อุทิศ เหมะมูล เรื่อง

 

Play our love’s theme tonight*

My love’s here, it’s no dream tonight…

 

แม้ไม่อาจลืมเหตุการณ์หนึ่งไปได้…

สุข สบาย หรรษา หรือเหงาเงียบ เสียบแทรกเหมือนแสงสีฟ้าทำให้เลือดในกายเย็นพลันอับเฉา ภาพนั้นไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นถ้อยคำ ไม่อยากเอ่ยเป็นรูปคำ แต่ฉายชัดอยู่เช่นนั้น รัดบีบหัวใจ

เหมือนที่เธอกุมกอบที่ช่องอก คล้ายเหมือนขยุ้มบดให้แหลกสลาย สองลักษณาการทั้งประคองและทำลาย สองลักษณาการที่เธอประคองคืนกลับจากการทำลายของผม

เธอทุบซ้ำๆ ที่อกเหมือนหายใจไม่ออก ผมพยายามปลุกปลอบ สัมผัส แต่เธอปัดมือผม

เผชิญหน้าอยู่ในความเงียบเหลวแหลกเช่นนั้น แสงอุ่นสลัวกลับสว่างสากกร้าน อ่อนแรงจนตัวเย็น แต่กลิ่นกายกลับร้อนผ่าว

ผมเอามันออกมาเป็นถ้อยคำไม่ได้ เหมือนผมล็อกตัวปิดตายอยู่ในเหตุการณ์นั้น

 

Play our love’s theme once more

Make him feel, like he felt before…

 

รู้ว่าเหตุการณ์นั้นคืออะไร ดำเนินไปเช่นไร รวมถึงเหตุและผลของมันด้วย หลบหนีจากถ้อยคำ หันหลังให้กาลเวลา ทำเหตุการณ์นั้นให้เป็นสภาวะภูตผี – ซึ่งตนไม่เคยกลัวผี แต่อาจแค่ตกใจและแปลกหน้า – ปิดล็อกซ่อนซุกไว้อย่างวัตถุ ทั้งๆ ที่มันเป็นอวัตถุ จึงล่องหนและแปลงสภาพอยู่เช่นนั้น อยู่ในรสขมของกาแฟ คำทักท้วงเล็กๆ ของวันแสนสุข กลิ่นหอมของผิวเลม่อน แดดร้อนของแสงสีฟ้า แมลงที่เธอเกลียดหากเจอะเข้า (และเป็นผมทุกครั้งที่จับไปปล่อยทิ้ง) ตอนนี้ผมปล่อยมันเดินผ่านหน้าไปเชื่องช้า

ปิดล็อกคำนั้น ประโยคนั้น เหตุการณ์นั้น แต่มันกลับปรากฏทุกช่วงเวลา แปลงกายเป็นอย่างอื่นๆ ที่ถ้อยคำและชีวิตประจำวันผมเข้าถึงได้

“ฉันอยากให้คุณรู้ว่าฉันรู้สึกเช่นไร” เธอบอก

รู้สิ ผมรู้ ทุกวันนี้ผมก็ยังพูดกับตัวเองอยู่ สิ่งต่างๆ แปลงกายให้เห็น ทับท่วมล้นเต็มจนใจ

 

It’s been so long

Since we’ve danced to our love song (Our love song)

I know the melody that made him mine will be

The melody that keeps him close to me (Love’s theme)

 

ไม่อาจลืมเหตุการณ์หนึ่งไปได้… ตอนเธอเดินเข้ามาดูเรืองแสงส่องประกาย หรือเป็นที่นัยน์ตาผมดึงดูดเธอให้เข้ามาใกล้ ใกล้ตาไกลตัว จิบจินโทนิกและไกวตัวอ่อนไหว ผมปรับแสงไฟให้อ่อนลง เธอยกแก้วเครื่องดื่มชูมาทางผม ผมยิ้มแล้วก้มหน้า เขินตัวเองที่ยิ้มเพราะเธอยิ้มให้

เพลงเพลงหนึ่งจะยังคงถูกเปิดซ้ำ โครงสร้างของเพลงถูกออกแบบมาให้เป็นวงกลม จากจุดเริ่มต้นแล้วเริ่มเวียนวนเป็นรอบ จบที่ไม่จบลง เพียงแต่หรี่เสียงลงห้องนี้ แต่ไปเริ่มใหม่ที่ห้องใจอื่น… สถานที่อื่น…

ใจกลางรัก เราวนเป็นวงกลม บนฟลอร์ห้องแคบๆ ดวงอาทิตย์เป็นใจ ดิมแสงให้ย่ำเย็นลง

สองมือสอดประสาน “เหยียบบนหลังเท้าผมสิ” นำเธอยักย้ายไกวเป็นวง

“คุณเป็นของผม… คุณเป็นของผม…” กระซิบแล้วสะอื้นไห้ ท้นสุขรื้นอาบห้องใจ เรือนกายของเธอหอมอุ่น

 

ฝันถึงเธอบ่อยๆ ไม่เคยเฉียดใกล้นิยามว่าฝันร้าย เป็นจริงเป็นจังยิ่งกว่าความเป็นจริง เรายังอยู่ด้วยกันตรงนั้น เริ่มใหม่ วนเป็นวง แล้วจบ เหมือนเพลงเพลงหนึ่งที่เราฟังด้วยกัน มีความหมายของเรากันเอง ปิดล็อกไว้แล้วโยนลูกกุญแจทิ้ง ไม่มีใครจะเข้าถึงได้ ในฝันมีท่วงทำนองที่เปลี่ยนผันไปจากความเป็นจริง มีจังหวะจะโคนแบบโซลและฟังก์ ชุ่มชื่นมีชีวิตชีวา ทุกข์เศร้าเคล้าขมพบอุณหภูมิและแสงพอเหมาะ เต้นรำไปกับมันได้ แม้เหนื่อยอ่อนถอนหายใจเราก็จะลุกไปเริงรื่น ขยับยักย้าย แม้เสียใจ ผิดหวัง และสูญเสียสักสิ่งไปก็ยังทำให้มีจังหวะ ความเศร้าแปลงกายเป็นเกษมสุข วิบวับจับประกาย คล้ายตอนผมพบเธอครั้งแรก

 

Ooh, play our love’s theme again

Touch his heart, touch his soul and then

As we sip the wine

His lips will come to mine

I know that the melody that made him mine will be

The melody that keeps him close to me (Love’s theme)

 

แอบมองเธอจากในนึกคิด ทุกคืนวันเฝ้าคิดอยากเต้นรำกับเธอ

เต้นผ่านการงานที่เราต่างเฝ้าทำ เต้นผ่านความฝันของการเดินทาง เต้นผ่านวันว่างที่ไม่รู้จะทำอะไร เต้นผ่านความไม่พอใจและความอยุติธรรมที่เราต่างมีร่วมกันต่อบ้านเมืองนี้ รวมถึงแผนการณ์ที่วางไว้ว่าจะต้องทำอะไรในทุกช่วงวัน

เมื่อเราเดินหลีกทางให้กันทั้งๆ ต่างอยู่ลำพัง ซุกเข้าซอกหมอนเหมือนได้ซุกกัน ลองจิบเครื่องดื่มที่ปกติเราไม่ดื่ม เพื่อระลึกรสชาติเวลาที่อีกคนดื่ม เรื่องที่พยายามเปลี่ยนแปลงแต่ไม่สำเร็จตอนอยู่ด้วยกัน แต่สำเร็จลงได้และติดตัวไปเนิ่นนานหลังแยกทางกันอยู่

อยากมีเธอมาร่วมฉลองทุกความสำเร็จและลุล่วงในชีวิต แม้เรื่องเล็กๆ เช่นการยืนอยู่ได้… ลำพัง

ปลดล็อกการปิดตายด้วยเพลงเพลงหนึ่ง เพลงของเราที่นึกถึงกัน

ได้จับมือเธอประคองบาดแผล โดนมีดเฉือนบาดเพราะทำอาหารให้ผมกิน จับมือสั่นเทาของผมจนสงบนิ่ง ในยามไหวหวั่นขาดความมั่นใจ “ผมเป็นของคุณและคุณก็เป็นของผม” เป็นโมงยามหนักแน่นหนึ่งในชีวิตของกันและกัน อ่อนหวานวิบไหวในทำนองแช่มชื่นเช่นนั้น เก็บโมงยามนั้นไว้ปิดล็อกใจอีกครั้ง

เพลงคือลูกกุญแจ และพบคุณเต้นรำกลางดวงใจ

ยกเครื่องดื่ม (ของเธอ) จดปากก็เหมือนได้สัมผัสริมฝีปากเธอ เหมือนได้เป็นรสชาติของเธอ

 

Play our love’s theme tonight

My love’s here, it’s no dream tonight

It’s been so long

Since we’ve danced to our love song (Our love song)

I know the melody that made him mine will be

The melody that keeps him close to me (Love’s theme)

 

พยายามยอมรับเหตุการณ์หนึ่งให้ได้… เหตุการณ์ซึ่งผมเอาแต่คิดและแล่นซ้ำๆ มองดูวันที่คุณเต้นรำกับคนอื่น คนที่คุณจะรักและรักคุณ มากหรือน้อยกว่าก็คงไม่เกี่ยวกับผม ยอมรับให้ได้เหมือนที่คุณยอมรับผม… เมื่อครั้งหนึ่ง

โมงยามหนักแน่นหนึ่งจะเริ่มและดำเนิน และจบและเวียนเป็นวง

“คุณเป็นของผม คุณยังคงเป็นของผม”

 


 

 

*คำร้องจากเพลง Love’s Theme ประพันธ์โดย Barry White และ Aaron Schroeder ขับร้องโดยนักร้องสตรีสามคนในนาม Love Unlimited ซึ่งเป็นนักร้องแบ็คอัพวงดนตรีชุดใหญ่ของแบร์รี ไวท์เองในชื่อ The Love Unlimited Orchestra แต่เดิมทีนั้นเพลง Love’s Theme เป็นดนตรีบรรเลง ตัดเป็นซิงเกิลออกมาในปี 1973 ด้วยทำนองดนตรีที่แสนสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้เพลงทะยานขึ้นบิลบอร์ดชาร์ตอันดับ 1 กลายเป็นเพลงที่ถูกเล่นตามสถานีวิทยุและโทรทัศน์ทุกแห่งทั่วโลก ต่อมา ปี 1974 วง Love Unlimited นำเพลง Love’s Theme ไปบรรจุไว้ในอัลบั้มชุดที่ 3  ‘In Heat’ และให้ไวท์ประพันธ์คำร้องขึ้นในภายหลัง

Love’s Theme เป็นหนึ่งในเพลงบรรเลงอมตะนิรันดร์กาล ถูกดัดแปลง ใช้เป็นแซมเปิ้ล และส่งแรงบันดาลใจให้นักดนตรีทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นหลังมากหน้า ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน เพลงบรรเลงนี้ยังคนติดหูแม้หนุ่มสาวรุ่นหลังที่เกิดในศตวรรษที่ 21 เป็นเพลงที่มีอานุภาพใหญ่ยิ่งอีกเพลงหนึ่งต่อชีวิตผู้คน

Author

Uthis Haemamool

อุทิศ เหมะมูล - นักเขียน เจ้าของผลงานนวนิยายหลายเล่ม เช่น ลับแล, แก่งคอย ลักษณ์อาลัย และ จุติ