fbpx

วัคซีนเป็นพิษ วิกฤตศรัทธา โมฆะบุรุษ ความเสื่อมถอยของระบอบอุปถัมภ์

รัฐบาลเผด็จการทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะประสบความสำเร็จในการจัดการกับปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปี พ.ศ. 2563 ทั้งนี้ก็ด้วยความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุข และความรู้ความสามารถ การทุ่มเททำงานอย่างหนักของบรรดาแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ บุคลากรที่เกี่ยวข้องตลอดจนอาสาสมัครสาธารณสุข

มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวด การล็อกดาวน์ ปิดเมืองปิดประเทศ สกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อโรคอย่างจริงจังและค่อนข้างจะรวดเร็ว ไม่ล่าช้าเกินไป ส่งผลทำให้สามารถสะกดโควิด-19 อยู่ในวงจำกัดได้ โดยมียอดผู้ติดเชื้อสะสมเพียง 6,772 คน และเสียชีวิต 67 ราย

องค์การอนามัยโลกแสดงความชื่นชม ถึงกับยกย่องประเทศไทยเป็นแบบอย่างในการควบคุมโควิด-19

ทำเอาหน้าบานไปตามๆ กัน

ถึงแม้ว่า วิกฤติการณ์ครั้งนั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง เมื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและภาคการส่งออกอันเป็นจักรกลหลักขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไม่สามารถทำงานได้ สร้างความลำบากยากแค้นให้กับประชากรพลเมืองถ้วนหน้า แต่ก็สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องที่ทั่วโลกต่างประสบพบปัญหามิได้แตกต่างกัน

เช่นเดียวกับระลอกสองของการแพร่ระบาด ซึ่งอยู่ในช่วงต้นปี 2564 ที่ทางการยังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยมิต้องล็อกดาวน์ ปิดเมืองให้ผู้คนบ่นก่นด่า

ทว่าสำหรับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสามนับตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมาแล้ว เป็นเหมือนหนังคนละม้วน ภาพยนตร์คนละเรื่องเลยทีเดียว

เพราะในขณะที่หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายข้อบังคับที่เคยเข้มงวด แต่ประเทศไทยกลับต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ โดยไร้วี่แววใดๆ ว่าจะสามารถควบคุมได้ ในขณะที่รัฐบาลแสดงท่าทีเข็ดขยาดการออกมาตรการที่มีความเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพียงปล่อยให้วันเวลาผ่านไปพร้อมกับตัวเลขผู้ป่วยและจำนวนคนเสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำสถิตินิวไฮวันแล้ววันเล่า 

ติดเชื้อวันละหมื่น ตายทะลุร้อย

นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นมา มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วเกือบ 4 แสนคน เสียชีวิตอีกมากกว่า 3 พันคน โดยเชื่อกันว่ายอดที่แท้จริงสูงกว่านั้น เนื่องจากการตรวจหาผู้ติดเชื้อทำในวงแคบ เฉพาะกลุ่มประชากรต้องสงสัยจากผลการสอบสวนโรค มิได้สุ่มตรวจอย่างกว้างขวาง

Antigen Test Kit ที่สามารถคัดกรองในเบื้องต้นได้สะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย มีค่าใช้จ่ายต่ำ ประชาชนคนทั่วไปสามารถทำเองได้เหมือนตรวจการตั้งครรภ์ กลับกลายเป็นเรื่องต้องห้าม ไม่อนุญาตให้มีการนำเข้ามาจำหน่ายแต่เนิ่นๆ ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าประเทศซึ่งประสบความสำเร็จในการควบคุมโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากการคัดกรองผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็วและจริงจัง บางชาติถึงกับแจกอุปกรณ์ชุดคิทให้ประชาชนไปตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองเสียด้วยซ้ำ

เปรียบเทียบกับก่อนหน้านั้นที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมอยู่ราว 28,000 คน และเสียชีวิตเพียง 94 ราย 

ด้วยปริมาณผู้ป่วยที่มีจำนวนมากเกินกว่าศักยภาพ ขีดความสามารถในการรับรักษา ทำให้ระบบสาธารณสุขของไทยซึ่งว่ากันว่าดีที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ของโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤต ไม่มีเตียงเพียงพอที่จะรองรับคนไข้ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ แพทย์ พยาบาลทำงานกันตึงมือ โรงพยาบาลของรัฐบางแห่งถึงกับประกาศปิดรับผู้ป่วยแม้กรณีฉุกเฉิน 

ภาพข่าวคนไข้ทะลักล้นปรากฏให้เห็นเป็นที่รันทดหดหู่ น่าเวทนายิ่งนัก โดยที่ประชาชนอีกจำนวนมากซึ่งไม่มีเส้นสาย ไร้เงินทองเข้าโรงพยาบาลเอกชน แหงนเถ่อรอคอยการติดต่อตอบรับรักษาด้วยความว้าเหว่วังเวง

หลายคนไม่ถึงมือหมอ เสียชีวิตลงอย่างอเนจอนาถ อนาถา บางคนต้องมองดูพ่อแม่พี่น้องในครอบครัวตัวเองนอนรอความตายสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา โดยไม่อาจจะช่วยเหลือหรือทำอะไรได้

ประทานโทษเถอะ สุนัขบ้านเศรษฐีคนรวยยังมีคุณภาพชีวิตดีกว่าและได้รับการปฏิบัติดูแลดีกว่าเลย 

โลงศพขายเป็นเทน้ำเทท่า สัปเหร่อทำงานกันไม่หวาดไม่ไหวสวนทางสภาพเศรษฐกิจ

หลายเดือนที่ผ่านมานี้ นอกจากคำมั่นสัญญาไม่เป็นโล้ไม่เป็นพาย วาทะโวหารไร้แก่นสารปราศจากสาระ แก้ต่างแก้ตัวในลักษณะขว้างงูไม่พ้นคอไปวันๆ แล้ว ยังไม่อาจแลเห็นแม้แต่แสงสว่างปลายอุโมงค์เลยว่า รัฐบาลเผด็จการทหารภายใต้ระบอบปกครองซึ่งละม้ายคล้ายเหมือนสมบูรณาญาสิทธิราชย์เข้าไปทุกขณะจะสามารถจัดการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกสามได้เมื่อไร

สร้างภาพย้อนยุค รวบอำนาจมาไว้ที่นายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียวก็แล้ว อ้างว่าได้สั่งการอย่างนั้น ปรับแผนอย่างนี้ วันแล้ววันเล่าก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้นมาแม้แต่น้อยนิด

การบริหารราชการแผ่นดิน จัดการปัญหาประเทศชาติบ้านเมืองคงไม่ง่ายดายเหมือนกับการสู้รบที่พบศัตรูอยู่ข้างหน้าก็ลั่นไกฆ่าสังหาร ใช้สรรพาวุธเข้าทำลายล้าง

พี่น้องเพื่อนร่วมชาติเดียวกันแท้ๆ เห็นเป็นฝ่ายตรงกันข้าม ยังเหี้ยมเกรียม อำมหิต ล้อมปราบตายไปเป็นร้อย

เบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่เหมือนกับการจัดการปัญหาโควิด-19 

ปล่อยให้ประชากรพลเมืองเผชิญกับความลำบากยากแค้นแสนสาหัส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวบ้านราษฎรส่วนใหญ่ซึ่งหาเช้ากินค่ำ เป็นคนระดับล่างอยู่ปลายห่วงโซ่สังคม ปราศจากหลักประกันความมั่นคงในชีวิต ขาดระบบสวัสดิการรองรับเพียงพอ ไม่ได้มีทรัพย์สมบัติ เงินเดือนประจำหรือรายได้มากมายเหมือนกับบรรดาอีลีต ชนชั้นนำ นักการเมือง มหาเศรษฐี และข้าราชการระดับสูงทั้งหลาย

หลายชีวิตต้องฝากปากท้องไว้กับข้าวของจากองค์กร หน่วยงาน หรือบุคคลผู้มีจิตกุศล

ที่รักตัวกลัวตาย อยากจะได้รับวัคซีนมาป้องกันตัวก็มีปัญหาวัคซีนขาดแคลน ไม่เพียงพอ ฉีดๆ หยุดๆ กะปริบกะปรอยราวกับประจำเดือนมาไม่ปกติ

ถึงตอนนี้ ยังไม่รู้เลยว่าอีกกี่ร้อยกี่พันคนจะต้องล้มตายลง กว่าที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาจะเอาชนะโควิดระลอกสามได้บนกองซากศพประชาชน อีกกี่หมื่นกี่แสนคนจะต้องติดเชื้อเจ็บป่วยสังเวยความรู้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน

ทั้งหมดล้วนเป็นผลมาจากการเอาชีวิตของประชาชนคนทั้งประเทศไปผูกกับวัคซีนแอสตราเซเนกาโดยแท้

การจัดหาวัคซีนของรัฐบาลปรากฏเงื่อนงำให้ผู้คนเคลือบแคลงเป็นที่สงสัยมาตั้งแต่กลางปี 2563 แล้ว เมื่ออยู่ๆ มีข่าวคณะรัฐมนตรีอนุมัติจัดสรรงบประมาณ 600 ล้านบาทสนับสนุนการพัฒนาโรงงานแห่งหนึ่งซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นฐานการผลิตวัคซีนแอสตราเซเนกา ก่อนที่จะมีการแถลงถึงแนวทางการจัดหาวัคซีนเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมปีเดียวกัน

วันที่ 5 มกราคม 2564 ตามมาด้วยการที่คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการจัดหาวัคซีน 3 ช่องทางด้วยกันคือ แอสตราเซเนกา 26 ล้านโดสซึ่งจะได้ในเดือนมิถุนายนและสั่งซื้อเพิ่มอีก 35 ล้านโดส รวมเป็น 61 ล้านโดส

จัดหาจากแหล่งอื่นร้อยละ 10 โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เจรจากับบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค เพื่อจัดหาวัคซีนเป็นการเร่งด่วนภายในไตรมาสแรกของปี พ.ศ.2564 จำนวน 2 ล้านโดส และจัดหาจากโครงการร่วมมือด้านวัคซีนนานาชาติ หรือ COVAX ขององค์การอนามัยโลก ร้อยละ 20

ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าวัคซีนคือความหวังในการเอาชนะโควิด แต่แทนที่จะเร่งรีบจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ รัฐบาลกลับรอให้โรงงานผลิตวัคซีนแอสตราเซเนกาในประเทศพร้อมเดินสายการผลิต โดยระหว่างนั้นก็สั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคที่องค์การอนามัยโลกยังมิได้ให้การรับรองมาใช้แก้ขัด

จับพลัดจับผลูกลายมาเป็นวัคซีนหลักเมื่อแอสตราเซเนกาส่งมอบวัคซีนให้น้อยกว่าตัวเลขที่มีการยกเมฆแหกตาประชาชน

วัคซีนมาช้า มาน้อย มากะปริบกะปรอย เดี๋ยวฉีด เดี๋ยวหยุด เดี๋ยวเลื่อน ก็กลบเกลื่อนด้วยการออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติบ้าง ประกาศว่าปีนี้จะฉีดให้ครบ 100 ล้านโดสบ้าง ฯลฯ 

ประชาชนสงสัยถึงคุณภาพของซิโนแวคเมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีนยี่ห้ออื่นก็หยิบยกเอาวาทกรรม “วัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่ฉีดเร็วที่สุด” ขึ้นมาเบี่ยงเบน

มิใยจะมีข่าวสะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพอันอ่อนด้อย ใครต่อใคร แม้กระทั่งแพทย์ ออกมาเรียกร้องต้องการให้นำวัคซีนชนิด mRNA หรือวัคซีนที่มีคุณภาพมาใช้ แต่ยังไม่วายสั่งซื้อซิโนแวคเพิ่ม

คำหนึ่งว่าตลาดเป็นของผู้ขาย อีกคำอ้างว่าต้องใช้เวลา แต่ยังไม่ยอมสั่งจองเสียที ปล่อยให้ชาติอื่นซื้อหามาใช้ ได้รับมอบกันโครมๆ

ยังมีการปฏิเสธเข้าร่วมโครงการ COVAX ปล่อยให้ประชาชนคนทั้งแผ่นดินได้แต่มองตาปริบๆ ดูประเทศนั้นประเทศนี้ รวมถึงเพื่อนบ้านได้รับวัคซีนไฟเซอร์, โมเดอร์นา, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ฯลฯ ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่า

ไม่รู้อะไรกันหนักหนา มีข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้อะไรหรือเปล่า การจัดหาวัคซีนดีมีคุณภาพมาใช้ถึงเป็นปัญหาอิรุงตุงนัง ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก

เชื่อหมอ (บางคน) ไม่เชื่อหมาแล้วเป็นไงละ

ได้ฤกษ์จองซื้อวัคซีนไฟเซอร์มาฉีดให้กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ผู้ติดเชื้อรายวันทะลุ 13,000 โดยมียอดสะสมใกล้แตะครึ่งล้านคนเข้าไปทุกที เสียชีวิตวันละร้อย

มิพักพูดถึงวิบัติฉิบหายทางเศรษฐกิจ ความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนคนทั้งประเทศอันสืบเนื่องมาจากนโยบายและการดำเนินการเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 

ล้มเหลว บกพร่องในการบริการราชการแผ่นดินชัดแจ้ง

กลายเป็นโมฆะบุรุษอันหมายถึง บุคคลผู้ว่างเปล่า ไร้แก่นสาร ไม่ก่อประโยชน์ทั้งส่วนตนแลส่วนรวม ทว่า ยังชูคอลอยหน้าลอยตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว

เสียงสรรเสริญชื่นชมแปรเปลี่ยนเป็นก่นด่า สาปแช่ง ผู้คนเหลืออดออกมาเรียกร้อง ถามหาความรับผิดชอบทางการเมืองมากขึ้นทุกที ไม่เฉพาะหนุ่มสาว เยาวชน ลูกหลาน นักเรียนนักศึกษาซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมา หรือเพียงแค่ฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ยังลามออกไปแทบทุกวงการ

สั่นคลอนระบอบอุปถัมภ์ซึ่งครอบงำสังคมไทยมาช้านาน ท่ามกลางคำถามว่า ทุกวันนี้ใครอุปถัมภ์ผู้ใดกันแน่

MOST READ

Thai Politics

11 Jul 2021

ถอดบทเรียนสื่อออนไลน์สายประชาธิปไตย กับ ‘พิณผกา งามสม’

101 ชวนพิณผกา งามสม ถอดบทเรียนจากการเติบโตของสื่อออนไลน์ในไทย โดยเฉพาะสื่อสายประชาธิปไตยที่ต้องต่อสู้กับการคุกคามของรัฐและกฎหมาย

ภาวรรณ ธนาเลิศสมบูรณ์

11 Jul 2021

Thai Politics

11 Jul 2021

ออกแบบใหม่ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทยให้มีอิสระอย่างแท้จริง

101 เก็บความจากงานเสวนา Constitutional Dialogue : รัฐธรรมนูญสนทนา ครั้งที่ 8 ‘การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม’ เพื่อให้หน่วยงานในกระบวนการทำงานได้อย่างอิสระ โปร่งใส เพื่อจะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างแท้จริง

กรกมล ศรีวัฒน์

11 Jul 2021

Thai Politics

9 Jul 2021

ถอดบทเรียนวิกฤตวัคซีนและโรงงานกิ่งแก้ว : 9 บาดแผลเดิมๆ ของประเทศภายใต้ระบอบประยุทธ์

พริษฐ์ วัชรสินธุ ชวนมอง 9 บาดแผลฉกรรจ์ของประเทศไทยภายใต้ระบอบประยุทธ์ที่ถูกเปิดโดยวิกฤตวัคซีนและวิกฤตไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว

พริษฐ์ วัชรสินธุ

9 Jul 2021

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save