อุทิศ เหมะมูล เรื่อง

 

เคยคิดว่าจะสร้างที่เฉพาะขึ้นมาเพื่อหายใจอยู่อย่างปลอดภัย สบายอารมณ์, มีบางด้านของตัวตนอยู่ในนั้น

แต่ก่อนจดทุกสิ่งลงในสมุดบันทึก, รวมถึงความกราดเกรี้ยว มุ่งร้าย ถ้อยคำหยาบคายและอารมณ์เป็นพิษที่ก่อกวนอยู่ในเพลิงอารมณ์

แม้ไม่ได้จารจด เพียงแต่ฟุ้งเพ้อเอิกเกริก หัวร้อน อกไหม้ ใจร้ายขม – เป็นไปจนกว่าจะระงับ สงบ เหนื่อยล้าลง – แม้จัดการความจนใจไม่ได้เดี๋ยวนี้ วันนี้ แต่ก็เหมือนมีภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นๆ ถ้าใจยิ่งหดบางลง บางลง ก็จะยิ่งตึงตัวและแกร่งขึ้น แกร่งขึ้น แต่ไม่รับประกันการเปราะร้าว

ถ้ายิ่งด้านขึ้น ทึบหนาขึ้น ไยไพไม่ไยดียิ่งขึ้น ก็อาจถูกกะเทาะจังๆ ครั้งเดียวจนพังพาบ

มีเกราะที่ปกป้องและมีเสียงร้องที่อยากให้ได้ยิน อยากให้เข้าใจ

แต่ก่อนจดทุกสิ่งลงในสมุดบันทึก ค่อยๆ เรียนรู้และเข้าใจ กับภาวะที่ตัวเองเป็น รับมือ และเติบโตขึ้นจากความล้มเหลว ผิดพลาด จากความใจหยาบ สามานย์ โง่ทึบและทราม

กับสิ่งที่ยอมไม่ได้และกับสิ่งซึ่งแม้เจอซ้ำๆ ก็ยังยินยอม กับบางปมคลายได้ก็ไม่หายเจ็บ บางหลุมถมไปก็ไม่เต็มแต่ก็ชอบวิ่งเข้าหามากกว่าถอยหนี

จนเมื่อสมุดบันทึกไม่อาจเรียกได้ว่ามีเพียงบางด้านของตัวตนอยู่ในนั้น แต่เข้มแข็งขึ้น แก่กล้าขึ้นจนเป็นตัวเป็นตนหนึ่งอยู่ด้านใน หาใช่การปรากฏกายของเรือนรูปยั้งคิด ปรามรู้สึก ผ่านระเบียบแบบแผนของการดำเนินชีวิตทางสังคม ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน มีหลายด้านปรากฏผ่านหลากรูปแบบภายในหนึ่งตัวตนของมนุษย์เรา

 

I used to think the world was flat*
Rarely threw my hat into the crowd
I felt I had used up my quota of yearning
Used to look in on the children at night

In the glow of their Donald Duck light
And frighten myself with the thought of my little ones burning

 

เคยคิดว่ามันคล้าย แต่โลกออนไลน์ไม่เท่ากับสมุดบันทึก สถานหนึ่งคือหลุมลึกที่เราทั้งถมและขุด – ระหว่างกระบวนการก่อร่าง กล่อมเกลา เอาอกเอาใจ ปลดปล่อยเราโบยตีตนจนเติบโต ไม่ถูกแทรกแซงโดยห่ามและห้าว จนพอใจในภาวะสุกๆ ดิบๆ ตวงตักประโยชน์ของกระบวนการ สับสอยกาลจากไหวเคลื่อนต่อเนื่องให้เป็นภาพนิ่งหลายๆ ภาพ กระบวนการรัดเร่งที่จะเปิดเผย ถูกเห็น และได้รับการตอบกลับ กาลนั้นถูกรัดจนรั้ง อยู่ในวิกฤต วิกฤตแม้จะก้าวต่อ วิกฤตแม้จะนั่งอยู่เนือยเฉย

ตนจึงไม่เป็นตัวของตนอยู่ในโลกออนไลน์ เป็นที่ประกาศทัศนะ ความสามารถ หลากอารมณ์รู้สึก สับสนยอกย้อน ที่กำสรดและเสสรวล ที่เปิดเปลือยและเปิดโปง ที่ซึ่งรวมกลุ่มและแยกย่อยกลุ่ม แตกประเด็นและแตกคอ ขื่นขมเพราะถูกหยามเหยียดและใช้วิธีหยามเหยียดทำให้ผู้อื่นขื่นขม บางทีเสียงหัวเราะของเราก็อาจผิดกาละของคนอื่น และบางทีความเศร้าของเราก็อาจผิดเทศะของคนอื่นเช่นกัน

ความอดทนอดกลั้นรัดรั้งเราเจียนขาด ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นก็ไม่ยอมรินไหล

 

Satellite buzzing through the endless night
Exclusive to moonshots and world title fights
Jesus Christ imagine what it must be earning
Who is the strongest
Who is the best
Who holds the aces
The East
Or the West
This is the crap our children are learning

 

มีคนเคยบอกว่า คนคนหนึ่งสามารถเป็นคนอีกคน ไม่ใช่ตัวตนเดียวกันระหว่างโลกออฟไลน์กับออนไลน์ แต่ผมกลับมองว่าคนคนนั้นไม่ได้เป็นใครอื่น นอกจากเป็นตัวเองในหลากหลายบุคลิกภาพที่มีอยู่แล้วในตัวตนของเขา อาจทำให้คนอื่นๆ ประหลาดใจ แต่สำหรับตัวเขาหรือเธอเองแล้วคงไม่กระมัง อาจถูกชื่นชมหรือชิงชัง แต่เขาหรือเธออาจประหลาดใจหากถูกรังเกียจ ชิงชัง หรือหยามหยัน ผ่านการถูกเห็นถูกรับรู้โดยผู้อื่น

ตัวตนและความเข้าใจมันพัฒนาและเจริญขึ้นได้ ผ่านกาล ผ่านประสบการณ์ ผ่านเทศะ ตัวตนเราไม่ได้เป็นเหมือนอย่างอดีตทั้งหมด และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับตัวตนในอนาคต แต่เราต้องให้เวลากับตัวเองมากพอ สู่กระบวนการงวดเหือด ลึกซึม สิ่งซึ่งเข้าขั้นวิกฤตในตัวตนของเรา ต่อสู้อย่างเต็มกำลังใจเพื่อความมุ่งหวังที่จะฟันฝ่าจนผ่าน เงียบเชียบและไม่นำพาว่าจะถูกเห็น วิกฤตที่เรามีเวลาดื่มด่ำตนเอง อ้างว้างที่เหลือเฟือ เหลือทนที่ฟื้นขึ้นเป็นทานทน

เราจะมีเวลาเช่นนั้นอีกหรือไม่? ในโลกปัจจุบันที่หลากหลายตัวตน สร้างอีกพื้นที่หนึ่ง ให้อีกตัวตนของเรางุ่มง่ามจับเจ่าจนวิกฤตอยู่ในนั้น พื้นที่ที่ดูสิ้นหวัง ไร้ช่วยเหลือ แต่กำลังจะทำคลอดและลอกคราบตนเอง เพื่อเกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง

บางทีก็ครวญคิด หรือว่ากระบวนการคิดเช่นนี้จะเป็นสุนทรียะและวิธีแบบเก่า ปรับใช้ได้กับโลกที่ย้อนหลังกลับไปสัก 50 ปีก่อน? ตอนที่เรารับรู้วิธีและหนทางของการไปสู่ความมุ่งหมาย – ที่พบเห็นและรับรู้ กระบวนวิธีสร้างคุณค่าของอุตสาหะและพากเพียร

 

Now the satellite’s confused
‘Cause on Saturday night
The airwaves were full of compassion and light
And his silicon heart warmed
To the sight of a billion candles burning
Oo, oo, oo, the tide is turning
Oo, oo, oo, the tide is turning
The tide is turning…

 

มันยังใช้ได้อยู่ไหมการงวดเหือด ลึกซึม สิ่งซึ่งเข้าขั้นวิกฤตอยู่ไข้โดยไม่ปริปาก โดยมีมุ่งหมายที่จะผ่านพ้น มีรอยแผลอีกรอยและเกิดเป็นอีกตน กระบวนการที่ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว เราจะอ่อนหวานกับความทานทน สิ่งซึ่งความสาหัสได้ขยับพรมแดนกว้างขึ้นอีกวาหนึ่ง และศักยภาพของมนุษย์เราจะก้าวไปยาวขึ้นอีกวาหนึ่ง ถ้าหากกระบวนการทางสุนทรียะนี้จะมีความสำคัญยิ่งยวดนัก คงไม่ใช่สร้างเสริมให้ยินดีในความสำเร็จและซ้ำเติมเมื่อเกิดความล้มเหลว แต่คือภูมิคุ้มกันและความต้านทานที่เราจะได้ น้ำอดน้ำทดและความเข้าอกเข้าใจ ที่รอยแผลพลาดพลั้ง ความอดอยาก กำลังใจที่ต้องการ, ไหลรินให้แก่เรา

อยู่ในโลกที่คนเรามีตัวตนอยู่หลายโลก จะออฟไลน์ออนไลน์ หลากหลายหน้าต่าง จะไว้ใช้ทำงาน ประชาสัมพันธ์ สร้างตัวตน ติดตามข่าวสาร บันทึกทัศนะหรือไลฟ์สไตล์ส่วนตน อึกทึกเอิกเกริกอยู่ด้วยการส่งเสียง เทศกาลกำลังจะมา การปฏิรูปกำลังจะเกิด ความอดอยาก ภัยพิบัติ ผู้ได้รับการแต่งตั้ง คนที่เลือกจบชีวิตฆ่าตัวตาย การเลือกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมไม่ได้รับความเป็นธรรม มีเรื่องให้แซะ มีคนที่ถูกบูลลี่ เหยียดเพศ ถูกกดขี่ ลูกล่าแม่มด รัฐประหาร กองกำลังไอโออาขยาน บันเทิงคดีรสเราะราย วิกฤตที่ถูกหุ้มห่อมาในมหรสพ และวิกฤตที่ถูกเสพอย่างมหรสพ ฯลฯ

เราค่อยๆ ถูกเปลี่ยนวิธีที่เรากำลังมองโลก ไม่มีโลกออฟไลน์เดี่ยวๆ อีกต่อไป วิธีการเคลื่อนไหว – ระยะ – การรับรู้ของเราเปลี่ยนไปด้วยไหม? เอิกเกริกโฉบฉายในโลกออนไลน์มีผลต่อความหมายของความคงมั่น และระยะที่ยาวสั้นลงของทรงจำอย่างไรบ้าง? เมื่อโลกออนไลน์เป็นโลกใบหนึ่งของเราไปแล้ว จะทำให้เป็นที่อาศัย เป็นที่ทำงาน เป็นสถานคลายใจ และเป็นอีกหนึ่งความจริงที่มีอำนาจ หน้าที่ และการจัดการที่มีประสิทธิภาพได้อย่างไรบ้าง?

เราจะสามารถมีอีกตนในโลกหนึ่ง ซึ่งสงบเงียบนั้นโอ่โถง งวดเฮือดและลึกซึม

เหมือนถูกไกวในพยับแดด เหมือนหยดน้ำซึมลงในดินปนทราย เหมือนตะวันรอนค่อยๆ ละลายตัวลงทะเลโดยไม่ต้องกดปุ่มฟอร์เวิร์ดลัดเวลา จ้องตากับสิ่งที่ค่อยๆ เลือนหายไปและอาจไม่ย้อนกลับมาอีกแล้ว ในโลกที่มีเม็มโมรีเตือนขึ้นมาทุกๆ เช้าให้เราจำทุกวันในเซลโฟน

 

But oh, oh, oh, the tide is turning
The tide is turning
Oh, oh, oh, the tide is turning


 

 

*เนื้อร้องจากเพลง The Tide is Turning ของ Roger Waters อดีตสมาชิกวง Pink Floyd เพลงนี้ปรากฏในแทร็กสุดท้ายของอัลบั้มเดี่ยวที่สองของเขา Radio K.A.O.S. ปี 1987 ต่อมาเพลง  The Tide is Turning กลายเป็นที่จดจำ เมื่อปรากฏอีกครั้งในคอนเสิร์ตระดับประวัติศาสตร์ The Wall – Live in Berlin ปี 1990 และเพลงถูกวางไว้เป็นเพลงลำดับสุดท้ายของคอนเสิร์ตอีกเช่นกัน เป็นเพลงในระดับ ‘ผ่อนเบา’ มองโลกในแง่ดี ซึ่งอย่างที่ทราบกัน Waters มักเขียนคำร้องหนักไปทางหดหู่ มองโลกในแง่ร้าย เป็นปฏิปักษ์กับการก่อสงคราม และวิพากษ์วิจารณ์การเมืองระหว่างประเทศเสมอๆ เพลง The Tide is Turning ก็วิพากษ์วิกฤตการณ์ช่วงสงครามเย็น แต่บอกเล่าด้วยน้ำเสียงมีความมุ่งหวังและศรัทธาต่อคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป

Author

Uthis Haemamool

อุทิศ เหมะมูล - นักเขียน เจ้าของผลงานนวนิยายหลายเล่ม เช่น ลับแล, แก่งคอย ลักษณ์อาลัย และ จุติ