ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย เรื่อง

1

บ่าย 2 วันพุธ เราเริ่มดวลเบียร์กันตั้งแต่หัววัน ถนนในซอยย่านสุรวงศ์เงียบผิดปกติ นานๆ ทีจะมีรถผ่านมาสักคัน

 

“กูอยากทำแบบนี้ได้ทุกวัน” ฉันเปรยออกไป

“มึงอยู่บ้านเฉยๆ เดี๋ยวก็เบื่อ” เพื่อนหนุ่มผู้ยึดอาชีพช่างภาพอิสระมาตั้งแต่เรียนจบ พูดอย่างผู้ผ่านชีวิตมาก่อน

ก็จริง ฉันเคยอยู่ในช่วงเวลาที่แสนอิสระ ตื่นตอนไหนก็ได้ อยากกินเบียร์ตอนไหนก็เดินไปซื้อ นอนอ่านหนังสือได้ตามใจ ดูเกมออฟโธรนซีซันต่อซีซัน เลือกเวลาเขียนงานได้เองขอให้ทันเวลาส่งต้นฉบับ แต่แล้วก็พบว่า เบียร์ที่กิน อร่อยน้อยลงเรื่อยๆ และหนังสือที่อ่านก็ช่างจืดชืด ต่อมาก็ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน และอิสระทางการเงินก็ไม่ลอยตามมากับความอิสระของชีวิต

“มึงจัดการยังไงกับคนที่จ่ายค่าจ้างช้าวะ” ฉันถามฟรีแลนซ์มืออาชีพ

“คิดซะว่าเป็นเงินเก็บ” มันพูดอย่างไม่ยี่หระ

“เงินเก็บกูจะเยอะเกินไปแล้ว กูขอเงินใช้ก่อน” ฉันไม่ได้พูดออกไปหรอก แค่เออออไป ในใจก็คิด “หรือปัญหามันอยู่ที่เรา”

ฉันลองเสิร์ชคำว่า ‘เจ้านายตัวเอง’ พบว่ามีคนจำนวนมหาศาลที่อยากจะหลุดออกจากการทำงานประจำ หลายคนเกลียดการตอกบัตร เกลียดการทำงานเพื่อองค์กรเพราะองค์กรไม่ได้ทำอะไรเพื่อเรา และแน่นอนเรื่อง ‘เจ้านายเหี้ย’ ก็เป็นหนึ่งในคำค้นยอดนิยม

เราอยากหนีจาก ‘เจ้านายเหี้ย’ เพื่อออกมาเป็น ‘เจ้านายตัวเอง’ แล้วก็พบว่าในทุกงานก็มีความเหี้ยซ่อนอยู่ทั้งนั้น อยู่ที่คุณเลือกจะเจอ ‘เสือ’ หรือไปดวลกับ ‘จระเข้’

วิธีแก้ปัญหาคือเราต้องเป็นคนเก่ง และการอยู่กับคนเก่งก็ช่วยให้เราพัฒนาตัวเองได้มาก

ฉันเขียนในมุมมองของพวกเฉื่อยชาแต่บ้าพลัง ไม่อยากยอมแพ้ และอยากจะลบคำปรามาสเพื่อสกัดให้ตัวเองกลายเป็นคนที่สุดยอด แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อยากจะยิ่งใหญ่ มีความฝันเล็กๆ หรือไม่มีความฝันเลย ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร คนเราขี้เกียจได้ ช่างหัวพวกคนเก่งปะไร มีแค่นี้ ทำแค่นี้ จะไปฝืนตัวเองทำไมให้เหนื่อยยาก

แต่ก็อย่างที่รู้ โลกทุนนิยมไม่ยอมให้เราได้โงหัว ถ้าอยากจะอยู่รอด ก็ต้องสู้สุดใจขาดดิ้น เพื่อความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายขึ้น และการเป็นคนเก่งก็ทำให้เราอยู่ในสังคมนี้ได้ ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นอยู่หรอก แต่ความเก่งช่วยให้เราภูมิใจในตัวเอง และถ้าเลือกจะเดินมาสายที่ชอบ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่เอาจริงเอาจังกับมัน ดังนั้นการอยู่กับเจ้านายเหี้ย อาจไม่สำคัญเท่ากับว่า อยู่กับเจ้านายเก่งรึเปล่า

อยู่กับอาจารย์ดี เราก็ได้ฝึกวิทยายุทธชั้นเลิศ อยู่กับอาจารย์ไม่ดี เราก็ได้ฝึกเรียนรู้คน

แต่ถ้าไม่ได้อยู่กับอาจารย์ เราก็อาจเดินเข้าเหลาสุราบ่อยกว่าฝึกวิชา ถ้ามีพลังข่มใจไม่เพียงพอ

 

2

ฉันสนใจฟรีแลนซ์มืออาชีพอย่าง วินมอไซค์รับจ้าง, ช่างเย็บผ้า, ช่างซ่อมเครื่องเสียง, ช่างก่อสร้าง, คนขายบะหมี่ ฯลฯ คนเหล่านี้ไม่ต้องหา Co-working space เพื่อนั่งทำงาน แต่มีที่ทางของตัวเองเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด หรือถึงไม่ถนัดก็ต้องฝึกให้ทำได้ ไม่ว่าจะมีอาจารย์มาคอยฝึกให้หรือหรือไม่ก็ตาม

ตัวเลขบอกว่า ในปี 2559 แรงงานส่วนใหญ่ของประเทศไทยเป็นแรงงานนอกระบบ มีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 หรือ ประมาณ 21.3 ล้านคน ซึ่งแรงงานนอกระบบมีคำนิยามที่แสนสะเทือนใจว่าเป็น “กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่ทำงานโดยไม่มีสัญญาจ้าง หรือไม่มีนายจ้างตามกฎหมายแรงงาน และไม่ได้รับการคุ้มครอง ไม่มีหลักประกันทางสังคมจากการทำงานและไม่มี ค่าจ้างหรือค่าตอบแทนที่แน่นอน”

พูดง่ายๆ คือไม่มีอะไรเลย นอกจากความขยันหมั่นเพียรที่ช่วยให้เราเดินบนเส้นลวดบนตึกสูงนี้ได้

เราไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องสิทธิตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานเรื่อง ลางาน ลาคลอด ลาบวช วันพักผ่อนประจำปีอะไร เพราะเลือกได้เอง แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าถ้าหยุดแล้วจะยังมีกิน สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเรื่องการรักษาพยาบาล แต่สิทธิประกันสังคมก็ต้องจ่ายเองไม่มีการสมทบจากนายจ้าง ไม่ต้องพูดถึง ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ ซึ่งไม่มี จะมีก็แต่เงินเก็บของตัวเองที่ไม่มีใครมาคอยสมทบให้

ข้อมูลแรงงานนอกระบบของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2555-2559 บอกสิ่งที่น่าสนใจไว้ 4 อย่าง

หนึ่ง แรงงานนอกระบบมีแนวโน้มลดลง

สอง แรงงานนอกระบบที่มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษามีแนวโน้มที่สูงขึ้น ในขณะที่กลุ่มคนที่ไม่มีการศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษามีแนวโน้มลดลง

สาม แรงงานนอกระบบที่เป็นผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สี่ แรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจส่วนตัว และทำงาน 40-49 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (สิทธิตามกฎหมายแรงงานกำหนดให้เป็นการทำงานแบบปกติ)

แสดงให้เห็นว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ออกมาทำงานอิสระมากขึ้น ยอมแลกความไม่มั่นคงกับความอิสระและความสุข ขณะเดียวกันที่คนสูงอายุก็ไม่อยากเป็นภาระของลูกหลานจึงออกมาทำงานเองมากขึ้นด้วย

แต่ก็อย่างที่บอก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะหนีจากวังวนปัญหาชีวิต คนที่มีทางเลือกน้อย ก็อยากจะมีทางเดินในชีวิตมากขึ้น แม้พี่แท็กซี่ส่วนใหญ่ที่ฉันเคยคุยด้วยจะบอกว่างานนี้ได้เงินดีและอิสระแต่ฉันก็ยังเชื่อว่าเขาก็ต้องมีปัญหาของตัวเอง

ส่วนคนที่มีทางเลือกเยอะ ก็ไม่รู้จะเดินไปทางไหนดี อยากเปิดร้านขายต้นไม้แต่แม่อยากให้รับราชการ งานที่ทำอยู่เงินเดือนโคตรน้อยแต่ชอบงานมาก ได้เงินเดือนเยอะมากแต่เกลียดความรู้สึกที่ต้องตื่นไปทำงานในทุกเช้า ฯลฯ

การทำชีวิตให้สมดุลจึงเป็นทางออก หลายคนเลยเลือกที่จะออกมาจากบริษัท เพื่อที่จะได้เลือกทั้ง ‘งาน’ และ ‘เงิน’ ได้ด้วยตัวเอง แต่ปัญหาก็วนกลับมาเรื่องเดิมนั่นแหละ ว่าถ้าอยากออกมาเป็นเจ้านายตัวเอง ต้องทำยังไง

“ทำธุรกิจตัวเองมีลูกค้าเป็นเจ้านายครับ ไม่ได้เป็นเจ้านายตัวเองหรอกครับ” หนึ่งในคอมเม้นต์จากกระทู้พันทิปในหัวข้อเรื่อง ‘อยากเป็นเจ้านายตนเอง ต้องเริ่มยังไง’

“อันดับแรกอย่ามีเมียเด็ดขาด เพราะเมียจะเป็นเจ้านายคุณไปชั่วชีวิต” อีกความเห็นว่า

ฉันเห็นด้วย เพราะแม้แต่ตอนที่เขียนงานของตัวเองก็ยังพบว่าเจ้านายของเราคือคนอ่าน ส่วนเรื่องเป็นเจ้านายตัวเอง เราเป็นตั้งแต่เรากล้าเลือกชีวิตของตัวเองแล้ว ไม่ว่าจะเลือกทำงานประจำหรืองานไม่ประจำก็ตาม เพราะยังไงเราก็ต้องทำงาน ‘เป็นประจำ’ อยู่ดี

 

เก่งมาจากไหน ก็แพ้เจ้านายอย่างตัวเองนี่แหละ

SHARE