อุทิศ เหมะมูล เรื่อง

 

คุณเดินเข้ามานั่งลงหน้าบาร์ สีสันสดกระจ่างในร้านทึมเทา

ผมไม่เห็นคุณก่อนหน้านี้ เหมือนอยู่ดีๆ เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นวูบไหวเป็นเส้นทางสี อยากเห็นรูปร่างคุณชัดกว่านี้ ผมจึงย้อนเวลาอีกนิด คิดถึงวิธีที่คุณผลักประตูกระจกหน้าร้านก่อนเดินเข้ามา

บาร์เทนเดอร์วางแจ็กเดเนียลส์ผสมโซดา คุณจิบแล้วร้องวู้ ตบมือเปาะแปะอย่างเริงร่า

ตอนนั้นเพลงจบพอดี ผมกำลังจะกดเปิดเพลงต่อไป นิ้วชะงักค้างชั่วขณะ คิดว่าคุณตบมือให้ผม ช่วยไม่ได้ จังหวะเวลามันพอดิบพอดี ที่จริงผมเปิดเพลงให้คุณ และเพลงต่อไปผมก็ตั้งใจเปิดให้คุณ

 

เดือนต่อมาผมทำอัลบั้มคัดสรรเพลง บันทึกใส่คาสเซ็ตเทปยาว 90 นาที มอบให้คุณเอาไว้ฟัง

ต่อมาเราไปซื้อซีดีเพลงด้วยกัน ฟังเพลงเคียงกัน และร่วมรักกัน

เราขับรถไปเที่ยวทะเล ไรท์เพลงลงแผ่นซีดีไว้ฟัง ‘ระหว่างเดินทาง’ ผมใช้ปากกาเคมีเขียนไว้หน้าแผ่น

จะมีเพลงหนึ่งที่เมื่อได้ฟัง ไม่ว่าอีกกี่ครั้งต่อมา จะนึกถึงบรรยากาศระหว่างขับรถ ความทรงจำจะมีกลิ่น และภาพที่คุณนอนหลับตรงที่นั่งข้างคนขับ ศีรษะโงกตกแต่ถูกรั้งด้วยสายเข็มขัดนิรภัย ความสงบสุขและปลอดภัยที่ผมได้รับ รวมถึงความไว้วางใจ จากการเห็นคุณนอนหลับขณะผมบังคับพวงมาลัยรถ

ไม่ว่าเนื้อหาของเพลงจะพูดถึงเรื่องอะไร จะเป็นป๊อบ ร็อค โฟล์ก หรือแจ๊ซ และแม้แต่ท่วงทำนองของเพลง ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องราวใหม่ ของคุณกับผม เป็นชั่วขณะที่คุณปัดผม แสงอาทิตย์สะท้อนวูบวับที่แว่นกันแดดตอนคุณแวบเหลียวหน้ามามอง และตอนผมสอดนิ้วประสานมือคุณ

กาลแบบนั้นเกิดขึ้นทุกครั้ง ไม่เปลี่ยน มีสถานที่หนึ่งซุกแอบ ชั่วขณะที่แวบไหววูบวาบ ทรงจำคือสถานที่เพลงนำความระลึกถึงมาสู่

ผมไม่ได้นั่งเหม่อลอยนึกถึงความทรงจำ เดินทางไปหามันด้วยตนเอง เปล่าเลย

ที่ร้ายกาจและบาดลึกกว่านั้น ความทรงจำจะนึกถึงผม มันจู่โจมผมเอง

แค่ได้ฟังเพลงที่เพราะ ทุกเพลงบนโลกที่ได้ฟัง ผมก็นึกถึงคุณ

 

ผมนั่งอยู่เฉยๆ ตอนนี้ เป็นอิสระ และมีเวลาเหลือเฟือ เหลือเฟือที่จะนั่งคิดว่าก่อนนี้ผมใช้เวลาอยู่กับคุณทุกขณะ เราใช้เวลาด้วยกัน ดำเนินไปด้วยกาลของเรา ด้วยกันมากจนไม่ได้สนใจเรื่องเวลา สิบกว่าปีใช่ไหม? ที่เวลาทำให้ทุกอย่างแจ่มชัด ลื่นไหล จู่ๆ ก็นิ่ง ก็งัน เงียบจนได้ยินเสียงนาฬิกาเดิน ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก เพราะไม่มีคุณอยู่ข้างๆ

สิบกว่าปีที่อยู่ด้วยกัน คุณแทบจะหยุดตัวเอง หยุดอยู่ที่ผม แม้กระทั่งการพยายามค้นหาเพลงใหม่ๆ ฟัง คุณเชื่อใจ เหมือนที่ผมขับรถให้ตอนคุณนอนหลับ เหมือนที่คุณเดินเข้าร้านมาแล้วผมเปิดเพลงให้คุณฟัง ผมยังคงฟังเพลงใหม่ๆ แม้จะเลิกเป็นดีเจเปิดเพลงแล้ว ผมยังฟัง และแชร์ลิงค์ส่งให้คุณเสมอๆ

จู่ๆ คุณแชร์เพลงส่งมา เวลาสี่ทุ่มกว่าของคืนวันอังคาร

 

“Who wants to grab a drink tonight

I know, I know

It’s only Tuesday and you got work tomorrow

Who wants to come to my place after the bars close

I know

You got the kids and can’t wake up hungover…”

 

ผมรู้ ผมรู้ นั่นเป็นเวลาที่คุณควรหลับไปแล้ว เพราะผมจะหอมแก้มคุณก่อนหน้านั้น บอกฝันดี และนอนลงเคียงกันทุกๆ ค่ำคืน

ผมรู้ ว่าคุณและผมอาจกลายเป็นคนว้าเหว่ เหมือนอย่างวันแรกที่คุณเปิดประตูร้านแล้วนั่งลงหน้าบาร์ หรือว่าอาจเป็นผมเองที่นั่งอยู่หน้าบาร์และมองหาใครสักคนพากลับห้อง ทำไมไม่เป็นเรากลับไปด้วยกัน?

ถมทุกอย่างให้เต็ม ทำหลายสิ่งให้วุ่นเข้าไว้ ให้เหนื่อย ให้หนัก ให้ชวนปวดหัว เพื่อจะได้ไม่มีเวลาให้คิดถึงกัน

เพราะเมื่อมีเวลา แม้เพียงเสี้ยวขณะ ก็จะคิดถึงคุณ ไม่ใช่สิ… ก็จะคิดถึงเรา

และที่จริงต่างคนต่างตระหนักว่า เมื่อไม่มีเรา ต่างก็มีเวลากันเหลือเฟือ พอจะนับเสียงลมหายใจของมันได้

ตอนนี้กลายเป็นสิ่งที่เราต่างมี เวลา และอยู่กันคนละที่

ทรงจำที่มีร่วมหลอมรวมจนเป็นผลึกของกาลเวลา

น่าตลก พอเราไม่มีกัน กลับมีเวลาที่จะคิดถึงกันง่ายขึ้น

ไม่เคยเลยที่จะได้ยินเสียงคุณฝากผ่าน – จนกระทั่งได้ฟัง – เสียงนักร้องนำของเพลงเพลงนี้ รอนและขาดห้วงจนจุกแน่นและโหวงเหวง

 

“I got nothing but time

Ooh, I got nothing

I got noth—

I got—”

 

พ้นจากนั้นก็ไม่มี ไม่เป็น ไม่เหลืออะไรมีค่า

นอกจากอ้างว้างในเวลา ถ้าไม่มีเรา

 

*หมายเหตุ* เนื้อเพลงภาษาอังกฤษ จากเพลง Time ของ David Ramirez ศิลปินโฟล์กรุ่นใหม่ชาวอเมริกัน โดดเด่นที่เสียงร้องและการแต่งเพลงมีเนื้อหาบาดลึก กินใจ ทั้งๆ ใช้ถ้อยคำเรียบง่าย แต่มอบความรู้สึกเชิงลึกและหลากระดับความหมายของคำ

Author

Uthis Haemamool

อุทิศ เหมะมูล - นักเขียน เจ้าของผลงานนวนิยายหลายเล่ม เช่น ลับแล, แก่งคอย ลักษณ์อาลัย และ จุติ