fbpx
ค้นหาทองหล่อ-เอกมัยฉบับคนเดินเท้า (1)

ค้นหาทองหล่อ-เอกมัยฉบับคนเดินเท้า (1)

[et_pb_section bb_built=”1″][et_pb_row][et_pb_column type=”4_4″][et_pb_text _builder_version=”3.0.106″ background_layout=”light”]

ชลธร วงศ์รัศมี เรื่องและภาพ

ทองหล่อ – เอกมัย เป็นย่านที่ใครๆ มองว่าจะใช้ชีวิตแถวนี้ได้ต้องมีไลฟ์สไตล์หรูหราน่าตื่นเต้น (อย่างน้อยโฆษณาคอนโดมิเนียมก็บอกเราอย่างนั้น) และเป็นที่อยู่อาศัยแสนสมบูรณ์แบบ จนน่าสงสัยว่าจะเป็นอย่างไรถ้าฉันจะลองเลือกรองเท้าสบายๆ มาสวม แล้วเดินผจญภัยย่านนี้ด้วยตัวเองโดยใช้แค่สองเท้า (สวมหมวกด้วยแดดมันร้อน) โดยลืมไปให้หมดทุกรีวิว และนี่คือสิ่งที่ฉันได้ค้นพบ ตามเวลาที่เดินไปข้างหน้าในช่วงหนึ่งวัน

กินข้าวเช้ากันก่อน

ก๋วยจั๊บราคาถุงละ 35 บาท ในตลาดหน้าโรงแรมมาริออท
ก๋วยจั๊บราคาถุงละ 35 บาท ในตลาดหน้าโรงแรมมาริออท

หกโมงเช้า หลังลงจากรถไฟฟ้าสถานีทองหล่อ ฉันเดินตรงมาเรื่อยๆ ถึงปากซอยสุขุมวิท 57 แล้วก็ได้พบ ‘ตลาดนัด’ เล็กๆ ตรงที่ว่างหน้าอาคารพาณิชย์ เยื้องโรงแรมมาริออท จริงๆ แล้วขอบเขตของทองหล่อมักจะนิยามเพียงแค่ซอยสุขุมวิท 55 แต่ที่นี่นับเป็นตลาดสดแบบไทยๆ คุ้นตา ในช่วงเช้าเพียงแห่งเดียวที่พบได้ในย่าน และมีผู้คนจากทองหล่อไม่น้อยเดินทางมาซื้อหาของสดจากที่นี่ เช่นผัก ปลา เนื้อสัตว์ เครื่องปรุงอาหาร ฯลฯ ตลาดขนาดย่อมแห่งนี้จะสลายตัวเวลาราว 10.00 น. จากนั้นอาคารพาณิชย์ต่างๆ จะเริ่มตื่น และพื้นที่นี้จะกลายเป็นที่จอดรถ

ก๋วยเตี๋ยวใกล้ทางขึ้น BTS ทองหล่อ
ก๋วยเตี๋ยวใกล้ทางขึ้น BTS ทองหล่อ

ชมตลาดพอให้ชื่นใจ แม้หมูกรอบจะดูน่ากินมาก แต่ฉันไม่ได้ซื้ออะไรเพราะนึกไม่ออกว่าซื้อแล้วจะเอาไปกินที่ไหน เพราะอาหารทุกอย่างเหมาะกับซื้อไปกินที่บ้านมากกว่า  จึงเดินย้อนกลับมาใกล้ BTS ทองหล่อ และได้พบกับร้านรวงมากมายเรียงรายตามแนวรถไฟฟ้า มีทั้งร้านขายก๋วยเตี๋ยว ราคา 40-50 บาท ร้านราเมนแบบญี่ปุ่นที่เริ่มต้นที่ 60 บาท ร้านข้าวแกง แผงลอยขายขนมปังปิ้ง หมูปิ้ง ผลไม้ ดอกไม้รับวันพระ ฯลฯ ปากทางเข้าสู่ทองหล่อไม่แตกต่างจากซอยอื่นๆ ในประเทศไทยแต่อย่างใด มีความคึกคักจอแจ พนักงานออฟฟิศ คนทำงานสู้ชีวิตขวักไขว่บนทางเท้าตะปุ่มตะป่ำ  ความเคลื่อนไหวต่างๆ ผ่านไปอย่างเร่งรีบหน้าตึกแถวอมฝุ่นสีหม่น และเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์รับจ้างผู้เป็นเหมือนเส้นเลือดสูบฉีดผู้คนไปทั่วทั้งย่าน

ร้านขายอาหารสดริมทางเท้า พบได้ตลอดสองข้างทางของซอยทองหล่อในช่วงเช้า
ร้านขายอาหารสดริมทางเท้า พบได้ตลอดสองข้างทางของซอยทองหล่อในช่วงเช้า

เมื่อเดินเข้ามาในซอย กิจกรรมเศรษฐกิจริมทางเท้าก็ยังไม่หมดลง มีแต่จะเห็นมากขึ้นๆ เช่นร้านขายไก่ที่อยู่ตรงข้ามมัสยิดด่อฮีรุ้ลอิสลามร้านนี้ เมื่อเดินต่อมาจะเห็นแม่ค้าตั้งโต๊ะชั่วคราวขายกับข้าวสดอีกเป็นระยะๆ และมีแทบทุกอย่าง แน่นอนว่าพอเข้าช่วงสาย เมื่อผู้คนขวักไขว่หนาแน่นมากขึ้น พื้นที่ขายอาหารสดราคาย่อมเยาเหล่านี้ก็จะหายไป และเป็นช่วงเวลาที่ร้านขายข้าวแกงและร้านอาหารที่มีกำลังจ่ายค่าเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้จะเริ่มต้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจบ้าง

ร้านขายอาหารมื้อสาย (brunch) ซึ่งขายอาหารเช้าตลอดทั้งวัน เป็นร้านอีกลักษณะหนึ่งที่พบได้มากในย่าน
ร้านขายอาหารมื้อสาย (brunch) ซึ่งขายอาหารเช้าตลอดทั้งวัน เป็นร้านอีกลักษณะหนึ่งที่พบได้มากในย่าน

ร้านขายอาหารมื้อสาย (brunch) เป็นร้านอีกรูปแบบหนึ่งที่มีให้เลือกมากมายในทองหล่อ การได้ตื่นสายๆ แล้วมานั่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่ทุกอย่างสวยงาม เป็นระเบียบ แต่มีความคึกคักจากการสนทนารอบตัวอยู่ในที มีอาหารที่จัดเตรียมอย่างพิถีพิถันอยู่ตรงหน้า ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยสูบซับความเหน็ดเหนื่อยจากชีวิตคนเมืองไปได้ไม่น้อย การกินบรันช์จึงเป็นการเสพความสดชื่นรื่นเริงอันลึกซึ้งที่ซ่อนแทรกอยู่ในน้ำส้มคั้นสด ออมเล็ตที่พนักงานบรรจงตะล่อมคือความช้าที่ชีวิตไม่ค่อยอนุญาตให้เราได้ช้า มะเขือเทศออร์แกนิกและฟักทองญี่ปุ่นย่างล้วนบอกกับเราว่าโลกนี้ยังมีสิ่งจริงแท้ อย่างน้อยก็ในอาหารตรงหน้า

 

ทางเดินที่ใช่

จักรยาน ถนน กรุงเทพ

ฉันยังคงเดินลัดเลาะอยู่ในตรอกซอกซอยต่างๆ ของทองหล่อและพบว่ามีทั้งเส้นทางที่เดินง่าย (ทางราบเรียบ ทางเท้ากว้าง) และเดินยาก (ลักษณะตรงข้ามกับทางเดินง่าย) สลับๆ กันไป แต่ที่แน่ๆ คือมีร่มไม้คอยให้ร่มเงาอยู่เยอะหากเทียบกับหลายๆ ย่านในกรุงเทพฯ และมีสิ่งน่าดูเป็นระยะๆ เช่นร้านรวงที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่ถึงขนาดเป็นย่านธรรมชาติหรือศิลปวัฒนธรรมที่เหมาะกับการเดินเท้าตลอดทั้งเส้นทางขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ริมทางในทองหล่อขาดสิ่งสำคัญคือพื้นที่สาธารณะที่จะนั่งพักได้ หากคุณเป็นขาวิ่งหรือขาเดิน

ทางเดินที่มีร่มไม้จากบ้านส่วนตัวคอยให้ร่มเงาเป็นระยะ กรุงเทพ
ทางเดินที่มีร่มไม้จากบ้านส่วนตัวคอยให้ร่มเงาเป็นระยะ

อย่างไรก็ตามเรายังได้เห็นการพัฒนาพื้นที่สาธารณะร่วมกันระหว่างเอกชนและชุมชนอยู่บ้าง เช่นพื้นที่ของสวนครูองุ่น มาลิก ข้างสถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อซอย 3 ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปมาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ได้ท่ามกลางสวนเขียวสด หรือพื้นที่สาธารณะในตึกโปร่งสถาปัตยกรรมแบบยุคอุตสาหกรรมในซอย 17 ของคอมมูนิตี้มอลล์ ‘The Common’ ซึ่งเปิดให้ผู้คนทั่วไปเข้าไปใช้งานได้ โดยจะซื้อสินค้าจากโซนขายสินค้าหรือไม่ก็ได้ นับว่าเป็นที่นั่งพักและพื้นที่พบปะยอดนิยมของชาวทองหล่อในเวลานี้

พื้นที่สาธารณะที่สนับสนุนโดยคอมมูนิตี้มอลล์ชื่อว่า The Common
พื้นที่สาธารณะที่สนับสนุนโดยคอมมูนิตี้มอลล์ชื่อว่า The Common ซึ่งเปิดให้ผู้คนเข้ามาใช้ได้อย่างอิสระ และเข้าถึงได้ง่ายจากการเดินเท้า

ฉันเดินต่อไปจนกระทั่งมาถึงร้านสะดวกซื้อ แล้วคว้าโอเด้งร้อนๆ มาหลากหลายชนิดเพื่อเป็นกำลังสำหรับเดินต่อไป ร้านสะดวกซื้อและซุปเปอร์มาเก็ตละแวกนี้มีเครื่องปรุง อาหารสำเร็จรูป และเครื่องดื่มหลายอย่างที่รองรับความต้องการของคนญี่ปุ่น เพราะมีคนญี่ปุ่นอยู่ในย่านมาก (มีกระทั่งตู้หยอดกาชาปอง) ตามคำบอกเล่าของคนที่อยู่แถวนี้กล่าวว่า มีคนญี่ปุ่นอยู่ที่นี่มาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

โอเด้งหลากหลายชนิดราคาย่อมเยาในร้านสะดวกซื้อ
โอเด้งหลากหลายชนิดราคาย่อมเยาในร้านสะดวกซื้อ

หนุ่มพนักงานเงินเดือนคนหนึ่งใช้ชีวิตย่านทองหล่อ-เอกมัยอย่างไร

 

สายวันนี้ฉันมีนัดกับชายหนุ่มอายุ 26 ปีคนหนึ่ง เขามีอาชีพเป็นภัณฑารักษ์ทางเนื้อหา (content curator) ของสตาร์ทอัพอย่าง Storylog.co  ‘ไข่’ พักอยู่ในโฮมออฟฟิศที่เอกมัย ซอย 2 โดยเขาทั้งทำงานและอยู่ที่นี่ โดยช่วยดูแลบ้านเป็นการตอบแทนการได้พักอาศัย ไข่ขี่จักรยานไปมาระหว่างทองหล่อ-เอกมัยเป็นประจำ ไข่เป็นคนที่บอกกับฉันว่า  “คนอาจมองว่าคนอยู่ทองหล่อ-เอกมัยเป็นคนรวย แต่ผมเจอคนมากมายที่ทำให้รู้สึกว่าจริงๆ เขาไม่ใช่คนรวยนะ แต่เขาต่อสู้เพื่อให้ได้มาอยู่ในย่านแบบนี้ครับ”

'ไข่' คนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตอย่างคล่องตัวและมีสีสันในย่านเอกมัย
‘ไข่’ คนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตอย่างคล่องตัวและมีสีสันในย่านเอกมัย

‘ย่านแบบนี้’ ในความหมายของไข่คือย่านที่ไข่ตื่นสัก 7 โมง ออกจากบ้านสัก 8 โมง เรียกแกร็บคาร์ไปสวนเบญจศิริ วิ่งตอนเช้า กลับเข้าบ้าน 9 โมง อาบน้ำ จากนั้นก็ปั่นจักรยานไปซุปเปอร์มาเก็ตเปิด 24 ชั่วโมงที่เขาซื้อกับข้าวมาทำเองบ่อยๆ หรือโทรสั่งอาหารจากไลน์แมนที่เต็มใจเข้ามาย่านนี้ไม่ได้ขาด แล้วเข้าทำงานตอน 10 โมงครึ่ง ตอนเย็นเต็มไปด้วยทางเลือกในการทำกิจกรรมมากมาย ทั้งการเล่นฟิตเนสที่จะได้เจอแต่เทรนเนอร์หัวกะทิ กินอาหารอร่อยๆ ชวนเพื่อนไปผับเพื่อแฮงก์เอาท์ เดินดูแกลอรี สตูดิโอศิลปะต่างๆ ที่แทรกอยู่หลายแห่งในย่าน บางวันอาจนั่งทำงานต่อในร้านกาแฟดีๆ และถ้าจะไปเดินทางไปไหนก็ไปได้อย่างรวดเร็วได้ด้วยรถไฟฟ้าและเรือ

ไม่เพียงเท่านั้นไข่บอกว่า ‘ชุมชน’ ก็น่ารักไม่แพ้กัน  “ซอย 4 จะมีร้านตัดผมชื่อว่า ‘ติ๋ว บาร์เบอร์’ คนในออฟฟิศจะชอบไปกันมาก เจ้าของร้านแกตัดผมที่นี่มานานมากจนแกขยายร้านของแกได้ แกเป็นช่างตัดผมที่เฮฮา คุยสนุก เช่นแกจะถามเราว่ากินเบียร์หรือกินน้ำเปล่า พอเราบอกเบียร์ แกเปิดเบียร์เลี้ยงเลย ตัดผมไปตัดผมมากินเบียร์กัน คุยกันถูกคอ นั่งกินเบียร์กันต่ออีก กลายเป็นว่าค่าเบียร์ที่เขาเลี้ยงเยอะกว่าค่าตัดผมอีก ได้ข่าวว่าตอนนี้เขาหมักเบียร์เองแล้วนะครับ

“แถวทองหล่อ-เอกมัยมีคนญี่ปุ่นเยอะ เราจะเห็นการรวมตัวกันและสร้างวัฒนธรรมน่ารักๆ ขึ้นมา เช่นเอกมัยซอย 2 ทุกวันอังคารจะมีคนญี่ปุ่นทำขนมปังมาขอพื้นที่หน้าโรงแรมขาย ตั้งโต๊ะเล็กๆ ขายวันเดียวต่อสัปดาห์ ตอนเย็นๆ แม่บ้านญี่ปุ่นหลังมารับลูกที่โรงเรียนอนุบาลก็จะมาซื้อกัน มันเป็นซอยแต่ผมรู้สึกว่าเป็นซอยที่มีความเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ในนั้นนะครับ ไม่รู้ว่าเขาไปรู้จักกัน ไปสร้างชุมชนกันได้ยังไง แต่เห็นได้ว่าเขาเชื่อมกัน”

ไข่บอกว่าเขามีหลายวิธีช่วยให้ใช้ชีวิตอยู่ในย่านที่ค่าครองชีพสูงนี้ได้อย่างรุ่มรวยพอสมควร  “ถ้ามองโดยสายตาแล้วเอกมัยค่าครองชีพแพงจริง กินข้าวมื้อหนึ่งต้องจ่ายมื้อละร้อยขึ้นไป แต่ถ้าอยู่มาสักพักจะรู้ว่ามีร้านเล็กๆ ไม่แพงมาก อยู่ในเรท 40-50 บาท แต่ถือว่ายังมี โอเคอยู่”

นอกจากการบริการจัดการค่าอาหารแล้วไข่ยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากนัก ไข่ใช้จักรยานเป็นประจำซึ่งเขากล่าวว่าเขาไม่ใช่สายปั่นเพื่อสุขภาพแต่ปั่นเพื่อความสะดวกล้วนๆ  “ผมว่าถนนเอกมัยรถเยอะจนไม่มีที่ให้กับจักรยาน เวลาเราปั่นจักรยานต้องชิดซ้าย แต่ถนนฝั่งซ้ายกลับไม่ค่อยเวิร์กต่อการปั่น บางทีถนนแตกมีร่อง เราต้องหลบร่อง เบี่ยงขวา รถก็มาเร็วอีก ส่วนทองหล่ออย่างผมปั่นมาสตาร์บัคส์ จะเจอรถยนต์จอดกินเลนไปเลนหนึ่งเป็นประจำ ซึ่งทำให้รู้สึกว่าเสียดายครับ จะมีคำถามเสมอว่าทำไมเขาถึงจอดกินเลนไปหนึ่งเลนได้”

ปากทางเอกมัยซอย 4 กับทางเท้าที่ไม่มีทางลาด ซึ่งเราจะได้เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติยกกระเป๋าล้อเลื่อนขึ้นลงเมื่อมาถึงรอยต่อของทางเท้านี้อยู่เสมอ ซึ่งผู้พิการหรือใช้วีลแชร์ก็จะพบความไม่สะดวกจากการใช้ทางเท้าเช่นนี้เช่นกัน
ปากทางเอกมัยซอย 4 กับทางเท้าที่ไม่มีทางลาด ซึ่งเราจะได้เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติยกกระเป๋าล้อเลื่อนขึ้นลงเมื่อมาถึงรอยต่อของทางเท้านี้อยู่เสมอ ซึ่งผู้พิการหรือใช้วีลแชร์ก็จะพบความไม่สะดวกจากการใช้ทางเท้าเช่นนี้เช่นกัน

ไข่ใช้รูปแบบการเดินทางหลากหลายผสมผสานกัน เมื่อต้องเดินทางระยะใกล้เขามักจะใช้แท็กซี่ เมื่อไปไกลๆ เขาจะเลือกรถไฟฟ้าและเรือโดยสารในคลองแสนแสบ ใช้แอ็พพลิเคชันเช็กเส้นทางเพื่อโดยสารรถเมล์ในบางครั้ง บางครั้งเขาเดินเท้าและขี่จักรยานจนมีเวลาสังเกตสิ่งที่อยู่รอบตัว และบางครั้งเขาก็ไม่เดินทางไปไหนเลย

“อย่างหนึ่งที่รู้สึกคือพอมาอยู่แถวๆ เอกมัยเมื่อ 2 ปีก่อน เริ่มรู้ตัวเองว่าเราเป็นคนติดสบายขึ้นมากๆ อย่างตอนผมอยู่แถววัชรพล-สะพานใหม่ แกร็บคาร์คนขับยังน้อย แทบไม่มีเลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องของการสั่งอาหาร แต่พอมาในย่านนี้ คนขับแกร็บมารับเราได้เยอะมาก สั่งอาหารกับไลน์แมน คนขับพร้อมส่ง หรือแม้กระทั่งการสั่งพวกข้าวของเครื่องใช้ บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองติดความสะดวกของความเป็นย่านเมืองที่แอ็พพลิเคชันมารองรับเยอะเหมือนกัน มีบางอาทิตย์ที่ไม่ออกไปไหนเลยก็มีครับ เลิกงานก็อยู่ตรงนี้ หรือเต็มที่ก็สั่งอะไรมากิน เรามีบัตรเครดิตใบเดียว ทำอะไรออนไลน์ได้ทั้งหมด ไม่ต้องออกไปไหนก็ช็อปปิ้งอยู่บ้านได้ บริษัทมีสวัสดิการข้าวกลางวันให้ด้วย ซึ่งบางครั้งมื้อเย็นเราก็เหลือจากกลางวันนั่นแหละ ก็ประหยัดไปได้”

พนักงานขับรถส่งอาหารและสินค้าต่างๆ ที่ถูกส่งตรงมาจากบริษัทหลังการชำระเงินค่าอาหารทางบัตรเครดิต พบได้มากและแทบจะตลอดเวลาในย่านเอกมัย-ทองหล่อ สนับสนุนสังคมไร้เงินสดให้เป็นไปได้จริงในย่านนี้
พนักงานขับรถส่งอาหารและสินค้าต่างๆ ที่ถูกส่งตรงมาจากบริษัทหลังการชำระเงินค่าอาหารทางบัตรเครดิต พบได้มากและแทบจะตลอดเวลาในย่านเอกมัย-ทองหล่อ สนับสนุนสังคมไร้เงินสดให้เป็นไปได้จริงในย่านนี้

ไข่เล่าให้ฟังว่าชีวิตทำงานของเขาค่อนข้างสนุกสนาน เต็มไปด้วยบรรยากาศการทำงานแบบคนรุ่นใหม่ที่กระฉับกระเฉง ได้เจอผู้คนที่น่าสนใจแทบทุกวัน และได้รับความคิดสร้างสรรค์จากการอยู่ในย่านนี้ นอกเวลางานที่นี่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ได้หลากหลาย นอกจากงานประจำ ไข่เล่าให้ฟังว่าช่วงนี้เขาพยายามเขียนสารคดีเกี่ยวกับชีวิตกลางคืนในซอยคาวบอย ซึ่งการเดินทางด้วย BTS จากเอกมัยไปซอยคาวบอยก็แสนจะง่ายดาย หรือถ้าจะไปฟังดนตรีดีๆ ที่ถนนข้าวสารก็ไม่ยากเช่นกัน

“เวลาไปข้าวสารใช้เรือครับ สะดวกมาก ไปขึ้นที่ท่าเรือทองหล่อ ท้ายซอยทองหล่อ (นั่งรถเมล์แดง 7 บาทไปท่าเรือจากต้นซอยได้) ถ้าเราไม่อยากอยู่แถวนี้ก็จะนั่งเรือไปขึ้นที่ข้าวสาร ไปหอสมุดกรุงเทพฯ บ้าง ถ้ากลับไม่ดึกก็นั่งเรือกลับมา เรือหมดไม่เกินสองทุ่ม สำหรับเรือผมให้ค่าเท่าๆ กับมอเตอร์ไซค์ พอจะกะเวลาได้ แต่ยังมีความอันตรายอยู่ ผมรู้สึกว่าจริงๆ ชีวิตเมืองจะง่ายมากถ้าเรารู้ตารางการเดินทางทั้งหมด รู้ผังและเวลาที่รถหรือเรือจะมาล่วงหน้าก็จะดี ตอนนี้ผมวางแผนการเดินทางจากรถไฟฟ้าเป็นหลักก่อนครับ ดูว่าถ้าตั้งต้นจากที่มีรถไฟฟ้าจะไปทางไหนสะดวกกว่ากัน”

เรือโดยสารในคลองแสนแสบที่ท่าเรือทองหล่อ พื้นที่ด้านขวาของเรือ คือตลาดซึ่งเปิดทุกวันเวลา 14.00-20.00 น. อัดแน่นด้วยสินค้าเหมือนตลาดนัดทั่วไปขนานไปกับพื้นที่แคบๆ ริมฝั่งคลอง

 

“คนที่ขึ้นเรือมีหลากหลาย นอกจากพนักงานออฟฟิศก็จะมีพ่อค้าแม่ค้า เพราะเรือจะไปถึงโบ๊เบ๊ พ่อค้าแม่ค้าซื้อเสื้อผ้าจากโบ๊เบ๊แล้วขึ้นเรือกลับได้เลย มีนักท่องเที่ยวบ้างประปราย  เรือในคลองแสนแสบมาถี่อยู่แล้วครับ ไม่เกิน 5 นาทีก็มาแล้ว แต่เรือจะแน่นมากช่วงเลิกงาน  แน่นยิ่งกว่ารถไฟฟ้าอีก เราต้องรอเรือประมาณ 5-6 ลำ กว่าจะได้ขึ้น โดยเฉพาะถ้าไปขึ้นที่ท่าเรืออโศก จะเห็นได้ชัดว่าแน่นมากจริงๆ ผมว่าพอพูดถึงชีวิตคนทำงานออฟฟิศ จะเห็นภาพว่าอยู่ย่านอโศกมากกว่าเอกมัยหรือทองหล่อ ถ้าเอาแว๊บแรกๆ เร็วๆ ภาพของอโศกจะขึ้นมาปุ๊บเลย” ไข่กล่าว

ทองหล่อ-เอกมัยสำหรับคนมีครอบครัว

นับว่าย่านทองหล่อ-เอกมัย เป็นย่านที่เอื้อต่อรูปแบบการใช้ชีวิตที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่อย่างไข่และช่วยปลดปล่อยศักยภาพให้คนรุ่นใหม่อย่างเขาทำอะไรได้มากมายและมีเวลาคุณภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนมีครอบครัว มีความคิดเห็นต่อย่านนี้อย่างไร  ‘ซู’ นักธุรกิจสาวสวยบุคลิกดีวัย 40 กว่าปีชาวเกาหลีกล่าวว่าบางครั้งย่านที่ดูเหมือนมีข้อดีเพียบพร้อมก็มีข้อเสียเหมือนกัน

ฉันพบซูที่วัดเกาหลีชื่อว่า ‘ฮันมาอึม ซอนวอน’ ซึ่งเป็นวัดพุทธมหายานในเอกมัย ซอย 4 ซึ่งเปิดมาได้ 19 ปีแล้ว ในขณะที่ศาสนิกชนชาวเกาหลีราว 30 กว่าคนกำลังซ้อมร้องเพลงเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชาอย่างไพเราะและตั้งใจ

วัดเกาหลีชื่อว่า ‘ฮันมาอึม ซอนวอน’ ในเอกมัย ซ.4 อีกศูนย์รวมคนเกาหลีในย่านเอกมัย
วัดเกาหลีชื่อว่า ‘ฮันมาอึม ซอนวอน’ ในเอกมัย ซ.4 อีกศูนย์รวมคนเกาหลีในย่านเอกมัย

“คนเกาหลีมาอยู่เมืองไทยประมาณ 15,000 คนทั้งกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ เยอะมากค่ะ แต่คนถือคริสต์ประมาณครึ่งหนึ่ง คนคริสต์วันอาทิตย์เขาไปโบสถ์ แต่คนถือศาสนาพุทธ ปีละครั้งหนึ่งมาก็โอเคแล้ว เป็นเรื่องปกติ คนไทยก็เหมือนกันใช่ไหมคะ” ซูถามยิ้มๆ

“สมัยก่อนในกรุงเทพฯ มีโบสถ์คริสต์ตั้ง 20-30 ที่ แต่วัดของเกาหลีไม่มี ครั้งแรกเลยคนเกาหลีเลยรวมตัวกันมาตั้งวัดครั้งแรกอยู่แถวนี้ คนเกาหลีส่วนมากอยู่ย่านเกาหลี สุขุมวิท เยอะค่ะ คนเกาหลีที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยชอบมาวัดวันอาทิตย์ มีสัก 27 คนที่มาประจำ ถ้ารวมเด็กคนก็ 30 กว่าคน มาจากทั่วกรุงเทพฯ วันวิสาขบูชาเราจะถวายร้องเพลงด้วย จริงๆ ถวายมีหลายอย่างใช่มั้ยคะ ดอกไม้ ผลไม้ แต่ว่าถวายร้องเพลงด้วยก็เป็นความหมายที่ดี ตอนเย็นที่นี่จะสวยมาก จะจุดเทียน ทำกับข้าวกินกัน” ซูเล่าถึงกิจกรรมวันวิสาขบูชาซึ่งวัดฮันมาอึมฯ จัดเป็นประจำทุกปี

บรรยากาศการซ้อมร้องเพลงเป็นพุทธบูชาซึ่งมีทั้งความจริงจังและสดชื่นเบิกบาน
บรรยากาศการซ้อมร้องเพลงเป็นพุทธบูชาซึ่งมีทั้งความจริงจังและสดชื่นเบิกบาน

“ดิฉันมีลูก 3 คนค่ะ ดิฉันจริงๆ อยู่สังคมไทยมากกว่า ทำงานในเมืองไทยที่เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และสามีเป็นคนไทย ชอบเอกมัย-ทองหล่ออยู่แล้วค่ะ เมื่อก่อนอยู่บ้านเอกมัย ซอย 12 แต่ตอนนี้ย้ายไปอยู่บางนาแล้ว อยู่ในเมืองจะสะดวกสบายกว่า แต่ว่าเรื่องสุขภาพเรื่องอากาศบางนาจะดีกว่าเยอะ ตอนอยู่เอกมัยลูกไม่สบายบ่อยๆ เป็นภูมิแพ้ ไปนอนโรงพยาบาลบ่อยมากเลย แต่ตอนนี้ไม่มีอาการแล้วค่ะ

“มาเมืองไทยนานจนเรารู้สึกชอบอากาศที่เกาหลีมากกว่า เพราะว่ายังไงก็มี 4 ฤดู อาจจะอยู่นานเกินจนอารมณ์รู้สึกเหมือนคนไทยน่ะ อยากอยู่อากาศเย็นๆ ไม่เอาร้อนแล้ว ไม่ชอบแอร์คอนดิชันเนอร์ ร้อนก็ร้อนได้แต่เช้าเย็นขอให้สบาย แต่กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้เราอาศัยพึ่งแต่แอร์อย่างเดียวในชีวิต เราเบื่อแล้ว”

ซูกล่าวว่าเธอไม่ได้อยากใช้ชีวิตในห้องแอร์หรือกระทั่งขับรถยนต์ เธอก็อยากเดินเช่นกัน

“ที่เกาหลีคนเดินกันเยอะ น่าจะเป็นเพราะเกาหลีใช้ผังเมืองใหม่ แต่กรุงเทพฯ ถือว่าเป็นผังเมืองเก่า มีปัญหาที่ดินแพงขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นจะซื้อมาทำถนนยาก รถยนต์ก็แพงกว่าที่เกาหลีเพราะค่าภาษีสูง และผลิตรถยนต์เองไม่ได้ แต่คนต้องยอมซื้อเพราะขนส่งสาธารณะไม่สะดวก ทางเดินเพื่อคนยังไม่ค่อยมี มีแต่ทางเดินเพื่อรถ แต่รถก็ไปไม่ได้อีก เกาหลีก็เหมือนกันค่ะ วางแผนดีๆ ก็ยังติดอยู่ เป็นลักษณะของเมืองที่เป็นแค็ปปิตอล (มหานคร)”

เช่นเดียวกับซู ‘รศ.ทพ.สุรกิจ’ เป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังจะย้ายบ้านจากย่านกลางเมืองไปบางนาเช่นเดียวกัน ฉันพบคุณหมอสุรกิจที่สวนครูองุ่น ในทองหล่อ ซอย 3 ขณะที่กำลังมีการจัดกิจกรรมของโรงเรียนมาร์แตเดอี ซึ่งลูกสาวอายุ 7 ขวบของคุณหมอเรียนอยู่ คุณหมอเป็นคนหนึ่งที่เดินทางมาทำงานแถวต้นซอยทองหล่ออยู่หลายปี

 

สวน 'ครูองุ่น มาลิก' หนึ่งในพื้นที่สาธารณะใจกลางทองหล่อ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์มาแล้วมากมาย
สวน ‘ครูองุ่น มาลิก’ หนึ่งในพื้นที่สาธารณะใจกลางทองหล่อ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์มาแล้วมากมาย

“ส่วนใหญ่แล้ว สถานีที่สองรองจากบ้านก็คือที่ทำงานครับ โชคดีที่ที่ทำงานใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า เลยกลายเป็นจุดเชื่อมต่อที่สองรองจากบ้าน เสียดายว่าบ้านอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าพอสมควร ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เวลาจะไปไหนผมจะจอดรถไว้ที่ทำงาน แล้วจากที่ทำงานค่อยกระจายไปด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งมันเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเราใช้พื้นที่บนท้องถนน เราไปไม่ทันหรอก แล้วเราก็เหนื่อย เราเสียเวลาบนถนนไปมาก

คุณหมอสุรกิจและภรรยา
คุณหมอสุรกิจและภรรยา

“อย่างลูกก็โชคดีที่มาแตร์ฯ เข้าตั้งแต่ 7 โมงเช้า เพราะฉะนั้นเราจะออกเร็วกว่าคนที่ไปทำงานนิดหนึ่ง นี่คือโชคดีนะครับ แต่ตอนเย็นลำบาก เพราะว่ารับลูกบ่าย 3-4 โมง ยังไงก็ติด บางทีก็ไปรับด้วยรถไฟฟ้า แล้วเอาเขาเข้ามาที่ทำงานแล้วค่อยกลับบ้านด้วยกัน จะเป็นอย่างนั้นมากกว่า ขับรถก็ไม่มีที่จอดรถ อย่างมางานวันนี้ก็ไม่มีที่จอดรถ เราก็วนไปตามหาที่ตามหลืบตามซอยครับ”

คุณหมอกล่าวว่าอยากให้ลูกเติบโตอย่างมีอากาศบริสุทธิ์ให้หายใจและใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ย้ายไปอยู่บ้านย่านชานเมือง และแน่นอนว่าเพื่อจะเข้าสู่ใจกลางเมือง การเอารถมาจอดไว้ที่ทำงานย่อมเป็นทางเลือกลงตัว ทว่าฉันเกิดคำถามว่า สำหรับคนที่ไม่มีรถยนต์ ไม่มีบ้านชานเมือง จะเข้าถึงภาพชีวิตที่ดี อากาศบริสุทธิ์ และความรุ่มรวยมีสีสันของชีวิตเมืองไปพร้อมๆ กันได้อย่างไร

ของดีก้นซอย

ร้านอาหารญี่ปุ่น 'ไซยะ' ของคุณนิชิฮิระ หรือ ‘พี่เป้’

ช่วงเย็น ฉันเดินหาอะไรในกินในย่านทองหล่อแล้วก็ได้เจอกับร้านอาหารญี่ปุ่น ‘ไซยะ’ ของคุณนิชิฮิระ หรือ ‘พี่เป้’ ซึ่งมาอยู่เมืองไทยได้ 4 ปีแล้ว พี่เป้เป็นคนญี่ปุ่นที่มีความสุขกับการไปวัด โดยมีวัดภาษีเจริญเป็นวัดประจำ ส่วนวัดชื่อดังในอุดรธานีหรือนครศรีธรรมราชพี่เป้ก็ไปมาหมดแล้ว

“ที่นี่คนญี่ปุ่นเยอะ สะดวก อะไรก็มี อโศกไฮโซ ที่นี่ 4 ปีก่อนธรรมดา แต่พอขยายรถไฟออกไป ทองหล่อก็จะเริ่มอัพขึ้น ไฮโซขึ้นๆ” พี่เป้กล่าวด้วยภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่น

ร้านอาหารญี่ปุ่น 'ไซยะ' ของคุณนิชิฮิระ หรือ ‘พี่เป้’
พี่เป้และร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศเรียบง่าย

“ร้านเราทำอาหารจังหวัดโอโกยามา บ้านนอกของญี่ปุ่น น้องสาวก็ทำร้านอาหาร รสชาติคุณแม่ ลูกค้าคนญี่ปุ่นที่มากินจะบอก เนี่ย รสชาติเหมือนสมัยมากินตอนเด็กๆ เลย  ที่ร้านจะมีอาหารญี่ปุ่นกับอาหารไทย ถ้าเป็นอาหารไทยจะเป็นรสชาติคนไทยจริงๆ ถ้าลูกค้าอยากลดรสจัดลงก็จะลดให้ แต่พยายามจะบอกก่อนว่าเป็นรสชาติคนไทยนะ ธรรมดาที่อื่นขายอาหารไทยไม่ค่อยเผ็ด แต่ที่นี่จะไม่ทำอาหารไทยให้ถูกปากคนต่างชาติค่ะ”

ร้านของพี่เป้ตั้งอยู่สุดซอย 7 ของย่านทองหล่อ มีบรรยากาศอบอุ่นเรียบง่ายเหมือนกินข้าวบ้านเพื่อน ลูกค้า 80% เป็นชาวญี่ปุ่น อาหารมีหน้าตาง่ายๆ ไม่ซับซ้อนแต่สดใหม่และอร่อยมาก อีกทั้งยังราคาไม่แพงเพราะเพิ่งเปิดมาเพียงปีกว่า ‘วิไล’ ผู้จัดการร้านกล่าวว่าปัจจุบันนี้ยังมีลูกค้าคนไทยน้อยกว่าคิดไว้ หนึ่งในสาเหตุนั้นเป็นเพราะขาดแคลนที่จอดรถ

“ลูกค้าบ่นเยอะมากค่ะว่าแถวนี้หาที่จอดรถยากมาก ร้านเรามีที่จอดได้หนึ่งคัน หรือไม่ก็ไปจอดตามซุปเปอร์มาเก็ตแล้วค่อยเดินมากิน แต่แนะนำว่าถ้าจะดื่มไม่ต้องเอารถมาดีกว่า สะดวกกว่าเยอะ บางทีก็ต้องมาเลื่อนรถ เพื่อนจะมาก็บอกว่าหาที่จอดรถให้หน่อยได้มั้ย เราก็บอกว่าต้องวัดดวงเอา ถ้ามีก็จอดข้างๆ กำแพง”

พี่เป้กล่าวว่าในย่านทองหล่อยังมีร้านอาหารดีๆ ที่หลบอยู่ตามซอกซอย หรือห้องเล็กๆ ใต้อาคารที่พักอาศัยอยู่มาก ร้านเหล่านี้ถ้าไม่เดินเท้าเข้ามาจะไม่พบเลย และแนะนำให้ฉันไปกินราเมนเจ้าอร่อยที่ใต้คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่เจ้าของซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นอาศัยพื้นที่แคบๆ เปิดร้าน

บรรยากาศในร้านของพี่เป้ ชาวญี่ปุ่นในย่านทองหล่อส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงาน ซึ่งบริษัทส่งมาประจำการที่ไทย ชาวญี่ปุ่นเหล่านี้จะเข้ามาพบปะสังสรรค์ตามร้านอาหารที่มีเจ้าของชาวญี่ปุ่นเป็นประจำ
บรรยากาศในร้านของพี่เป้ ชาวญี่ปุ่นในย่านทองหล่อส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงาน ซึ่งบริษัทส่งมาประจำการที่ไทย ชาวญี่ปุ่นเหล่านี้จะเข้ามาพบปะสังสรรค์ตามร้านอาหารที่มีเจ้าของชาวญี่ปุ่นเป็นประจำ

อิ่มจากร้านอาหารของพี่เป้ ฉันรวบตะเกียบด้วยความอิ่มเอม แล้วเตรียมเดินท่องทองหล่อภาคกลางคืนต่อไป การเดินเท้าทำให้ฉันไปถึงแต่ละจุดหมายอย่างเชื่องช้า แต่ก็ทำให้ได้พบสิ่งที่น่าสนใจมากมายเช่นกัน

พบกับการเดินทางต่อไปในย่านทองหล่อ-เอกมัย กับการเดินเท้าหาที่ประทับใจในยามค่ำคืน ได้ที่ ค้นหาทองหล่อ-เอกมัยฉบับคนเดินเท้า (2)

[/et_pb_text][et_pb_text admin_label=”box” _builder_version=”3.0.106″ background_color=”#eaeaea” background_layout=”light”]

ในไทย ก็มีโครงการส่งเสริมการเดินที่เรียกว่า GoodWalk Thailand อยู่ (ดูได้ที่ goodwalk.org) เป็นโครงการของศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UddC) ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินการศึกษาตั้งแต่กลางปี 2557 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินของผู้คนในพื้นที่เมืองในชีวิตประจำวัน

GoodWalk เป็นการศึกษา ‘การเดินได้’ ของพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อคัดเลือกพื้นที่ตัวอย่างสำหรับการศึกษาเชิงลึก เพื่อพัฒนาดัชนีศักยภาพการเดินเท้า รวมไปถึงเสนอแนวทางการออกแบบและปรับปรุงพื้นที่ตัวอย่าง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

[/et_pb_text][/et_pb_column][/et_pb_row][/et_pb_section]

MOST READ

Life & Culture

1 Feb 2019

ทรมานแสนสุขสม : เปิดโลก ‘BDSM’ รสนิยมทางเพศที่ตั้งต้นจากความยินยอมพร้อมใจ

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ ชวนสำรวจรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ผ่านการพูดคุยกับสองสาวเจ้าของเพจ Thailand BDSM : Let’s Play and Learn ว่าด้วยนิยาม รูปแบบ คำอธิบายของความสุขในความเจ็บปวด ไปจนถึงความเสี่ยงในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อตามหาผู้มีรสนิยมแบบเดียวกัน พร้อมเก็บบรรยากาศการแสดง ‘ชิบาริ’ โดยศิลปินชาวญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังอย่างถึงเนื้อถึงหนัง

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

1 Feb 2019

Life & Culture

24 Dec 2018

‘สิงโตนอกคอก’ กับมุมมองต่อความเหลื่อมล้ำของ อดัม สมิธ

ธร ปีติดล เขียนถึงเรื่องสั้น ‘สิงโตนอกคอก’ ของจิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท ที่ตั้งคำถามกับประเด็นจริยธรรม เชื่อมโยงกับมุมมองเรื่องความเหลื่อมล้ำของ อดัม สมิธ

ธร ปีติดล

24 Dec 2018

Life & Culture

4 Aug 2020

การสืบราชสันตติวงศ์โดยราชสกุล “มหิดล”

กษิดิศ อนันทนาธร เขียนถึงเรื่องราวการขึ้นครองราชสมบัติของกษัตริย์ราชสกุล “มหิดล” ซึ่งมีบทบาทในฐานะผู้สืบราชสันตติวงศ์ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร 2475

กษิดิศ อนันทนาธร

4 Aug 2020

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save