ได้ 

MOST READ

Life & Culture

1 Feb 2019

ทรมานแสนสุขสม : เปิดโลก ‘BDSM’ รสนิยมทางเพศที่ตั้งต้นจากความยินยอมพร้อมใจ

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ ชวนสำรวจรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ผ่านการพูดคุยกับสองสาวเจ้าของเพจ Thailand BDSM : Let’s Play and Learn ว่าด้วยนิยาม รูปแบบ คำอธิบายของความสุขในความเจ็บปวด ไปจนถึงความเสี่ยงในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อตามหาผู้มีรสนิยมแบบเดียวกัน พร้อมเก็บบรรยากาศการแสดง ‘ชิบาริ’ โดยศิลปินชาวญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังอย่างถึงเนื้อถึงหนัง

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

1 Feb 2019

Life & Culture

8 Sep 2021

คนกระโปกแห่งยุคสมัย 199x ทำไมเด็กเจนวายไม่ยอมโต

คอลัมน์ PopCapture พิมพ์ชนก พุกสุข เขียนถึงสาเหตุสำคัญว่าเพราะอะไร ‘ชาวมิลเลนเนียลส์’ ถึงไม่อาจเติบโตได้อย่างที่ใจหวัง

พิมพ์ชนก พุกสุข

8 Sep 2021

Life & Culture

24 Dec 2018

‘สิงโตนอกคอก’ กับมุมมองต่อความเหลื่อมล้ำของ อดัม สมิธ

ธร ปีติดล เขียนถึงเรื่องสั้น ‘สิงโตนอกคอก’ ของจิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท ที่ตั้งคำถามกับประเด็นจริยธรรม เชื่อมโยงกับมุมมองเรื่องความเหลื่อมล้ำของ อดัม สมิธ

ธร ปีติดล

24 Dec 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save