วันชัย  ตันติวิทยาพิทักษ์ เรื่อง

 

“ชนชั้นนำในสังคม เวลาทะเลาะกัน

ขัดแย้งกันทางการเมือง หรือผลประโยชน์

ไม่เอาถึงตายหรอก

แต่พอทะเลาะกับประชาชน

เอาถึงตายทุกที ”

คำพูดข้างบนนี้จริงหรือไม่

กรณีการหนีออกนอกประเทศของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มาฟังคำตัดสินของศาล ชวนให้นึกถึงคดีใหญ่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาของพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่ามีประเด็นคล้ายคลึงกันหลายประการ

วัดพระธรรมกายเป็นวัดในสังกัดมหานิกาย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2513 ตั้งอยู่ ณ ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

พระไชยบูลย์ ธัมมชโย หรือ ไชยบูลย์ สุทธิผล เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมายาวนาน ทำให้วัดแห่งนี้โด่งดัง มีชื่อเสียง บารมี และทรัพย์สินมหาศาล

วัดธรรมกายน่าจะเป็นสถาบันมีผู้คนศรัทธาหลายล้านคน น่าจะมากที่สุดในประเทศ อาจจะมากกว่าพรรคการเมืองในประเทศด้วยซ้ำ

อีกด้านหนึ่ง เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง 23 คน ได้จดทะเบียนตั้งพรรคไทยรักไทยขึ้น และสามารถชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย จัดตั้งรัฐบาลได้ในปี 2544 และต่อมาเกิดรัฐประหารในปี 2549 มีการยุบพรรค ได้เปลี่ยนเป็นพรรคพลังประชาชน และเมื่อถูกยุบพรรคอีก ก็เปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทย และส่งน้องสาวคือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงสู้ศึกเลือกตั้งและประสบผลสำเร็จ ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2554 แต่สุดท้ายก็ถูกรัฐประหารซ้ำอีกครั้งในปี 2557

เช่นเดียวกัน พรรคเพื่อไทยหรือพรรคไทยรักไทยเดิม น่าจะเป็นพรรคการเมืองที่มีมวลชนเป็นฐานเสียงมากที่สุดของประเทศ ซึ่งวัดได้จากการเลือกตั้งหลายครั้งที่พรรคชนะเด็ดขาด จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้

พระธัมมชโย และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่างเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นชนชั้นนำในสังคม มีชื่อเสียงและมีผู้คนศรัทธามหาศาลทั่วประเทศ

ต่อมา พระธัมมชโย ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร จากการยักยอกและฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด

หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ถูกอัยการสูงสุดฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้อหาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต และปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว 5 แสนล้านบาท มีการต่อสู้ในชั้นศาลนานหลายปี

16 กุมภาพันธ์ 2560 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ประกาศให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อจับกุมพระธัมมชโย มีการระดมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ และทหาร สี่พันกว่านายปิดล้อมวัดธรรมกายเป็นเวลาสิบกว่าวัน เพื่อค้นหาพระธัมมชโย สุดท้ายก็ไร้ร่องรอยจนถึงทุกวันนี้

หากเป็นผู้ต้องหาธรรมดา คงจะไม่มีทางหลุดรอดจากวงล้อมเจ้าหน้าที่จำนวนมากขนาดนั้น จนชาวบ้านโจษจันว่า สงสัยเจ้าหน้าที่ตั้งใจให้หลวงพ่อหายตัวได้ และล่าสุดมีข่าวว่าท่านหนีไปอยู่ในประเทศทางยุโรปแล้ว

25 สิงหาคม 2560 เวลา 9.30 น. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดียิ่งลักษณ์ ชินวัตร  แต่อดีตนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มา ท่ามกลางกองเชียร์ที่มาให้กำลังใจจำนวนมาก ทนายจำเลยยื่นคำร้องว่า ยิ่งลักษณ์มาไม่ได้ เพราะน้ำในหูไม่เท่ากัน จึงขอเลื่อนฟังคำพิพากษา ศาลบอกฟังไม่ขึ้น จึงออกหมายจับและริบเงินประกัน 30 ล้าน

จากนั้นก็ไม่มีใครเห็นยิ่งลักษณ์อีกเลย เป็นไปได้สูงว่าหนีออกนอกประเทศไปแล้ว เพราะไม่อยากติดคุก

ประชาชนต่างพากันสงสัยว่ารัฐบาลปล่อยให้ยิ่งลักษณ์หลุดรอดไปได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เป็นบุคคลฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลสำคัญที่สุด หน่วยงานความมั่นคงต้องติดตามทุกฝีก้าวอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็รอดเงื้อมมือไปได้

หากไม่มีสัญญาณไฟเขียวจากผู้มีอำนาจ เชื่อว่าอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกคงไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้แน่นอน

และทำไมผู้มีอำนาจจึงดูเหมือนจะหรี่ตาให้ทั้งสองคนสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ หากไม่ใช่เพราะ

1. ทั้งสองคนเป็นชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงมาก มีมวลชนมหาศาลสนับสนุน พร้อมจะกดดันรัฐบาลได้เสมอ หากทั้งคู่ถูกจับหรือต้องคำพิพากษาให้ติดคุก แน่นอนว่าจะกลายเป็นฮีโร่ในใจมวลชนจำนวนมาก และสุ่มเสี่ยงต่อความไม่สงบในสายตาผู้มีอำนาจ

2. กลยุทธ์ของฝ่ายผู้มีอำนาจซึ่งก็รู้จักทั้งสองคนเป็นอย่างดี ไม่ต้องการแตกหักอย่างถึงที่สุด ใช้วิธีบีบบ้าง ผ่อนบ้าง ไม่เอาถึงตาย ให้อีกฝ่ายมีทางออกบ้าง

3. การหนีออกนอกประเทศของทั้งสองคน แทนที่จะถูกจับตัดสินให้ติดคุก จึงน่าจะลดแรงกดดันจากมวลชนฝ่ายสนับสนุน ในขณะเดียวกันมวลชนก็อาจเสื่อมความศรัทธาลง ซึ่งผู้มีอำนาจก็น่าจะพอใจที่ความนิยมลดลง ในขณะที่ทั้งสองคนได้อิสรภาพนอกประเทศ

ธรรมกายคงไม่โด่งดังหรือศักดิ์สิทธิ์เหมือนแต่ก่อน และแฟนเพจ 6 ล้านไลค์ของยิ่งลักษณ์ที่เพิ่งฉลองกันไปคงลดลงแน่นอน

4. การหนีออกนอกประเทศของทั้งสองคงเป็นการดีลครั้งสำคัญของชนชั้นนำทั้งสองฝ่าย ดีลครั้งนี้ win-win ผู้มีอำนาจก็ได้ความมั่นคงขึ้นมา อีกฝ่ายก็ได้อิสรภาพ

ตอนนี้ก็ดูปาหี่ ดูข่าวทหารตำรวจไปเที่ยวค้นบ้านคนนั้นคนนี้ที่คาดว่ายิ่งลักษณ์อาจจะเคยมา พอเป็นพิธี เหมือนตอนค้นหาธัมมชโย ไปพลางๆ ก่อน

ส่วนประชาชนอย่างเราก็ทำมาหากินกันต่อไป รอดูละครตอนต่อไปของผู้มีอำนาจและชนชั้นนำ

แต่หากเมื่อไรที่ประชาชนคนธรรมดาคิดจะขัดแย้งหรือทะเลาะกับผู้มีอำนาจหรือชนชั้นนำ  อนาคตที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง คุก และการบาดเจ็บล้มตาย

Author

vanchai tantivitayapitak

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ - สื่อมวลชนอิสระ อดีตรองผู้อำนวยการด้านข่าวและรายการ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส อดีตบรรณาธิการนิตยสารสารคดี ผู้สนใจประเด็นด้านการเมืองภาคประชาชน สิ่งแวดล้อม ชุมชน และการพัฒนา