fbpx

ความแตกต่างระหว่างสองผู้นำ

ในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา ภายหลังการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16:30 น. โดยกองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในนามของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อันมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร โค่นรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดูเหมือนว่าโอกาสที่ประเทศไทยจะมีผู้นำทางการเมืองคนอื่นขึ้นมาเปรียบเทียบการทำงานกับพลเอกประยุทธ์ แทบเป็นไปไม่ได้เลย

จนกระทั่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครที่ผ่านมา เมื่อคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้มีภาพลักษณ์เป็นอินเทอร์เน็ตมีม ในฐานะ “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” ได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงแบบถล่มทลายมาเป็นอันดับ 1 คือ 1,386,215 คะแนน สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

คนหนึ่งเดินหาเสียงทุกวัน ให้ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาอย่างสง่างามในตำแหน่งผู้ว่าฯ ขณะที่อีกคนหนึ่งมาจากการทำรัฐประหารยึดอำนาจ จนได้นายกรัฐมนตรีโดยไม่ต้องเดินตามท้องถนน ไม่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งให้ชาวบ้านเลือก แต่มาด้วยคะแนนเสียงจาก ส.ว. 250 เสียง ที่พรรคพวกตัวเองเป็นคนแต่งตั้งกันเข้ามาในสภา

เพียงระยะเวลาแค่ไม่ถึงเดือน คุณชัชชาติมาพร้อมกับภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำแบบใหม่ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากผู้นำอีกคนหนึ่งที่อยู่มายาวนานถึง 8 ปี

อะไรคือความแตกต่างในบทบาทของผู้นำทั้ง 2 คน

1) คนหนึ่งเห็นประชาชนเป็นลูกน้อง เพราะเคยชินกับการเป็นนายพลมาตลอด เชื่อมั่นตนเอง ยึดถือตัวเองเป็นศูนย์กลาง

อีกคนยึดถือความคิดกลุ่มเหนือความคิดตนเอง เห็นประชาชนเป็นนาย เดินเข้าหาข้าราชการ หาชาวบ้านทุกฝ่าย เพื่อขอความคิดและความร่วมมือ

2) คนหนึ่งชี้นิ้วออกคำสั่งอย่างเดียว มักพูดเสมอว่า “สั่งการไปแล้ว” แต่ไม่สามารถอธิบายแนวทางการแก้ไขปัญหาอะไรได้ชัดเจน เพราะไม่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ

อีกคนสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ร่วมงาน ลงไปทำงานกับผู้ปฏิบัติงาน รับฟังปัญหาจริงที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาแก้ไข สามารถอธิบายแนวทางการแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจนว่าจะเดินทางไหน

3) คนหนึ่งลงพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นงานอิเวนต์เปิดตัว เปิดโครงการ เปิดการประชุม หรือกล่าวปาฐกถา ชาวบ้านธรรมดาเข้าถึงยาก โดยมีชายหัวเกรียนห้อมล้อมคอยอารักขาเป็นขบวน แม้แต่ปากกายังไม่ให้เข้าใกล้ ส่วนด้านนอกก็มีเสียงร้องของมวลชนจัดตั้งว่า “นายกฯ สู้ๆ”

อีกคนลงพื้นที่ตามลำพัง มีผู้ติดตาม 2-3 คน เพื่อจะได้เรียนรู้ รับฟัง และเข้าใกล้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด เพื่อจะแก้ไขได้ถูกทาง แต่ไปที่ไหนมีประชาชนห้อมล้อมคอยเป็นกำลังใจ

4) คนหนึ่ง เวลาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน มักจะเป็นคนเจ้าอารมณ์ ชอบสั่งสอน ขี้บ่น และพูดจาฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง

อีกคน เวลาให้สัมภาษณ์ มักจะอารมณ์ดี รับฟังเสียงของคนอื่น ฉลาดในการตอบคำถาม และมีท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน

5) คนหนึ่ง เวลาเกิดวิกฤติ มักพูดแก้ตัวว่า สั่งการลูกน้องไปแล้ว แต่มักมีข้ออ้างต่างๆ ว่าทำไมถึงแก้ปัญหาไม่ได้

อีกคนลงไปคลุกหน้างาน รวมพลังทุกฝ่าย มีความมุ่งมั่นที่จะหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาโดยใช้ข้อมูลทุกอย่างเป็นหลักสำคัญในการแก้ไข

6) คนหนึ่งมักชอบโบ้ย เอาแต่ตำหนิ โยนความรับผิดชอบไปให้กับลูกน้อง ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนรับผิดชอบสูงสุด

อีกคนทำงานเป็นทีม ร่วมกันรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ปล่อยให้ผู้ร่วมงานตัดสินใจดำเนินการได้เอง ไม่ต้องรอการตัดสินใจจากผู้บังคับบัญชา

7) คนหนึ่งพูดกับสาธารณชนทีไร ชอบบ่นว่าตัวเองทำงานหนักมากๆ แต่ไม่ยอมลาออก

อีกคนทำงานแต่เช้ามืด ไม่เคยบ่น บอกว่าเพราะอาสาเต็มใจเข้ามาทำงานเอง

8) คนหนึ่งให้สัมภาษณ์ทีไร ชอบแขวะคนอื่น โทษทุกคน โทษรัฐบาลสมัยก่อน ยกเว้นตัวเอง ทั้งๆ ที่อยู่มา 8 ปี

อีกคนฉลาดในการตอบ พูดจาไม่ดูถูกใคร พูดจาเชิงบวก ให้กำลังใจทุกฝ่าย เพื่อขอความร่วมมือกับทุกคน

9) คนหนึ่งอยู่ในโลกเก่า ไม่ยอมปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงอะไร ใช้แต่อำนาจ พูดบ่นแต่เรื่องเดิมๆ

อีกคนอยู่ในโลกใหม่ เข้าใจการเปลี่ยนแปลง และพร้อมจะก้าวไปกับคนทุกยุค เพื่อนำพาสังคมให้อยู่รอด

10) คนหนึ่งอยู่มา 8 ปีแล้ว ผลงานแทบไม่ปรากฎ ชาวบ้านเบื่อหน่ายมานาน มองไม่เห็นอนาคตของประเทศ แต่ตัวเองยังอยากอยู่ไปเรื่อยๆ

อีกคน ทำงาน ทำงาน ทำงาน พูดอะไรออกมา ก็ทำให้คนเห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

คนหนึ่งเป็น commander ออกคำสั่งอย่างเดียวแบบทหาร จากบนลงล่าง หลงตัวเอง เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลาง

อีกคนเป็น leader รับฟังคนทุกฝ่าย และชักจูงให้ผู้คนมาทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อเป้าหมายเดียวกัน

ในการบริหารบ้านเมืองภายใต้สภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ เราอยากได้ผู้นำแบบใด

MOST READ

Politics

31 Jul 2018

30 ปี การสิ้นสุดของระบอบเปรมาธิปไตย (1) : ความเป็นมา อภิมหาเรื่องเล่า และนักการเมืองชื่อเปรม

ธนาพล อิ๋วสกุล ย้อนสำรวจระบอบเปรมาธิปไตยและปัจจัยสำคัญเบื้องหลัง รวมทั้งถอดรื้ออภิมหาเรื่องเล่าของนายกฯ เปรม เพื่อรู้จัก “นักการเมืองชื่อเปรม” ให้มากขึ้น

ธนาพล อิ๋วสกุล

31 Jul 2018

Politics

12 Sep 2018

ความจริง ความเชื่อ และความเจ็บป่วยของ ‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’

อายุษ ประทีป ณ ถลาง เขียนถึงชะตากรรมของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในฐานะนักวิชาการผู้ยืนหยัดในอุดมการณ์มาร่วม 40 ปี แต่กลับต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัย (และล้มป่วย) อยู่ในต่างแดน

อายุษ ประทีป ณ ถลาง

12 Sep 2018

Politics

14 Jul 2020

การเกิดอีกครั้งของจอมพล ป. พิบูลสงคราม

ธนาพล อิ๋วสกุล เขียนถึงการเปลี่ยนความหมายของจอมพล ป. พิบูลสงครามจาก ‘ผู้ร้ายในประวัติศาตร์การเมืองไทย’ มาเป็นนายทหารฝ่ายคณะราษฎรที่สามารถกำราบฝ่ายปฏิปักษ์ปฏิวัติอย่างราบคาบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแหลมคมการเมืองร่วมสมัยของไทย

ธนาพล อิ๋วสกุล

14 Jul 2020

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save