อุทิศ เหมะมูล เรื่อง

 

เธอเคยแอบถ่ายภาพคุณ ขณะยืนเท้าแขนริมระเบียงเหม่อมองออกไป ระบายควันบุหรี่สีเทาวัดขนาดกับก้อนเมฆกลุ่มมหึมา

“พายุกำลังจะมา” คุณพูดลอยๆ ในอากาศ จากนั้นชะโงกมองลงไปยังเบื้องล่าง ความสูงของอาคารจากชั้น 8 ความไวแสงย่อมเร็วกว่าเสียง แต่คุณคิดว่าความเร็วของสายตาเร็วกว่าทุกอย่าง ตาคุณตกลงไปอยู่ที่ชั้นล่างแล้ว กับขวดเปล่า กับไม้แขวนเสื้อ กับคราบสกปรกตามซอกหลืบของพื้นอาคาร

“อย่าเพิ่งกลับเลยนะ” คุณเอ่ยกับเธอ

เดินกลับเข้าห้อง เปลวไฟจากเทียนหอมส่ายไหว ทั้งห้องเต้นรำย้ายโยก กลิ่นวานิลลาหอมกรุ่นในอากาศ อบอุ่นและปลอดภัย

คุณร้องรำพันตามท่วงทำนองเพลงที่แว่วดังมาจากลำโพงบลูทูธตัวเล็กๆ เธอนั่งพิงเตียง วางมือถือไว้ข้างๆ ตัว แอบถ่ายภาพคุณไว้เร็วกว่าอะไรทั้งหมด ตอนนี้เธอทำท่าปิดหนังสือที่อ่านค้างไว้ ‘กระเรียนพันตัว’ ของยาสึนาริ คาวาบาตะ ยกแก้วขึ้นจิบเบียร์

คุณสอดนิ้วมือเข้าเรือนผมของเธอ ผมสีดำยาวประบ่า นิ้วสางเส้นผมจากบริเวณขมับ ลากไล้ลงมา แก้มนุ่มอยู่ในอุ้งมือของคุณ “หิวยัง” คุณถาม

“พี่หิวแล้วเหรอ” เธอถามกลับ

คุณพยักหน้า “กินกันเถอะ”

แสงเทียนกะพริบไหวตามแรงลมพรูผ่านเข้าห้องมา พายุดูเบิกบาน รังรองในห้องพักของคุณ

 

คุณเคยแอบถ่ายภาพเธอ ขณะยืนเท้าแขนริมระเบียงเหม่อมองออกไป แววตาโรยเศร้า ก้มหน้ากัดริมฝีปากล่าง ไม่มีความมั่นใจอะไรสักอย่าง คุณเห็นเธอผ่อนลมหายใจเบาๆ จนลาดอกยุบลง มีพายุอยู่ข้างในใจเธอ ฝนกำลังจะตก จากดวงตาของเธอ

เธอเดินกลับเข้ามาในห้อง เอนตัวนอนลงบนเตียง วางศีรษะแนบหน้าอกคุณ คุณแสร้งอ่านหนังสือ ‘หากหัวใจไม่สามัญ’ ของออร์ฮาน ปามุก หลังลอบถ่ายรูปเธอเสร็จ วางหนังสือลง น่าเบื่อเหลือเกินนิยายเรื่องนี้ อืดเอื่อยลัดเลาะไปตามเมืองอิสตันบูลกับคนขายโบซา เฉไฉออกนอกลู่ กว่าชีวิตจะกลับเข้ามาเป็นชีวิต ความปรารถนาในวัยหนุ่มได้รับในวัยแก่ และพบว่าไม่ได้ต้องการรุนแรงเช่นที่เคยต้องการในวัยหนุ่มอีกแล้ว ความปรารถนาที่มาสายไปแล้ว ไม่เหมาะกาลเสียแล้ว คุณชอบคำที่ปามุกยกมาไว้ในหน้าก่อนเปิดนิยายมากกว่า บทกวีชื่อ เดอะ พรีลูด ของวิลเลียม เวิร์ดสเวิร์ธ ซึ่งปามุกก็นำท่อนหนึ่งของบทกวีมาเป็นชื่อนิยายเรื่องนี้ A Strangeness in My Mind

คุณลูบไล้เรือนผมเธอ ขณะเธอฮัมเพลงเบาๆ บนหน้าอกคุณ ทำนองคึกคัก พยายามจะเบิกบาน

“พี่ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันเถอะ สักคืนสองคืน” เธอเอ่ย

คุณอยากวาดภาพชิ้นหนึ่งให้เสร็จ ขนาดเมตรคูณเมตร จะกักเก็บแสงรังรองของห้องซอมซ่อ ห้องที่สว่างไสวเพราะมีเธอนอนเปลือยกายอยู่บนเตียง จะวาดตอนเธอไม่อยู่กับคุณ เพราะเป็นช่วงเวลาที่คุณนึกถึงเธออย่างแจ่มชัด ตอนนี้กำลังเข้าที่เข้าทาง ห้องนี้และเธอค่อยๆ สร้างประกายไฟและความอบอุ่นขึ้นในหัวใจ ทนอยู่ด้วยกันตรงนี้อีกสักหน่อย แล้วเราจะไปไหนๆ ด้วยกันอย่างปลอดโปร่ง เบิกบาน

“น้องพูดตรงๆ ได้มั้ย” เธอเอ่ย “อยู่ห้องนี้บ่อยๆ น้องเริ่มเศร้า เราออกไปข้างนอกกันบ้างเถอะค่ะ”

เศร้าเพราะห้องหรือเพราะคุณ? คุณถามตัวเองในใจ

อยากออกไปจากห้องหรืออยากออกไปจากคุณ?

 

Lean out your window, golden hair

I heard you singing in the midnight air

My book is closed, I read no more

Watching the fire dance, on the floor

I’ve left my book, I’ve left my room

For I heard you singing through the gloom

Singing and singing, a merry air

Lean out the window, golden hair

 

เริ่มจากตรงไหนก่อนดี? จากตรงนี้ย้อนกลับไปในกาล หรือจากก่อนกาลย้อนมาสู่ปัจจุบัน เอาตัวคุณล่องลอยไปในเสียงเอฟเฟ็กต์กีตาร์ไฟฟ้า กรีดบาดเวลาและความทรงจำ กระหน่ำสับสายกีตาร์ซ้ำๆ กับภาพที่เคยต่างแอบถ่ายกันไว้ ระอุอุ่นและร้อนผ่าวผ่านกลุ่มควันที่มอดไหม้ ล่วงผ่าน

คุณได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกจากวง Slowdive วงดนตรีจากเกาะอังกฤษปลายยุค 1980 หนึ่งในกลุ่มแม่แบบให้กำเนิดสไตล์ดนตรีที่เรียกว่า Shoegazing และ Dream Pop บุกเบิกมาด้วยกันพร้อมๆ กับวงอย่าง My Bloody Valentine Ride และ The Jesus and Mary Chain วง Slowdive ออกอัลบั้มต่อเนื่องสองปีครั้งนับแต่ปี 1991 – 1995 ถึงสามอัลบั้ม แล้วจากนั้นก็เงียบหายไปในกาลเวลาล่วง 20 ปี เพิ่งออกอัลบั้มใหม่ชื่อ Slowdive ปี 2017

ก่อนออกอัลบั้ม พวกเขากลับมาฟอร์มทีมกันอีกครั้งในวัยกลางคน ตระเวนเล่นคอนเสิร์ตตามเมืองต่างๆ และเพลงที่ไม่เล่นไม่ได้ในคอนเสิร์ตคือเพลง Golden Hair

ผู้คนรอฟังเพลงนี้ รอปรากฏการณ์ล่องลอย รวดร้าวและเบิกบาน รื้นขึ้นจากขมบ่มจนหวานในช่องอก อาบล้นจนเปียกชุ่มหัวใจ การได้ฟัง Golden Hair ในคอนเสิร์ตคือประสบการณ์อันมีค่า เพลงๆ หนึ่งมอบโมงยามอลังการเช่นนั้น ทั้งเป็นที่จดจำ และทำให้ความทรงจำส่วนตัวของหลากคนที่ได้ฟังฟุ้งฟื้น

ความยาวเพลง 8 นาที เริ่มด้วยเนื้อเพลงเพียง 2 นาที ที่เหลืออีก 6 นาทีคืออลังการของท่อนบรรเลงเพลง และ 6 นาทีนี้เองที่ผู้คนรอฟังเสียงครวญคร่ำและถาโถมมหัศจรรย์ที่เรียกว่าเป็นสไตล์ Shoegazing อันสมบูรณ์แบบ และคือลักษณะเฉพาะของ Slowdive ที่แท้จริง คือการสร้างขึ้น เติมขึ้นใหม่ จากสิ่งที่เคยมีมาก่อน ด้วยตัวตนของตัวเอง

เพราะที่จริงแล้ว ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ Golden Hair ปรากฏผ่านท่วงทำนองเพลงครั้งแรกโดย Syd Barrett (หนึ่งในอดีตผู้ก่อตั้งวง Pink Floyd ยุคแรก) ซิดบรรจุเพลง Golden Hair ไว้ในอัลบั้มเดี่ยวแรกของเขา The Madcap Laughs ปี 1970

Golden Hair ในแบบของซิดนั้น สงัดกว่า วิเวกกว่า และฟังโดดเดี่ยวยิ่ง เหมือนคนร้องครวญเคาะประโยคแต่ละวรรคสะท้อนไปตามผนังห้องเดียวดาย สงัดวิเวกอย่างกับบทสวด

แต่เดี๋ยวก่อน! ซิดก็ไม่ใช่คนแต่งเนื้อร้องของ Golden Hair เพราะคนที่เขียนมันขึ้นมาก่อนในฐานะบทกวีชื่อเดียวกันนี้ ปรากฏอยู่ในหนังสือรวมบทกวี ‘Chamber Music’ ปี 1907 ของนักเขียนผู้ยิ่งยงชาวไอริชนาม James Joyce

จ๊อยซ์ประพันธ์ Golden Hair ขึ้นเพื่อรำพันถึงสาวผมทอง อันเป็นภาพตัวแทนของคนรักและความรัก ความผิดหวัง และความทรงจำอันงดงามที่ล่วงผ่าน และภาพตัวแทนของสาวผมทองที่เท้าแขนคอยอยู่ริมระเบียงนี้ ยังย้อนกลับไปได้ไกลถึงเทพนิยายของพี่น้องตระกูลกริมม์ เรื่อง Rapunzel

แต่งเติม ต่อยอด บันดาลใจให้สร้างใหม่ไม่รู้สิ้น จากโมงยามส่วนตัวเล็กๆ ที่มีค่า และเห็นคุณค่า

 

ชั่วขณะโมงยามของกาลก่อนก็อาจสวมทับลงในขณะปัจจุบัน

เธอเดินออกจากห้องไปก่อน… เธอไม่อาจทนเห็น การที่คุณขังตัวเองอย่างเศร้าสร้อยและรวดร้าว ไม่ยอมก้าวออกไปไหน และดูคุณหลงผิดที่ลุ่มหลงไปว่ามันคือสภาวะยิ่งยวดสำคัญของความสุข

และหลังจากนั้นอีกเดือนหนึ่งคุณก็จากห้องนี้ไปเหมือนกัน ไม่อาจทานทนเมื่อทุกๆ คืน คุณได้ยินเสียงเธอสะอื้นไห้นอกระเบียง ก่อนคุณตัดสินใจจาก คุณพบว่านั่นคือเสียงสะอื้นไห้ของคุณเอง

คุณเก็บเส้นผมเธอเส้นหนึ่งบนพื้นห้อง พันไว้กับด้ามพู่กันขนกระรอกที่เธอมอบเป็นของขวัญให้คุณ

 

 

Author

Uthis Haemamool

อุทิศ เหมะมูล - นักเขียน เจ้าของผลงานนวนิยายหลายเล่ม เช่น ลับแล, แก่งคอย ลักษณ์อาลัย และ จุติ