fbpx

อำนาจจากต่างแดนในยุคไวกิ้ง 

ต้องย้ำแต่แรกเริ่มก่อนว่า สิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้คือปรากฏการณ์ของโลกโบราณสู่ยุคฟิวดัล 

การพูดถึงสแกนดิเนเวียในปัจจุบัน ย่อมจะขาดบทสนทนาว่าด้วยยุคไวกิ้ง (ประมาณ ค.ศ. 800-1100) ไปไม่ได้ เพราะนอกจากเราจะเห็นพวกเขาผ่านจินตนาการของผู้สร้างซีรีส์และภาพยนตร์ต่างๆ ตามสตรีมมิงอยู่บ่อยครั้ง เราอาจต้องตระหนักด้วยว่า ขนานคู่กับสินค้าทางวัฒนธรรมอันมีสีสันที่ว่านี้ ยุคไวกิ้งเป็นยุคที่นำสแกนดิเนเวียเข้าสู่ประวัติศาสตร์โลก 


เกร็ดจากยุคไวกิ้ง


คงจะมีหมายเหตุอยู่ที่ว่า ‘ประวัติศาสตร์โลก’ ในที่นี้คือประวัติศาสตร์ที่วางอยู่บนฐานคริสต์ศาสนาเป็นหลัก ดังนั้น ในแง่นี้ก็ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ของโลกแต่อย่างใด แต่เป็นประวัติศาสตร์ของโลกหนึ่งในหลายๆ โลกมากกว่า โดยยุคที่จะเป็นจุดเน้นในที่นี้ คือยุคที่กษัตริย์ไวกิ้งองค์ต่างๆ เริ่มเผชิญหน้ากับคริสต์ศาสนาในกลางศตวรรษที่ 10  

เป็นที่เข้าใจในหมู่นักประวัติศาสตร์ว่า กษัตริย์ไวกิ้งเดนมาร์ก ฮารัลด์ บลูทูธ (Harald Bluetooth, 911-986) แห่งราชวงศ์เยลลิ่ง (Jelling Dynasty) เป็นจุดเปลี่ยนหนึ่งของสแกนดิเนเวียทั้งหมด (ใช่ครับ – บลูทูธเดียวกันกับที่เรารู้จักนั่นแล) 

การขึ้นสู่การครองอำนาจของกษัตริย์บลูทูธนั้นมีจุดเน้นตรงที่พระองค์มีนโยบายเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์อย่างชัดเจน โดยอนุญาตให้มีการบูชาคริสต์ศาสนาที่จัตแลนด์ (Jutland) ซึ่งเป็นการกระทำที่ก่อนหน้านี้มีโทษถึงชีวิต 

ผลของการขยับนโยบาย ในด้านหนึ่งทำให้พระองค์กลายเป็นพันธมิตรกับศาสนจักรซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจในยุโรป ขณะเดียวกันก็ลดแรงตึงเครียดระหว่างราชอาณาจักรของตนกับดินแดนแถบตะวันออกเฉียงใต้ของตน คือแถบเยอรมนีลงไป 

กษัตริย์ฮารัลด์ บลูทูธ (Harald Bluetooth, 911-986) (ที่มาภาพ)

เหตุผลคือการขึ้นสู่อำนาจ 


แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดของการเคลื่อนเข้ารับคริสต์ศาสนาของกษัตริย์ฮารัลด์ บลูทูธ คือความต้องการในการกำจัดคู่แข่งทางการเมืองของตนด้วยการโอบรับเอาอำนาจจากต่างแดนเข้ามา 

ก่อนจะเข้าสู่อำนาจ บลูทูธแข่งขันทางอำนาจกับกษัตริย์ฮาคอน ฮารัลด์สัน (Hakon Haraldsson, 920-961) กษัตริย์ไวกิ้งนอร์เวย์ซึ่งร่วมสมัยกับบิดาของกษัตริย์บลูทูธ และแผ่ขยายอำนาจทางการรบไปทางเหนืออย่างกว้างขวาง แต่พอมาถึงทางใต้ก็ต้องมาดวลกัน 

เป็นที่รู้กันว่ากษัตริย์ฮาคอนยึดอยู่กับวิถีปฏิบัติและธรรมเนียมเดิมของไวกิ้ง เมื่อเขาขยายอำนาจมาทางใต้ นอกจากจะต้องเจอกับ ฮารัลด์ บลูทูธ แล้ว เขายังต้องถูกกดดันโดยอำนาจจากเยอรมนีซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า จึงผลักให้เขาต้องถอยขึ้นไปทางเหนือและพ่ายแพ้ให้กับบลูทูธในท้ายที่สุด 


มโนทัศน์ว่าด้วยกษัตริย์/อำนาจจากต่างแดน (Stranger-king) 


มาร์แชล ซาห์ลินส์ (Marshall Sahlins, 1930-2021) เป็นนักมานุษยวิทยาคนสำคัญที่พัฒนามโนทัศน์กษัตริย์/อำนาจจากต่างแดน (Stranger-king) เขาตั้งข้อสังเกตว่าในหลายสังคมจารีตทั่วโลกนั้น ผู้ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกษัตริย์หรือผู้นำมักมีส่วนของความเป็น ‘คนนอก’ หรือ ‘คนแปลกหน้า’ ไม่ว่าจะในความเป็นจริงหรือตามตำนานก็ตาม เหล่านี้เป็นฐานอำนาจที่ทำให้คนผู้นั้นขึ้นครองอำนาจได้

มาร์แชล ซาห์ลินส์ (Marshall Sahlins, 1930-2021) (ที่มาภาพ)

ขณะเดียวกัน อำนาจที่มาจากภายนอกหรือมาจากต่างแดนมักถูกนำมาใช้เพื่อสร้างสถานะอำนาจของคนกลุ่มหนึ่งให้เหนือกว่าคนอีกกลุ่มหนึ่ง ในความขัดแย้งระดับท้องถิ่นหรือระดับภูมิภาค ระหว่างกลุ่มอำนาจแต่ละกลุ่ม

ข้อเสนอเช่นนี้มีนัยจะบอกว่า ไม่จำเป็นเสมอไปที่สังคมท้องถิ่นจะต่อต้านคน สิ่งของ ความคิด หรือวิถีจากภายนอก กลับกันเสียอีก สังคมท้องถิ่นหลายสังคมเลือกที่จะรับเอาสิ่งเหล่านี้เพื่อนำมาใช้ในสังคมของตน ไม่ว่าจะเพื่อการแข่งขันแย่งชิงอำนาจ การระงับความขัดแย้ง หรือเป็นสัญลักษณ์ในการขึ้นสู่อำนาจของตน 


อำนาจจากต่างแดนในยุคไวกิ้ง 


ดังนั้น ตัวอย่างของกษัตริย์บลูทูธที่หันไปรับคริสต์ศาสนาจึงเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ดูเหมือนจะพ้องกับมโนทัศน์ที่ว่ามานี้  แต่หากเจาะจงลงไปอีกสักหน่อยอาจกล่าวได้ว่า ราชวงศ์เยลลิ่งของไวกิ้งเดนมาร์ก ซึ่งเป็นราชวงศ์ของบลูทูธ คือราชวงศ์ที่เริ่มสถาปนาจากคนนอกด้วยซ้ำไป กล่าวคือไม่ได้เป็นชาวพื้นถิ่นเดนมาร์กแต่ต้นนั่นเอง

นักโบราณคดีขุดค้นและศึกษาจารึกอักษรรูน (Runestone) ก่อนเสนอว่า กษัตริย์องค์แรกๆ ของราชวงศ์นี้มาจากนอกเดนมาร์ก กล่าวคือมาจากนอร์เวย์และนอร์มังดี เป็นเหล่าคนที่อพยพมาตั้งรกรากและสร้างอำนาจ 

จารึกอักษรรูนในยุคราชวงศ์เยลลิ่ง (ที่มาภาพ)

และเป็นบลูทูธ ทายาทของกษัตริย์จากต่างแดน ที่นำเอาพระเจ้าองค์ใหม่เข้ามาในสแกนดิเนเวีย เป็นพระเจ้าของคริสต์ศาสนา เพื่อสถาปนาอำนาจนำของตนเอง

พระเจ้าองค์นี้จึงเริ่มจากเป็น ‘คนแปลกหน้า’ ของสังคมเดนมาร์กท้องถิ่น ยังไม่มีจุดเชื่อมโยงกับโลกทัศน์ สถาบันทางสังคมและวัฒนธรรมของท้องถิ่นในช่วงแรก แต่ในท้ายที่สุดก็เริ่มมีเหล่าผู้แทนทางศาสนา ทั้งมิชชันนารีและพระ เดินทางเข้าสู่ท้องถิ่นเหล่านี้ 

ผู้แทนทางศาสนาเหล่านี้จะแสดงความรู้ที่จำกัดเฉพาะกลุ่ม (esoteric knowledge) ซึ่งมีมิติของความลึกลับ ความศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ ในการเป็นตัวแทนเชื่อมโยงถึงพระเจ้าองค์ใหม่กับเหล่าผู้นำในพื้นเมือง และนี่จะเป็นประตูเข้าสู่อำนาจจากต่างแดนแก่เหล่าผู้นำท้องถิ่นเหล่านี้ ให้เถลิงขึ้นครองอำนาจเหนือกลุ่มอื่นที่ตนแข่งขันทางอำนาจอยู่ 


รวมทั้งสิ่งของ


นอกจากคนและความคิดแล้ว สิ่งของจากภายนอกเองก็มีความสำคัญในการสถาปนาอำนาจที่ว่านี้ด้วย 

การใช้เครื่องถ้วยและแก้วของโรมันก็เป็นสิ่งที่ผู้นำไวกิ้งในยุคเปลี่ยนผ่านหยิบมาใช้ หรือการขุดหลุมฝังศพกุกสตัด (Gokstad Burial) ในนอร์เวย์ที่นักโบราณคดีพบซากของนกยูง (!) ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้เป็นสัตว์ท้องถิ่นของนอร์เวย์ แต่สันนิษฐานว่าเป็นสัตว์นำเข้าจากดินแดนไกลทางใต้ที่นำมาเพื่อประดับบารมีให้แก่ผู้นำ  

ซากที่นักโบราณคดีขุดค้นในแหล่งโบราณคดีกุกสตัด (ที่มาภาพ)

อำนาจให้จุดเริ่มต้น และให้จุดสิ้นสุด


ต้องสรุปรวบยอดว่าคริสต์ศาสนามีพลังทั้งสองด้านต่อสังคมไวกิ้ง กล่าวคือ การเข้าไปของคริสต์ศาสนาเป็นพลังขับเคลื่อนให้ไวกิ้งเชื่อมสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์โลกโดยรวม แต่ในขณะเดียวกัน คริสต์ศาสนาเองก็เป็นพลังที่ส่งผลต่อความเสื่อมลงและการสิ้นสุดของยุคไวกิ้ง ซึ่งต่อมาก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมฟิวดัล และหลุดพ้นออกจากการเป็นสังคมยุคโบราณ 

ต่างแดนคืออำนาจ อำนาจมาจากต่างแดน และในขณะเดียวกัน อำนาจจากต่างแดนก็เร่งการสิ้นสุดของยุคๆ หนึ่งไปด้วย


อ้างอิง 

Andres Siegfried Dobat, “Viking stranger-kings: the foreign as a source of power in Viking Age Scandinavia, or, why there was a peacock in the Gokstad ship burial”, Early Medieval Europe 2015, 23 (2), 161-201. 

ปรีดี หงษ์สต้น (บก.), On Stranger-Kings: อำนาจ ปรัมปรา และอาณานิคม (Illuminations Editions, 2567)

MOST READ

World

1 Oct 2018

แหวกม่านวัฒนธรรม ส่องสถานภาพสตรีในสังคมอินเดีย

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก สำรวจที่มาที่ไปของ ‘สังคมชายเป็นใหญ่’ ในอินเดีย ที่ได้รับอิทธิพลสำคัญมาจากมหากาพย์อันเลื่องชื่อ พร้อมฉายภาพปัจจุบันที่ภาวะดังกล่าวเริ่มสั่นคลอน โดยมีหมุดหมายสำคัญจากการที่ อินทิรา คานธี ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

1 Oct 2018

World

16 Oct 2023

ฉากทัศน์ต่อไปของอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ความขัดแย้งที่สั่นสะเทือนระเบียบโลกใหม่: ศราวุฒิ อารีย์

7 ตุลาคม กลุ่มฮามาสเปิดฉากขีปนาวุธกว่า 5,000 ลูกใส่อิสราเอล จุดชนวนความขัดแย้งซึ่งเดิมทีก็ไม่เคยดับหายไปอยู่แล้วให้ปะทุกว่าที่เคย จนอาจนับได้ว่านี่เป็นการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ

จนถึงนาทีนี้ การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ยังดำเนินต่อไปโดยปราศจากทีท่าของความสงบหรือยุติลง 101 สนทนากับ ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงเงื่อนไขและตัวแปรของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น, ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและรัฐอาหรับ, อนาคตของปาเลสไตน์ ตลอดจนระเบียบโลกใหม่ที่ก่อตัวขึ้นมาหลังยุคสงครามเย็น

พิมพ์ชนก พุกสุข

16 Oct 2023

World

9 Sep 2022

46 ปีแห่งการจากไปของเหมาเจ๋อตง: ทำไมเหมาเจ๋อตง(โหด)ร้ายแค่ไหน คนจีนก็ยังรัก

ภัคจิรา มาตาพิทักษ์ เขียนถึงการสร้าง ‘เหมาเจ๋อตง’ ให้เป็นวีรบุรุษของจีนมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าเขาจะอยู่เบื้องหลังการทำร้ายผู้คนจำนวนมหาศาลในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม

ภัคจิรา มาตาพิทักษ์

9 Sep 2022

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save