fbpx

คุณเชื่อใจนักการเมืองได้แค่ไหน?

เวลาที่นึกถึง ‘คำสัญญา’ ซึ่งบางทีก็เป็นแค่ ‘สัญญาปากเปล่า’ ของบรรดานักการเมืองทั้งหลาย ประชาชนพลเมืองทั่วโลกเชื่อถือแค่ไหนว่า พวกเขาเหล่านั้นจะทำตามสัญญา?

บทความนี้จะพาไปหาคำตอบจากการสำรวจและงานวิจัยที่ทำกันในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ซึ่งต่างยืนยันความจริงที่ว่า คนคิดตรงกันว่านักการเมืองเป็นคนจำพวกไม่รักษาสัญญา!

คนทั่วโลกไม่เชื่อใจนักการเมือง

การสำรวจชื่อ International Social Survey Program (ISSP) ในปี 2006 พบว่า จากจำนวน 21 ประเทศที่เข้าร่วมการสำรวจ มีคนที่เชื่อว่านักการเมืองรักษาคำสัญญาเฉลี่ยแล้วเพียง 20% ในจำนวนนี้สัดส่วนคนสวิสเชื่อมากที่สุด แต่ก็มีจำนวนเพียงแค่ 37% หรือมากกว่า 1 ใน 3 ไปนิดเดียว [1]  

ขณะที่คนยิวเชื่อน้อยที่สุดคือเพียง 8% เท่านั้น! 

หนังสือพิมพ์ The New York Times สำรวจในปี 2009 โดยสอบถามคนอเมริกันว่า เชื่อว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามาจะรักษาสัญญาเพียงใด? 

มีผู้เข้าร่วมการสำรวจ 56% ที่ตอบว่าไม่เชื่อ ใกล้เคียงกับผู้ที่ตอบคำถามใน General Social Survey ปี 2012 ซึ่งถามว่า เมื่อผู้สมัครตำแหน่งผู้แทนราษฎรได้เข้าไปทำงานสภาคองเกรสจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้หรือไม่? คนอเมริกันส่วนใหญ่ (59%) เห็นว่านักการเมืองเหล่านั้นไม่น่าจะรักษาสัญญา [2]

ในการสำรวจอีกชุดหนึ่งในปี 2014 มีผู้มีสิทธิลงคะแนนแค่เพียง 4% เท่านั้นที่เชื่อว่า ‘นักการเมืองส่วนใหญ่’ จะรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในการรณรงค์หาเสียง ขณะที่มี 83% ไม่เชื่อ และที่เหลืออีก 13% ยังไม่ตัดสินใจ [3]  

อันที่จริงการสำรวจทำนองนี้ที่ทำกันมาครึ่งศตวรรษแล้วในสหรัฐอเมริกา แทบให้ผลไม่แตกต่างกันเลย คือคนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่านักการเมืองตั้งใจรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน 

หนังสือชื่อ Absent Mandate ที่ผู้เขียนหลักคือ แฮโรลด์ คาร์ก (Harold Clarke) ถึงกับยืนยันว่า “ถือเป็นหลักการแทนที่จะเป็นข้อยกเว้นได้เลยว่า นักการเมืองไม่เอาใจใส่คำสัญญาที่ให้ การเลือกตั้งคือการเลือกว่าจะให้ใครขึ้นมาปกครอง แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องน้อยมากกับนโยบายที่ประกาศไว้กับสาธารณะ” 

งานวิจัยเกี่ยวข้องกับการรักษาคำมั่นสัญญาของนักการเมืองสหรัฐในรอบกว่า 50 ปี

ปีที่ตีพิมพ์ผลการวิจัยช่วงเวลาที่ใช้ศึกษาเปอร์เซ็นต์ของการรักษาคำมั่นสัญญา
19681944–66 72%
19691932–64 80%
19711944–66 72%
1980 1944–7869%
19841912–76 71%
19851960–80 61%
19871945–79 64%
1996 1980–88 52% 
19971977–92 60%
19991976–92 73%
20041997–99 73%
เฉลี่ย67%

วิจัยชี้ว่านักการเมือง ‘ทำตามสัญญา!’

เมื่อทีมวิจัยแคนาดานำโดยฟรองซัวส์ เพทรี (FranÇois Pétry) และคณะ [4] ลองประเมินผลงานของนักการเมืองที่ได้รับเลือกเข้าไปเป็นรัฐบาลรวม 7 รัฐบาลต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ ค.ศ. 1993–2015 โดยแบ่งผลการประเมินเป็น 3 แบบคือ (1) ทำตามที่สัญญาไว้ครบถ้วน (2) ทำตามที่สัญญาไว้บางส่วน และ (3) ไม่ทำตามสัญญาหรือทำไม่สำเร็จ 

ผลลัพธ์ที่ได้กลับสวนทางกับความเชื่อของคนทั่วโลกแบบกลับหัวเป็นหางเลยทีเดียว 

จากคำมั่นสัญญา 828 ข้อที่นักการเมืองในช่วงดังกล่าวให้ไว้ มีอยู่อย่างน้อย 565 เรื่อง (คิดเป็น 68.2%) ที่ทำสำเร็จตามสัญญาหรืออย่างน้อยก็ทำได้บางส่วน ส่วนที่เหลือนั้นคือไม่ได้ทำตามสัญญา 

สรุปง่ายๆ ว่า นักการเมืองแคนาดาทำตามสัญญาได้ถึงราว 2 ใน 3 ของที่เคยสัญญาให้ไว้! 

ผลวิจัยนี้ยังระบุอีกด้วยว่า ไม่มีความแตกต่างอย่างสำคัญระหว่างนักการเมืองจากฟากอนุรักษ์นิยมกับฟากเสรีนิยมแต่อย่างใด 

นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลที่มีเสียงข้างมากทำตามสัญญาได้ดีกว่า โดยทำคะแนนได้ราว 70% ซึ่งเหนือกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ยิ่งเป็นรัฐบาลจากพรรคเดียวยิ่งมีโอกาสทำได้ดี ประเทศที่มีพรรคเดียวปกครองประเทศ ไม่ว่าจะอังกฤษ สวีเดน โปรตุเกส สเปน และแคนาดา ล้วนทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ย  

นักวิจัยเชื่อว่าการที่พรรคการเมืองเสียงข้างมากทำได้ดีกว่าอาจจะมาจากการที่พรรคเหล่านั้นมีอายุการเป็นรัฐบาลที่ยืนยาวกว่า ไม่โดนเลื่อยขาหรือหักขาเก้าอี้โดยง่าย ในทำนองเดียวกัน อีกปัจจัยหนึ่งคือ หากพรรคการเมืองได้รับเลือกซ้ำให้เป็นรัฐบาลกลับเข้ามาอีก ก็จะทำให้มีโอกาสทำตามสัญญาที่รณรงค์ไว้ได้มากขึ้นอีกด้วย   

การศึกษาของแคนาดาชื่อ 2015 Canadian Election Study ก็ยืนยันข้อเท็จจริงไปในทำนองเดียวกัน โดยสรุปคือมีอยู่ 64% (ราว 1 ใน 3 อีกเช่นกัน) ที่นักการเมืองรักษาคำมั่นสัญญาไว้ได้ 

ข้อสรุปที่น่าสนใจที่สุดในการวิจัยดังกล่าวก็คือ ในขณะที่ ‘นักการเมือง’ พยายามรักษาคำมั่นสัญญา แต่ ‘พรรคการเมือง’ กลับไม่ค่อยรักษาคำมั่นสัญญานัก ไม่ว่าจะพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย และเป็นเหมือนกันในประเทศต่างๆ ที่ได้ทำการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบกับกรณีของประเทศแคนาดาอีกด้วย 

ในสหรัฐอเมริกาได้มีการสำรวจทำนองเดียวกันนี้มาครึ่งศตวรรษ ผลลัพธ์ก็ยืนยันว่า แม้คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่านักการเมืองตั้งใจรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน แต่นักการเมืองส่วนใหญ่ก็รักษาสัญญาไว้ได้ราว 2 ใน 3 ของทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการที่ใช้สำรวจด้วย   

คำแนะนำสำคัญสำหรับงานวิจัยทำนองนี้คือ คำถามที่ใช้ในการสำรวจต้องทำอย่างรัดกุม ไม่มีหรือไม่สร้างอคติกับอาสามสมัครผู้เข้าร่วมการทดสอบ ว่าแล้วก็อยากให้มีการสำรวจแบบนี้ในประเทศไทยบ้าง แต่คงต้องรัดกุมกว่าโพลของหลายสำนักที่ทำกันอย่างเอียงกระเท่เร่เห็นๆ กันอยู่   

ทำไมประชาชนถึงไม่เชื่อว่านักการเมืองทำตามสัญญา?

เมื่อไม่นานมานี้ ยังมีเว็บไซต์ชื่อ PolitiFact ที่ตรวจสอบคำมั่นสัญญาของนักการเมืองอย่างใกล้ชิด เช่น ตรวจสอบคำสัญญากว่า 500 เรื่องที่ประธานาธิบดีโอบามาให้ไว้ระหว่างรณรงค์การเลือกตั้ง 2 ปี ผลลัพธ์ที่ได้คือพบว่าเขาทำได้ราว 70% [5]

ขณะเดียวกัน เมื่อตรวจสอบคำสัญญา 53 เรื่องที่ผู้นำพรรครีพับลิกันให้ไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่งในสภาคองเกรสในปี 2010 ผลลัพธ์คือมีอยู่ราว 68% ที่ทำได้สำเร็จหรืออย่างน้อยก็ทำได้บางส่วน 

จะอธิบายได้อย่างไรบ้าง เรื่องที่นักการเมืองพยายามรักษาคำสัญญา แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่คิดเช่นนั้น?

คำตอบสรุปได้ง่ายๆ ว่า สิ่งที่นักวิชาการรัฐศาสตร์ค้นพบกับสิ่งที่ประชาชนเชื่อนั้น ตั้งอยู่บนเกณฑ์ที่ใช้ประเมินที่แตกต่างกันมาก  

พลเมืองทั่วไปไม่ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลผลงานของนักการเมืองแบบเดียวกับที่นักวิชาการทำ แต่พวกเขาใช้ทางลัดข้อมูล (information shortcut) ที่ง่ายกว่ามาก เช่น ความไว้เนื้อเชื่อใจส่วนตัวต่อนักการเมืองผู้นั้น รวมไปถึงทัศนคติและอุดมคติของตัวพวกเขากับนักการเมืองคนนั้นหรือพรรคการเมืองนั้นว่า สอดคล้องกันหรือไม่ ฯลฯ 

ปัจจัยหนึ่งที่ใช้ตัดสินจึงเป็นเรื่องการถือฝักถือฝ่าย แบ่งพรรคแบ่งพวกระหว่างตัวคนตัดสินกับนักการเมืองเหล่านั้นอีกด้วย แม้วิธีการแบบนี้จะไม่ดีที่สุด ไม่เที่ยงตรงที่สุดในการประเมินนักการเมือง 

แต่ก็ทำได้ง่ายกว่ามาก 

ความเป็นไปได้อีกเรื่องหนึ่งคือ ประชาชนไม่ได้พิจารณาเรื่องการทำสัญญาของนักการเมืองคนใดหรือพรรคการเมืองพรรคใดแบบ ‘เพียวๆ’ แต่ยังนำเอาตัวแปรเรื่องผลงานของพรรคตรงกันข้ามมาใช้ในการเปรียบเทียบอีกด้วย เรียกว่าแทนที่จะประเมินแบบ ‘อิงเกณฑ์’ กลับใช้การประเมินแบบ ‘อิงกลุ่ม’ แทน  

ประเด็นสุดท้ายคือ ประชาชนทั่วไปให้น้ำหนักกับคำสัญญาต่างๆ ไม่เท่ากัน ประชาชนเอาใจใส่และประเมินคำมั่นสัญญาจากผลลัพธ์ที่ ‘ส่งผลกระทบ’ กับตัวพวกเขาเองมากที่สุด 

ทั้งหมดที่ว่ามานี้น่าจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปไม่เชื่อว่านักการเมืองจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้

อย่างไรก็ตาม กฎและคำอธิบายทั้งหมดที่ว่าแทบใช้ไม่ได้เลยกับประธานาธิบดีคนหนึ่งของสหรัฐคือ โดนัลด์ ทรัมป์ เพราะ PolitiFact ให้ข้อมูลไว้ว่า ประธานาธิบดีคนที่ 45 ผู้นี้ ขึ้นแท่นเป็นนักโกหกแห่งปีของเว็บไซต์ดังกล่าวประจำปี 2015, 2017 และ 2019 

โดยทำคะแนนได้ท็อปฟอร์มมาก สิ่งที่เขากล่าวแล้วเป็นเรื่องจริงมีเพียง 3% ขณะที่กล่าวออกมาแล้วเนื้อหาส่วนใหญ่พอจะเป็นจริงเสียส่วนใหญ่มีอยู่ 8% แต่ถ้าจริงแค่เพียงครึ่งเดียวมี 12% 

ในทางกลับกัน ส่วนที่กล่าวแล้วผิดเป็นส่วนใหญ่มี 19% และหนักกว่านั้นคือ กล่าวผิดๆ คิดเป็น 37% ด้วยกัน สุดท้าย อันที่มั่วซั่ว คิดเองเออเอง ผิดจนไม่น่าอภัยและก่อความเสียหายมีมากถึง 17% เรียกว่าแทบไม่น่าเชื่อว่า ผู้นำประเทศมหาอำนาจของโลกสักคนจะทำแบบนี้ได้ 

เห็นข้อมูลแบบนี้แล้วอยากให้ PolitiFact มาทำข้อมูลผู้นำสารขัณฑ์จริงๆ อยากรู้มากๆๆๆ เลย! 

References
1 https://www.gesis.org/en/issp/modules/issp-modules-by-topic/role-of-government/2006
2 https://fivethirtyeight.com/features/trust-us-politicians-keep-most-of-their-promises/
3 https://fivethirtyeight.com/features/trust-us-politicians-keep-most-of-their-promises/
4 https://inroadsjournal.ca/politicians-keep-election-promises-matter/
5 https://www.politifact.com/

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Life & Culture

1 Feb 2019

ทรมานแสนสุขสม : เปิดโลก ‘BDSM’ รสนิยมทางเพศที่ตั้งต้นจากความยินยอมพร้อมใจ

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ ชวนสำรวจรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ผ่านการพูดคุยกับสองสาวเจ้าของเพจ Thailand BDSM : Let’s Play and Learn ว่าด้วยนิยาม รูปแบบ คำอธิบายของความสุขในความเจ็บปวด ไปจนถึงความเสี่ยงในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อตามหาผู้มีรสนิยมแบบเดียวกัน พร้อมเก็บบรรยากาศการแสดง ‘ชิบาริ’ โดยศิลปินชาวญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังอย่างถึงเนื้อถึงหนัง

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

1 Feb 2019

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save