อุทิศ เหมะมูล เรื่อง

 

 

หากไม่ใช่ความคำนึงของผมที่คุณอยากฟัง บทเพลงนั้นจะยังมีคุณค่าอยู่ไหมหากคุณไม่เคยได้ยิน?

รำเพยถามด้วยคิดถึง ว่าคุณสบายดีไหม ห่างไกลกันพอหรือยัง ระยะที่เรามีต่อกัน ตอบผมหน่อยได้ไหม ให้ผมคิดถึงคุณได้ไหม?

ผมอยากถาม… ที่ไล่คว้าอยู่ ได้ตามที่ฝันใฝ่ไว้หรือไม่

พบความสงบสุข สบายใจ ยิ้มและหัวเราะโดยไม่เค้นคั้นจากตัวเอง แต่เป็นสิ่งที่พบได้ ง่ายเหมือนลมปลอดโปร่ง ลาเต้ที่ถูกใจ รองเท้าผ้าใบที่ใส่สบาย วัชพืชที่เห็นว่าสวยดั่งดอกไม้ แสงรำไรในพื้นที่มืดมิด

ความสบายใจที่ยังหายใจอยู่

 

ผมเคยเป็นสิ่งนั้น ทำให้คุณหายใจ ตอนนี้ผมเป็นสิ่งที่ทำให้คุณใจหาย

คำถามธรรมดาก็อาจเสียดแทง ทำร้ายความรู้สึก ทำให้เสียใจ สั่นไหวจนใจคอไม่ดี

คำนึงที่คิดว่ารำเพย อาจกรรโชกและยะเยียบ แทงทิ่มอย่างเข็มฝนให้คุณอึดอัดและเหนื่อยล้าใจ

สิ่งที่เราทำกันไว้จะเป็นตัวแทนของบาดแผล ระลึกถึงความเจ็บปวด ไม่คลายใจ

เราจะพบผู้คนใหม่ๆ เริ่มความสัมพันธ์ใหม่ ยิ้มและร้องไห้เคียงไหล่กับอีกคน เป็นไปเช่นนั้น – ซึ่งไม่ใช่เราอีกต่อไป

ความรู้สึกนี้มันหนัก ความคิดคำนึงเช่นนี้ – ลำพังแค่ตัวเอง – ก็หนักอึ้งเกินไป ถ้าเราต่างเห็นกันและกันว่าเป็นน้ำหนัก คงไม่มีวันแบ่งเบา เอาแต่กล่าวโทษกัน

 

Where are you now*

Have you travelled too far

And how are your dreams

Have you got what you need

And whom do you smile on

Did you walk out the line

Did you take what you wanted

Did you take what was right

And whom do you fly with

When you break out the day

Whom do you cry with

Whose wings do you steal

To whom should I write

 

คุณคือความคำนึง มีพิษร้ายเช่นนั้น พิษที่ผมทั้งกินและอาบอย่างตาน้ำบาดาลใต้ดิน ไม่อาจได้มาโดยบังเอิญ แต่ต้องลงไปยังใต้โลก ขุดโพรงด้วยมือเปล่า เข้าหาใจกลางอันเจ็บปวด ด้วยวิธีการที่เจ็บปวด ด้วยมุ่งมั่นว่าจะได้พบ และแม้ไม่ได้พบ แต่ผมกลับได้ความแกร่งกล้า

ผมปั้นรูปคุณขึ้นเป็นประติมากรรม เป็นบทเพลง เป็นจิตรกรรม เป็นนิยาย เป็นร่ายรำ คำนึงถึงคุณและสร้างภาพฝัน อยู่กับบาดเจ็บ กินความขมเฝื่อนหนักอึ้ง ขอบคุณที่หายใจ ชื่นชมการมีชีวิตของตนเองได้อีกครั้ง

มนุษย์เช่นนี้เองที่คุณเคยชื่นชม ประกายตาลุกโพลงสว่างไสว ดึงดูดให้เข้าหา แล้วก็พบว่ามนุษย์เช่นนี้เองที่ทำคุณเจ็บ ทุกข์เศร้าเสียใจ ทำคุณเหนื่อยล้า เป็นภาพย้ำเตือนของสิ่งไร้สุข

สิ่งมีชีวิตที่อยากกอดคุณอย่างกับพายุ สัตว์ใหญ่ที่ไม่รู้กำลังตน อ้อมกอดก็อาจทำร้าย บอกว่าคิดถึงก็อาจทำให้คุณอึดอัดหายใจไม่ออก ตั้งท่าระแวงระวัง

 

Whose smile do you ride on

When you’re walking alone

And whom do you think of

When the night is your home

Is there nothing that breaks you

No thought for the dead

And whom should I think of

When closing the door

Yeah to whom should I think of

Which smile should I ride

To whom should I write

To whom should I write

 

ไม่ใช่ความคิดถึงของผมที่คุณอยากได้ สำคัญตรงนี้เอง ใครๆ ก็อยากถูกคิดถึง เป็นที่รัก

ขอแค่คิดถึง แต่ไม่ใช่จากผม

คุณเขียนอีเมลมาบอก ว่าได้ฟังเพลงผมแล้ว ฟังซ้ำหลายรอบ และ “รู้สึกเสียใจที่ได้ฟัง” ผ่านไปเป็นปีๆ ผมก็ยังเป็นคนเดิม คุณบอก เห็นแก่ตัวเอง มีแต่ตัวเอง บทเพลงที่ผมบอกว่าเขียนขึ้นมาจากคุณ จากเรา คุณบอกว่าไม่ใช่ ไม่เคยมีคุณอยู่ในนั้น มีแต่ตัวตนของผม มุมมองของผม ความปรารถนาของผม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับคุณเลย

“รู้สึกเสียใจที่ได้ฟัง” จึงเท่ากับรับรู้โดยไม่รับไว้ ลำนำที่ผมสรรสร้างจึงผิดทั้งความคิด กระบวนการ ความหยัดยืนที่ผมยืนยันผ่านการสร้างสรรค์ เพื่อได้หายใจ เพื่อจะมีชีวิต ต้นไม้ที่ผมเพียรปลูกกลับเป็นเพียงวัชพืช เป็นที่ผมเองที่ลวงใจตัวมองว่าเป็นดอกไม้ จนคุณบอกว่านั่นคือหญ้าแพรก

สว่างกระจ่างใจ ขอบคุณที่ให้คำตอบ

บางบทเพลงที่หลายๆ คนฟังว่าไพเราะ ซาบซึ้งถึงหัวใจ กลับมีคำสาปผนึกไว้กับคนเดียวที่อยากให้ยอมรับแต่เขาหรือเธอไม่อยากรับไว้ สาปไว้ให้อยู่ก้ำกึ่ง ชื่นชมพอใจก็ไม่อาจเต็มที่ จะทุกข์ขื่นขมใจก็ไปไม่สุด ออกตึงๆ ชาๆ ตกอยู่ในภาวะสิ้นยินดี

ทุกข์ขมที่ผมเคยทำไว้กับคุณ ตอนนี้คุณครอบครองไว้เป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว ไม่อาจทุกข์เท่าคุณหรือมากกว่าได้ ล่องลอยอยู่ในความน้อยกว่า ที่ไม่อาจ ไม่อนุญาตตนเองลอยเข้าไปหาความสุขและการยอมรับ ถ้าผมเผลอมีความสุข ก็เหมือนผมทอดทิ้งคุณไป ทอดทิ้งคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในวิญญาณตนเอง

คิดถึงน่ะได้ แต่ต้องไม่ใช่จากผม ลำพึงล่องลอยไปกับสายลม ควันพิษ และเส้นฝน

ตัวตนผม บทเพลงผม วิธีที่ผมมีชีวิตอยู่มันน่าเสียใจนัก

ที่เคยถามไว้ คงยังห่างไกลกันไม่พอ…

งั้นขอไม่คิดถึงคุณดีกว่า

คนเคยรู้จัก และสักวันก็คงไม่ใช่ จากนั้น สิ่งที่ผมหวังใจ คือสักวันหนึ่งผมจะไม่รู้จักคุณ

 

*จากเนื้อเพลง To Whom Should I Write ของวง Mojave3 วงเฉพาะกิจจากสมาชิกวง Slowdive ที่แตกไลน์ออกมาตั้งวงใหม่ (หลังทางวงหมดสัญญากับค่ายเพลง Creation Records) แนวเพลงยังคงเป็นแบบ Dream pop อาจจะเรียกได้ว่า Mojave3 คือ Slowdive ในภาคอันปลั๊กนั่นเอง เน้นซาวนด์ดนตรีแบบอะคูสติก ใสสะอาด ปราศจากคลื่นเสียงไฟฟ้า

Author

Uthis Haemamool

อุทิศ เหมะมูล - นักเขียน เจ้าของผลงานนวนิยายหลายเล่ม เช่น ลับแล, แก่งคอย ลักษณ์อาลัย และ จุติ