fbpx
เราร้องไห้กันคนละเรื่อง

เราร้องไห้กันคนละเรื่อง

วรพจน์ พันธุ์พงศ์ เรื่อง

Shin Egkantrong ภาพ

 

เลือดกรุ๊ปเดียวกัน ร่างกายความใหญ่หนา ส่วนสูง น้ำหนัก ไล่เลี่ยสูสี ชาติพันธุ์ สีผิว กระทั่งศาสนาและเพศสภาพไม่แตกต่าง สัจจะคือคนเรามีความรู้สึกต่างกัน

เหมือนกันบ้าง ซ้ำเป็นบางเรื่อง แต่ลึกๆ โดยรายละเอียดย่อมแตกต่าง

ประดุจลายนิ้วมือซึ่งไม่มีใครเหมือนกันเลย

ต่อให้เป็นพี่น้อง หรือเรียนหนังสือร่วมชั้นร่วมห้องมาตั้งแต่เล็ก แต่ละคนต่างมีลักษณะบุคลิกเฉพาะ เห็น เชื่อ รู้สึก ในแบบของใครของมัน ยกเท้ากระทืบหรือเอาปืนจ่อหัวบังคับให้คิดเหมือน เชื่อเหมือน ก็ทำไม่ได้ ทำไปก็ตายเปล่า

ก็คนมันไม่รัก คุณจะผ่าหัวใจเขาหรือเธอออกมาแล้วเอาดอกกุหลาบยัดใส่ ฝืนใจทำให้รัก มันเป็นไปไม่ได้

นักสัมภาษณ์ก็เช่นกัน

 

บางคนร้องไห้เพราะหมาตาย อาา.. ต้องเรียกว่าน้องหมาสินะ

บางคนร้องไห้เพราะเจ็บไข้ ทุกข์ทรมานจากบาดแผลและโรคร้าย

ใครอีกจำนวนมากร้องไห้ด้วยสาเหตุอกหักรักคุด กินไม่ได้ นอนไม่หลับเป็นเดือน เป็นปี บ้างเตลิดเปิดเปิงผิดเพี้ยน ติดยา และบ้างสาหัสสากรรจ์ถึงขั้นกระทำอัตฆาต

อีกหลายคนหลั่งน้ำตาเพราะความอยุติธรรม คับแค้นขมขื่นที่ความเป็นคนถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิทธิเสรีภาพถูกพรากจากครั้งแล้วครั้งเล่า

ใช่–เราร้องไห้กันคนละเรื่อง

เนื้อหาแห่งสุขทุกข์แต่ละคนแตกต่างกัน บางเราแพ้รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส บางใครพ่ายอำนาจ บัลลังก์ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็กอดรัดเอาไว้ ไม่แคร์ว่าสิ่งนั้นมันผิดหรือถูก ไม่สนว่าโลกจะมองด้วยสายตาแบบไหน

คุณค่าของแต่ละคนแขวนไว้คนละอย่าง เราจึงแตกต่างในทางความรู้สึก เห็นคนละภาพ ได้ยินคนละเสียง

นึกออกใช่ไหมว่ามันไม่ใช่เรื่องของตาหรือหู มันคือความสนใจ คือตัวตน คือธรรมชาติ สันดานดิบ

คือรสนิยม

 

เทปบันทึกเสียงยี่ห้อเดียวกัน รุ่นและราคาเท่ากันเป๊ะ วางไว้จ่อปากแหล่งข่าว ตัวละครคนเดียวกัน กระทั่งนั่งสัมภาษณ์ร่วมวงด้วยกัน เชื่อไหม พอถอดเทปและเขียนออกมา กลับไม่เหมือนกัน

อ่านแล้วบางทีน่าสงสัย ตกลงคนพูดนี่มันคนเดียวกันหรือเปล่า

ข้อเท็จจริงคือคนพูดเดียวกัน แต่นักเขียนคนละคน เนื้องานที่ออกมาอาจกลายเป็นคนละเรื่อง คนละโลก

ถามว่าทำไม..

คำตอบง่ายๆ เพราะคนเราได้ยินเสียงไม่เท่ากัน

เทปอัดติด ได้ยินชัด แต่ตัดทิ้ง ไม่เลือก ไม่เขียน ไม่บอกเล่า เพราะเห็นว่ามันคือขยะ

มองไม่ออก ความสามารถในการคัดแยกต่ำ ประสบการณ์การฟังน้อย เพชรพลอยมี ขว้างทิ้ง วิ่งเข้าหาแต่สิ่งปฏิกูล

ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ไล่เลยไปถึงโลกออนไลน์ มองภาพสื่อสารมวลชนโดยรวม เราจะเห็นว่าเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญ ​เรื่องจำเป็นที่ควรขุดค้น นำเสนอ มีให้เสพไม่มาก ตรงกันข้ามกับข่าวอื้อฉาวที่มีสาระเบาบาง กลับเบ่งบานตลอดทั้งปี บานโดยไม่ต้องรอแสงแดด

เราเข้าใจร่วมกันได้ว่าผับย่อมน่าสนใจกว่าห้องสมุด ใครก็ชอบข่าวดารา ข่าวซุบซิบบันเทิง มันเป็นของหวานเลิศรสที่กินดื่มเมื่อไรก็เพลิดเพลินชุ่มฉ่ำลิ้น เพียงแต่ว่าเมื่อสัดส่วนน้ำตาลในเลือดมีมากเกินไป ร่างกายก็อ่อนแอ ปัญญาทึบ ความคิดสร้างสรรค์เป็นศูนย์

จำเป็นที่เราต้องแสวงหาความสมดุล

ยอมเสพรสขมบ้าง หากว่ามันช่วยให้หัวใจไม่เสียศูนย์

ดาราดูมาพอแล้ว ขยับมาทางสิ่งแวดล้อม กฎหมาย เศรษฐกิจ การเมืองเสียหน่อยไหม เพื่อเพิ่มภูมิทัศน์ โลกทัศน์ ปรับระบบนิเวศและ perspective ให้หลากหลาย กว้างและลึก หนักแน่น โปร่งเบา และมีประสิทธิภาพ

อคติ ไม่ยอมขยับมาก็ไม่เข้าใจ ใครพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่อง

ไม่เข้าใจนานๆ ก็จะไม่ได้ยิน

เสียงสวรรค์กลายเป็นเสียงตกน้ำที่สูญหาย

ทั้งที่อยู่ในเทป แต่ถอดคำพูดออกมาแล้วก็โยนทิ้ง ไม่เขียนบอกเล่า

เพราะไม่รู้สึก เพราะไม่เห็นค่า เพราะคิดว่ามันไม่น่าสนใจ

บ้างเถื่อนถ่อยกว่านั้น แม้แหล่งข่าวคนสัมภาษณ์ไม่ได้พูด เพื่อนเล่นจับคำพูดของตัวเองใส่ คิดเอง เขียนเอง แต่ใส่ชื่อคนอื่น

ในบ้านเมืองของเรา คนระยำมันมีจริง, มีทุกวงการ

 

เราร้องไห้กันคนละเรื่องแน่ๆ และจำเป็นอย่างยิ่งว่าไม่ควรหมิ่นหยามกัน เรื่องเรา เรื่องท่าน เรื่องของใครสลักสำคัญกว่า เพราะคุณค่าและความสำคัญของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

คำถามก็คือในฐานะสื่อมวลชนคนทำสัมภาษณ์ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งนี้คือขยะ สิ่งนี้คือเพชรพลอย

อะไรควรเก็บไว้ อะไรควรตัดทิ้ง

คำถามนี้ตอบไม่ง่าย เพราะเมื่อมันไม่ใช่เรื่องของตา เรื่องของหู คำตอบจึงไม่ใช่เพียงการฝึกฝนมองและฟัง หากหวังผลทางลึก หวังผลระยะยาว ผมคิดว่าต้องยอมลงทุนขุดรื้อโครงการรับรู้กันใหม่ ถอดสมการสังคมออกมาวางบนโต๊ะ วิเคราะห์กะโหลก แขน ขา กระดูกสันหลัง พูดง่ายๆ ว่าหากสนใจแต่เพียงเปลือก ปลีกย่อย รายละเอียด โดยปฏิเสธรูปทรงโครงสร้าง ก็จะอ่านผิด แก้ปัญหาผิดไปไม่จบสิ้น

เรานั่งจับมือบอกกันเป็นข้อๆ ไม่ได้หรอก ว่านี่คือขยะ นี่คือแก้วแหวน

เพราะโจทย์และตัวละครเปลี่ยนไปทุกวัน หรือต่อให้โจทย์เดิม ตัวละครเก่า เวลาก็เปลี่ยน โลกของเมื่อวานกับวันนี้แตกต่างกัน แน่นอนว่าเรื่องราว บทสนทนา เนื้อหาสาระย่อมแตกต่าง

และแท้จริงก็ไม่มีใครในโลกแยกแยะและให้คุณค่าได้ถูกต้องทุกครั้งว่านี่ขยะ นั่นอัญมณี เรื่องราวและเวลามันเคลื่อนทุกวินาที รู้ถ่องแท้ ณ นาทีนี้ นาทีถัดมาอาจโง่เขลา ตามเกมไม่ทัน สิ่งที่พอจะช่วยได้บ้างคือจับโครงสร้างและสมการให้ได้ก่อน ถอด แกะ ชำแหละให้กระจ่าง จากนั้นเป็นเรื่องความขยัน ติดตาม เปิดหูเปิดตา ฟังให้มากที่สุด คิดให้มากที่สุด เชื่อให้น้อยที่สุด

รู้แต่เรื่องดารา คุณย่อมเย็นชากับผู้ลี้ภัย ต่อให้เสียงร้องไห้ของเขาและเธอกู่ก้องร้องตะโกนออกมาดังเท่าไร มันก็เงียบ เพราะคุณไม่รู้ ไม่เคยติดตามว่าที่มาสาเหตุคืออะไร ใครคือผู้กระทำ ใครคือผู้ถูกกระทำ สิ่งใดคือใจกลางของปัญหา

ไม่รู้ ย่อมไม่รู้สึก

รากแก้วของนักสัมภาษณ์จึงต้องหยั่งลึกลงไปในทุกศาสตร์สาขา สนใจผู้คนทุกประเภท ค่อยๆ สะสมทีละน้อย เก็บออมไปทุกวัน แล้วตาจะสว่าง หูจะไม่ตึง เหนืออื่นใด ใจจะไม่ด้านชากับความอยุติธรรม

 

เราร้องไห้กันคนละเรื่อง–สัจจะเป็นเช่นนี้

แต่บางเรื่องเราก็ควรหัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกัน

ไม่ว่าคุณ ไม่ว่าใคร.. ในฐานะมนุษย์.

MOST READ

Life & Culture

14 Jul 2022

“ความตายคือการเดินทางของทั้งคนตายและคนที่ยังอยู่” นิติ ภวัครพันธุ์

คุยกับนิติ ภวัครพันธุ์ ว่าด้วยเรื่องพิธีกรรมการส่งคนตายในมุมนักมานุษยวิทยา พิธีกรรมของความตายมีความหมายแค่ไหน คุณค่าของการตายและการมีชีวิตอยู่ต่างกันอย่างไร

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

14 Jul 2022

Life & Culture

27 Jul 2023

วิตเทเกอร์ ครอบครัวที่ ‘เลือดชิด’ ที่สุดในอเมริกา

เสียงเห่าขรม เพิงเล็กๆ ริมถนนคดเคี้ยว และคนในครอบครัวที่ถูกเรียกว่า ‘เลือดชิด’ ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

เรื่องราวของบ้านวิตเทเกอร์ถูกเผยแพร่ครั้งแรกทางยูทูบเมื่อปี 2020 โดยช่างภาพที่ไปพบพวกเขาโดยบังเอิญระหว่างเดินทาง ซึ่งด้านหนึ่งนำสายตาจากคนทั้งเมืองมาสู่ครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวนี้

พิมพ์ชนก พุกสุข

27 Jul 2023

Life & Culture

22 Feb 2022

คราฟต์เบียร์และความเหลื่อมล้ำ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เขียนถึงอุตสาหกรรมเบียร์ไทย ที่ผู้ประกอบการคราฟต์เบียร์รายเล็กไม่อาจเติบโตได้ เพราะติดล็อกข้อกฎหมาย และกลุ่มทุนที่ผูกขาด ทั้งที่มีศักยภาพ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

22 Feb 2022