โตมร ศุขปรีชา เรื่อง

 

 

1

 

ความงดงามของ The Ministry of Utmost Happiness หรือ ‘กระทรวงสุขสุดๆ’ (ฉบับแปลไทยโดย ‘สดใส’) อยู่ตรงความไม่งาม

เชคสเปียร์สบถออกมาเป็นบทละครเรื่อง ‘แม็คเบธ’ ว่า — ดีคือเลว ทรามคืองาม เช่นเดียวกับที่อรุณธตี รอย ให้ตัวละครหญิงพ่นมวนใบยาสูบออกมาเป็นมวลอารมณ์ของความสับสน ที่ซึ่งสันติภาพคือสงครามในตัวของมันเอง และสงครามก็คือสันติภาพในตัวของมันเองด้วย

หากดีคือเลว และทรามคืองาม ตะวันออกก็คือตะวันตก และตะวันตกก็คือตะวันออก การเขียนหนังสือเล่มนี้จึงเป็นการอ่านโลกภายในตัวผู้เขียน พร้อมกับที่การอ่านหนังสือเล่มนี้ กลายเป็นการวาดเขียนโลกแห่งอินเดียกันผสมผสานปนเปขึ้นมาในจิตของผู้อ่าน

เมื่อคนเป็นมีชีวิตอยู่ในสุสาน ท่ามกลางความตายทั้งปวง ตัวละครที่ผ่านความตายมาได้ จึงดั้นด้นเดินทางมาอยู่ร่วมกับคนเป็นในสุสาน พร้อมความหวังที่จะมีความสุข และมีชีวิตอันงดงาม

แต่ดีคือเลว และทรามคืองาม ความสุขโดยเนื้อแท้ของมันจึงคือความทุกข์ และเช่นกันที่ความทุกข์ก็เป็นสุขเช่นนั้นด้วย

ทั้งหมดที่ว่ามา — คือวิธีอ่านหนังสือเล่มนี้

 

2

 

งานของอรุณธตี รอย ไม่เคยอ่านง่าย แต่อย่างน้อยที่สุด ในหนังสือเล่มก่อนหน้า อย่าง God of Small Things หรือ ‘เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็กๆ’ เธอก็ยังแบ่งมันออกมาเป็นเสี้ยวส่วนเล็กๆ ที่มีขอบเขตของเสี้ยวส่วนจิ๊กซอว์นั้นชัดเจน ขอบของจิ๊กซอว์แต่ละชิ้นแยกขาด เราจึงค่อยๆ บรรจงนำแต่ละชิ้นมาเรียงต่อกันออกมาเป็นภาพใหญ่ได้ไม่ยากนัก และเมื่อเรียงร้อยจนจบกระจ่าง ภาพนั้นก็งดงามยิ่ง ราวกับสิ่งเล็กๆ ได้มารวมตัวก่อน ฉายโชนให้เห็นภาพใหญ่ในแบบที่ ‘คนนอก’ สังคมอินเดียร่วมสมัยอาจไม่เคยเห็น

ตะวันออกและตะวันตกผสานรวมกันอยู่ในนั้น รุนแรงโหดร้ายและอ่อนหวานน่ารักก็รวมตัวกันอยู่ในนั้น

แท้จริงแล้ว นักเขียนที่ยิ่งใหญ่แทบไม่เคยเขียนอะไรต่างไปจากเดิม อรุณธตี รอย ก็เช่นเดียวกัน ‘กระทรวงสุขสุดๆ’ และ ‘เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็กๆ’ ที่ถือกำเนิดห่างกันสองทศวรรษ โดยเนื้อแท้ก็ยังพูดถึงเรื่องเดิม เรื่องราวของการกลับข้างและผสานรวมในสบถของเชคสเปียร์ เรื่องราวที่พลิกหัวเป็นหาง และสร้างความงามขึ้นมาจากความทราม

แต่ที่ ‘กระทรวงสุขสุดๆ’ แตกต่างไปจาก ‘เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็กๆ’ ก็คือ ในหนังสือเล่มนี้ ขอบเขตของ ‘จิ๊กซอว์’ พร่าเลือนยิ่งนัก

มันไม่ได้ปรากฏชัดขึ้นมาเป็นชิ้นๆ ทว่าแต่ละชิ้นเลื่อนไหลไปมา จับต้องได้ยาก จิ๊กซอว์ไม่ได้เป็นของแข็งอีกต่อไป มันกลายเป็นของเหลว เป็นชิ้นวุ้น เป็นเอ็มบริโอในมดลูกที่พร้อมจะไหลเละเลื่อนร่วงออกมาเป็นก้อนเลือด เป็นหวังและฝันที่พร้อมจะตาย มีความจับต้องได้อยู่น้อยนิดในเรื่องเล่าที่เลื่อนผ่าน เรื่องของคนนั้นคนนี้กึกก้องบ้าง กระซิบกระซาบบ้าง สำคัญอย่างยิ่งเพื่อจะสิ้นไร้ความสำคัญลงในภายหลังบ้าง ไม่สลักสำคัญเลยเพียงเพื่อจะสลักสำคัญอย่างเหลือเกินในอดีตบ้าง

ต่างๆ เหล่านี้ — อาจพูดได้ว่าคือความล้มเหลวในการประกอบสร้างเรื่องราวของมนุษย์สองคน คนหนึ่งอาศัยอยู่ในสุสาน อีกคนหนึ่งบาดเจ็บเจียนตายกับความรักและการเมือง ทว่าคือความล้มเหลวที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เท่าที่หนังสือหนาสี่ร้อยกว่าหน้าเล่มหนึ่งจะพึงทำได้ในการบรรจุอินเดียทั้งประเทศและปัญหาของเธอลงไปในหน้ากระดาษอย่างแผ่วเบาแต่รุนแรง

ผู้คนที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ล้วนมีชื่อที่ชวนลืมเลือน พวกเขามีชีวิตอย่างฉวัดเฉวียน ตัวละครประกอบอาจดูมีเลือดเนื้อเสียยิ่งกว่าตัวละครหลัก พวกเขาไม่เหมือนตัวละครในวรรณกรรมรัสเซียที่ถูกประกอบสร้างให้เต็มไปด้วยเนื้อและเลือด ความคุคลั่งอันลุกโชน ทว่าตัวละครใน ‘กระทรวงสุขสุดๆ’ เต็มไปด้วยความฉาบฉวยแห่งการมีชีวิต คล้ายสะบัดของผ้าส่าหรีในตลาดคลาคล่ำที่คลี่คลุมปิดบังไปมาจนมองไม่เห็นอะไร ทว่ากลับเห็นสีสันกระจ่างกระจะตาเคลื่อนไหวไปมาไม่หยุดหย่อน จดจำอะไรไม่ได้ยกเว้นความจดจำไม่ได้ของตัวเอง

 

3

 

หุบเขาแคชเมียร์ อินเดียตอนกลาง ปากีสถาน และดินแดนในเอเชียไม่ใช่รายละเอียดหลัก แต่สิ่งที่ทำให้ผู้อ่านในโลกตะวันตกตื่นใจมากกว่า อาจเป็นแบรนด์วิสกี้จากแคว้นมอเรย์ (Moray) ริมแม่น้ำสเปย์ (Spey) ในสก็อตแลนด์อย่าง คาร์ดู (Cardhu) ที่ตัวละครดื่มต่างหาก

หญิงอังกฤษใน ‘เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็กๆ’ อาจมีบทบาทใหญ่ในหนังสือเล่มนั้น วิสกี้คาร์ดูกลับมีบทบาทเล็กจิ๋วในหนังสือเล่มนี้ เล็กเสียจนอาจไม่มีใครมองเห็นนัยสำคัญอันใด แต่การอุทิศหลายหน้าให้กับปทานุกรมขนาดจิ๋ว ถ่ายคำตัวอักษรกัศมีรี – อังกฤษ คือการถ่างขยายม่านตาของผู้อ่าน ยื้อยุดฉุดลากไปชมสิ่งเล็กๆ ที่ข้ามผ่านทั้งปวง สัญญาณ แววตา จดหมาย บทกวี ความพร่ำเพ้อที่แลดูไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินเรื่อง โดยเนื้อแท้แล้วล้วนสลักสำคัญ

ใช่ — เราเข้าใจไม่ได้ทุกเรื่อง เพราะเราไม่ได้มีชีวิตอยู่ที่นั่น, เปล่า — ไม่ใช่ที่อินเดีย แต่หมายถึงในจิตของอรุณธตี รอย เราไม่รู้ว่าเธอผูกโยงอะไรไว้กับอะไร ซ่อนซุกอะไรไว้ตรงไหน และทำไมวิสกี้คาร์ดูจึงไปอยู่ที่ปากีสถาน ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฉงน บางครั้งเธอกระซิบ บางครั้งเธอตะโกน บางครั้งเธอลูบผมอ่อนโยน บางครั้งเธอฟาดกระหน่ำด้วยไม้ท่อน แต่บางครั้งที่บ่อยกว่า — เธอฉีดยาให้เราชินชากับมัน

กับความสุขสุดๆ กับเวลากายสิทธิ์

รายล้อมที่อยู่อาศัยแสนสุขในสุสาน ก็คือคนตายและความตาย

รายล้อมความสัมพันธ์ระหว่างอินเดีย แคชเมียร์ และประเทศอื่นๆ ก็คือคู่ขัดแย้งและความขัดแย้งที่นำไปสู่ความตาย

รายล้อมความสุขก็คือชีวิตอันเต็มไปด้วยความหวัง และความหวังก็คือเรื่องไร้เหตุผลที่สุดเท่าที่มนุษย์จะมีได้ ทว่ามันก็ทำให้เรายังอยากรักษาความเป็นมนุษย์นั้นเอาไว้

หนังสือเล่มนี้บอกเราเช่นนั้น มันคือการสบถของเชคสเปียร์ มันคือการเล่าเรื่องซ้ำๆ ของนักเขียนที่ยิ่งใหญ่

มันคือความล้มเหลว — ที่ประสบความสำเร็จในการเป็นมนุษย์

Author

Tomorn Sookprecha

โตมร ศุขปรีชา - บรรณาธิการ นักเขียน นักแปล และคอลัมนิสต์