อุทิศ เหมะมูล เรื่อง

 

ผมนึกถึงคุณตลอดเวลา เป็นพักๆ ตลอดวันและคืน โดยเฉพาะยามไม่ได้พูดคุยกันนานๆ ช่วงเวลาเช่นนั้นความคิดถึงเข้มข้นมาก ร้าวรอนใจมาก แต่ความทรมานใจนั้นบางทีก็เป็นผลดี ผมเลี้ยงความแปลบปวดใจไว้ เพื่อที่ว่าจะได้นึกถึงช่วงเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน ซึ่งทั้งเข้มข้น แจ่มชัด และชวนหลอมละลาย

 

I always try

To keep my eyes from closing besides,

I still see you

It seems so right

To think of the time we could have tonight

And it’s so cold

It seems my hands are colder than yours,

Warm me up inside

Your face turns red and so does mine

 

ผมนึกถึงหน้าคุณ รอยยิ้มที่คุณมักจะทำ ยิ้มหว่านเสน่ห์แบบนั้น คุณคงยิ้มให้กับทุกคนแบบนั้นแหละ แต่ผมก็มักจะขี้ตู่ว่าเป็นของผม อย่างคนเสียนิสัย คุณยิ้มและรู้ว่าจะดึงผมเข้าใกล้ชิดได้อย่างไร คุณไม่ลังเลจะทำ และผมก็แพ้มันทุกครั้ง

คุณมีสองหน้ารู้ไหม สองครั้งที่เราพบกัน ผมคิดว่าตัวเองได้เวลาเพียงพอจะซับซาบสองหน้านั้นของคุณ มันไม่ใช่คนสองหน้าในความหมายแบบกลับกลอกนะครับ แต่เป็นสองหน้าสะท้อนทั้งทางกายภาพ บุคลิกภาพ ที่แสดงตัวตนข้างในของคุณออกมาพอให้ได้เห็น

สองชั่วโมงแรกที่เราอยู่ด้วยกัน ใบหน้าคุณเต็มความสดชื่น มั่นใจ และปราดเปรียว มีความกล้าได้กล้าเสีย ขี้อ้อน และยินดีพอใจในตัวเองทั้งตัวทั้งตน ทว่าพอเข้าสู่สองชั่วโมงหลังเป็นต้นไป รู้ไหม? ใบหน้าคุณเริ่มเปลี่ยนไป ตาเต็มแววกังวล สงสัย และไม่มั่นใจ ขมวดคิ้วร้าวรอนเป็นระยะ หลบความมั่นใจที่เคยเผยแสดงเข้าไปในตน คิดอะไรลำพังและดูว้าวุ่นใจ คุณสอดนิ้วเข้าปาก เกี่ยวฟันเล่น ช่วงเวลาแบบนั้นคุณเหมือนกับเป็นเด็ก ดูไม่แน่ใจ ดูหลงทาง และต้องการคนนำทางพาไปที่ไหนสักที่

ผมชอบทั้งสองใบหน้าของคุณ ถ้ารอยยิ้มหว่านเสน่ห์ของคุณที่ผมมักขี้ตู่ว่าเป็นของตัวเองบ่อยๆ จะสั่นคลอนความมั่นใจที่ตัวผมมี ดังนั้น ชั่วโมงที่สามเป็นต้นไปที่เราอยู่ด้วยกันก็กลับเป็นใบหน้าแบบนั้นของคุณ ที่น้อยนักว่าใครจะเคยได้เห็นและกระทั่งรู้สึกถึงมัน นี่อาจทำให้ผมขี้ตู่ได้มากกว่า ว่าใบหน้าของคุณของช่วงเวลาหลังสองชั่วโมงมาแล้วนั้น คือของผม

แน่นอน ความทรมานร้าวรอนผ่านการนึกถึงของผมนั้นก็ช่างเรียกร้องเอากับคุณ ก็คิดถึงคุณทุกเวลาขนาดนี้ มีหรือที่มันจะไม่ร้องคร่ำครวญว่า คุณคิดถึงผมบ้างไหม? อาจไม่ต้องถึงกับเสียสติอย่างผมก็ได้

ผมชอบหลับตา อยู่ข้างหลังเปลือกที่ปิดหับ ไม่มีเลยความมืดดำ

แก้วตาคุณอยู่ใกล้มาก ตอนนั่งตรงข้ามกันที่โต๊ะอาหาร นัยน์ตาคุณดำสนิท ตาดำใหญ่กว่าคนอื่นๆ ทั่วไป ผมนึกว่าคุณใส่คอนแท็กเลนส์

แต่เมื่อเราลงนอนเคียงกัน ตาดำคุณกลับเป็นอีกสี สีน้ำตาลเฮเซลนัท

“มองอะไร” คุณกระซิบ

“ดึงผมขึ้นไป… ได้มั้ย” ผมตอบ

ผมมองตัวเองร่วงจมลงไปในดวงตาคุณ

คุณจับมือผมไว้ “ทำไมเย็นจัง” คุณบอก

“มือคุณก็สั่นนะ” ผมบอก และค่อยๆ อุ่น

ผมจูบคุณที่ริมฝีปาก ที่บางเฉียบและเผยอตอบรับ ลมหายใจเราร้อนผ่าว เต็มไปด้วยกลิ่นไวน์และควันบุหรี่ เราสั่นสะท้านสะทก หนาวเยือกไปทั้งผิวตัว เหมือนต่างร่วงจมลงไปในกันและกัน

 

And we climb all around,

you stare into my eyes and watch me drown inside

you whisper to me softly as I lie

 

เป็นโมงยามที่ใช่ จับไข้หนาวสั่น และผมต้องการไออุ่นจากคุณ

จูบนี้จะทำให้ผมไม่สบาย ลุกไหม้แตกประกายเปรื่องปร่าง จนอดนึกภาพในกาลข้างหน้า ถ้าคุณเป็นคนทำให้ผมฟื้นไข้ ถ้าเรามีสุข อีกทั้งยังร่วมทุกข์กันได้… คงดี

ชั่วขณะของการจ้องตาและจูบ กลายเปลี่ยนเป็นชีวิต ทั้งชีวิตที่เราอยากมีร่วมกัน

 

I always try to keep my eyes from closing besides, I still see you

Asleep at night, kaleidoscopic thoughts of me and you

You’re so above my way of life

 

คุณอยู่ที่ไหน… ตอนนี้ สบายดีมั้ย? ผมอยากให้เกิดสิ่งดีๆ กับคุณ แวดล้อมไปด้วยความรักและรื่นรมย์รอบตัวคุณ มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับผม ชั่วขณะหนึ่งของช่วงชีวิต

ความรู้สึกที่ดีในช่วงเวลาที่ทั้งแจ่มชัด เข้มข้น และชวนหลอมละลายนี้ – ถูกจุดและสว่างวับแวมขึ้น ส่ายไหวด้วยเปลวแสงที่อุ่นร้อนผะผ่าว – ซึ่งส่องผ่านโมงยามดั่งภาพเขียนลึกลับในทรงจำที่ไม่มีวันลบเลือนนี้ ผมนั่งพิศดูภาพทรงจำเหล่านั้นอย่างงำเงียบลำพังและหวามใจ จากเปลวไฟที่คุณจุดให้

 


 

หมายเหตุ

เนื้อเพลงภาษาอังกฤษจากเพลง In Your Room ของวง Airiel วงดนตรีอเมริกัน จากชิคาโก แนวดนตรีมีลักษณะ psychedelic rock (หรือที่เรียกอีกอย่างว่า shoegaze) เสียงร้องล่องลอย ในขณะที่ซาวนด์กีตาร์ใส่เอฟเฟ็กต์กรีดเสียงรบกวน มีรอยขีดข่วน ระคายหู รวมถึงเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ ที่ขับประสานความอึกทึก กังวานก้อง ทว่าโอบล้อมด้วยท่วงทำนองดนตรีที่อ่อนหวาน ล่องลอย และสวยงาม วงดนตรีในแนวทางเดียวกันนี้ เช่น  My Bloody Valentine