fbpx

CCRC คณะกรรมการทบทวนคดีอาญา ทางสู้สุดท้ายของเหยื่อกระบวนการ(อ)ยุติธรรม

เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีคดีอื้อฉาวที่เป็นข่าวพาดหัวสื่อมวลชนในสหราชอาณาจักรติดต่อกันหลายวัน สามารถแย่งพื้นที่ข่าวไวรัสกลายพันธ์ุเดลตาซึ่งกำลังระบาดอย่างรวดเร็วได้ทั้งสัปดาห์ เมื่อศาลอุทธรณ์พลิกคำพิพากษาในคดีอาญาโดยให้จำเลยหลายร้อยคนพ้นจากความผิดในคดีคดโกงยักยอกทรัพย์จากการไปรษณีย์แห่งชาติ (the Post Office) ซึ่งสื่อมวลชนรายงานว่าเป็นการพลิกคดีครั้งประวัติศาสตร์ เพราะจำเลยที่ชนะคดีมีหลายร้อยคน หลังจากศาลชั้นต้นตัดสินคดีผิดพลาด (miscarriage of justice)

นับเป็นการกลับคำพิพากษาในคดีอาญาครั้งใหญ่ที่สุดของศาลอังกฤษ โดยมีการต่อสู้กันยาวนานกว่าสิบปี จำเลยหลายคนต้องติดคุกติดตารางกันหลายปี บางคนก็เสียชีวิตไประหว่างที่ต้องโทษคดีอาญา ทั้งนี้ต้นเหตุของกระบวนการยุติธรรมที่ผิดพลาดได้สร้างความเจ็บปวดและสูญเสียให้แก่ครอบครัวของผู้บริสุทธิ์กว่าเจ็ดร้อยคน ในประเทศที่ได้รับการยกย่องว่ามีมาตรฐานและเคร่งครัดกับกระบวนการยุติธรรม จนหลายประเทศมักจะเอาแบบอย่าง

ความสำเร็จในการต่อสู้ทางคดีความของเหยื่ออธรรมจำนวนหลายร้อยคนคราวนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลงานของ หน่วยงานอิสระของ สหราชอาณาจักรที่เรียกว่า คณะกรรมการทบทวนคดีอาญา (the Criminal Cases Review Commission – CCRC)

คณะกรรมการชุดนี้ทำงานเป็นอิสระจากกระบวนการยุติธรรมในระบบปกติ มีอำนาจตามกฎหมายคอยตรวจสอบคดีต่างๆ ที่มีข้อสงสัยว่าเกิดความผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรมที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องกลายเป็นแพะรับบาป นอกจากนี้ยังมีหน้าที่เปิดรับเรื่องร้องเรียนจากจำเลยที่เชื่อมั่นว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ตกเป็นเหยื่อของกลไกที่ผิดพลาดของกระบวนการยุติธรรม

CCRC มีผลงานที่โด่งดังสร้างประวัติศาสตร์มาแล้วหลายคดี ตั้งแต่ก่อตั้งมาเมื่อปี 1995 แต่คดีนี้นับเป็นคดีที่มีผู้ร่วมกันเป็นจำเลยในข้อกล่าวหาเดียวกันเป็นจำนวนมากที่สุด ถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ซึ่งคงมีการกล่าวขานกันต่อไปอีกนาน และเป็นข้อพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งว่า ประชาชนในสังคมจะอยู่ร่วมกันได้ก็ต่อเมื่อมีกลไกอันหลากหลาย ตรวจสอบกันเอง ให้ทุกคนได้รับความเป็นธรรม เพราะไม่มีอะไรจะชั่วร้ายไปกว่าความผิดพลาดอันเกิดขึ้นภายใต้กระบวนการยุติธรรม

คดีอื้อฉาวนี้เกิดขึ้นระหว่าง ค.ศ. 2000 ถึง 2004 เมื่อผู้บริหารของการไปรษณีย์แห่งชาติสั่งดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ประจำหรือตัวแทนสาขาสำนักงานไปรษณีย์ทั่วประเทศ จำนวนรวมกันทั้งสิ้น 736 คน ในข้อหาทำบัญชีปลอม ยักยอกทรัพย์ซึ่งเป็นรายได้ของสำนักงานไปรษณีย์สาขาที่พวกเขารับผิดชอบอยู่

สำหรับสหราชอาณาจักร กิจการไปรษณีย์ถือว่าเป็นสถาบันทางสังคมอย่างหนึ่งที่ให้บริการประชาชนโดยมีประวัติยาวนานหลายร้อยปี ตั้งแต่การบริการขนส่งจดหมายด้วยรถขนส่งเทียมม้า จนถึงปัจจุบันเปรียบได้ว่ากิจการไปรษณีย์เป็นชีพจรของสังคมอังกฤษในชนบทก็ว่าได้ แม้ว่าเทคโนโลยีการขนส่งและการสื่อสารจะมีความก้าวหน้าไปมากแล้วก็ตาม แต่กิจการไปรษณีย์ก็ปรับตัวให้บริการอย่างหลากหลาย และปรับรูปงานบริหารกิจการสาขาต่างจังหวัดด้วยการใช้ outsource ทำสัญญาจ้างบุคคลในท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของร้านค้าชุมชนให้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่เรียกว่า sub-post office ให้บริการไปรษณีย์และบุคคลเหล่านี้เองที่กลายเป็นจำเลยถูกดำเนินคดีจนเป็นเรื่องอื้อฉาว 

นอกจากขายแสตมป์ รับส่งจดหมายและพัสดุแล้ว ยังมีบริการอีกหลายอย่าง เช่น เป็นตัวแทนรับตรวจสอบ-ส่งใบสมัครทำหนังสือเดินทาง ต่อภาษีรถยนต์ รับจ่ายเงินค่าแก๊ส ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต จ่ายเงินรางวัลย่อยๆ ของผู้ที่ถูกล็อตเตอรี ขายพันธบัตรออมทรัพย์ให้รัฐบาล จ่ายเงินบำนาญให้ผู้สูงอายุ เป็นศูนย์แจกจ่ายเวชภัณฑ์ฉุกเฉินในยามเกิดโรคระบาด แลกเปลี่ยนเงินตราและส่งเงินไปต่างประเทศ เป็นต้น

ในเมืองเล็กๆ แถบชนบทของอังกฤษ สำนักงานสาขาไปรษณีย์เปรียบเสมือนศูนย์กลางของชุมชน เพราะนอกจากจะมีบริการหลากหลายดังกล่าวแล้ว ก็มักจะตั้งรวมอยู่ในร้านขายยาหรือมินิมาร์ตของชุมชนนั้นๆ ซึ่งมักจะมีเพียงแห่งเดียวในตำบล ดังนั้นในบางหมู่บ้าน สาขาไปรษณีย์จึงเปรียบเสมือน life-line ของชุมชน ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของประชาชนในชุมชนนั้น และพนักงานไปรษณีย์ประจำสาขานั้นก็กลายเป็นบุคคลที่ชาวบ้านให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ และเป็นส่วนสำคัญของชีพจรของชุมชนไปโดยปริยาย

ดังนั้นการที่ผู้บริหารส่วนกลางของกิจการไปรษณีย์ ตัดสินใจดำเนินคดีอาญากับพนักงานไปรษณีย์ประจำสาขาจำนวนมากจึงเป็นข่าวใหญ่ และเมื่อมีคำพิพากษาจากศาลชั้นต้นว่าพวกเขามีความผิดและต้องถูกลงโทษ จึงเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนไปถึงวิถีชีวิตระดับรากหญ้าของชุมชนจำนวนมาก

ภาพจาก corporate.postoffice.co.uk

ที่มาของข้อกล่าวหาว่าคดโกง ยักยอกทรัพย์ มีต้นตอมาจากซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Horizon ที่การไปรษณีย์ส่วนกลางนำมาใช้ควบคุมระบบการรับ-จ่ายเงินของสาขาทั่วประเทศ ในศาลชั้นต้นฝ่ายโจทย์ใช้ข้อมูลตัวเลขจากระบบบัญชีดังกล่าวเป็นหลักฐานในการกล่าวโทษ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยตามหลักฐานดังกล่าวและสั่งลงโทษจำเลยไปแล้วหลายคดี

แต่เนื่องจากจำเลยจำนวนมากต้องคดีด้วยหลักฐานจากระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เดียวกัน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าปัญหาน่าจะมาจากระบบหรือไม่ แต่ทั้งผู้บริหารส่วนกลางของไปรษณีย์และตัวแทนจากบริษัท Fujitsu ที่ได้รับสัญญาจ้างติดตั้งระบบ ให้การต่อศาลยืนยันว่าระบบบัญชีของตนไม่มีปัญหา แต่ปรากฏว่าในชั้นอุทธรณ์มีหลักฐานจากการสืบสวนสอบสวนไปพบเอกสารและอีเมลของผู้บริหารไปรษณีย์และทีมงาน Fujitsu ที่ยอมรับว่าซอฟต์แวร์ Horizon มีปัญหาและอาจมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้ โดยก่อนหน้านี้บรรดาพนักงานไปรษณีย์สาขาก็เคยร้องเรียนและตั้งคำถามเกี่ยวกับสมรรถนะของซอฟต์แวร์ตัวนี้มาแล้ว

ก่อนหน้านี้รายการ Panorama ซึ่งเป็นรายการสืบสวนสอบสวนของบีบีซี ได้ขุดคุ้ยข้อมูลที่บ่งชี้ว่าระบบ Horizon มีจุดอ่อนเปิดช่องให้ช่างเทคนิคทางไอทีเข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางบัญชีของบรรดาพนักงานไปรษณีย์สาขาได้โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว แต่ผู้บริหารของกิจการไปรษณีย์ปฏิเสธ

เมื่อคดีพลิกในชั้นอุทธรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานอัยการกลางกำลังพิจารณาว่าอาจจะดำเนินคดีกับผู้ว่าการไปรษณีย์และผู้บริหารของ Fujitsu ในข้อหาให้การเท็จในชั้นศาล

สำหรับจำเลยบางคนที่มีช่องทางก็วิ่งเต้นสู้คดีเรียกร้องความเป็นธรรมตามกลไกของระบบยุติธรรม แต่ก็มีจำเลยเป็นจำนวนมากที่หลังจากโดนตัดสินคดีก็หมดเนื้อหมดตัว มีประวัติอาชญากรรม พ้นโทษก็ยังหางานทำลำบาก ชีวิตครอบครัวแตกแยก ได้รับความเสียหายทางการดำรงชีวิตและจิตใจ ตกอยู่ในสภาพไร้ที่พึ่ง

CCRC เป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยรองรับไม่ให้ผู้ที่ประสบกับความผิดพลาดของระบบยุติธรรมต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หรือถูกปล่อยลืมให้หายไปกับความผิดพลาดที่กฎหมายรับรอง หน่วยงานนี้ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนกรณีสงสัยว่าอาจจะเกิดความผิดพลาดที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกกฎหมายลงโทษ โดยรวบรวมข้อมูลยื่นต่อศาลอุทธรณ์ หากมีประเด็นที่เชื่อว่าการตัดสินคดีทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับโทษอย่างไม่เป็นธรรม

หน่วยงานนี้เป็นองค์กรอิสระ ก่อตั้งตามกฎหมายในปี 1995 และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ปี 1997 มีอำนาจตามกฎหมายที่จะสอบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติมแล้วยื่นเรื่องกลับเข้าสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยทั้งเป็นผู้ริเริ่มได้เองหากมีข้อสงสัยในคดีที่มีความเป็นไปได้ในการพลิกคำพิพากษาหรือลดโทษให้กับจำเลย ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ต้องคำพิพากษาที่เชื่อว่าตนบริสุทธิ์ เพื่อดำเนินการสอบสวนหาข้อมูลหลักฐานเพิ่มแล้วนำเข้าสู่การพิจารณาในศาลอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมีการนำเรื่องส่งไปที่ศาลอุทธรณ์แล้ว ศาลจะต้องเปิดให้มีการไต่สวนคดีกันใหม่

ที่มาของการตั้งหน่วยงานนี้เกิดจากข้อโต้เถียงในคดีอื้อฉาวหลายคดีในช่วงทศวรรษ 1970 ที่ศาลมีคำวินิจฉัยผิดพลาดลงโทษผู้บริสุทธิ์ (miscarriage of justice) หลายคดี เช่น The Guildford Four (1974), The Birmingham Six (1975), The Maguire Seven (1976), Judith Ward (1974) คดีอื้อฉาวสี่คดีนี้เกี่ยวข้องกับบรรยากาศทางการเมืองในเวลานั้น เพราะเป็นช่วงที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม IRA อย่างคึกคัก และผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นชาวไอริช แต่ต่อมามีการค้นพบกันภายหลังว่าหลักฐานต่างๆ ที่นำเสนอต่อศาลเป็นผลมาจากการสอบสวนของตำรวจที่ประพฤติมิชอบ ความน่าเชื่อถือในรายงานของเจ้าหน้าที่นิติเวช และแรงกดดันทางการเมืองที่ต้องการตอบโต้การเคลื่อนไหวของกลุ่ม IRA

ความผิดพลาดในการวินิจฉัยคดีอื้อฉาวสี่คดีดังกล่าวแสดงให้เห็นจุดอ่อนของกระบวนการยุติธรรมของสหราชอาณาจักร นำไปสู่การก่อต้องคณะกรรมาธิการพิจารณาปรับปรุงระบบพิจารณาความคดีอาญาเมื่อปี 1991 และนำไปสู่การออกกฎหมายก่อตั้ง CCRC ในปี 1995

CCRC ทำงานอย่างเป็นอิสระโดยแท้จริง ทำงานแยกจากศาล อัยการ ตำรวจ และไม่ได้เป็นตัวแทนของจำเลยหรือผู้ร้องทุกข์ เป็นอิสระจากทุกฝ่าย เพื่อจะได้ปลอดจากการชี้นำของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลาย จะได้สืบสวนหาหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยไม่เข้าข้างฝ่ายใด ไม่มีความเห็นว่าฝ่ายจำเลยผิดหรือไม่ผิด เพียงแต่ทำหน้าที่ค้นหาหลักฐานใหม่ๆ หรือข้อโต้แย้งใหม่ๆ มาเสนอ เพื่อให้คำตัดสินของศาลมีความแน่นหนาว่าจะไม่ผิดพลาด

พนักงานสอบสวนของ CCRC มีอำนาจตามกฎหมายที่จะขอข้อมูลหรือคำให้การจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งตำรวจ อัยการ เจ้าหน้าที่ของรัฐในระดับต่างๆ เพื่อนำมาประกอบเป็นสำนวนยื่นเข้าสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ขณะนี้มีพนักงานสอบสวนที่ทำงานเต็มเวลา 90 คน และมีคณะกรรมการที่เรียกว่า Commissioners 12 คนทำงานกำกับดูแลในด้านนโยบาย

ผลงานที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปลายเดือนเมษายนของปีนี้ ทางสำนักงานได้ยื่นเรื่องอุทธรณ์ถึง 762 คดี ศาลไต่สวนไปแล้ว 747 คดี และปรากฏว่ามี 214 คดีที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพลิกคำพิพากษาให้จำเลยพ้นผิด คือประมาณหนึ่งในสามของคดีที่ยื่นเข้าไป นับว่าเป็นผลงานที่น่ายกย่องเลยทีเดียว อย่างน้อยก็เป็นหน่วยเฝ้าระวังหลัง คอยคัดกรองความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการขาดข้อมูลหลักฐานที่รอบด้าน ข้อโต้เถียงที่พลั้งเผลอละผ่านไป หรือบรรยากาศกดทับทางการเมืองที่เป็นผงเข้าตา ทำให้การวินิจฉัยของตุลาการนำไปสู่การลงโทษผิดคน (miscarriage of justice) ดังที่เกิดขึ้นในยุคที่มีการต่อสู้ทางการเมืองที่เข้มข้น ทำให้เกิดความอยุติธรรมภายใต้ข้ออ้างของกฎหมาย

การที่มีหน่วยงานที่เป็นอิสระแบบ CCRC ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็น safety net นับว่าเป็นการเพิ่มมาตรฐานให้กระบวนการยุติธรรมของสหราชอาณาจักรยกระดับสูงขึ้น สามารถลดทอนโอกาสการลงโทษแพะ หรือการวินิจฉัยลงโทษภายใต้บรรยากาศกดทับทางอุดมการณ์การเมือง โดยละเลยข้อโต้แย้งสำคัญบางประการ แล้วปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับโทษทัณฑ์โดยไม่มีใครเหลียวแล จนจบชีวิตอย่างเดียวดายในคุก

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Social Issues

22 Oct 2018

มิตรภาพยืนยาว แค้นคิดสั้น

จากชาวแก๊งค์สู่คู่อาฆาต ก่อนความแค้นมลายหายกลายเป็นมิตรภาพ คนหนุ่มเลือดร้อนผ่านอดีตระทมมาแบบไหน ‘บ้านกาญจนาฯ’ เปลี่ยนประตูที่เข้าใกล้ความตายให้เป็นประตูสู่ชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างไร

ธิติ มีแต้ม

22 Oct 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save