“นายสั่งมา” : ความรับผิดและการขัดขืนของเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย

เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีความรับผิดใดๆ หรือไม่ ในกรณีที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นสิ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ข้ออ้างประการหนึ่งที่มักจะได้รับฟังกันบ่อยครั้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการก็คือ “นายสั่งมา” ซึ่งมีความหมายว่าเมื่อผู้บังคับบัญชาได้ออกคำสั่งให้ต้องลงมือ ในฐานะของเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยก็ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงและต้องปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ต่อให้คำสั่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจสร้างความลำบากใจให้เกิดขึ้นแก่ผู้ปฏิบัติงานเพียงใดก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยก็ต้องปฏิบัติตามอย่างไม่อาจปฏิเสธ

กรณีที่คำสั่งเป็นไปตามที่กฎหมายให้อำนาจรองรับไว้ก็อาจไม่ใช่เรื่องที่ก่อให้เกิดความยุ่งยาก เช่น การออกคำสั่งให้เข้าระงับการตีกันของกลุ่มวัยรุ่น การจับกุมการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์บนท้องถนน เป็นต้น สำหรับการปฏิบัติตามคำสั่งในลักษณะเช่นนี้ ผู้ปฏิบัติงานก็สามารถกระทำได้อย่างมั่นใจว่าตนเองกำลังทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และอยู่ภายในขอบเขตที่กฎหมายได้กำหนดเอาไว้

อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีที่คำสั่งของเจ้านายนั้นไม่สอดคล้องกับกฎหมายอย่างชัดเจน หรือรวมทั้งอาจเป็นกรณีที่เหลื่อมๆ ต่อกฎหมาย อันไม่แน่ชัดว่าจะสามารถกระทำได้หรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยก็ได้ปฏิบัติไปตามที่ ‘นายสั่งมา’ ในกรณีเช่นนี้ หากภายหลังมีการสอบสวนแล้วพบว่าคำสั่งของผู้บังคับบัญชาได้กระทำไปโดยขัดต่อกฎหมาย คำถามสำคัญที่ติดตามก็คือ เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยจะต้องมีความรับผิดจากการกระทำตามคำสั่งของเจ้านายที่ขัดต่อกฎหมายนี้หรือไม่

การอ้างว่า “นายสั่งมา” จะทำให้สามารถหลุดพ้นไปจากความผิดได้หรือไม่

เช่น หากมีคำสั่งของผู้บังคับบัญชาให้ใช้กระสุนจริงเพื่อยิงหัวของผู้ต้องหาที่ขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ โดยที่บุคคลที่เป็นผู้ต้องหาก็ไม่ได้มีอาวุธอันตรายใดๆ อยู่ในมือ หากมีการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวแล้วทำให้ผู้ต้องหาต้องเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยคนดังกล่าวจะหยิบเอาคำสั่งของเจ้านายมาเป็นข้ออ้างได้หรือไม่

หรือในการเผชิญหน้ากับการชุมนุมที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ร่วมชุมนุม แม้ว่าในขณะนั้นทางผู้ชุมนุมยังไม่ได้มีการแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น แต่เพราะเป็นการชุมนุมที่เกิดขึ้นในสถานที่บางแห่งซึ่งถูกมองว่ามีความสำคัญ

กรณีตัวอย่างที่กล่าวมา เจ้าหน้าที่ในระดับผู้บังคับบัญชาหรือเจ้านายซึ่งเป็นผู้ออกคำสั่งย่อมไม่อาจปฏิเสธความรับผิดได้อย่างแน่นอน บุคคลที่เป็นผู้ตัดสินใจหากกระทำไปโดยไม่มีอำนาจหรือเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมายย่อมต้องรับผิด แต่สำหรับบุคคลซึ่งตกอยู่ในฐานะของผู้รับคำสั่งและปฏิบัติตามจะต้องมีความผิดในการกระทำที่ตนเองได้กระทำตามคำสั่งนั้นหรือไม่

พึงตระหนักว่าแม้เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยจะอ้างว่าที่ตนเองต้องกระทำเป็นเพราะ ‘นายสั่งมา’ แต่ก็จะไม่ได้เป็นเหตุผลให้สามารถหลุดพ้นไปจากความรับผิดได้อย่างสิ้นเชิง

ในฐานะของเจ้าหน้าที่ของรัฐ แม้จะเป็นระดับผู้ปฏิบัติงานก็ย่อมต้องมีความรู้เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ในการทำหน้าที่ของตนว่ามีขอบเขตที่จะสามารถกระทำได้มากหรือน้อยเพียงใด เจ้าหน้าที่ตำรวจย่อมไม่อาจอ้างได้ว่าคำสั่งของเจ้านายอยู่เหนือกว่ากฎหมาย รวมทั้งไม่อาจอ้างว่าตนเองไม่รู้ว่าคำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมาย คงจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดอย่างมากหากเจ้าหน้าที่ปฏิเสธความรับผิดในการกระทำของตนด้วยเหตุผลว่าเป็นเพราะตนเองไม่รู้กฎหมาย

หากมีคำสั่งที่ขัดต่อกฎหมายเกิดขึ้นแล้วเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานก็ยังคงกระทำต่อไป การกระทำเช่นนี้ก็ย่อมเป็นความผิดที่ต้องได้รับการลงโทษด้วยเช่นกัน ดังนั้น การยิงกระสุนยางใส่ประชาชนมือเปล่าที่ชุมนุมโดยสงบจนได้รับบาดเจ็บ ย่อมไม่ใช่ความผิดของผู้บังคับบัญชาเพียงเท่านั้น ตำรวจแต่ละคนที่ลั่นกระสุนออกมาก็ล้วนแต่ต้องมีความรับผิดด้วย

แน่นอนว่าในบางกรณีอาจมีความคลุมเครือว่าเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่จะสามารถกระทำได้หรือไม่ เนื่องจากมีการใช้อำนาจที่ไม่ปกติของรัฐบาล ดังการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการประกาศกฎอัยการศึกที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคมไทย และอาจนำมาสู่การออกคำสั่งในลักษณะที่มีการใช้กำลังอย่างรุนแรง เช่น การสั่งให้พลแม่นปืนยิงหัวผู้ชุมนุมทุกคนไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือพยาบาล เป็นต้น

การปฏิบัติตามคำสั่งในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดว่าขัดฝืนต่อมโนธรรมของบุคคลทั่วไปอย่างชัดเจน คงเป็นยากที่จะมีการยอมรับได้ว่าการใช้อาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงกับประชาชนมือเปล่าในลักษณะถึงแก่ความตายเป็นสิ่งที่เป็นความถูกต้องอันควรกระทำ

แม้การยิงหัวคนจะเป็นความเชี่ยวชาญของพลแม่นปืน แต่หน้าที่ดังกล่าวก็จะควรใช้กับบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐอย่างสำคัญ การยิงหัวประชาชนจึงนับเป็นความประหลาดพิกลอย่างรุนแรง การทำตามคำสั่งที่ขัดฝืนต่อมโนธรรมก็ย่อมเป็นสิ่งที่ผู้กระทำต้องรับผิดในฐานะผู้กระทำการ

เพราะฉะนั้น เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยจะไม่หลุดพ้นไปจากความผิดเพียงเพราะการอ้างแค่ว่า “นายสั่งมา”

อย่างไรก็ตาม จะมีอะไรเป็นทางเลือกให้กับบุคคลเหล่านี้บ้างหากไม่เห็นด้วยกับคำสั่งที่ปราศจากอำนาจทางกฎหมายหรือขัดฝืนต่อมโนธรรมของตนเอง มีทางเลือกอย่างน้อย 3 ประการที่พอจะเป็นไปได้ในการแสดงให้เห็นถึงการขัดขืนต่อคำสั่งที่ไร้เหตุผลและไร้อำนาจของผู้บังคับบัญชา

ประการแรก ปฏิเสธไม่กระทำตามคำสั่งของเจ้านายที่เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือขัดต่อมโนธรรม ท่าทีเช่นนี้คือการแสดงออกในลักษณะที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งอย่างชัดเจน การกระทำนี้อาจสั่นคลอนต่ออำนาจของผู้บังคับบัญชาโดยตรง แต่ขณะเดียวกันก็อาจสร้างผลกระทบต่อผู้ขัดขืนได้เช่นกัน เพราะหากมีการฝ่าฝืนคำสั่งก็อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่คนนั้น ไม่ว่าจะเป็นการโดนโยกย้ายหรือการถูกสั่งธำรงวินัย

ทางเลือกดังกล่าวนี้อาจเป็นความยุ่งยากอย่างมากสำหรับบุคคลบางกลุ่มที่ไม่ได้มีความมั่นคงในชีวิตมากนัก

ประการที่สอง ขัดขืนต่อคำสั่งในลักษณะที่เป็นการเฉื่อยงานหรือพยายามปฏิบัติหน้าที่ให้ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น หากได้รับคำสั่งให้ใช้รถฉีดน้ำยิงใส่ประชาชน ผู้ปฏิบัติงานก็อาจพยายามฉีดน้ำไปในทิศทางที่ไม่เป็นอันตรายต่อประชาชน เมื่อได้รับคำสั่งให้ยิงกระสุนยางก็อาจยิงขึ้นฟ้าหรือยิงไปในทิศทางที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้คน หรือในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาก็พยายามทำให้สำนวนในคดีมีพยานหลักฐานที่อ่อนเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ต้องหาในห้วงเวลาของการต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ

ทางเลือกที่สองนี้อาจพอเป็นไปได้บ้าง ขึ้นอยู่กับบทบาทและหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนว่าจะสามารถกระทำได้ในลักษณะเช่นใดบ้างที่จะทำให้เห็นว่าการใช้กำลังของรัฐนั้นไม่มีประสิทธิภาพในการเผชิญหน้ากับประชาชนทั้งในท้องถนนและในกระบวนการยุติธรรม  

ประการที่สาม นำข้อมูลภายในของหน่วยงานเผยแพร่ออกสู่สาธารณะเพื่อเปิดโปงให้เห็นความไม่ชอบธรรมหรือการใช้อำนาจฉ้อฉลในการปราบปรามประชาชน การกระทำในลักษณะนี้สามารถเป็นไปได้ในห้วงเวลาปัจจุบันที่เทคโนโลยีการสื่อสารแพร่กระจายอย่างกว้างขวางและโดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวบุคคลของผู้นำข้อมูลมาสู่สาธารณะ บทบาทเช่นนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ลดทอนความชอบธรรมของอำนาจรัฐในลดน้อยลงในยามเผชิญหน้ากับฝ่ายต่อต้าน     

คำเตือนส่งท้ายสำหรับเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการกระทำตามคำสั่งนายและละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนบ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่มีใครที่ได้ถูกสอบสวนหรือลงโทษจากการกระทำดังกล่าว จึงอาจทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยส่วนหนึ่งพากันย่ามใจและคิดว่าจะยิงกระสุนยาง จ่อปืนกับหัวคน ซึ่งคุกคามและละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้คนอย่างไรก็จะไม่ถูกลงโทษ

จงตระหนักว่าความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อาจไม่ใช่ภายในวันสองวันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม คงยากจะที่จะปฏิเสธว่าบัดนี้ความเปลี่ยนแปลงได้มาถึงปากประตูของสังคมไทยแล้ว รอวันที่จะเปิดออกรับวันใหม่ภายในไม่ช้า เมื่อความเปลี่ยนแปลงบังเกิดขึ้น การกระทำที่ได้เกิดขึ้นจะเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องถูกชำระในทางกฎหมาย เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารที่แพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางจะกลายมาเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีที่สามารถนำมาใช้จัดการกับเจ้าหน้าที่ทั้งหลายที่ใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล

ในท่ามกลางบุคคลเหล่านั้น เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยที่ยอมรับและปฏิบัติตามคำสั่งอันฉ้อฉลของเจ้านายอย่างเซื่องๆ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องมีความผิดและได้รับโทษไปด้วยเช่นเดียวกัน ทางออกประการหนึ่งที่อาจช่วยได้ก็คือ การพยายามขัดขืนต่อคำสั่งของเจ้านายในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังที่ได้กล่าวมา 

MOST READ

Thai Politics

3 May 2023

แดง เหลือง ส้ม ฟ้า ชมพู: ว่าด้วยสีในงานออกแบบของพรรคการเมืองไทย  

คอลัมน์ ‘สารกันเบื่อ’ เดือนนี้ เอกศาสตร์ สรรพช่าง เขียนถึง การหยิบ ‘สี’ เข้ามาใช้สื่อสาร (หรืออาจจะไม่สื่อสาร?) ของพรรคการเมืองต่างๆ ในสนามการเมือง

เอกศาสตร์ สรรพช่าง

3 May 2023

Politics

23 Feb 2023

จากสู้บนถนน สู่คนในสภา: 4 ปีชีวิตนักการเมืองของอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล

101 ชวนอมรัตน์สนทนาว่าด้วยข้อเรียกร้องจากนอกสภาฯ ถึงการถกเถียงในสภาฯ โจทย์การเมืองของก้าวไกลในการเลือกตั้ง บทเรียนในการทำงานการเมืองกว่า 4 ปี คอขวดของการพัฒนาสังคมไทย และบทบาทในอนาคตของเธอในการเมืองไทย

ภัคจิรา มาตาพิทักษ์

23 Feb 2023

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save