เป็นเวลานานมาแล้ว-ที่ผมไม่สงสัยอีกต่อไป, ว่าความรักคืออะไร

ครั้งหนึ่งในชีวิต ความรักเคยเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างได้ ความรักทำให้ฤดูร้อนโบยบินไปอย่างรวดเร็ว ในเวลาที่เรานั่งอยู่ด้วยกันที่นั่น-ในดินแดนแห่งดอกไม้ร้อยพันดวงแห่งนั้น ในคืนวันแห่งจุมพิตที่มีรสชาติแสนหวานของธารน้ำใส ที่โดยตัวของมันเองไร้ซึ่งรสหวาน

ความรักเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง มันทำให้ถ้อยคำอ่อนโยนขึ้นกว่าเดิม ทำให้ความเจ็บปวดกรีดลึกมากขึ้น ทำให้แสงตะวันแผดกล้าเผาน้ำตาในม่านตาให้เแห้งเหือด และทำให้แสงของดวงจันทร์ยามกระทบระลอกคลื่นในทะเลสว่างเจิดจ้าราวกับเงินยวง

ความรักทำให้เกิดฤดูร้อนในแบบที่จะผ่านมาเพียงครั้งเดียวในชีวิต ความรักทำให้เกิดฤดูฝนที่หน่วงหนักกักขังจนบ้าคลั่งพรำสายอยู่ในดวงตา ความรักทำให้เกิดฤดูหนาวที่เยียบเย็นจนกระดูกสะท้านกระทบ ความรักทำให้เกิดฤดูใบไม้ร่วงแสนอ้างว้าง จมจ่อมกับความเดียวดายและเศษซากแห่งการปลิดปลิวของใบไม้ที่กลายเป็นอดีต แต่ในเวลาเดียวกัน ความรักก็ก่อให้เกิดฤดูใบไม้ผลิแห่งความหวัง ทั้งความหวังจริงแท้ในใบอ่อนสีเขียวที่ระบัดขึ้นตามตาไม้ และความหวังจอมปลอมที่เพียงแต่ลวงเราลมๆ แล้งๆ ไปวันๆ

จะอย่างไรก็ตาม ความรักมักเปลี่ยนแปลงตัวเราเสมอ

ไม่มีอะไรในโลกเหมือนเดิมอีกต่อไป หากเรามีความรัก

ผู้คนเขียนคำร้องในบทเพลงมากมาย ตั้งคำถามว่า-ความรักคืออะไร, ความรักอยู่ที่ไหน, เหตุใดความรักจึงเจ็บปวดนัก และความรักเปลี่ยนแปลงตัวตนของเราทั้งหมดได้อย่างไร

คุณคิดว่าคำถามเหล่านั้นมีคำตอบที่แท้จริงไหม?

เราอาจบอกว่า ความรักคือการให้ ความรักคือการปลดปล่อยคนที่เรารักไปสู่เสรีภาพ ความรักจึงเป็นสภาวะที่สูงส่ง เหมือนที่คาลิล ยิบราน เคยบอกไว้ว่า-เมื่อความรักร้องเรียกเธอ จงตามมันไป, หรือกระทั่งความรักคือการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวในหัตถ์แห่งพระเจ้า ที่ซึ่งอัตตาตัวตนของแต่ละฝ่ายมลายหายสูญ

แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง เราก็อาจบอกว่า-ความรักไม่ใช่อะไรอื่นเลย นอกจากการทำงานของสารเคมีในสมอง เมื่อหยาดแห่งโดปามีนและโมเลกุลของเอนดอร์ฟินถูกระดมยิงออกมาจากต่อมใดต่อมหนึ่งใต้เนื้อสมองนั้น มันพุ่งทะลุหัวใจของเราเข้าไป ปลุกเร้าให้เราตื่นตัว โลดเต้น และพยายามทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้อยู่ใกล้คนที่เรารัก

ทว่าก็อีกนั่นแหละ วิถีแห่งโลกมักทำให้ความปรารถนาทุรนทั้งหลายกลายเป็นเพียงความฝัน บางครั้งบางคนก็จำนนต่ออุปสรรคทั้งหลาย ปล่อยให้ความฝันเหล่านั้นตายจากไปเงียบๆ พร้อมกับที่สารเคมีในสมองค่อยๆ ลดระดับราบเรียบลงจนจางหาย ทว่าบางคนก็ไม่เป็นเช่นนั้น พวกเขาดิ้นรนต่อสู้เพื่อจะให้ได้อยู่ด้วยกัน หรืออย่างน้อยก็เพียงเพื่อจะให้ได้รักคนอีกคนหนึ่งเสมอไป,

ต่อให้ไม่ได้รับความรักตอบ…ก็ไม่เป็นไร

ความรักจึงคล้ายเป็นศูนย์กลางแห่งชีวิตมนุษย์ เป็นแกนกลางแห่งการดำเนินไป เป็นสิ่งที่มนุษย์ดำรงอยู่เพื่อมัน นับตั้งแต่ความรักยุคโบราณ จนกระทั่งถึงความรักยุคใหม่ ที่มีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วย

จึงไม่น่าสงสัยเลยว่า เพราะอะไรในบทเพลง งานศิลปะ ภาพยนตร์ และหนังสือ แทบทุกเรื่องจึงเอ่ยถึงความรัก และมอบพื้นที่ให้ความรักเป็นศูนย์กลาง

เพราะเรารักที่จะรักอย่างไม่รู้จบนั่นเอง

แม้เราจะไม่เคยรู้อย่างแท้จริงได้เลยว่าความรักคืออะไร,

ก็ตามที

SHARE