fbpx
จับ “ซอมบี้” มาส่องกระจก: เงาสลัวของ Covid-19 ในซีรีส์ Kingdom

จับ “ซอมบี้” มาส่องกระจก: เงาสลัวของ Covid-19 ในซีรีส์ Kingdom

ณัฐดนย์ โกศัยธนอนันท์ เรื่อง

 

[spoiler alert : บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์]

 

การที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ต่อเนื่องยาวนาน อาจทำให้ภาพดิสโทเปีย (Dystopia) ซึ่งบรรยายถึงโลกที่ถูกคุกคามโดยซอมบี้ กลับมาโลดแล่นและหลอกหลอนผู้คนจำนวนไม่น้อย เพราะต้นกำเนิดของซอมบี้ในเรื่องเล่าสมัยใหม่จำนวนหนึ่ง ก็เป็นผลลัพธ์จากโรคระบาด ซอมบี้กับโรคระบาดจึงมีส่วนเชื่อมโยงกันที่น่าพิจารณาอยู่ไม่น้อย

บางทีการลองหวนกลับมาพิจารณาเรื่องราวเหนือจินตนาการอย่างซอมบี้ อาจช่วยให้เราเห็นแง่มุมต่างๆ ของสถานการณ์ Covid-19 ในปัจจุบันได้อย่างมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

 

ซอมบี้กับโรคระบาด: จากเรื่องเหนือจินตนาการ สู่โลกความเป็นจริง

 

Daniel W. Drezner ศาสตราจารย์ด้านการเมืองระหว่างประเทศ ประจำ The Fletcher School of Law and Diplomacy at Tufts University ได้เขียนหนังสือเรื่อง “Theories of International Politics and Zombies”[1] โดยชี้ชวนให้ผู้อ่านได้ลองจินตนาการว่า หากเกิดแพร่ระบาดของซอมบี้ขึ้นมาจริงๆ จะส่งผลกระทบต่อการเมืองโลกอย่างไร และทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีอยู่ในตอนนี้ จะสร้างคำอธิบายและมีนโยบายตอบสนองต่อภัยคุกคามใหม่นี้อย่างไร ซึ่งทำให้เราเห็นถึงจุดเด่นและข้อจำกัดในการมองโลกของแต่ละทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ Daniel W. Drezner ก็ตระหนักถึงความแตกต่างภายใน “วงการซอมบี้ศึกษา (Zombie Study)” โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความเข้าใจที่ว่า “ซอมบี้คืออะไร มีที่มาอย่างไร และมีขีดความสามารถอย่างไร”

เขาเลือกนิยาม “ซอมบี้” จากแง่มุมเชิงชีววิทยา ว่าหมายถึง “สิ่งมีชีวิตอยู่ในร่างของมนุษย์ และมีความปรารถนาที่จะกินมนุษย์เป็นอาหาร”[2] และเสนอว่าในบรรดาเรื่องเล่าสมัยใหม่เกี่ยวกับซอมบี้ นับตั้งแต่ภาพยนตร์ของจอร์จ โรเมโร เรื่อง Night of the Living Dead (1968) เป็นต้นมา (จนกระทั่งถึงซีรีส์ซอมบี้เรื่องล่าสุดอย่าง Kingdom – ผู้เขียน) ตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญ 3 ประการ เกี่ยวกับพฤติกรรมของซอมบี้ ว่า (1) ซอมบี้กระหายเนื้อมนุษย์ แต่ไม่กินเนื้อพวกเดียวกัน (2) วิธีฆ่าซอมบี้มีเพียงวิธีเดียว คือ การทำลายสมองของมัน (3) ผู้ใดก็ตามที่ถูกซอมบี้กัด จะต้องกลายเป็นซอมบี้ด้วย

ความสัมพันธ์ในแง่การดำรงอยู่ระหว่างมนุษย์และซอมบี้ของเรื่องเล่ากระแสหลักส่วนมาก จึงเป็นไปในลักษณะแบบ Zero Sum Game กล่าวคือ หากซอมบี้ทั้งหมดไม่ถูกกำจัดให้สิ้นซาก มนุษยชาติก็จะถึงจุดจบ เรื่องเล่าเกี่ยวกับซอมบี้ทั้งหลาย จึงพยายามนำเสนอหลากหลายวิธีการที่มนุษย์ใช้ต่อกรกับฝูงซอมบี้เพื่อเอาชีวิตรอด และปกป้องไม่ให้สังคมมนุษย์ถูกฝูงซอมบี้กลืนกิน

สถานะการดำรงอยู่ของซอมบี้ในสายตาของมนุษย์ ถือเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ที่มีลักษณะข้ามชาติ เพราะเป็นปัญหาที่ทุกรัฐในโลกต่างมีโอกาสถูกคุกคามเหมือนกัน แตกต่างจากตัวละครเหนือธรรมชาติอื่นๆ ที่ปรากฏในเรื่องเล่าของวัฒนธรรมมหาชน เช่น แวมไพร์ หรือ พ่อมดแม่มด ที่แม้จะมีแนวโน้มคุกคามมนุษย์อยู่บ้าง แต่ตัวละครเหล่านี้ก็ยังสามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับสังคมมนุษย์ ภายใต้โครงสร้างทางอำนาจที่มนุษย์เป็นผู้สร้างได้ อีกทั้งพวกมันไม่ได้ลักษณะตามธรรมชาติที่ต้องการกวาดล้างและกลืนกินสังคมมนุษย์เหมือนอย่างซอมบี้

ในแง่นี้ซอมบี้จึงคล้ายกับโรคระบาดอย่าง Covid-19 ตรงที่มันเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพราะตัวมันเองได้เติบโตและแพร่กระจายไปพร้อมๆ กับปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอันสลับซับซ้อนของมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งจะทำให้โลกใบนี้ไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป

หากเรื่องเล่าเกี่ยวกับซอมบี้ มีความคล้ายคลึงบางประการกับโรคระบาดอย่าง Covid-19 เป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะลองจับซอมบี้กระหายเลือดเหล่านี้ไว้ให้ดีๆ (ระวังมันกัด) ไปส่องกระจกดูให้ชัดๆ เผื่อเราจะได้เห็นเงาสลัวๆ ของ Covid-19 เพื่อเก็บไปคิดต่อกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในสังคมไทย

คำถามคือ เราจะใช้เรื่องราวของซอมบี้ จากซีรีส์, ภาพยนตร์, นิยาย ฯลฯ เรื่องไหนมาส่องกระจก เพื่อมองหาเงาสลัวของ Covid-19 ในสังคมไทยดี?

 

ซีรีส์ Kingdom: ซอมบี้เกาหลีในยุค Covid-19

 

นาทีนี้คงไม่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับซอมบี้เรื่องไหน จะร้อนแรงไปกว่าซีรีส์เรื่อง Kingdom อีกแล้ว ด้วยความโดดเด่นของเนื้อเรื่อง ที่นำเข้าเรื่องเล่าของซอมบี้จากบริบททางสังคมวัฒนธรรมแบบฝรั่ง ให้มาเจริญงอกงามในบริบททางสังคมวัฒนธรรมของตนเองได้อย่างมีชีวิตชีวา ยิ่งซีซันที่ 2 ของซีรีส์เรื่องนี้ ออกอากาศในช่วงเวลาใกล้เคียงการระบาดของ Covid-19 พอดี จึงน่าสนใจอย่างยิ่งที่จะลองหยิบซอมบี้จากซีรีส์ Kingdom มาลองส่องกระจก มองหาเงาสลัวของ Covid-19 เพื่อที่จะติดตามปรากฏการณ์ร่วมสมัยนี้ได้อย่างมีมิติมากยิ่งขึ้น

เรื่องราวของซีรีส์ Kingdom ถูกนำเสนอเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องราวการแย่งชิงอำนาจภายในราชสำนักโชซอนช่วงเปลี่ยนผ่านรัชกาล ระหว่างเครือข่ายของชนชั้นนำฝ่ายองค์ชายอีชาง รัชทายาทที่เกิดจากนางสนม และเครือข่ายของชนชั้นนำกลุ่มแฮวอนโจ ที่นำโดยมหาอำมาตย์โจฮักจู ผู้กุมอำนาจตัวจริงในราชสำนัก

ส่วนที่สองเป็นเรื่องราวการเอาตัวรอดและรับมือกับการแพร่ระบาดของซอมบี้ ซึ่งซีรีส์จะค่อยๆ คลายปมให้คนดูเห็นว่าทั้งสองส่วนจะบรรจบกลายเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างไร

 

สาเหตุของโรคระบาด (ซอมบี้)

 

สาเหตุของโรคระบาด (ซอมบี้) ในซีรีส์เรื่อง Kingdom เกิดจากการที่ชนชั้นนำใช้สมุนไพรชุบชีวิตเปลี่ยนคนตายให้กลายเป็นซอมบี้ เพื่อใช้เป็นอาวุธปกป้องอาณาจักรจากการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่น แต่หลังจากที่ขับไล่ภัยคุกคามจากภายนอกได้สำเร็จ สมุนไพรชุบชีวิตกลับถูกชนชั้นนำใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ทำให้การเปลี่ยนผ่านรัชสมัยยืดระยะเวลาออกไป ด้วยวิธีการปลุกชีพองค์ราชาที่สวรรคตไปแล้วให้กลายเป็นซอมบี้และปิดบังความจริงเอาไว้ จนกว่าพระมเหสีซึ่งเป็นลูกสาวของมหาอำมาตย์โจฮักจูจะให้กำเนิดพระโอรส สิทธิเหนือราชบัลลังก์ขององค์ชายอีชาง รัชทายาทที่เกิดจากนางสนม จะได้เปลี่ยนมาอยู่ในมือของมหาอำมาตย์โจฮักจูโดยสมบูรณ์

แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของซอมบี้ไปทั่วทั้งอาณาจักรโชซอน เกิดจากการที่มีคนนำซากของมนุษย์ผู้ถูกซอมบี้พระราชากัด ไปปรุงอาหารเพื่อประทังความหิวโหยของประชาชน ส่งผลให้เชื้อร้ายกลายพันธุ์ สามารถระบาดจากคนสู่คนผ่านการกัดหรือถูกกัดได้

เรื่องราวของการต่อสู้กับฝูงซอมบี้และแย่งชิงอำนาจ โดยมีชีวิตของอาณาประชาราษฎร์และราชบัลลังก์เป็นเดิมพัน จึงได้เริ่มต้นขึ้น

 

การเมืองของโรคระบาดในห้วงเวลาแห่งการแย่งชิงอำนาจ

 

การแพร่ระบาดของซอมบี้ในอาณาจักร ยกระดับการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองของชนชั้นนำทั้งสองฝ่ายให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ฝ่ายมหาอำมาตย์โจฮักจูได้ฉวยใช้ซอมบี้เป็นเครื่องมือปราบปรามฝ่ายรัชทายาทอีชาง ในขณะที่ฝ่ายรัชทายาทอีชางก็ฉวยโอกาสนี้ แสดงตนเป็นผู้นำ ปกป้องประชาชนจากฝูงซอมบี้เพื่อสร้างฐานอำนาจให้กับตัวเอง

เพื่อกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองให้สิ้นซาก มหาอำมาตย์โจฮักจู ได้เปลี่ยนชาวเมืองให้กลายเป็นซอมบี้ โจมตีฐานที่มั่นขององค์ชายรัชทายาทอีชาง หวังขจัดเสี้ยนหนามคนสำคัญ ที่ขัดขวางการครองอำนาจเหนือราชสำนักของเครือข่ายแฮวอนโจ การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีลำดับชั้น มีการปิดตายประตูเมือง เพื่อไม่ให้เชื้อร้ายแพร่เข้าสู่เมืองหลวง ซึ่งมีเชื้อพระวงศ์และชนชั้นสูงฝ่ายตนเองอาศัยอยู่ แต่ปล่อยให้คนนอกเครือข่ายของตนและชนชั้นล่างนอกกำแพงเมือง ต้องเผชิญกับฝูงซอมบี้ตามยถากรรม

ฝ่ายองค์ชายรัชทายาทอีชาง เพื่อให้ตนเองอยู่รอด ก็จำเป็นต้องเล่นบทผู้นำในการปกป้องประชาชนจากฝูงซอมบี้ และสืบหาความจริงเกี่ยวกับโรคระบาดให้ได้มากที่สุด หวังแก้ต่างต่อข้อกล่าวหากบฏที่ตนได้รับ  เปิดโปงการกระทำอันชั่วร้ายต่างๆ ของมหาอำมาตย์โจฮักจู และทวงสิทธิในฐานะผู้สืบทอดราชบัลลังก์ของตนเองกลับคืนมา

ซอมบี้ในซีรีส์ Kingdom จึงไม่ได้ถูกมองเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ ที่แม้ว่าจะอยู่คนละขั้วทางการเมือง ก็ย่อมได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามนี้ไม่แตกต่างกัน แต่ซอมบี้ในซีรีส์ Kingdom ถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง เพื่อแย่งชิงและธำรงรักษาไว้ซึ่งอำนาจของชนชั้นนำ

ผลประโยชน์ทางอำนาจเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังที่สำคัญที่สุดของชนชั้นนำในการตัดสินใจทำ/ไม่ทำอะไรบางอย่าง ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมส่วนรวม ชนชั้นนำแต่ละฝ่ายในซีรีส์เรื่อง Kingdom เลือกจัดการกับซอมบี้บนฐานคิดเรื่องการได้มาและธำรงรักษาไว้ซึ่งอำนาจของตนเป็นหลัก ไม่ได้ตัดสินใจบนฐานคิดเรื่องสิ่งที่ควรจะทำในการจัดการกับซอมบี้

สำหรับฝ่ายมหาอำมาตย์โจฮักจู ฐานคิดเรื่องการรักษาผลประโยชน์ทางอำนาจของตนเองและพวกพ้อง เป็นหลักในสถานการณ์แพร่ระบาดซอมบี้ กลายเป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้องค์ชายรัชทายาทสามารถผนวกผลประโยชน์ของประชาชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของผลประโยชน์ทางอำนาจของพระองค์ และใช้มันเป็นต้นทุนในการต่อสู้บนสนามการเมืองของโรคระบาดจนได้รับชัยชนะ

ชัยชนะทางการเมืองอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ทำให้พระองค์ไม่จำเป็นต้องครองราชย์บัลลังก์เพื่อความอยู่รอดของตนอีกแล้ว เพราะอำนาจของพระองค์มีอยู่อย่างเปี่ยมล้นในฐานะผู้พิทักษ์ระเบียบทางการเมืองใหม่หลังการแพร่ระบาดของซอมบี้ สิ่งที่พระองค์ต้องทำเพื่อรักษาอำนาจนั้นไว้ จึงเป็นการออกตามล่าหาความจริงเกี่ยวกับสมุนไพรคืนชีพ ซึ่งเราคงต้องมาลุ้นไปพร้อมๆ กันว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปในซีซันที่ 3

 

จากซอมบี้ในซีรีย์ Kingdom สู่ Covid-19 ของไทย

 

เมื่อหันมามองการจัดการวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ในองคาพยพต่างๆ ของรัฐไทย ที่ปล่อยปละละเลย ไม่มีการตรวจคัดกรองหรือติดตามกลุ่มเสี่ยงที่เข้ามาในประเทศ ตั้งแต่การระบาดยังไม่ลุกลาม, ฝ่าฝืนข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และไม่ให้ความร่วมมือสำนักคณะกรรมการกีฬามวยจนเกิดกรณี Super Spreader ทั้งๆ ที่สามารถหลีกเลี่ยงได้[3] ฯลฯ จนในที่สุด ต้องมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั่วราชอาณาจักร และตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ขึ้นมาเพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งนี้โดยเฉพาะ

หากลองมองเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น ด้วยสายตาแบบที่ได้วิเคราะห์ซีรีส์ Kingdom ไปในข้างต้น การเลือกที่จะทำ/ไม่ทำอะไรบางอย่างของรัฐไทยในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 อาจไม่ได้ตัดสินใจบนฐานคิดเรื่องสาธารณสุขแต่เพียงอย่างเดียว (?) แต่การตัดสินใจของรัฐไทยนั้นคำนึงถึงเรื่องอะไรอีกบ้าง คงต้องเฝ้าติดตามดูให้เหมือนอย่างที่รอดูว่า ในซีซันที่ 3 ของซีรีส์ Kingdom บทบาทขององค์ชายอีชางจะเป็นอย่างไรต่อไป…

 

เชิงอรรถ

[1] สำหรับฉบับภาษาไทย โปรดพิจารณา แดเนียล เดรซเนอร์. ทฤษฏีการเมืองระหว่างประเทศและซอมบี้ (ฉบับคืนชีพ). บรรณาธิการโดย จิตติภัทร พูนขำ. แปลโดย ธรรมชาติ กรีอักษร. กรุงเทพฯ: คบไฟ, 2560.

[2] เรื่องเดียวกัน. หน้า 42-43

[3] “เปิดเอกสารมัดตัวกองทัพบก กรณี ‘Super Spreader’ สนามมวยลุมพินี แพร่ Covid-19.” Voice Online (31 มีนาคม 2563). สืบค้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563. https://voicetv.co.th/read/fpl0YfRTp.

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Health

11 Jan 2018

“ล้มคนเดียว เจ็บทั้งบ้าน” ยากันล้ม : คู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

การหกล้มหนึ่งครั้ง คุณอาจไม่ได้แค่เจ็บตัว แต่อาจเจ็บใจ (ที่น่าจะรู้วิธีป้องกันก่อน) และอาจเจ็บลามไปถึงคนใกล้ตัว ที่ต้องเข้ามาช่วยดูแล

จะดีแค่ไหน ถ้าเรามี “ยากันล้ม” ที่มีสรรพคุณเป็นคู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

กองบรรณาธิการ

11 Jan 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save