ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ เรื่อง

ภาพิมล หล่อตระกูล ภาพประกอบ

 

#ยืมเมจ

#ยืมเมจforsex

#ยืมเมจforswx

นานๆ ครั้งเมื่อเข้าแอปพลิเคชั่นทวิตเตอร์ แฮชแท็กเหล่านี้จะปรากฎในไทม์ไลน์หรือในหน้าเทรนด์ติดอันดับประจำวัน เวลาได้เห็นคำที่สะดุดตาอย่าง sex ผู้คนอาจคาดเดาไม่ถูกเลยว่า ภายในแฮชแท็กนี้คนเขากำลังพูดถึงเนื้อหาแบบไหนกันอยู่ ด้วยสภาพสังคมที่ไม่ค่อยพูดเรื่องเซ็กส์ (ในที่แจ้ง) กันอย่างบ้านเรา ทำให้หลายคนไม่คิดว่าแฮชแท็กนี้จะเกี่ยวข้องกับเซ็กส์จริงๆ

แต่อย่าได้สบประมาทต่อการพูดคุยเรื่องเซ็กส์และการใช้เทคโนโลยีเพื่อสื่อสารเรื่องเพศในยุคดิจิทัลกันเชียว เพราะเมื่อเข้าไปสำรวจแล้วคุณจะพบว่า เนื้อหาของ #ยืมเมจforsex ส่วนมากเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์และกามอารมณ์โดยแท้

#ยืมเมจforsex ในเชิงความหมาย ‘ยืม’ หมายถึง การยืม ‘เมจ’ ย่อมาจาก อิมเมจ (Image) หรือภาพ ‘for sex’ หมายถึง เพื่อกิจกรรมทางเพศ รวมๆ แล้วแฮชแท็กนี้จึงหมายถึง การยืมภาพของคนอื่นเพื่อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ แท้จริงแล้วการยืมเมจนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นวัฒนธรรมย่อยจากกิจกรรมการสวมบทบาท (Role Play) หรือที่กลุ่มคนไทยเรียกว่าการเล่น ‘บอท’ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่บุกเบิกโดยแฟนคลับของศิลปินต่างชาติ และการเข้ามาของสังคมออนไลน์ อย่างโปรแกรม MSN และเว็บบอร์ด

ในเชิงปฎิบัติ การยืมเมจนั้นไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ติดแฮชแท็กนี้จะนำภาพของศิลปินหรือคนดังมาเป็นภาพโปรไฟล์ แล้วทำการสวมบทบาทสมมติว่าเป็นคนๆ นั้น และมักจะไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง นั่นหมายความว่า หากคุณเจอบัญชีผู้ใช้ที่เป็นรูปหญิงงามอ่อนหวาน ผู้ใช้จริงๆ อาจจะเป็นผู้ชาย หรือเป็นเด็กและเยาวชนก็ได้ บอทใน #ยืมเมจforsex จะทวิตข้อความโดยใช้เอกลักษณ์และตัวตนของบุคคลที่ยืมมา ดูเผินๆ อาจเหมือนการใช้ทวิตเตอร์ในสถานะนิรนามทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ #ยืมเมจ ซับซ้อนไปกว่าการนำภาพของผู้อื่นมาใช้ น่าจะเป็นจุดประสงค์ของการยืมเมจ ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์และเพศสัมพันธ์

ไม่ต่างจากโลกความเป็นจริง มนุษย์ที่อยู่รวมกันจะเกิดการสื่อสารและรวมกลุ่มกันเป็นสังคม บอทเองก็เริ่มรวมตัวและมีความสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ บนโลกเสมือนเช่นกัน กระบวนการคัดกรองเพื่อรวมกลุ่มนั้น มีตัวแปรสำคัญคือ ‘ความชื่นชอบในตัวศิลปิน’ เหล่าแฟนคลับจะสร้างบัญชีผู้ใช้โดยใช้ภาพของศิลปินที่ตัวเองชอบ สวมบทบาท สร้างตัวตนให้คล้ายศิลปินคนนั้น เพื่อตั้งตนเป็นบอท แล้วจึงสื่อสารกับบอทอื่นๆ ที่ใช้อิมเมจเป็นศิลปินในวงเดียวกัน หรือศิลปินที่มีกระแสคู่จิ้นกัน คล้ายกับการหาเพื่อนที่คุยภาษาเดียวกันในสังคมออนไลน์

แต่ความเป็นมนุษย์อีกเช่นเคยที่ค่อยๆ ทำให้ทุกอย่างไปไกลขึ้นเรื่อยๆ

จากการใช้อิมเมจเป็นศิลปินที่ชื่นชอบ ก็เริ่มมีการใช้อิมเมจของบุคคลอื่น โดยไม่เกี่ยวข้องกับศิลปินที่ชอบอีกต่อไป เช่น อิมเมจของบุคคลต้นแบบ คนที่ต่างจากตัวผู้ใช้ในความเป็นจริง หรือคนที่ผู้ใช้อยากเป็นเหมือนเขา

จากการพูดคุยบนโลกออนไลน์ที่มีศิลปินเป็นปัจจัยหลัก บอทก็เริ่มถูกใช้เชิงส่วนตัวมากขึ้น เช่น หาเพื่อนที่เข้าใจ หาคนที่ตอบสนองความต้องการในแบบที่โลกเสมือนจริงให้ไม่ได้ หาคนที่ใช้อิมเมจตรงตามสเป็ก หาแฟนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน หาคนที่จะสามารถปลดปล่อยความต้องการทางเพศร่วมกัน ไปจนถึงคนที่มีรสนิยมเรื่องเซ็กส์คล้ายกัน เพื่อส่งรับข้อความ ต่อบทสนทนาประหนึ่งว่ากำลังมีเซ็กส์กัน (Sext) และเพื่อกิจกรรมทางเพศอื่นๆ เท่าที่จะสามารถปฎิบัติได้บนช่องทางออนไลน์

ปรากฏการณ์บอทสร้างภาพที่ตลกร้ายอยู่ไม่น้อย เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง การพูดคุยหรือแสดงออกเรื่องเพศมักเป็นเรื่องที่ต้องห้าม หรือถูกผูกติดไว้กับศีลธรรม เซ็กส์มักเป็นความผิดบาป เป็นเรื่องที่อันตราย และสกปรก แต่เมื่ออยู่ในฐานะบอท สังคมเสมือนที่ไม่มีใครรู้ตัวตนแล้วนั้น ความต้องการของผู้ใช้จึงไม่มีกรอบหรือค่านิยมใดมาจำกัด และไม่มีผู้คนมาคอยตัดสิน ปรากฏการณ์ยืมเมจฉายภาพของสังคมเสมือนที่เรื่องเพศคือสิ่งบันเทิงใจ ไม่มีการผูกติดเพศสัมพันธ์กับความรัก ไม่มีการตัดสินว่าใครสำส่อน ใครใจแตก ไม่มีใครอายที่จะบอกว่าตัวเองมีความต้องการทางเพศแบบไหน และอีกหลายอย่างที่หากทำในสังคมความเป็นจริง คงไม่พ้นถูกตัดสินในเชิงลบทันที

ราวกับว่าแฮชแท็กในทวิตเตอร์นี้คือพื้นที่ระบายอารมณ์และทางหนีทีไล่ของสังคมที่เซ็กส์เป็นเรื่องต้องห้าม

อย่างไรก็ตาม แม้แฮชแท็กนี้จะบรรจุเพศวิถีไว้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ #ยืมเมจforsex ก็ไม่อาจเป็นยูโทเปีย หรือสังคมอุดมคติได้ เพราะนอกจากประโยชน์ในเรื่องความต้องการทางเพศแล้ว มันก็ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง อันสืบเนื่องจากสถานะไร้ตัวตน เพราะผู้ใช้จะไม่สามารถยืนยันได้ว่าคนที่เรากำลังเป็นเพื่อน เป็นเซ็กส์เฟรนด์ หรือเป็นแฟนในสังคมเสมือนนี้ จริงๆ แล้วเขาเป็นใคร เพศอะไร อายุเท่าไหร่ และไว้ใจได้หรือเปล่า สถานะนิรนามจึงอาจเป็นที่มาของการหลอกลวง และนำมาซึ่งอันตรายที่ไม่คาดคิด

ที่สำคัญไปกว่านั้น อิมเมจ หรือสิ่งที่ปกปิดตัวตนที่แท้จริงของผู้ใช้เอาไว้ แท้จริงก็คือภาพของบุคคลที่มีชีวิตอยู่ในโลกความเป็นจริง ที่อาจจะรู้หรือไม่รู้ว่าภาพของตนเองนั้นได้ถูกนำมาใช้กระทำการต่างๆ อันเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว หากบุคคลเหล่านั้นเป็นศิลปินที่ผู้ใช้ชื่นชอบ เขาอาจไม่นึกดีใจที่ความนิยมในตัวของเขานั้นถูกนำมาหาผลประโยชน์ ทั้งเรื่องเพศและเรื่องต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นนี้

แม้สังคมเสมือนจะไม่มีค่านิยมแบบเดิมๆ ในเรื่องเพศมากเท่าไหร่ แต่ก็อดคิดไม่ได้เลยว่า การตระหนักถึงค่านิยมเรื่องเพศในความเป็นจริง จะยิ่งถูกเพิกเฉยมากขึ้นเท่านั้นหรือไม่ ในพื้นที่ที่สามารถเบิกบานใจไปกับเรื่องเพศ เราอาจไม่ได้ตั้งคำถามต่อกรอบหรือค่านิยมที่บีบให้ผู้ใช้ก้าวเข้าสู่สังคม #ยืมเมจforsex กันอย่างจริงจัง จนทำให้ผู้ยังต้องเดินถนนสายเพศวิถีที่มีขนาดคับแคบ และปราศจากการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในโลกของความเป็นจริง

หากเป็นเช่นนั้น สังคมของเราอาจถูกแช่แข็งไว้ตรงที่เดิม สวนทางกับค่านิยมที่พัฒนาในสังคมเสมือนเช่นนั้นหรือ

Author

Suphawan Kongsuwan

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ - จบจากรั้ววารสารฯ ธรรมศาสตร์ รักที่จะถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน เข้าถึงคนรุ่นใหม่ สนใจประเด็นเรื่องเพศ และเชื่อในการบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนอย่างเท่าเทียม