fbpx

ความมีเหตุมีผลของคนซื้อหวย? หลากหลายคำตอบจากมุมมองทางเศรษฐศาสตร์

ถ้าถามว่าเวลาไปทำบุญไหว้พระ ขอพรอะไรบ้าง? เชื่อว่าการขอให้ถูกหวยอาจเป็นพรลำดับต้นๆ ที่คนมักขอกัน

ไม่ใช่แค่นั้น ในชีวิตประจำวัน เราได้ยินข่าวเกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือลอตเตอรี่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นมหากาพย์การแย่งหวย การขายลอตเตอรี่เกินราคา คนที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 หลายๆ ใบ ตลอดจนเลขเด็ดต่างๆ จึงไม่เกินจริงหากจะบอกว่า ‘หวย’ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยไปแล้ว

กระนั้น ความคุ้นชินก็อาจทำให้บางทีเราลืมคำถามพื้นฐานกันเลยว่า “ทำไมคนถึงซื้อหวย?” การตัดสินใจซื้อหวยเป็นพฤติกรรมที่มีเหตุผลขนาดไหน หรือเป็นเรื่องอารมณ์ล้วนๆ บทความนี้ชวนมาสำรวจคำอธิบายเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อลอตเตอรี่ในทางเศรษฐศาสตร์กัน

ลอตเตอรี่คือเกมที่ถูกออกแบบมาให้คนซื้อ ‘ขาดทุน’

หากมองในมุมการลงทุนแล้ว คงยากที่จะบอกว่าการซื้อลอตเตอรี่เป็นการลงทุนที่ดี เพราะต่อให้เราซื้อลอตเตอรี่ทุกเลข เราก็ยังไม่ได้กำไร ในกรณีของไทย ลอตเตอรี่มีจำนวนทั้งสิ้น 1 ล้านเลข (ลอตเตอรี่มี 6 หลัก) ถ้าซื้อทุกเลขก็ต้องใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 80 ล้านบาท (สมมติว่าเราซื้อได้ทุกเลข ในราคา 80 บาท) โดยเราจะได้ทุกรางวัลตั้งแต่รางวัลที่ 1 ถึงรางวัลเลขท้าย 2 ตัว แต่เราจะได้ผลตอบแทนรวมเพียงแค่ 48 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าเราขาดทุนจากการซื้อหวยไปถึง 32 ล้านบาท หรือมีผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment: ROI) ที่ติดลบ 40% (ดูตารางที่ 1)

 จำนวนรางวัลโอกาสจำนวนรางวัลมูลค่ารางวัลมูลค่ารวม
เลขท้าย 2 ตัว     10,0001 ใน 100      10,000            2,000      20,000,000
เลขท้าย 3 ตัว       2,0002 ใน 1000       2,000            4,000       8,000,000
เลขหน้า 3 ตัว       2,0002 ใน 1000       2,000            4,000       8,000,000
รางวัลที่ 5          100100 ใน 1ล้าน          100          20,000       2,000,000
รางวัลที่ 4           5050 ใน 1ล้าน            50          40,000       2,000,000
รางวัลที่ 3           1010 ใน 1ล้าน            10          80,000          800,000
รางวัลที่ 2             55 ใน 1ล้าน             5        200,000       1,000,000
รางวัลข้างเคียงที่ 1             22 ใน 1ล้าน             2        100,000          200,000
รางวัลที่ 1             11 ใน 1ล้าน             1      6,000,000       6,000,000
รางวัลที่ได้ (จากการซื้อลอตเตอรี่ทุกหมายเลข)       48,000,000
ต้นทุนรวม (จากการซื้อลอตเตอรี่ทุกหมายเลข)      80,000,000
ผลตอบแทนการลงทุน (บาท)    –  32,000,000
ROI (%)      – 40%
ตารางที่ 1: จำนวนรางวัล โอกาสการถูกรางวัล และมูลค่ารางวัลที่ได้ หากซื้อลอตเตอรี่ครบทุกหมายเลข รวมจำนวน 1 ล้านใบ

บางคนอาจเถียงว่า “ไม่มีใครซื้อทุกเลขหรอก!” ซึ่งก็จริง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราพ้นจากข้อเท็จจริงที่ว่าโอกาสถูกรางวัลมีน้อยมาก ถ้าซื้อลอตเตอรี่ 1 ใบ โอกาสที่จะถูกรางวัลใดรางวัลหนึ่ง (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรางวัลเลขท้าย 2 ตัว) จะอยู่ที่ประมาณ 1.42 ใน 100 เท่านั้น ซึ่งพอๆ กับการเอาไพ่สองสำรับมารวมกัน แล้วต้องหยิบ A โพธิ์ดำของสำรับแรกให้ถูก ในขณะที่โอกาสถูกรางวัลที่ 1 อยู่ที่หนึ่งในล้าน ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ ต้องให้คน 10 คนมายืนเรียงกัน แล้วเราต้องสุ่มเส้นผมเส้นเดียวให้ถูกในคน 10 คนนั้น[1]

คำถามคือแล้วที่เศรษฐศาสตร์มักบอกว่าคนเราตัดสินใจอย่างมีเหตุผล แบบนี้มันสมเหตุสมผลตรงไหนกัน?

เพราะฝันนั้นสุดจะเอื้อม ลอตเตอรี่จึงเป็นคำตอบ

เมื่ออธิบายความสมเหตุสมผลในการซื้อลอตเตอรี่ ต้องไม่ลืมว่าลอตเตอรี่มีรางวัลที่ 1 ที่มีมูลค่าสูงมาก ในกรณีของไทย รางวัลที่ 1 มีมูลค่าสูงถึง 6 ล้านบาท และเราสามารถซื้อเลขเดียวกัน เพื่อถูกรางวัลที่ 1 หลายใบได้ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์มองว่าการซื้อเพราะต้องการถูกรางวัลใหญ่มีความสมเหตุสมผล เนื่องด้วยสำหรับหลายๆ คน หากปราศจากรางวัลใหญ่ การไต่ไปสู่อีกระดับชั้นทางเศรษฐกิจ แทบเป็นเพียงความฝัน

มิลตัน ฟรีดแมน (Milton Friedman) นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล[2] อธิบายว่า คนเราไม่ซื้อลอตเตอรี่เพียงเพื่อที่จะถูกรางวัลเล็กๆ ซึ่งต่อให้ถูกรางวัลเล็ก ความสุขก็ไม่ได้เพิ่มเท่าไหร่ เพราะยังอยู่ในชนชั้นทางเศรษฐกิจเดิม ผู้ซื้อลอตเตอรี่รู้ดีว่าโอกาสถูกรางวัลใหญ่มีเพียงน้อยนิด แต่ก็ตัดสินใจเสี่ยง เพราะถ้าถูกรางวัลใหญ่ จะสามารถยกระดับการบริโภคไปสู่อีกระดับชั้นทางเศรษฐกิจ ทำให้ได้รับอรรถประโยชน์ผ่านการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างมาก พูดอีกนัยหนึ่งคือ เราอาจไม่ได้ซื้อลอตเตอรี่ เพราะต้องการเปลี่ยนหลอดไฟห้องเช่าของเรา แต่ถ้าเราได้รางวัลที่ 1 เราจะซื้อบ้านเดี่ยวได้เลยต่างหาก

ยิ่งกว่านั้น หากของที่ต้องการซื้อมีราคาสูงมาก และเป็นของที่ไม่สามารถซื้อทีละส่วนมาเก็บแล้วค่อยมาประกอบกันทีหลังได้ เช่น บ้าน หรือรถ เราอาจต้องใช้เวลาออมเงินนานมาก อาจเป็นสิบๆ ปี ดังนั้น การซื้อลอตเตอรี่เพื่อหวังรางวัลใหญ่ในการไปซื้อบ้านหรือรถ ก็ดูเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านสินเชื่อได้ (เช่น ไม่สามารถกู้ได้ ตลอดจนกู้ไม่ผ่าน) หรือต่อให้เราเก็บเงินทั้งชีวิตก็ยังไม่เพียงพอจะซื้อรถสักคันหรือบ้านสักหลัง[3]

นอกจากนี้ ความไม่เท่าเทียมกันในสังคมก็อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนซื้อลอตเตอรี่เช่นกัน แกรี เบกเคอร์ (Gary Becker)[4] นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล อภิปรายว่า ในสังคมที่มีความไม่เท่าเทียม คนจะยิ่งมีแรงปรารถนาที่จะมีสถานะทางสังคมที่สูงขึ้น เพราะสถานะทางสังคมที่สูงขึ้นจะช่วยเพิ่มความสุข (utility) ของคนได้ และยิ่งการเลื่อนชั้นทางสังคมทำได้ยาก การที่คนมีพฤติกรรมที่ชอบเสี่ยง (risk-taking) ผ่านการซื้อลอตเตอรี่เพื่อหวังสถานะทางสังคมที่สูงขึ้น จึงเป็นเรื่องเข้าใจได้ อย่างไรก็ดี การที่ผู้มีรายได้น้อยซื้อลอตเตอรี่เพื่อหวังจะมีสถานะทางสังคมที่สูงขึ้น สุดท้ายแล้วจะเป็นผลเสียทางด้านการเงินต่อผู้มีรายได้น้อยเอง เนื่องจากการซื้อลอตเตอรี่มีผลตอบแทนติดลบ และกลับทำให้ความไม่เท่าเทียมกันทางรายได้เพิ่มสูงขึ้น

คำอธิบายข้างต้นเกี่ยวกับความต้องการเงินก้อนใหญ่ ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมการซื้อลอตเตอรี่ถึงเป็นที่นิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อลอตเตอรี่หมายเลขเดียวหลายๆ ใบ (หวยชุด) ที่แม้จะมีการขายเกินราคา ก็ยังมีการซื้อกันอยู่ตลอด ทำให้ในต่างประเทศมีการจับเอาความต้องการรางวัลใหญ่ของผู้บริโภคมาใช้เป็นจุดโฆษณาการขายลอตเตอรี่ อย่างในกรณีซีรีส์โฆษณาลอตเตอรี่ของประเทศญี่ปุ่นด้านล่าง

คลิปวิดีโอ 1: ซีรีส์โฆษณาลอตเตอรี่ของญี่ปุ่น
นำมาจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘ซับจริงจัง’

ซื้อหวยแบบไม่ฝันใหญ่ สมเหตุสมผลหรือไม่?  – คำอธิบายจากเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม

คำอธิบายทางเศรษฐศาสตร์ข้างต้นดูจะอธิบายได้ดีกับการซื้อลอตเตอรี่เพราะต้องการถูกรางวัลใหญ่ แต่ดูจะอธิบายได้ไม่ดีนักกับผู้ที่ซื้อเพราะต้องการถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว หรือ 3 ตัว เช่น การซื้อหวยใต้ดิน ดังนั้นจึงเป็นไปได้อย่างยิ่งที่คนเราจะไม่ได้มีความสมเหตุสมผลอย่างที่กล่าวข้างต้นไปเสียทั้งหมด ซึ่งศาสตร์ด้านจิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ก็มีคำอธิบายหลายอย่างว่า ถึงแม้การซื้อลอตเตอรี่จะไม่ได้คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แต่คนเราก็ยังซื้อกันอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพราะสนุก ตื่นเต้น ได้หวัง หรือได้ฝัน

งานศึกษาจำนวนมากพูดถึงในประเด็นความสนุกว่า เป็นการรวบรวมความรู้สึกที่หลากหลาย ไม่จะเป็นความท้าทายในการวิเคราะห์เลือกเลขให้ถูก ความตื่นเต้นตอนลุ้นผลหรือจับรางวัล ส่วนการได้หวังได้ฝันถึงรางวัลใหญ่ก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่คนมักซื้อลอตเตอรี่ นอกจากนี้ก็ยังมีการพบว่าการซื้อลอตเตอรี่มีความสัมพันธ์กับอารมณ์ขุ่นมัวที่ลดลงด้วย[5]

แต่นอกจากเรื่องความสนุกแล้ว ก็ยังมีเหตุผลอื่นๆ ในทางจิตวิทยาด้วยเช่นกัน เช่น

1. ซื้อเพราะคิดว่าการถูกรางวัลอาจไม่ได้ยากอย่างที่คิด (Availability Heuristic) ซึ่งคือการที่คนมักจะตัดสินใจเรื่องต่างๆ โดยการนึกถึงอะไรง่ายๆ ผ่านประสบการณ์หรือสิ่งที่มักพบเห็นได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน กระบวนการคิดและตัดสินใจเช่นนี้ปราศจากการใช้ข้อมูลทางสถิติหรือความน่าจะเป็นในการเกิดเหตุการณ์นั้นจริงๆ ในกรณีการซื้อลอตเตอรี่ ผู้ที่ซื้ออาจเห็นคนใกล้ตัวถูกรางวัลเลขท้ายอยู่บ่อยๆ แม้ความจริง แต่ละคนอาจถูกไม่บ่อยนัก หรือเห็นข่าวว่าในแต่ละงวด มีผู้ถูกรางวัลที่ 1 จำนวนมาก ก็คิดไปว่าการถูกรางวัลนั้นไม่ยากมาก อย่าง National Lottery ของสหราชอาณาจักรก็มีการใช้คำในการโฆษณาว่า “It could be you.” ซึ่งอาจทำให้คนคิดว่าเราก็มีโอกาสถูกได้เหมือนกัน แม้ความจริงโอกาสในการถูกรางวัลจะมีน้อยมาก

ภาพ 1: โฆษณา National Lotto ที่สื่อว่าคนใกล้ตัวเราถูกรางวัล
จาก https://community.o2.co.uk/t5/Off-Topic/The-Lottery-In-It-to-Win-It/td-p/1546149

ภาพ 2: โฆษณา Lotto ที่สื่ออย่างชัดเจนว่า “รางวัลอาจเป็นของคุณ”

2. ซื้อเพราะคิดว่าตัวเองได้เลขเด็ดหรือตัวเองกำลังมีโชค (Superstitious belief) เรามักเห็นเหตุการณ์นี้บ่อยๆ หรือประสบกับตัวเองซักครั้งในชีวิต เช่น การฝันเห็นเลขต่างๆ ได้เลขเด็ดมาจากที่วัด หรือคิดว่าทำบุญขอพรสิ่งศักสิทธิ์แล้ว โอกาสจะถูกลอตเตอรี่จะมากขึ้น ฯลฯ เรื่องพวกนี้ทำให้เราเชื่อว่าจะนำโชคมาให้เราจริงๆ เราเลยไปซื้อลอตเตอรี่ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เหตุการณ์ที่เราประสบ (เช่นฝันถึงเลข) และเลขที่ออกจริงไม่ได้เป็นเหตุผลซึ่งกันและกัน และแต่ละเลขก็มีโอกาสถูกรางวัลเท่าๆ กัน

3. ซื้อซ้ำเพราะกลัวว่าเลขที่เคยซื้อจะออก ลอตเตอรี่เป็นรูปแบบการเล่นเกมแบบหนึ่งที่ทำให้คนยึดติดไปกับเลขโปรดได้ง่าย เมื่อมีเลขโปรด ซึ่งอาจจะเป็น เลขวันเกิด เลขที่เคยซื้อ เลขทะเบียนบ้าน ฯลฯ ก็ทำให้เราไม่ต้องมานั่งคิดว่าครั้งถัดไปจะซื้อเลขอะไร ในกรณีสหราชอาณาจักร เคยมีการรายงานว่ามีผู้ซื้อลอตเตอรี่ถึง 67% ที่เลือกซื้อเลขเดิมที่เคยซื้อ[6] นอกจากนี้ พอเคยไม่ถูกรางวัลเสียแล้ว บ่อยครั้งที่เราคิดว่าถ้าไม่ซื้อต่อ ก็จะไม่ได้เงินที่เคยเสียไปกลับคืนมา หรือเกิดความกลัวที่ว่าเลขที่เคยซื้อมาอาจถูกรางวัลและต้องมานั่งเสียใจที่ไม่ได้ซื้อ

4. ซื้อเพราะต้องการถอนทุนคืน หลายคนอาจมีความคิดว่า เมื่อเล่นแล้วไม่ถูกรางวัล หากหยุดเล่น เงินที่เสียไปก็ไม่มีทางได้กลับคืนมา แต่หากซื้อลอตเตอรี่ต่อ ก็อาจถูกรางวัลในครั้งถัดไปได้ พูดง่ายๆ คือต้องการถอนทุนคืน (sunk cost fallacy) ซึ่งพิจารณาทางสถิติแล้ว เราจะพบว่าโอกาสที่จะเสียเงินเพิ่มมีมากกว่าโอกาสที่จะได้เงินกลับคืนมา ปรากฎการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดแค่ในเรื่องลอตเตอรี่ แต่เกิดขึ้นกับการลงทุนไม่ว่าจะในอะไรก็แล้วแต่ที่ถึงจุดหนึ่งเราเริ่มรู้สึกว่าไม่น่าจะสำเร็จเท่าไหร่ แต่ต้องดันทุรังลงทุนต่อไป เพราะกลัวเงินทุนที่ลงไปแล้วเสียไปเปล่า แม้ว่าการลงทุนต่อนั้นจะทำให้มีโอกาสขาดทุนเพิ่มก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องที่มีให้เห็นบ่อยๆ ทั้งในกรณีบริษัทต่างๆ ไปจนถึงภาครัฐ ถึงขนาดต้องมีสุภาษิตเตือนใจกันว่า “Don’t throw good money after bad.”[7]

นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่นๆ เช่น ซื้อเพราะคนรอบข้างซื้อ (Peer Effect) เพราะการที่คนใกล้ตัวซื้อและพูดคุยกันเรื่องลอตเตอรี่ ก็อาจทำให้เรามีความสนใจอยากซื้อบ้าง หรือเราอาจเลือกที่จะซื้อเพื่อที่จะทำให้เราสามารถเข้าไปร่วมวงสังคม และสนุกไปกับคนรอบข้างได้ หรือเราอาจซื้อเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ไม่ใช่การพนัน ซึ่งบางครั้งผู้ปกครองก็มีการซื้อลอตเตอรี่ ตลอดจนสลากงานกาชาดให้เด็ก ทำให้ลอตเตอรี่ถูกมองเป็นกิจกรรมผ่อนคลายธรรมดาประเภทหนึ่ง

การซื้อลอตเตอรี่อาจไม่ใช่ตัวเลือกการลงทุนที่ดีนัก เพราะมีผลตอบแทนที่ติดลบโดยเฉลี่ย แต่ก่อนที่จะตราหน้าคนที่ซื้อลอตเตอรี่ว่าไม่มีเหตุผล ขาดความยับยั้งชั่งใจ หรือเสพติดการพนัน เราควรทำความเข้าใจก่อนว่า การซื้อบ้าน/รถ การปลดหนี้ การมีลำดับชั้นทางเศรษฐกิจและสังคมที่สูงขึ้น มักต้องอาศัยการเก็บออมเป็นเวลานาน ซึ่งอาจแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับหลายคน ดังนั้นการเจียดเงินส่วนหนึ่งมาซื้อลอตเตอรี่เพื่อหวังการถูกรางวัลใหญ่ จึงอาจเป็นทางออกที่ดูสมเหตุสมผลของพวกเขา

อย่างไรก็ดี เราก็ควรเข้าใจด้วยว่า ความสนุก ความตื่นเต้น การคิดไปเองว่าจะมีโชค ความกลัวว่าไม่ซื้อแล้วจะไม่ถูก หรือความต้องการถอนทุนคืน อาจทำให้เรามีอคติเอนเอียงในการซื้อลอตเตอรี่มากขึ้น และอาจทำให้เสียเงินกับลอตเตอรี่มากกว่าที่ควรจะเป็น

ทางแก้อย่างหนึ่งเวลาต้องการซื้อลอตเตอรี่เพิ่มคือ หันกลับมาดูความน่าจะเป็นในการถูกลอตเตอรี่ที่น้อยมากและผลตอบแทนการลงทุนที่ติดลบอีกครั้งหนึ่ง นี่อาจพอช่วยเตือนสติเราได้


[1] โดยเฉลี่ยแล้วคนเรามีเส้นผมประมาณ 90,000–150,000 เส้น

[2] Friedman, Milton and L.J. Savage (1948). “The Utility Analysis of Choices Involving Risk,” The Journal of Political Economy, vol. 56, no. 4, August 1948, pages 279-304

[3] Ng, Yew-Kwang (1965). “Why Do People Buy Lottery Tickets? Choices Involving Risk and the Indivisibility of Expenditure,” The Journal of Political Economy, vol. 73, no. 5, October 1965, pages 530-535.

[4] Gary S. Becker, Kevin M. Murphy and Iván Werning, Journal of Political Economy, Vol. 113, No. 2 (April 2005), pp. 282-310

[5] Vanchai Ariyabuddiphongs (2010), ‘Lottery Gambling: A Review’, Journal of Gambling Studies

[6] Mark Griffiths & Richard Wood (2001): The psychology of lottery gambling, International Gambling Studies,1:1, 27-45. แม้รายงานจะค่อนข้างเก่า แต่ก็พอชี้ให้เห็นได้ว่าคนเราชอบซื้อเลขซ้ำๆ

[7] https://www.bbc.com/worklife/article/20180914-the-trick-to-learning-when-to-cut-your-losses

MOST READ

Economy

15 Mar 2018

การท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจไทย

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ตั้งคำถาม ใครได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวบูม และเราจะบริหารจัดการผลประโยชน์และสร้างความยั่งยืนให้กับรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างไร

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

15 Mar 2018

Economy

23 Nov 2023

ไม่มี ‘วิกฤต’ ในคัมภีร์ธุรกิจของ ‘สิงห์’ : สันติ – ภูริต ภิรมย์ภักดี

หากไม่เข้าถ้ำสิงห์ ไหนเลยจะรู้จักสิงห์ 101 คุยกับ สันติ- ภูริต ภิรมย์ภักดี ถึงภูมิปัญญาการบริหารคน องค์กร และการตลาดเบื้องหลังความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจสิงห์

กองบรรณาธิการ

23 Nov 2023

Economy

19 Mar 2018

ทางออกอยู่ที่ทุนนิยม

ในยามหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมือง ผู้คนสิ้นหวังกับปัจจุบัน หวาดหวั่นต่ออนาคต และสั่นคลอนกับอดีตของตนเอง
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เสนอทุนนิยมให้เป็น ‘grand strategy’ ใหม่ของประเทศไทย

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

19 Mar 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save