เมธิชัย เตียวนะ เรื่องและภาพ

 

หากพูดถึงการทำงาน ภาพแรกที่หลายคนคิดถึงอาจจะเป็นภาพโต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ มีเอกสารกองสูงตั้งเรียงราย แต่ในความเป็นจริง พื้นที่การทำงานมีความหลากหลายมากกว่านั้น จนอาจพูดได้ว่า ในทุกพื้นที่มีคนกำลังทำงาน ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนน ในรถ ในห้องครัว บนเวทีร้านเหล้า หรือแม้กระทั่งบ้าน ก็สามารถกลายเป็น ‘ที่ทำงาน’ ได้ในปัจจุบัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ แนวคิดการทำงานของอาชีพหนึ่งอาจจะไม่สามารถนำมาใช้กับอาชีพหนึ่งได้ เพราะพื้นที่ในการทำงานมีความยืดหยุ่น คนทำงานมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ไม่ว่าคนทำงานจะเป็นใคร มีอาชีพอะไร หรือทำงานที่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทุกคนควรมีพื้นที่ทำงานที่ดีและมีคุณภาพ

…อาจไม่ใช่ workplace ที่สมบูรณ์ แต่เป็น workspace ที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับงานของตัวเอง

101 ลงพื้นที่พูดคุย สำรวจจักรวาลของคนทำงานหลากหลายอาชีพ – เรื่องราวของพวกเขาเป็นอย่างไร ที่ทำงานที่ดีของพวกเขาควรมีหน้าตาเป็นแบบไหน – หาคำตอบได้ในอัลบั้มภาพนี้

 

ไพวรรณ์ อรัญทม แม่บ้านหอศิลป์กรุงเทพ

 

 

“เมื่อก่อนป้าเคยเป็นแม่บ้านคอนโด ก็ไปนั่งอยู่ใต้บันไดกับทางหนีไฟนี่แหละ แต่พอมาอยู่ที่นี่ก็ดีขึ้นนะ เขาก็มีห้องไว้ให้แม่บ้านได้กินข้าว มีห้องเก็บของแม่บ้าน สำหรับป้าแค่นี้ก็พอแล้ว เป็นแม่บ้านจะคิดอะไรมากมาย จะขอห้องใหญ่ๆ มันก็เว่อร์ไป แค่ให้เก็บของได้ก็ดีแล้ว ทำงานเราให้มันดีอย่าให้เขามาว่าได้ก็โอเคแล้ว”

 

ธนัช ธเนศจินดารัตน์ นักดนตรีอิสระ

 

 

“ในมุมมองของผมนักดนตรีก็อยู่ในฐานะเดียวกับคนที่มาเที่ยวแหละ บางร้านไม่ได้มองว่าเราเป็นพนักงานของเขา เราก็ต้องจอดรถไกลมาก เวลาเข้าร้านก็ต้องเดินฝ่าคนเข้าไป”

“ผมเป็นมือกลองก็จะมีสัมภาระเยอะกว่าคนอื่นๆ ในวง เวลาไปถึงก็ไม่ได้มีห้องพักให้นักดนตรี ยกเว้นร้านใหญ่ๆ ที่จะมีห้องพักศิลปินซึ่งบางครั้งนักดนตรีก็มีโอกาสได้ใช้ร่วมบ้าง แต่บางร้านก็ไม่เปิดให้เราเข้าไปใช้ ต้องไปยืนรอข้างๆ ร้าน”

“เรื่องคนตีกันในร้านก็เคยเจอ ถ้าร้านไหนมีการ์ดก็จะปลอดภัยขึ้นมาหน่อย ซึ่งเป็นความปลอดภัยของคนที่มาเที่ยวด้วย นักดนตรีก็ได้สิทธินั้นไปด้วย การ์ดก็จะดูแลทุกคน แต่ถ้าร้านไหนไม่มีการ์ดแล้วเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ซวยเหมือนกัน”

“ถ้าถามว่าที่ทำงานที่ดีสำหรับนักดนตรีกลางคืนเป็นยังไง อย่างแรกก็คือเรื่องความปลอดภัย ควรมีที่จอดรถให้นักดนตรี และอยากให้มองว่านักดนตรีเป็นพนักงานคนหนึ่งของร้าน”

 

 

ปวีรชา หนูจ้อย พนักงานออฟฟิศ (Work from home)

 

 

“ตั้งแต่มีโควิดทางบริษัทก็เริ่มให้พนักงานเวิร์กฟรอมโฮม เราก็พบว่าจริงๆ แล้วเราชอบทำงานที่บ้าน เพราะรู้สึกว่ามีสมาธิ โฟกัสกับงานได้มากกว่า งานชิ้นเดียวกันถ้าทำที่ออฟฟิศต้องใช้เวลา 5 ชั่วโมง แต่พอมาทำที่บ้านจะทำงานเสร็จภายใน 3 ชั่วโมง ตอนนี้เราเลยรู้สึกแฮปปี้กับการเวิร์กฟรอมโฮม”

“เรื่องการแบ่งเวลาทำงาน โดยปกติงานจะมีเดดไลน์กำกับอยู่แล้ว ถ้าวันนี้ทำงานน้อย พรุ่งนี้ก็ต้องทำเยอะ หรือบางวันก็ต้องทำเยอะมากๆ จนไม่ได้นอนก็เพราะเราทำตัวเอง เราไม่แบ่งเวลาให้ดีเอง แต่ท้ายที่สุดทุกคนก็ปรับตัวกับการทำงานได้

“หลายคนพูดถึงค่าไฟที่เพิ่มขึ้น และเราต้องมาแบกรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ส่วนตัวเรามองว่ามันก็ไปหักลบกับค่าเดินทาง พอเวิร์กฟรอมโฮมเราไม่ต้องจ่ายค่าเดินทางไปออฟฟิศ และเราไม่ได้อยู่ห้องแอร์ตลอดเวลา ถ้าร้อนมากๆ ก็เปิดแอร์ แต่สักพักก็ปิดแล้วเดินไปทำอย่างอื่น เลยไม่ได้รู้สึกแย่กับการแบกรับค่าไฟที่เพิ่มขึ้น

“พื้นที่การเวิร์กฟรอมโฮมที่ดีที่สุดสำหรับเรา คิดว่าควรจะเป็นพื้นที่โล่งๆ ดูแล้วสบายตา มีเก้าอี้ดีๆ นั่งแล้วไม่ปวดหลัง และถ้าเป็นห้องที่มองออกไปแล้วเห็นวิวดีๆ ก็คิดว่าน่าจะเป็นห้องทำงานที่เจ๋ง”

 

ชาติ ผองมูน พ่อค้าผลไม้

 

 

“พื้นที่ที่ผมขายของอยู่ตอนนี้มันจำกัด ทาง กทม. มีนโยบายไม่ให้ขายของริมถนนใหญ่ ถนนตรงนี้แยกออกมาจากถนนใหญ่หน่อยก็พอจะขายได้ แต่อยู่ใกล้คูคลองก็จะมีกลิ่นน้ำเสียหน่อย”

“ถ้าเป็นไปได้ กทม. ควรจะทำให้เป็นระบบขึ้น จัดพื้นที่ให้เรา จัดการเรื่องความสะอาด แต่ตอนนี้มันไม่ได้เป็นแบบนั้น เอะอะก็จะไล่อย่างเดียวเลย ปัญหาไม่ได้ถูกแก้ที่ต้นเหตุ”

“จริงๆ ในอนาคตก็อยากมีร้านเป็นที่เป็นทางนะ เป็นบล็อกของตัวเอง แต่ตอนนี้ก็ได้แค่นี้ เข็นมาขาย ขายเสร็จก็เข็นกลับ”

 

ฤทธิไกร ดีแดง พนักงานรักษาความปลอดภัย

 

 

“ก่อนหน้านี้เคยเป็นยามหมู่บ้าน ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันเป็นยามตึกออฟฟิศทำวันละ 8 ชั่วโมง ถ้าให้เปรียบเทียบกันมันก็สบายไปคนละแบบกันนะ ยามหมู่บ้านไม่ค่อยวุ่นวาย พอเขาเข้าบ้านก็จบ”

“ที่นี่เป็นตึกออฟฟิศมีคนเข้าออกตลอดเวลา ทำงานที่นี่ก็เหนื่อยนะ ต้องโบกรถ เดินตรวจ ลงบันทึก เงินเดือนมันก็น้อยนะ แต่สวัสดิการดี มีหอพักให้ ส่งลูกเราเรียนจนจบปริญญาตรี อันนี้แหละที่ดีที่สุดในชีวิตผมสำหรับคนเป็นพ่อ เราก็อยากให้ลูกเรียนสูง มันดีตรงนี้แหละ”

“ถ้าไม่มีโควิดมันจะดีกว่านี้นะ พอมีโควิดเข้ามาเราก็ทำโอทีไม่ได้ จากที่เคยตั้งเป้าไว้ว่าจะได้เท่านั้นเท่านี้ ก็ไม่ได้ ตอนนี้ก็ได้แค่เงินเดือน”

“ยามก็ควรจะมีวิทยุสื่อสารอันนี้สำคัญที่สุด อย่างอื่นก็ควรจะมี เช่น พัดลม ทีวี ยากันยุง ถ้าเป็นหน้าฝนก็ต้องมีรองเท้าบูท ที่นี่เขาก็เตรียมให้เราทุกอย่าง”

 

ประภาสพงษ์ เล้าอติมาน ช่างภาพอิสระ

 

 

“งานหลักๆ ของผมคืองานแต่งภาพ พอทำงานที่บ้านนานๆ รู้สึกว่ามันตันและขี้เกียจ เพราะโต๊ะทำงานอยู่ใกล้กับที่นอน ก็เลยออกมาหาร้านกาแฟนั่งทำงาน รู้สึกว่ามันโล่งกว่าที่บ้าน ทำงานได้ดีกว่าอยู่บ้าน ได้เจอผู้คนบ้าง ดีกว่าอยู่ในห้องคนเดียว”

“ช่วงแรกๆ ผมเคยลองเข้าไปใช้ห้องสมุดประชาชนนะ แต่เรารู้สึกว่ามันเก่า ไม่ค่อยโอเค เหมือนขาดการดูแลอย่างต่อเนื่อง พอเป็นอย่างนี้ก็ไม่ตอบโจทย์เรา ก็เลยเลือกที่จะนั่งร้านกาแฟ”

“การนั่งทำงานที่ร้านกาแฟก็มีข้อเสีย หนึ่งคือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เราออกมาครั้งนึงกาแฟแก้วละร้อย สองคือที่จอดรถ บางร้านก็มีที่ให้จอด บางร้านก็ต้องหาที่จอดซึ่งก็เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่มาคิดดูก็บาลานซ์กับค่าจ๊อบของผมนะ เพื่อให้งานออกมาดีก็โอเคที่จะจ่าย

“ถ้าพูดถึงที่ทำงานในฝัน สำหรับผมมันควรจะโล่งกว้าง มีปลั๊กไฟ ข้างนอกควรจะมีต้นไม้ เพราะเวลาจ้องคอมฯ นานๆ เราควรจะมีที่พักสายตา ผมอยากได้ห้องกระจกในสวน มีกาแฟดีๆ สักแก้ว นี่แหละคือที่ทำงานในฝันที่ผมอยากได้”

 

วิทวัส เดโชศาสตร์ Youtuber ช่อง GUZAP

 

 

“สตูดิโอแรกของช่อง GUZAP ผมใช้ไฟหลอดตะเกียบ 1 หลอด ลังกระดาษ 1 ลัง กล้องคอมแพค และขาตั้งกล้องอันละ 99 บาท อุปกรณ์ทั้งหมด 4 อย่างกับคนอีก 1 คน จุดด้อยในตอนนั้นผมไม่สามารถเข้าถึงมือถือใหม่ๆ ที่อยากจะเอามารีวิวได้ ก็ต้องทำเท่าที่ทำได้ ก็คือยืมมือถือน้อง มือถือเพื่อนมารีวิว แล้วก็ทำมาเรื่อยๆ ช่องก็โตขึ้นเรื่อยๆ”

“ตอนนี้มีพนักงาน 12 คน มีสตูดิโอผลิตงานที่มีคุณภาพได้ เข้าถึงวัตถุดิบที่จะนำมารีวิวได้ทั้งหมด ต่อสู้ด้วยตัวเองมาโดยตลอด แล้วก็เอามาพัฒนาให้หลายอย่างดีขึ้น”

“ออฟฟิศในฝันของผมก็คือออฟฟิศที่เป็นบ้าน 2 ชั้น มีที่รอบบ้านเยอะๆ พนักงานมาทำงานแค่วันศุกร์วันเดียว วันอื่นๆ ให้เวิร์กฟรอมโฮม อันนี้คือปลายทางที่เราอยากทำให้ได้ สำหรับผมการทำงานที่เหมือนการไม่ทำงานอันนี้คือที่สุดแล้ว”

 

ไสว มหิมา คนขับแท็กซี่

 

 

“ผมขับรถวันละ 10 ชั่วโมง พักกินข้าวตอนเที่ยงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง รถคันนี้เป็นเกียร์ออโต้มันก็ดีหน่อยนะ ขับง่าย เมื่อก่อนขับเกียร์ปกติ พอลงจากรถขาข้างนึงก็ชาไปเลย”

“เมื่อก่อนผมเคยมีรถของตัวเอง เอามาขับแท็กซี่ แต่พอหมดสัญญาก็ไม่ได้ไปต่อสัญญา เลยมาเช่ารถเขาขับ บางครั้งเราก็ได้รถไม่ดี ขับไปมันก็มีปัญหาวิ่งไปเดี๋ยวก็ดับ บางครั้งก็ดับบนทางด่วน เราก็ต้องรออยู่ในรถตลอดเลย รอให้เขามายกรถเราลงจากทางด่วน”

“คนขับรถแท็กซี่เช่าก็ต้องการแค่รถสภาพดีๆ แอร์เย็น รถไม่มีปัญหาจุกจิก”

 

นงค์นุช ถือศิล พนักงานทำอาหาร

 

 

“ปกติจะใช้เวลาอยู่ในครัวประมาณ 4 ชั่วโมง พัก 1 ชั่วโมง แล้วเข้าครัวต่ออีก 4 ชั่วโมง แอร์หรือพัดลมก็ไม่สามารถเข้ามาถึงอยู่แล้ว ก็จะร้อนนิดนึง แต่เราไม่ได้อยู่ในครัวตลอดเวลา ช่วงที่ไม่มีออเดอร์ก็สามารถเดินออกมาเตรียมของข้างนอก หรือออกไปเดินรับอากาศบ้างก็ได้”

“ครัวที่ดีควรจะมีพื้นที่กว้าง ไม่แออัดเกินไป และอากาศถ่ายเทสะดวก ถ้าเป็นคูหาหรือตึกก็ควรจะมีเครื่องดูดควัน ที่นี่เขาก็มีที่ดูดควันนะ สำหรับเราถ้าไม่มีปัญหาเรื่องอากาศก็โอเคแล้ว”

Author

Matichai Teawna

เมธิชัย เตียวนะ - ช่างภาพจากแดนสะตอ เรียนจบนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เกิดในครอบครัวสามัญชน พ่อและแม่เป็นแรงงานก่อสร้าง สนใจวิถีชีวิตผู้คน ดนตรี สิทธิมนุษยชน และความเหลื่อมล้ำ ชอบเล่าเรื่องผ่านงานภาพถ่ายและวีดีโอ