fbpx
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของฮาวาย

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของฮาวาย

กรณิศ ตันอังสนากุล เรื่อง

ภาพิมล หล่อตระกูล ภาพประกอบ

 

เมื่อเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนที่ผ่านมา (2561) ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Young Southeast Asian Leaders Initiative (YSEALI) และได้มีโอกาสไปทำงานร่วมกับ Elemental Excelerator  (องค์กรไม่แสวงหากำไรเพิ่มสมรรถนะธุรกิจ startup เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงาน การขนส่ง การเกษตรและอาหาร และการจัดการน้ำ) ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่โฮโนลูลู เมืองหลวงของรัฐฮาวาย จุดหมายปลายทางที่ใครหลายๆ คนรวมถึงผู้เขียนด้วยใฝ่ฝันจะได้ไปเยือนสักครั้ง

นอกจากได้รับรู้ด้วยตัวเองว่าฮาวายช่างเป็นเมืองที่อากาศดีน่าอยู่ รายล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่มีสีสัน หนึ่งในเรื่องแรกๆ ที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับฮาวายก็คือปัญหาด้านพลังงานของเกาะสวรรค์แห่งนี้ หากมาเยือนในฐานะนักท่องเที่ยว คงจะไม่มีโอกาสรับรู้แง่มุมที่ไม่สวยงามของเกาะแห่งนี้เป็นแน่

หมู่เกาะสวรรค์แห่งนี้ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก แผ่นดินใหญ่ที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปถึง 4,000 กิโลเมตร จึงนับว่าเป็นแหล่งอาศัยของมนุษย์ที่โดดเดี่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว เกาะพึ่งพาการนำเข้าสูงถึง 80% ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค ซึ่งรวมถึงพลังงานด้วย  ก่อนปี 2523 เกือบทั้งหมดของพลังงานที่ใช้ที่ฮาวายมาจากน้ำมันนำเข้า เพราะยังไม่มีทางเลือกอื่นที่คุ้มค่าเพียงพอ ซึ่งหากจะกล่าวว่าฮาวายขับเคลื่อนได้ด้วยน้ำมันนำเข้าก็ไม่ผิดนัก บนแผ่นดินใหญ่ น้ำมันเป็นแหล่งพลังงานหลักของการขนส่ง แต่ที่ฮาวายนั้นไม่เพียงแค่การขนส่ง แต่น้ำมันเป็นแหล่งพลังงานหลักในการผลิตไฟฟ้า ขณะที่แหล่งพลังงานอื่น เช่น การนำเข้าถ่านหินเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2533

ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษ ฮาวายพึ่งพาพลังงานนำเข้าสูงถึง 90-95% ขณะที่เทียบกับสถิติเฉลี่ยของสหรัฐอเมริกาที่นำเข้าพลังงานเพียง 8% ในปี 2560 น้ำมันเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายในตลาดเปิด มีการเคลื่อนไหวในแต่ละวัน เมื่อฮาวายพึ่งพาน้ำมันในการผลิตไฟฟ้า ราคาไฟฟ้าจึงอิงอยู่กับราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างแยกจากกันไม่ได้ ซึ่งภาระค่าน้ำมันที่จ่ายโดยผู้ผลิตพลังงานของรัฐได้ถูกส่งผ่านสู่ครัวเรือนและธุรกิจในที่สุด

น้ำมันเป็นตัวเลือกในการผลิตไฟฟ้าที่แพงที่สุด ทำให้รัฐฮาวายมีราคาไฟฟ้าแพงที่สุดในประเทศ ช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ผู้อยู่อาศัยที่นี่จ่ายค่าไฟฟ้าต่อกิโลวัตต์สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึง 260% อันเป็นผลมาจากการพึ่งพาน้ำมันอย่างเข้มข้น และด้วยการพึ่งพาตลาดน้ำมันนี้เองทำให้ราคาไฟฟ้าของฮาวายผันผวนกว่ารัฐอื่นๆ ยากต่อการคาดเดาและไม่เป็นผลดีต่อวางแผนลงทุนของครัวเรือนและภาคธุรกิจเลย

 

หากคุณอาศัยอยู่ที่เมือง Honolulu ทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน และได้รับค่าแรง 23$ ต่อชั่วโมง (ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยเมื่อปี 2016) แล้ว ค่าจ้างจากการทำงาน 17 นาทีในแต่ละวันของคุณจะถูกนำไปจ่ายเป็นค่าไฟฟ้า
ที่มา: https://www.transcendingoil.com/

 

ที่มา: https://www.transcendingoil.com/

 

ไม่เพียงแต่น้ำมันเท่านั้น แต่สินค้าเกือบทุกชนิดต้องขนส่งมาจากแผ่นดินใหญ่หรือนำเข้าจากต่างประเทศเช่นกัน ทำให้ราคาสินค้าเกือบทุกอย่างสูงกว่ารัฐอื่นในสหรัฐอเมริกา หนำซ้ำราคาของที่พักอาศัยก็สูงเป็นอันดับสามของประเทศ อันเป็นผลมาจากความต้องการที่อยู่ของนักท่องเที่ยวและประชากรที่มาอาศัยเฉพาะฤดูกาล จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ฮาวายเป็นรัฐที่ค่าครองชีพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้การต้องนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมดยังทำให้ขาดดุลและเสียโอกาสในการนำงบประมาณมาสร้างประโยชน์ให้แก่เศรษฐกิจท้องถิ่น

Hawaii Clean Hawaii Initiative เริ่มขึ้นในปี 2551 ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ ผู้ให้บริการพลังงาน ภาคธุรกิจ และองค์กรไม่แสวงหากำไร ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าควรหยุดพึ่งพาพลังงานจากน้ำมันอีกต่อไป และหันมาพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือตลอดทั้งปีนั่นก็คือ สายลม แสงแดด และคลื่น

ตอนที่เริ่มโครงการ ฮาวายมีพลังงานหมุนเวียนใช้แค่ 6% ของพลังงานทั้งหมดบนเกาะ ปัจจุบันผ่านมาราว 10 ปีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 25% นอกจากนี้ฮาวายยังมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคามากที่สุดในประเทศ และมีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าต่อหัวประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศอีกด้วย การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (energy efficiency) สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 2.5 ล้านตัน เทียบเท่าการขับรถยนต์ของคน 160,000 คนเป็นเวลา 1 ปี

ฮาวายกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว และกำลังเข้าสู่ยุคประกาศอิสรภาพทางพลังงานก็ว่าได้ ตอนนี้ฮาวายเป็นรัฐเดียวที่ตั้งเป้าหมายบรรลุพลังงานหมุนเวียน 100% ให้ได้ในปี 2588 หรืออีก 26 ปีข้างหน้า ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาก็ปรากฏพัฒนาการที่น่าสนใจและมีแนวโน้มว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าที่วางไว้ได้จริงๆ

 

ที่มา: https://www.transcendingoil.com/
ที่มา: https://www.transcendingoil.com/
ที่มา: https://www.transcendingoil.com/

 

แต่แค่นั้นยังดีไม่พอสำหรับฮาวาย  Elemental Excelerator ร่วมกับ Rhodium Group and Smart Growth America ทำการศึกษาความเป็นได้ได้ที่ฮาวายจะบรรลุเป้าหมายด้วยเวลาที่สั้นกว่าเดิม ตั้งเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

 

เป้าหมายพลังงานสะอาดของฮาวายที่เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 40% ภายในปี 2030, 70% ภายในปี 2040 และ 100% ภายในปี 2045 อาจยังไม่ดีพอ หากเร่งการเปลี่ยนผ่านให้เร็วขึ้นจะช่วยประหยัดต้นทุนได้มาก
ที่มา: https://www.transcendingoil.com/

 

นอกจากตั้งเป้าว่าจะเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2588 แล้ว ผู้ว่าการยังประกาศว่าการขนส่งทางบกก็จะต้องเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดทั้งหมดด้วยเช่นกัน ฮาวายนับเป็นรัฐแห่งเดียวในสหรัฐอเมริกาที่มีเป้าหมายทะเยอทะยานเช่นนี้ และยังมีความพยายามเร่งให้บรรลุเป้าหมายโดยเร็วที่สุด

ในปัจจุบัน ฮาวายสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดคิดเป็น 25% เพิ่มขึ้นจาก 9% ในปี 2010 อันเป็นผลมาจากมาตรการจูงใจที่เข้มข้นให้คนหันมาลงทุนติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านตัวเอง โดยมีเงินอุดหนุนจากรัฐ 30% และสามารถนำไปหักภาษีได้อีก 30% ระหว่างปี 2553 ถึง 2560 ฮาวายสามารถเพิ่มกำลังผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้ถึง 600 เมกกะวัตต์ และกลายเป็นรัฐที่มีแผงโซลาร์เซลล์ต่อสัดส่วนประชากรสูงที่สุดในประเทศ

รายงานการวิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของฮาวาย (Hawaii’s clean energy transition)[1] เสนอว่าฮาวายควรเพิ่มสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมให้เร็วขึ้นอีกด้วย เพราะยิ่งการเปลี่ยนผ่านเร็วเท่าไหร่ จะยิ่งประหยัดเงินได้มากขึ้นเท่านั้น ถ้าฮาวายตั้งเป้าหมายสัดส่วนพลังงานสะอาดที่ 80% ภายในปี 2030 สูงขึ้นจากเดิมถึงสองเท่า จะดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ฮาวายได้ 2.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ และสร้างการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1,522 ตำแหน่ง รายงานเสนอว่าฮาวายควรปรับปรุงกฎระเบียบและระบบการจัดการ โดยเฉพาะแรงจูงใจทางการเงินต่อภาคไฟฟ้าเพื่อเพิ่มผลประโยชน์จากการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด และจำเป็นต้องมีความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูล

รายงานฉบับนี้ยังได้มุ่งเสนอแนวทางที่จะเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับภาคการขนส่ง การเพิ่มพาหนะไฟฟ้า ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ยากยิ่งสำหรับฮาวายเพราะยังขาดโครงสร้างพื้นฐาน

ด้วยเหตุนี้ภาครัฐจึงจำเป็นต้องออกมาตรการเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และขณะเดียวกันต้องไม่เพิ่มแรงจูงใจให้ชาวเมืองซื้อรถ EVs เพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันพลังงานไฟฟ้ายังมาจากการเผาน้ำมันอยู่ การลดก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งจำเป็นต้องมีปัจจัยอื่นประกอบด้วย ได้แก่ การวางระเบียบผังเมืองที่ดี การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ แรงจูงใจที่จะสนับสนุนระบบการแชร์พาหนะไม่ว่าจะเป็นรถหรือจักรยาน

ฮาวายเป็นตัวอย่างของรัฐบาลท้องถิ่นที่มุ่งมั่นเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยไม่ปล่อยให้นโยบายจากรัฐบาลกลางยุคนายโดนัล ทรัมป์มาทำให้เสียสมาธิ ถ้าท้องถิ่นเข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์ การเปลี่ยนแปลงก็เป็นไปได้แน่นอน


เอกสารประกอบการเขียน

https://rhg.com/research/transcending-oil-hawaiis-path-to-a-clean-energy-economy/

https://www.transcendingoil.com/

https://www.greenbiz.com/article/it-wont-be-easy-hawaii-should-speed-its-transition-clean-energy

 

[1] การวิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของฮาวาย (Hawaii’s clean energy transition) ใช้เครื่องมือสร้างแบบจำลองทางเศรษฐกิจจากชุดข้อมูลรัฐและรัฐบาลกลาง ศึกษาวรรณกรรมปริทัศน์ที่มีอยู่และการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้เชี่ยวชาญในฮาวาย

 

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Social Issues

22 Oct 2018

มิตรภาพยืนยาว แค้นคิดสั้น

จากชาวแก๊งค์สู่คู่อาฆาต ก่อนความแค้นมลายหายกลายเป็นมิตรภาพ คนหนุ่มเลือดร้อนผ่านอดีตระทมมาแบบไหน ‘บ้านกาญจนาฯ’ เปลี่ยนประตูที่เข้าใกล้ความตายให้เป็นประตูสู่ชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างไร

ธิติ มีแต้ม

22 Oct 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save