ปกป้อง จันวิทย์ เรื่อง

 

ใครเคยเยี่ยมชม National Museum of American History หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สังกัด Smithsonian Institution กลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. น่าจะเคยเห็นงานประติมากรรมแกะสลักหินอ่อนชิ้นนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนชั้นสอง

 

 

ดูออกไหมครับว่านี่คือ จอร์จ วอชิงตัน ผู้นำการปฏิวัติอเมริกันเพื่อประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ ประธานการประชุมร่างรัฐธรรมนูญที่ฟิลาเดลเฟียในช่วงฤดูร้อนปี 1789 บิดาผู้ก่อร่างสร้างประเทศ และประธานาธิบดีคนแรกสหรัฐอเมริกา

ผลงานชิ้นนี้มีจุดกำเนิดในวาระ100 ปีชาตกาลของจอร์จ วอชิงตัน เมื่อปี 1832 รัฐสภาแห่งสหรัฐอเมริกาว่าจ้าง Horatio Greenough ประติมากรอเมริกันให้สร้างงานประติมากรรมของวอชิงตันเพื่อจัดแสดงใน US Capitol Rotunda ห้องโถงกลมใต้หลังคาโดมตึกรัฐสภา

Greenough ใช้เวลา 9 ปีกว่าจะทำสำเร็จ แต่ผลงานของเขาได้รับเสียงวิจารณ์หนาหูมาก เพราะ Greenough เลือกที่จะสร้างสรรค์ภาพวอชิงตันล้อสไตล์เทพกรีกโบราณ เปลือยอก มือขวาชี้นิ้วขึ้นสวรรค์ มือซ้ายถือดาบ ขัดกับภาพจำของสังคมอเมริกันที่มีต่อ(สห)รัฐบุรุษคนนี้ มิพักต้องพูดถึงว่านี่เป็นงานประติมากรรมจอร์จ วอชิงตันชิ้นแรกอย่างเป็นทางการในนามประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

สุดท้ายงานสลักหินอ่อนหนัก 12 ตันชิ้นนี้ก็ไม่สามารถฝ่าด่านเสียงวิจารณ์เข้าไปนั่งอยู่ในอาคารรัฐสภาแห่งชาติได้ตลอดรอดฝั่ง ต้องย้ายไปตั้งอยู่ที่สวนฝั่งตะวันออกนอกตึกรัฐสภา ต่อมาย้ายไปที่ Patent Office ตามด้วย Smithsonian Castle จนมาอยู่ที่ National Museum of American History ในที่สุด

Greenough ตั้งใจสร้างวอชิงตันโดยมีต้นแบบจากประติมากรรมกรีกโบราณ Zeus Olympios ของ Phidias หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ เหตุที่เลือกกรีกโบราณเพราะเป็นต้นธารประชาธิปไตย เขาหมายให้วอชิงตันเป็นสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพ

ทำไมผลงานชิ้นนี้เป็นหนึ่งในงานศิลปะอเมริกันที่ชอบที่สุดของผม? นอกจากความกล้าหาญชาญชัยของศิลปินในการตีความวอชิงตันแบบแหวกแนวไม่เหมือนใครแล้ว คำตอบอยู่ตรง ‘มือซ้าย’ ครับ

สังเกตดาบในมือซ้ายของวอชิงตันไหมครับ เขาถือดาบไว้ ไม่ใช่เพื่อทำสงครามกับรัฐอื่นหรือฟาดฟันประชาชน แต่วอชิงตันหันด้ามดาบยื่นให้ประชาชน

ไม่ใช่คมดาบ

นี่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการคืนอำนาจให้แก่ประชาชนหลังสงครามปฏิวัติอเมริกา (1775-1783) จนปลดแอกจากอังกฤษสำเร็จ

ว่ากันว่าในยุคหลังสงคราม ความนิยมของวอชิงตัน ในฐานะผู้บัญชาการกองทัพฝ่ายอาณานิคม พุ่งสูงมาก เพราะความสามารถด้านการทหาร และการเมือง รวมทั้งความเป็นผู้นำ วอชิงตันซึ่งช่วงนั้นอายุประมาณ 45 ปี นำทัพอเมริกาจากอาณานิคม 13 แห่ง ซึ่งมีกำลังคนน้อยกว่าอังกฤษ 10 เท่า กำลังอาวุธก็ทาบกันไม่ติด แถมจำนวนมากเป็นชาวบ้านที่ไม่ได้ผ่านการฝึกทหารแบบเป็นเรื่องเป็นราวด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็เอาชนะสงครามมหาอำนาจใหญ่ของโลกอย่างอังกฤษได้ด้วยฝีมือด้านการทหารและการทูต

ด้วยเหตุนี้ ในช่วงหลังสงคราม ประชาชนและทหารจำนวนหนึ่งจึงเรียกร้องให้สถาปนาจอร์จ วอชิงตันเป็นกษัตริย์หรือจักรพรรดิ์ในอเมริกายุคเอกราชสมบูรณ์ แต่วอชิงตันไม่ยอมรับ กลับบอกให้สนับสนุนรัฐบาลพลเรือนตามระบบ แล้วลาออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพ ทิ้งยศฐาบรรดาศักดิ์กลับไปอยู่ไร่ชนบทของตัวเองที่เมาท์เวอร์นอน รัฐเวอร์จิเนีย

การตัดสินใจสละอำนาจในตำแหน่จอมทัพว่าเจ๋งแล้ว ต่อมาวอชิงตันยังตัดสินใจสละอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก

ในช่วงท้ายของการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง ผู้คนจำนวนมากเรียกร้องให้วอชิงตัน ซึ่งแปดปีก่อนหน้านี้ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาอย่างไร้คู่แข่งด้วยคะแนนเอกฉันท์ เป็นประธานาธิบดีต่อไปเรื่อยๆ

ในเวลานั้นยังไม่มีกฎเกณฑ์จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่วอชิงตันกลับตัดสินใจแบบเดียวกัน คือเลือกที่จะทิ้งอำนาจ กลับไปเป็นสามัญชนคนธรรมดา อยู่บ้านไร่เมาท์เวอร์นอนของตัวเองจนวาระสุดท้าย ปล่อยให้ระบบการเมืองตามรัฐธรรมนูญเดินหน้าของมันต่อไป แสดงให้เห็นว่าสถาบันนั้นยิ่งใหญ่กว่าตัวบุคคล และตั้งบรรทัดฐานเป็นแบบอย่างให้ผู้นำรุ่นหลังไว้

ประติมากรรม Enthroned Washington ชิ้นนี้ จึงจับแก่นภายในของวอชิงตันและประชาธิปไตยไว้อยู่หมัด ในมือข้างนั้น ด้วยท่าจับดาบเล่มนั้น.

Author

Pokpong Junvith

ปกป้อง จันวิทย์ - บรรณาธิการบริหาร The101.world