fbpx
ชี้ชะตาอนาคตแบรนด์ด้วย ‘ความโปร่งใส’

ชี้ชะตาอนาคตแบรนด์ด้วย ‘ความโปร่งใส’

ถึงไม่ใช่พี่อ้อยพี่ฉอดแห่งคลับไฟรเดย์ เราต่างรู้กันดีว่าเรื่องของ ‘ความเชื่อใจ’ เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกัน ที่จะสร้างขึ้นมาได้ก็ด้วยความเปิดเผย โปร่งใส บอกกันอย่างใจๆ ว่าเราเป็นคนยังไง

แนวคิดเรื่องความโปร่งใสหรือ transparency ในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน จริงๆ แล้วก็สามารถเอามาปรับใช้กับเรื่องของธุรกิจได้ด้วยเหมือนกัน ที่สำคัญ นี่ยังเป็นเทรนด์ของธุรกิจในยุคใหม่ที่จะสร้างความยั่งยืน รักษาฐานที่มั่นในใจผู้บริโภคได้อีกด้วย!

 

จากรายงานของ TrendWatching บริษัทที่เชี่ยวชาญเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก ปัจจัยด้าน ‘ความโปร่งใส’ กำลังกลายเป็นเทรนด์ของโลกธุรกิจในอนาคต จากความต้องการของผู้คนที่เริ่มเกิดความต้องการรู้ข้อมูลต่างๆ ของแบรนด์ที่ตัวเองบริโภค นอกเหนือไปจากข้อเรียกร้องถึงความโปร่งใสของรัฐบาลในประเทศที่ตัวเองอาศัยอยู่ (ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำอยู่แล้ว)

ในการสำรวจจากผู้บริโภคกว่า 10,000 คนทั่วโลก – 78% จากทั้งหมดบอกว่าในความคิดของพวกเขา ความโปร่งใสของธุรกิจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และ 70% บอกว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่พวกเขาจะอยากรู้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของธุรกิจที่จ่ายเงินให้ไป

ความต้องการที่ว่า ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น การมาถึงของสมาร์ทโฟนทำให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของผู้บริโภคทำได้ง่ายขึ้น มีการประมาณเอาไว้ว่าปีที่ผ่านมาปริมาณข้อมูลที่ส่งผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั่วโลกอยู่ที่เจ็ดพันล้านเอกซะไบต์! (ถ้านึกภาพไม่ออก… 1 เอกซะไบต์ = หนึ่งพันล้านกิกะไบต์) ซึ่งไม่แน่ว่าในกระแสของปริมาณข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ ข้อมูลทั้งดีและร้ายของแบรนด์ที่ส่งต่อกันปากต่อปากระหว่างผู้บริโภคอาจย้อนกลับมาทำร้ายแบรนด์ของเรา หากยังไม่เริ่มคำนึงถึงความโปร่งใสและข้อมูลธุรกิจที่ตรวจสอบได้

 

อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกับแบรนด์ต่างๆ ให้ต้องเปิดเผยและโปร่งใสมากขึ้น ก็มีที่มาจากอัตราการ ‘คอร์รัปชัน’ ของภาครัฐและเอกชนที่มากเกินพอดี

ในประเทศแถบลาตินอเมริกา การฉ้อโกงจากรัฐบาลที่เกิดขึ้นจนเป็นข่าวใหญ่หลายต่อหลายครั้งได้ทำลายความเชื่อใจของประชาชน มากกว่าหนึ่งในสามของผู้คนในประเทศเปรูบอกว่าไม่เห็นเลยว่าประธานาธิบดีของพวกเขาจะทำอะไรเพื่อต่อสู้กับการคอร์รัปชันในประเทศ และเกินครึ่งไม่เชื่อถือในเสถียรภาพและความโปร่งใสของรัฐบาลเปรูที่ทำงานให้พวกเขา

กลายเป็นว่า ‘ความไม่เชื่อใจ’ จากภาครัฐ ยิ่งส่งผลให้ประชาชนตระหนักและเรียกร้องถึงความโปร่งใสของภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต ที่มาของวัตถุดิบ ปัจจัยด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและจริยธรรมในการประกอบธุรกิจ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นข้อมูลที่ผู้บริโภคต้องการจะรู้มากขึ้น แม้จะเป็นแบรนด์ที่พวกเขาจะใช้บ่อยๆ เป็นประจำก็ตามที

และอย่าแม้แต่จะคิดว่าจะพยายามตกแต่งข้อมูลความโปร่งใสที่ปล่อยออกมาเพื่อให้แบรนด์ดูดีเพียงอย่างเดียว เพราะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่าอย่างรวดเร็วอย่างที่เห็นตัวเลขไป ถ้าผู้บริโภครู้ว่าข้อมูลที่ว่าเป็นเรื่องโกหก เครื่องมืออย่างโซเชียลเน็ตเวิร์กก็พร้อมเป็นที่แชร์เรื่องฉาวของแบรนด์จนยากที่จะกู้คืนความเชื่อมันกลับมาเหมือนเดิม โดยเฉพาะในยุคที่เราเชื่อถือข้อมูลจากเพื่อนหรือคนรู้จัก มากกว่าข้อมูลแบบออฟฟิเชียลจากแบรนด์ หรือแม้ว่าผู้บริหารของแบรนด์จะลงมาพูดเอง ข้อมูลจากการสำรวจความเชื่อใจของ Edelman Trust Barometer ในปีนี้ก็ให้ตัวเลขเอาไว้ว่ามีคนจำนวนเพียง 37% เท่านั้นที่จะเชื่อคำพูดของพวกเขา

 

เมื่อความโปร่งใสกลายเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อใจ ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ให้สูงมากขึ้น (แถมผู้บริโภคก็พร้อมจะจ่ายมากขึ้นให้กับแบรนด์ที่เปิดเผยข้อมูลด้านต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ด้วย) แล้วจะมีวิธีไหนที่จะสร้างความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจให้เกิดขึ้นได้บ้าง?

เพื่อเป็นการต่อยอดไอเดีย เราอาจลองศึกษาตัวอย่างจากธุรกิจต่างๆ ที่เริ่มผนวกความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลให้กับแบรนด์ของตัวเอง

เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2016 STELLA MCCARTNEY แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงจากอังกฤษได้ออกรายงานผลกำไรขาดทุนด้านสิ่งแวดล้อม โดยแปลงปัจจัยต้นทุนสิ่งแวดล้อมที่ใช้ไปและสิ่งที่ธุรกิจทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นออกมาเป็นตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นแก๊สเรือนกระจก มลภาวะทางอากาศและน้ำ ฯลฯ แทนที่จะเป็นแค่คำสัญญาพีอาร์ลอยๆ ว่าเราจะรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างที่หลายแบรนด์ทำกัน ตัวเลขของผลกระทบต่อโลกจากการผลิตในระยะเวลาสามปีลดลงไปถึง 35% ทำให้ผู้บริโภคเห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าแบรนด์ STELLA MCCARTNEY ได้ช่วยโลกจริงๆ

นอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใสในเรื่องของ ‘ราคา’ ก็เป็นสิ่งที่สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ด้วยเหมือนกัน – Alit บริษัทสตาร์ทอัปที่เน้นด้านธุรกิจไวน์สร้างความแตกต่างให้กับตัวเองจากแบรนด์ไวน์ราคาแพงที่ผู้บริโภคคุ้นเคยด้วยการเปิดเผยรายละเอียดต้นทุนของไวน์แต่ละชนิดอย่างละเอียด ทั้งค่าผลไม้ที่นำมาบ่ม ค่าบ่มไวน์แต่ละขวด ค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการทำงานของทีมงาน (ที่มีแค่ห้าคน) คิดกำไรกี่เปอร์เซ็นต์ต่อขวด จนออกมาเป็นราคารวมตามป้าย ให้คนซื้อได้รู้ว่าในราคาที่จ่ายไป พวกเขาเอาไปใช้ในขั้นตอนไหนเป็นราคาเท่าไหร่ ใครได้อะไรบ้าง

และในบางครั้ง การสร้างความโปร่งใสและข้อมูลที่เปิดเผยได้อาจไม่ใช่แค่กับข้อมูลภายในแบรนด์ของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างสังคมให้ดีขึ้นจากแนวคิดที่ข้อมูลต่างๆ ควรให้ผู้คนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เช่นโปรเจ็กต์ของแบรนด์ RED BULL ที่เปลี่ยนโทรศัพท์สาธารณะตามป้ายรถเมล์ที่ดูไร้ประโยชน์ ให้กลายเป็นเครื่องมือเข้าถึงข้อมูลเวลารถประจำทางที่กำลังจะมาถึงได้ง่ายๆ แค่โทรไปตามเบอร์ที่กำหนด เพราะแม้ว่าจริงๆ แล้วภาครัฐจะมีข้อมูลให้ดู แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสมาร์ทโฟนไว้ใช้เข้าเว็บไซต์ โปรเจ็กต์ที่ว่าจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยสร้างสังคมที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลสาธารณะได้ ที่สำคัญยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ด้วย

 

YouTube video

 

ในโลกที่ความโปร่งใสและความไว้เนื้อเชื่อใจกำลังเป็นที่ต้องการของผู้คน ความยั่งยืนของธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ จะเกิดขึ้นได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค นี่เป็นสัจธรรมของโลกธุรกิจในยุคปัจจุบัน และกำลังเป็นเทรนด์ให้หลายแบรนด์เดินก้าวไปตามเส้นทางของความโปร่งใส

ถึงสิ่งที่เราเล่ามาจะเกี่ยวกับธุรกิจซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าฝั่งรัฐจะนำไปใช้บ้างก็คงดีไม่น้อย

ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างรายละเอียดทริปไปฮาวาย ไปจนเรื่องใหญ่ๆ อย่างสเป็กและราคาเรือดำน้ำ!

 

อ่านเพิ่มเติม

บทความเรื่อง THE FUTURE IS STILL TRANSPARENCY จาก Trend Watching

รายงานเร่ือง TRANSPARENCY TRIUMPH จาก Trend Watching

ข้อมูลการสำรวจ GLOBAL RESULTS จาก Edelman

บทความเรื่อง Study: Brand Transparency Is Incredibly Important to Consumers โดย Conor Cawley จาก Tech.co

MOST READ

Social Problems

14 Aug 2018

เปิดตา ‘ตีหม้อ’ – สำรวจตลาดโสเภณีคลองหลอด

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย พาไปสำรวจ ‘คลองหลอด’ แหล่งค้าประเวณีใจกลางย่านเมืองเก่า เปิดปูมหลังชีวิตหญิงค้าบริการ พร้อมตีแผ่แง่มุมเทาๆ ของอาชีพนี้ที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมาเนิ่นนาน

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

14 Aug 2018

Social Problems

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้เว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Analytics Cookie

    คุกกี้ประเภทนี้มีเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บเพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้เว็บไซต์ต่อไป

Save