fbpx

เมื่อผู้ปกครอง-ชนชั้นนำคร่ำครึ ล้าหลังกว่าประชาชน และการโยนหินถามทางที่ตีบตัน

โพลล์ที่เพียงแค่คิดยังไม่กล้า นิด้า สวนดุสิต หรือซูเปอร์โพลล์ไม่เคยทำ ไม่แน่ใจว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดของเยาวชนนักศึกษากลุ่มทะลุวังในประเด็นขบวนเสด็จจะทำให้ใครฉุกใจเฉลียวคิดได้หรือไม่ว่า การใช้อำนาจรัฐปราบปรามจับกุมคุมขังด้วยมาตรา 112 ไม่สามารถหยุดยั้งพลังความคิดและอุดมการณ์ของหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ได้

ขณะที่ผู้คนในสังคมได้รับรู้เรื่องราวความเป็นไปของบ้านเมือง ความเลวร้าย อำมหิต และเลือดเย็นภายใต้ระบอบปกครองอำนาจนิยมมากขึ้นทุกที

ยิ่งนานวันก็ยิ่งแลเห็นประจักษ์ชัดว่า ที่ผู้ปกครองใช้อำนาจรัฐผิดทำนองคลองธรรม ชนชั้นนำแข็งขืน ฝืนทวนกระแสวิวัฒนาการของโลก พยายามลากพาบ้านเมืองย้อนกลับไปสู่สังคมสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรอื่นเลย นอกเสียจากไม่อยากจะสูญเสียสถานภาพและผลประโยชน์ที่เคยมีเคยได้ ซึ่งย่อมเปลี่ยนไปตามพัฒนาการที่เกิดขึ้น

หาได้รักประเทศชาติมากไปกว่าใครแต่อย่างใด

ยอมรับไม่ได้กับการที่ประชาธิปไตยไม่มีสร้อยห้อยท้ายจะไปปิดช่องทางทำมาหากินทางการเมือง หมดโอกาสผูกขาดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ทำรัฐประหารไม่ได้ หวาดกลัวผลพวงการปฏิรูปที่จะตามมาภายหลังการเปลี่ยนแปลง หวั่นเกรงจะไม่มีใครยอมให้ถลุงภาษีอากรประชาชนเล่นอีกต่อไป

ชาวบ้านร้านตลาด ลุงมาป้ามี ตาสียายสาอาจจะไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วย แต่สำหรับชนชั้นนำหรือผู้ปกครองซึ่งดีกรีห้อยท้ายยาวเฟื้อย ผ่านการศึกษาดูงานจากต่างประเทศมาโชกโชนย่อมทราบดีถึงพัฒนาการทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความเป็นไปของโลก

ที่ไปศึกษาดูงานกัน หาใช่สวาซีแลนด์หรือเอสวาตินี ประเทศปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แห่งสุดท้ายของทวีปแอฟริกา ซึ่งกษัตริย์ร่ำรวยอู้ฟู่มีเมียมากกว่าโหลโดยที่ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่แร้นแค้นเสียที่ไหน

ส่วนใหญ่ไม่ไปสหรัฐอเมริกาก็อังกฤษ ซึ่งถือเป็นประเทศแม่แบบประชาธิปไตย หรือชาติตะวันตกที่เจริญศิวิไลซ์

คนเหล่านี้รู้ถึงความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับสัตว์ซึ่งไม่ใช่คนหรือเดรัจฉาน คือเรื่องสติปัญญา ความสามารถในการคิด เรียนรู้ เข้าใจตรรกะเหตุผล อันนำมาซึ่งการสร้างสรรค์ ประดิษฐ์คิดค้น ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง จนก่อเกิดอารยธรรมตามมา

ความปรารถนาการขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ถือเป็นธรรมชาติของมนุษย์

ไม่เหมือนกับเดรัจฉานซึ่งปราศจากความสามารถในการคิด ไม่รู้จักตรรกะเหตุผล ใช้ชีวิตไปตามธรรมชาติและสัญชาตญาณความอยู่รอด 

สัตว์ซึ่งไม่ใช่มนุษย์ ชี้ขาดวัดกันด้วยพลังอำนาจในการต่อสู้ ตัวไหนมีกำลังเหนือกว่าเป็นจ่าฝูง ด้อยกว่าก็เดินตามกันไปต้อยๆ ไม่รู้จักหรอกความเป็นอารยะ ไม่สามารถเข้าถึงจริยธรรม สมสู่ผสมพันธุ์ไม่เลือก จะสร้างฮาเร็มมีเมียเป็นโขลงก็ไม่มีเดรัจฉานตัวใดว่ากล่าวหรือไปขัดความสุข

ด้วยปัญญาความรู้ โอกาสและความได้เปรียบที่เหนือกว่าชาวบ้านราษฎรทั่วไป แทนที่ผู้ปกครองและกลุ่มคนซึ่งอยู่ยอดบนปีรามิดจะสร้างสรรค์พัฒนาประเทศชาติไปสู่ความศิวิไลซ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนคนไทยให้ทัดเทียมนานาอารยะประเทศ กลับลากพาบ้านเมืองไปสู่ความตกต่ำถดถอย ป่าเถื่อน

น่าอเน็จอนาถใจที่มนุษย์ด้วยกัน ซึ่งควรจะมีความแตกต่างไปจากสัตว์ที่ไม่ใช่คน กลับถูกกิเลสตัณหาตลอดจนผลประโยชน์ส่วนตัวมาครอบงำ บดบังความสามารถในการคิด ทำให้การใช้ตรรกะเหตุผลถดถอยด้อยลงไป 

ยึดถือเอาพละกำลัง อำนาจเป็นเครื่องมือตัดสินชี้ขาดความผิดความถูกโดยไม่แยแสสนใจเหตุผล ความถูกต้อง และความชอบธรรมใดๆ ทั้งสิ้น

การปราบปราม จับกุมคุมขังเยาวชน หนุ่มสาว คนรุ่นใหม่เพียงเพราะพวกเขามีความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากผู้ปกครองและชนชั้นนำ ปรารถนาต้องการจะเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ดีกว่า เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำให้เห็นเท่านั้น

นับวันประชาชนคนทั้งประเทศจะได้แลเห็นความเลวร้าย อำมหิต เลือดเย็นของระบอบปกครองอำนาจนิยมที่กัดกร่อนบ่อนเซาะสังคมไทย นำพาบ้านเมืองไปสู่ความล้าหลังทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม สวนทางพัฒนาการของประชาคมโลก

ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล ว่าด้วยตั๋วช้างภาค 2 ร้อยโยงไปถึงอำนาจอิทธิพลลึกลับดำมืดที่ครอบงำ ทำให้แม้กระทั่งคนระดับพลตำรวจตรียังอยู่ไม่ได้ ต้องหลบหนีลี้ภัยไปอาศัยแผ่นดินอื่น

หรือระบบการศึกษาของไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่ามีปัญหา หลักสูตรการเรียนการสอนมุ่งเน้นท่องจำมากกว่าทำความเข้าใจ แต่ครั้นโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พยายามจะเปลี่ยนแปลงแนวทางการศึกษาเล่าเรียนให้กุลบุตรกุลธิดารู้จักคิด เข้าใจ เท่าทันความเป็นไปของโลกโดยไม่เน้นการท่องจำ ทำตามคำสั่งของครูและสิ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านานอีกต่อไป 

ทว่า เพียงแค่ใครบางคนซึ่งมีรสนิยมเดียวกัน เห็นภาพนายธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการระดับศาสตราจารย์ไปนั่งหัวโต๊ะให้คำแนะนำหลักสูตรด้านประวัติศาสตร์เข้าเท่านั้น พาลตกอกตกใจ สื่อบางสำนักปั่นเฟกนิวส์โจมตีอย่างบ้าคลั่ง อ้างกลัวจะมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์และสถาบัน

บางคนอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ออกมาสรรเสริญเยินยอให้เห็นถึงข้อดีของการเข้าแถวเคารพธงชาติ แต่งเครื่องแบบนักเรียนสวมชุดลูกเสือ-เนตรนารี สวดมนต์ไหว้พระ ฯลฯ

คนระดับผู้นำก็หูเบา ฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ

เรียกว่าอะไรจะไปกระทบหรือสั่นคลอนระบอบปกครองอำนาจนิยมไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติประชาชนอย่างไรก็ตามที 

แต่ทีความเสียหายขนาดใหญ่ที่เกิดกับประเทศชาติบ้านเมืองอย่างกรณีเหมืองทองอัครา หรือยักษ์ใหญ่ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมควบรวมกิจการ ซึ่งหากเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีแล้วไม่มีทางทำได้เป็นอันขาด ฯลฯ กลับนอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น

ปัญหาของประเทศไทยอยู่ที่คนกลุ่มน้อยซึ่งผูกขาดอำนาจการเมืองและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ พยายามต่อต้านขัดขวางการเปลี่ยนแปลงกันอยู่นี่ละ ซึ่งใช่ใครที่ไหน ต่างล้วนเป็นชนชั้นนำ ผู้ปกครอง และสมุนบริวารทั้งสิ้น

เตะถ่วงหน่วงเหนี่ยวพัฒนาการทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมจนทำให้ทุกองคาพยพชะงักงัน ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปไม่ได้ 

จะบริหารบ้านเมืองกันได้อย่างไรเมื่อประชาชนมีโลกทัศน์ที่ก้าวหน้า สายตากว้างไกลไปกว่าชนชั้นนำและผู้ปกครองหลงยุค ความคิดล้าหลังตามไม่ทันพัฒนาการของโลก 

ผลการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหลักสี่ แทนนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส. พรรคพลังประชารัฐซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ขาดคุณสมบัติความเป็น ส.ส. เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาจำคุกมาก่อน ไม่ได้แสดงให้เห็นลำพังเพียงแค่ความเบื่อหน่ายของผู้คนมีต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลซึ่งสืบทอดอำนาจมาจากการทำรัฐประหารเมื่อปี 2557 แต่เพียงเท่านั้น

ที่สำคัญยังสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนคนไทยไม่เอาด้วยกับความคิดคลั่งชาติ ขวาจัดหลงยุค 

ผู้คนเขาไม่ปรารถนา ไม่มีใครต้องการระบอบปกครองอำนาจนิยมซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตย ผูกขาดอำนาจการเมืองและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเอาไว้ในหมู่ชนชั้นนำ พยายามต่อต้านขัดขวางพัฒนาการความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะมีขึ้น ซึ่งถือเป็นปัญหาที่แท้จริงของบ้านเมืองนี้

ไม่เช่นนั้นการเลือกตั้งซ่อมเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์คงไม่ปรากฏผลออกมาว่า ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนน 29,416 เสียง ตามด้วยผู้สมัครพรรคก้าวไกล 20,361 คะแนน พรรคกล้า 20,047 คะแนน พรรคพลังประชารัฐ 7,906 คะแนน ในขณะที่ผู้สมัครพรรคไทยภักดีได้เพียง 5,987 คะแนน ทั้งๆ ที่ห้อยโหนหาเสียงกันเอิกเกริก 

แทนที่จะสำนึกก็เปล่าเลย ยังอ้างว่าคะแนนเสียงที่ได้มาเป็นพลังบริสุทธิ์ พรรคตัวเองมีเวลาหาเสียงเพียงแค่ 24 วันในขณะที่พรรคการเมืองอื่นทำการเมืองมานาน เป็นอย่างนั้นไปเสียอีก   

ขณะเดียวกันกลับมีการเปิดประเด็นที่สร้างความประหลาดใจได้ไม่น้อย ปรากฏข้อเสนอผ่านเฟซบุ๊ก ‘จุลเจิม ยุคล’ ระบุว่า ทางออกของประเทศไทยมีทางเดียวที่จะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ด้วยการสร้างการปกครองเสียใหม่ตามแนวทางรัชกาลที่ 7

“…เมื่อเราคิดจะทำการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ทำไมไม่เปลี่ยนไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแบบประเทศอังกฤษซึ่งเป็นพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 7

ทั้งนี้ โดยอ้างว่า “การเมืองที่ยึดติดระบอบเผด็จการต่อเนื่องยาวนานมา 88 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2475 ทำให้ประชาชนโง่เขลา ตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวอำนาจกฎหมายปิดปากและอำนาจกองทัพ จึงทำให้ปวงชนชาวไทยตกอยู่ในอำนาจเผด็จการทุกรูปแบบที่บังคับให้คนหลงเชื่อว่าประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งๆ ที่ลิดรอนพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์จนหมดสิ้น

…แต่ปัจจุบันนี้ คณะบุคคลที่บริหารประเทศได้พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะตัดสถาบันพระมหากษัตริย์ออกไปจากการปกครองประเทศตามหลักการเดิมของกบฏคณะราษฎร 2475  เรื่องนี้ประชาชนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคณะบุคคลที่สืบทอดอำนาจต่อๆ มาปิดบังข้อเท็จจริงมาโดยตลอด พยายามกีดกันประชาชนให้ห่างสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเอามาตรา 112 มาเป็นเครื่องมือ ทั้งๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันไม่ทรงเห็นด้วยกับการบังคับใช้กฎหมายมาตรานี้”

ว่าซั่น ประสาเซ่อ ใครเขาส่งสัญญาณอะไร จริงเท็จอย่างไร ใครจะเห็นด้วยหรือเปล่า ไม่ทราบจริงๆ 

ทุกวันนี้คนเขาสนใจก็แค่เรื่องของโอมิครอน โควิดกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ แต่ขึ้นชื่อว่าโควิดแล้วถึงอย่างไรก็ยังคงเป็นอันตรายต่อมนุษยชาติเสมอ

MOST READ

Politics

31 Jul 2018

30 ปี การสิ้นสุดของระบอบเปรมาธิปไตย (1) : ความเป็นมา อภิมหาเรื่องเล่า และนักการเมืองชื่อเปรม

ธนาพล อิ๋วสกุล ย้อนสำรวจระบอบเปรมาธิปไตยและปัจจัยสำคัญเบื้องหลัง รวมทั้งถอดรื้ออภิมหาเรื่องเล่าของนายกฯ เปรม เพื่อรู้จัก “นักการเมืองชื่อเปรม” ให้มากขึ้น

ธนาพล อิ๋วสกุล

31 Jul 2018

Politics

12 Sep 2018

ความจริง ความเชื่อ และความเจ็บป่วยของ ‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’

อายุษ ประทีป ณ ถลาง เขียนถึงชะตากรรมของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในฐานะนักวิชาการผู้ยืนหยัดในอุดมการณ์มาร่วม 40 ปี แต่กลับต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัย (และล้มป่วย) อยู่ในต่างแดน

อายุษ ประทีป ณ ถลาง

12 Sep 2018

Politics

14 Jul 2020

การเกิดอีกครั้งของจอมพล ป. พิบูลสงคราม

ธนาพล อิ๋วสกุล เขียนถึงการเปลี่ยนความหมายของจอมพล ป. พิบูลสงครามจาก ‘ผู้ร้ายในประวัติศาตร์การเมืองไทย’ มาเป็นนายทหารฝ่ายคณะราษฎรที่สามารถกำราบฝ่ายปฏิปักษ์ปฏิวัติอย่างราบคาบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแหลมคมการเมืองร่วมสมัยของไทย

ธนาพล อิ๋วสกุล

14 Jul 2020

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save