ภาษีมูลค่าเพิ่ม: ยอดขาย 1.8 ล้านบาท กับแรงจูงใจในการเป็น ‘คนตัวเล็ก’

ช่วงต้นปีนี้เป็นฤดู ‘ช้อปดีมีคืน’ อีกแล้ว โดยหลายท่านที่ได้ไปช็อปปิงคงมีโอกาสสอบถามร้านค้าว่าอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax: VAT) หรือเปล่า และสามารถออกใบกำกับภาษีได้หรือไม่ เพื่อนำไปขอสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในโอกาสนี้ บางท่านอาจจะอยากเข้าใจเรื่องระบบ VAT ให้ดีขึ้น ผมจึงขอชวนท่านผู้อ่านคุยถึงระบบ VAT ของไทยครับ โดยฉายภาพเบื้องต้นให้เห็นทั้งความสำคัญ จุดแข็ง และความท้าทาย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากงานวิจัยเชิงประจักษ์ในบริบทของประเทศไทย

ภาษีมูลค่าเพิ่ม: ภาษีที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันคนไทยมากที่สุด

ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT คือเครื่องมือภาษีที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคนไทยมากที่สุด ในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา รายได้ของรัฐจาก VAT เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราว 20% ของรายได้ภาษีทั้งหมดของรัฐในช่วงเริ่มแรกของการจัดเก็บ (1993) มาเป็นประมาณ 30% ในปัจจุบัน (รูปที่ 1)

รูปที่ 1: โครงสร้างรายได้ภาษีของรัฐบาลไทย (1993-2020)
ที่มา: อธิภัทร มุทิตาเจริญ (2565)

นอกจากการเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลไทยแล้ว VAT ยังเกี่ยวข้องกับภาษีที่จัดเก็บจากกำไรของบริษัทด้วย โดยแทบทั้งหมด (96%) ของรายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลของรัฐบาลไทยมาจากบริษัทที่อยู่ในระบบ VAT (รูปที่ 2) นั่นหมายความว่าระบบ VAT มีแนวโน้มเป็นเครื่องยึดโยงพฤติกรรมของบริษัทอื่นๆ ด้วยจุดเด่นสำคัญคือการสร้างระบบการตรวจสอบภาษีโดยอัตโนมัติผ่านการออกใบกำกับภาษีและการขอเครดิตภาษีซื้อ ซึ่งส่งผลให้บริษัทหลบเลี่ยงภาษีได้ยากขึ้น

รูปที่ 2: ความสำคัญของบริษัทในและนอกระบบ VAT (2017)
ที่มา: Muthitacharoen Wanichthaworn and Burong (2021)

จุดแข็งของระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของไทย

จุดแข็งสำคัญของระบบ VAT ของไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นคือความง่าย (simplicity) โดยมีอัตราภาษีเพียงอัตราเดียว และมีการยกเว้นหรือการกำหนดอัตรา 0% (zero rating) ไม่มากนัก ซึ่งหากเปรียบเทียบกับระบบภาษีทั่วโลกแล้ว ระบบของไทยจัดเป็นระบบภาษีมูลค่าเพิ่มสมัยใหม่ (modern VAT) (รูปที่ 3) มีความซับซ้อนน้อยกว่าระบบ VAT ของยุโรปที่เป็นระบบภาษีแบบดั้งเดิม (traditional VAT) ซึ่งมักมีอัตราภาษีหลายอัตราและมีการยกเว้นภาษีค่อนข้างมาก นอกจากนี้ระบบ VAT ของไทยยังแตกต่างจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ ซึ่งจัดเป็นระบบ VAT แบบกลางเก่ากลางใหม่ (in-between VAT) และมักจะมี 2-3 อัตราภาษี การที่ระบบ VAT ของไทยมีฐานที่กว้างและความซับซ้อนไม่มากนักนี้ ส่งผลสำคัญต่อต้นทุนการบริหารจัดการ (administration and compliance cost) ของทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ

รูปที่ 3: การแบ่งกลุ่มระบบภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วโลก
ที่มา: อธิภัทร มุทิตาเจริญ (2565)

การที่ระบบ VAT ของไทยมีความซับซ้อนไม่มากนักนี้ยังเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบ VAT สามารถคงอัตราภาษีในระดับต่ำ และยังเป็นแหล่งรายได้อันดับหนึ่งของประเทศ โดยอัตรา VAT ของไทยที่ 7% ถือว่าเป็นระดับที่ต่ำกว่าประเทศที่มีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกันอย่างชัดเจน (รูปที่ 4)

รูปที่ 4: อัตราภาษี VAT และ GDP per capita (2021)
ที่มา: อธิภัทร มุทิตาเจริญ (2565)

ความท้าทายของระบบภาษีมูลค่าเพิ่มไทย

หนึ่งในความท้าทายสำคัญของระบบ VAT ไทยคือการหลีกเลี่ยงการเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของธุรกิจขนาดเล็ก โดยระบบ VAT ในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทยมักกำหนดเกณฑ์ที่ธุรกิจต้องเข้าระบบ VAT โดยอิงกับขนาดยอดขายของธุรกิจ รัฐบาลไทยได้กำหนดให้ธุรกิจที่มีรายรับต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาทต้องจดทะเบียนเข้าสู่ระบบ VAT ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ซึ่งระดับ 1.8 ล้านบาทของไทยนี้ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศ OECD และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย (รูปที่ 5)

รูปที่ 5: เกณฑ์รายรับขั้นต่ำที่ต้องจดทะเบียนเป็นธุรกิจในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ OECD และประเทศเอเชียบางประเทศ (2020; USD)
หมายเหตุ: แสดงเกณฑ์ VAT ในสกุล US Dollar โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเดือนมีนาคม 2021
ที่มา: Muthitacharoen Wanichthaworn and Burong (2021)

การเข้าสู่ระบบ VAT หมายถึงหน้าที่หลายประการที่ธุรกิจต้องปฏิบัติ โดยครอบคลุมตั้งแต่หน้าที่การนำส่งภาษี การออกใบกำกับภาษี ไปจนถึงการยื่นแบบแสดงภาษีรายเดือน และการทำบัญชีเพื่อรอการตรวจสอบจากรัฐ ซึ่งต้นทุนการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (compliance cost) เหล่านี้อาจส่งผลต่อแรงจูงใจของธุรกิจทั้งในมิติของการเข้าร่วมระบบภาษี การดำเนินธุรกิจ และการเติบโต

หนึ่งในวิธีการที่นักเศรษฐศาสตร์ใช้ศึกษาว่าธุรกิจมีการตอบสนองต่อเกณฑ์รายรับขั้นต่ำของระบบ VAT อย่างไร คือการพิจารณาการกระจายตัวของธุรกิจรอบเกณฑ์ดังกล่าว งานวิจัยของ Muthitacharoen, Wanichthaworn and Burong (2021) พบว่าธุรกิจของไทยมีการกองตัว (bunching) อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับรายรับก่อนถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท (รูปที่ 6) ซึ่งการกองตัวดังกล่าวสอดคล้องกับแรงจูงใจของการเข้าระบบภาษีของธุรกิจ และเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าธุรกิจไทยส่วนหนึ่งมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบ VAT อย่างชัดเจน โดยความพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบ VAT นี้ถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับระดับที่พบในประเทศอื่นๆ เช่น สหราชอาณาจักร ฟินแลนด์ และแอฟริกาใต้

รูปที่ 6: การกระจายตัวของยอดขายของธุรกิจไทยรอบเกณฑ์การจดทะเบียน VAT 1.8 ล้านบาท
ที่มา: Muthitacharoen Wanichthaworn and Burong (2021)

ทำไมธุรกิจขนาดเล็กบางส่วนจึงหลีกเลี่ยงการเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

คำถามสำคัญคือ ปัจจัยอะไรที่เป็นตัวกำหนดว่าธุรกิจจะเข้าระบบ VAT หรือไม่ งานวิจัยชี้ถึง 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1) สัดส่วนการพึ่งพาสินค้าขั้นกลาง ธุรกิจที่มีการพึ่งพาสินค้าขั้นกลางสูงจะมีโอกาสได้ประโยชน์จากการขอคืนเครดิต VAT ค่อนข้างมาก ซึ่งจะทำให้มีแนวโน้มสูงที่จะเข้าระบบ VAT

2) ระดับการแข่งขัน การแข่งขันที่สูงมีแนวโน้มทำให้ธุรกิจลังเลใจที่จะขึ้นราคาเพื่อเก็บ VAT จากลูกค้า และส่งผลกดดันการตัดสินใจเข้าสู่ระบบ VAT

3) ประเภทของลูกค้า โดยธุรกิจที่ค้าขายกับธุรกิจด้วยกัน (B2B) มีแนวโน้มจะเข้าระบบ VAT มากกว่าธุรกิจที่ค้าขายกับผู้บริโภค (B2C) เนื่องจากลูกค้าธุรกิจสามารถขอเครดิตภาษีได้ ในขณะที่ลูกค้าผู้บริโภคไม่ได้รับการคืนภาษีดังกล่าว

นอกจาก 3 ปัจจัยข้างต้น ในบริบทของประเทศไทยที่เศรษฐกิจนอกระบบมีขนาดใหญ่มาก ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ ขนาดของธุรกิจท้องถิ่นที่อยู่นอกระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT informality) โดยผู้วิจัยวัดระดับ VAT informality จากสัดส่วนของยอดขายของธุรกิจนอกระบบ VAT ต่อยอดขายของธุรกิจขนาดเล็ก (รายรับไม่เกิน 5 ล้านบาท) ในแต่ละเซกเตอร์ของแต่ละจังหวัด (ISIC-x-Province level) (รูปที่ 7) ผลการศึกษาพบว่าในท้องถิ่นที่มีขนาดเศรษฐกิจนอกระบบสูง ระดับการกองตัวที่ด้านซ้ายของเกณฑ์ 1.8 ล้าน ซึ่งเป็นสัญญาณการหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบ VAT นี้ก็จะชัดเจนตามไปด้วย (รูปที่ 8) โดยบทบาทของเศรษฐกิจนอกระบบนี้เกิดจากทั้ง 1) การเพิ่มขึ้นของการแข่งขันกับธุรกิจนอกระบบที่ไม่ต้องมีภาระภาษี และ 2) การลดลงของโอกาสการใช้ประโยชน์จากเครดิตภาษีเมื่อค้าขายกับธุรกิจอื่นในระบบ VAT

รูปที่ 7: ขนาดเศรษฐกิจนอกระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Informality)
หมายเหตุ: 1) พิจารณาเศรษฐกิจนอกระบบในมิติจังหวัด x ISIC (2 หลัก) 2) ขนาดเศรษฐกิจนอกระบบวัดจากสัดส่วนของยอดขายของธุรกิจนอกระบบ VAT ต่อยอดขายของธุรกิจทั้งหมดที่มีขนาดไม่เกิน 5 ล้านบาท
ที่มา: Muthitacharoen Wanichthaworn and Burong (2021)

รูปที่ 8: การกองตัวของธุรกิจ (bunching) แบ่งตามขนาด VAT Informality
หมายเหตุ: 1) พิจารณาเศรษฐกิจนอกระบบในมิติจังหวัด x ISIC (2 หลัก) 2) ขนาดเศรษฐกิจนอกระบบวัดจากสัดส่วนของยอดขายของธุรกิจนอกระบบ VAT ต่อยอดขายของธุรกิจทั้งหมดที่มีขนาดไม่เกิน 5 ล้านบาท
ที่มา: Muthitacharoen Wanichthaworn and Burong (2021)

ผลกระทบต่อการการเติบโตของธุรกิจ

งานวิจัยยังพบหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชี้ว่าธุรกิจมีการชะลอการเติบโตของตนเองอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเข้าใกล้เกณฑ์ 1.8 ล้านบาท โดยคณะผู้วิจัยได้คำนวณ persistence probability หรือความน่าจะเป็นที่ธุรกิจจะมียอดขายที่ระดับเดิมในอีก 1, 2 และ 3 ปีข้างหน้า ผลการศึกษาชี้ว่าธุรกิจมี persistence probability สูงขึ้นอย่างชัดเจนที่ระดับรายรับก่อนถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทเล็กน้อย โดย VAT Threshold (รูปที่ 9) สะท้อนถึงผลกระทบของเกณฑ์การเข้าระบบ VAT ต่อการตัดสินใจเติบโตของธุรกิจ

รูปที่ 9: ความน่าจะเป็นที่จะคงรายรับที่ระดับเดิม (persistence probability) รอบเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
หมายเหตุ: แสดงความน่าจะเป็นที่ธุรกิจจะอยู่ในกลุ่มรายรับเดิม (persistence probability) ในช่วง 1-3 ปีถัดไป โดยแบ่งกลุ่มรายรับกลุ่มละ 100,000 บาทรอบเกณฑ์รายรับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 1.8 ล้านบาท


ผลการศึกษาเหล่านี้ชี้ว่า การกำหนดเกณฑ์นโยบายของรัฐที่ส่วนหนึ่งมักจะอิงกับขนาดธุรกิจสามารถส่งผลกระทบสำคัญต่อพฤติกรรมได้ และสะท้อนความสำคัญของการพิจารณาส่วนได้ส่วนเสีย (trade-offs) ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบนโยบาย VAT โดยการกำหนดเกณฑ์การจดทะเบียน VAT ในระดับที่สูงมีแนวโน้มลดทอนผลกระทบต่อการจำกัดการเติบโตของธุรกิจ เนื่องจากจะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อีกระยะหนึ่งก่อนที่จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบภายใต้ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ตามในบริบทของประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย ขนาดของเศรษฐกิจนอกระบบเป็นโจทย์ท้าทายของการออกแบบนโยบายนี้ การขยายเกณฑ์ดังกล่าวมีแนวโน้มจะทำให้ขนาดของเศรษฐกิจนอกระบบภาษี (VAT informality) มีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะยิ่งส่งผลบั่นทอนแรงจูงใจของการเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นที่จะต้องพิจารณาทั้งผลกระทบต่อการเติบโตของธุรกิจและขนาดของเศรษฐกิจนอกระบบในการกำหนดนโยบายภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศ

ข้อคิดส่งท้าย

ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีที่มีผู้เสียภาษีมากที่สุดในประเทศและยังเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญที่สุดของรัฐบาล การปรับปรุงระบบภาษีมูลค่าให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้นจึงเป็นโจทย์สำคัญของสังคมเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลานี้ที่วิกฤตโควิด-19 ได้สร้างแรงกดดันต่อความยั่งยืนทางการคลังของประเทศในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีองค์ความรู้เชิงประจักษ์เกี่ยวกับผลกระทบของภาษีมูลค่าเพิ่มต่อพฤติกรรมจำกัดเป็นอย่างมาก ผมจึงอยากเชิญชวนให้ผู้อ่านช่วยกันคิด ต่อยอด ถกเถียง เพื่อหาแนวทางแก้ไขกันต่อไปเพื่อให้ระบบภาษีของเราเป็นระบบที่คนไทยเต็มใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบครับ


อ้างอิง

Muthitacharoen, A., Wanichthaworn, W., & Burong, T. (2021). VAT threshold and small business behavior: Evidence from Thai tax returns. International Tax and Public Finance28(5), 1242-1275. https://rdcu.be/c3AIC

อธิภัทร มุทิตาเจริญ (2565). สร้างความแข็งแกร่งให้ระบบภาษีไทย ฉบับปรับปรุง (e-book). กรุงเทพมหานคร: คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://www.chulabook.com/product-details/163481

MOST READ

Economy

15 Mar 2018

การท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจไทย

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ตั้งคำถาม ใครได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวบูม และเราจะบริหารจัดการผลประโยชน์และสร้างความยั่งยืนให้กับรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างไร

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

15 Mar 2018

Economy

23 Nov 2023

ไม่มี ‘วิกฤต’ ในคัมภีร์ธุรกิจของ ‘สิงห์’ : สันติ – ภูริต ภิรมย์ภักดี

หากไม่เข้าถ้ำสิงห์ ไหนเลยจะรู้จักสิงห์ 101 คุยกับ สันติ- ภูริต ภิรมย์ภักดี ถึงภูมิปัญญาการบริหารคน องค์กร และการตลาดเบื้องหลังความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจสิงห์

กองบรรณาธิการ

23 Nov 2023

Economy

19 Mar 2018

ทางออกอยู่ที่ทุนนิยม

ในยามหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมือง ผู้คนสิ้นหวังกับปัจจุบัน หวาดหวั่นต่ออนาคต และสั่นคลอนกับอดีตของตนเอง
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เสนอทุนนิยมให้เป็น ‘grand strategy’ ใหม่ของประเทศไทย

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

19 Mar 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save