อุทิศ เหมะมูล เรื่อง

 

Out here in the fields

I fight for my meals

I get my back into my living*

 

นานแค่ไหนกันแล้ว ในแดนดินถิ่นนี้ที่คนหนุ่มสาวไม่ได้ออกมารวมพลังกัน อย่างสร้างสรรค์และพร้อมเพรียง เช่นนี้?

กุมภาพันธ์ 2563 เดือนแห่งความรัก ที่หวงแหน บนดินแดนปกปิดอำพราง พวกเขาออกมาฮึกเหิมทวงถาม

ไหนน้ำ ไหนอากาศ ไหนอาหารการกิน ไหนหน้ากากกันเชื้อโรค ไหนความเป็นธรรม เท่าเทียม ไหนคุณภาพชีวิตที่ดี ไหนความสงบสุขที่จริงใจ ไหนระบอบประชาธิปไตยฯ

หนุ่มสาวของอนาคตแห่งดินแดนนี้ ถูกล้อมคอก ลำเลียงเลี้ยงอย่างปศุสัตว์ในฟาร์มหลากอุตสาหกรรมและโรงงานของเจ้าสัว

ถูกยึดเวลา เลี้ยงชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ถูกขโมยอนาคต

นี่หรือที่ผู้ใหญ่ของวันนี้ ใช้อบรมเลี้ยงดูหนุ่มสาวของอนาคต?

 

พวกผู้ใหญ่บริหารจัดการแดนดินนี้อย่างไร? ฉวยใช้ทรัพยากร ผลิตผล และรายได้ทั้งหมดไปให้กับกลุ่มคนเพียงหยิบมือ ให้ผู้ที่มีอำนาจ ให้กองทัพยิ่งมีแสนยานุภาพ สร้างปราการส้องสุมแตะต้องไม่ได้ ปล่อยกองกำลัง IO สร้างความเกลียดชัง ใส่ร้ายผู้คนให้ด้อยค่า มองเห็นประชาชนเป็นศัตรู เอาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ มาวางเรียงเป็นเส้นพรมแดน ความเห็นต่างคือชังชาติ “เป็นคนไทยหรือเปล่า?” พวกเขาตะโกนถาม ป้ายสีความเป็นอื่นให้กับผู้คนในดินแดนเดียวกัน

มีดินแดนอื่นให้มากกว่านี้อีกไหม เรื่องการกระชับกำลังฮึ่มแฮ่ใส่ประชาชน เหล่ารั้วของชาติที่ไม่ให้เกียรติผู้คน ลดค่าผู้คนเหลือแค่แรงงาน ใช้กำลังกาย พลังใจ ทุกความกลัดกลุ้ม เศร้าหมอง ขมขื่น หยาดเหงื่อและน้ำตาทุกหยาดหยดให้กับคนเพียงหยิบมือ

รีดเค้น รีดไถ ผ่านท่าทีขึง เสียงขู่คำรามของผู้นำ ระบาดแพร่ท่าทีกระโชกโฮกฮากสู่คณะรัฐมนตรี และผู้มีอำนาจในหน่วยงานราชการต่างๆ ระบาดออกไป

ในระบบยุติธรรม ที่ผู้ถูกกล่าวหาต้องแก้ต่างอธิบายจนสิ้นสงสัย ทั้งๆ ที่ผู้ใส่ร้ายควรจะทำ

ระบบที่อำพราง อมพะนำ กลบเกลี่ยให้พวกพ้อง กระทำต่อหน้า คาตา ท้าทายการรับรู้ของผู้คน

แล้วยังมีหน้ามาชี้หน้าประชาชนกลับ ว่าท้าทายระบบ ท้าทายพวกตน

 

I don’t need to fight

To prove I’m right

I don’t need to be forgiven

 

แล้วพ่อแม่ พี่ป้าน้าอา ลุงป้า ปู่ย่าตายาย สื่อมวลชน ศิลปิน นักแสดง ฯลฯ ผู้ใหญ่ทั้งหลายที่ให้ท้ายทุรชนคนนั่งซังพวกนี้ พวกท่านได้ประโยชน์อะไรจากพวกเขา นอกจากความสงบเรียบร้อยที่ไม่ปลอดภัย เคียดแค้น หวาดกลัวบางคนบางกลุ่ม รุมกล่าวหาว่าเขาจะล้มล้างการปกครอง ทั้งๆ ที่เราล้วนอยู่ในดินแดนและถูกปกครองโดยกลุ่มคนที่ล้มล้างการปกครองแล้วแท้ๆ ไม่ไยไพต่อความวิกลรูปที่เป็นอยู่ เจ็บแค้นช้ำเคืองกับการถูกเรียกว่าเป็นสลิ่ม ทั้งๆ ที่คุณภาพชีวิตตอนนี้เป็นยิ่งกว่านั้น… ยิ่งกว่านั้น…

เป็นจำเลยรักของการตบจูบตบจูบ

เป็นทาสที่หลงรักข้างเดียวโดยเขาไม่เหลียวมองมา

เป็นเสน่หาแห่งหัวใจว่าอดีตอันงดงามจะลมพัดหวน

สายลมจะเย็นชื่นและแสงแดดจะกระจ่าง ในน้ำกะทิอบร่ำดอกมะลิ ควันธูปเทียน

 

Don’t cry

Don’t raise your eye

It’s only teenage wasteland

 

หมดเวลาคร่ำครวญ จำนนตนเป็นผู้ถูกกระทำ หนุ่มสาวแห่งปัจจุบันเอ๋ย เหล่าผู้เป็นอนาคตของแดนดินถิ่นนี้

ลุกขึ้นต่อต้าน ทวงถามความชอบธรรม ค่าแรงและคุณภาพชีวิต จงเป็นอากาศสดใหม่ในดินแดนที่สุมควันไฟแห่งความเกลียดชัง ให้ปิดปากเงียบ ฝืนข่มด้วยโอวาทอาวุโส ผลักคนจนมุม ขับไล่ให้ออกนอกประเทศ

ลุกขึ้นคำราม ยกแขนขึ้นชูสามนิ้ว เราไม่สะสมอาวุธ ไม่มีกองกำลัง มีเพียงสองมือ หัวใจที่ถูกดูแคลนย่ำยี และชูสามนิ้ว

เผด็จการและพวกฉ้อฉลสิ จงพินาศไป! จงออกไป!

 

หนุ่มสาวเอย…

พวกเธอไม่ใช่ภาระของประเทศ ไม่ใช่เพียงแรงงาน พนักงาน ก้มหน้า ปิดปากเงียบไว้ด้วยภาระเลี้ยงดูบิดามารดา ผู้หลักผู้ใหญ่ อุปถัมภ์หวังความกตัญญู

ถ้าพวกเขาอยากใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่เงียบๆ จัดห้องหับให้พวกเขาได้อยู่เงียบๆ เอาอากาศเข้ามาให้ เอาภูมิทัศน์ที่น่าพอใจมาสู่ ป้อนพวกเขาให้อยู่อย่างสงบ และสุข ในห้องหับเงียบเชียบ ปลอดภัย

และพวกผู้หลักผู้ใหญ่ควรตระหนักรู้ ว่านี่คือสิ่งที่ลูกหลานหามาให้ วัยรุ่นหนุ่มสาวเตรียมที่ทางไว้ให้ เพื่อให้พวกคุณสุขสบายไร้กังวล จากหยาดเหงื่อ แรงใจ และพลังแห่งชีวิตวัยหนุ่มสาว ล้วนต่างเป็นลูกหลานของพวกท่านทั้งนั้น อย่าทวงถามความกตัญญูเพื่อประโยชน์ส่วนตนให้มากนักเลย

ดินแดนนี้มีสภาพร่อแร่ เพราะมีผู้ใหญ่หวงความสงบสุขในบั้นปลายของตนเองเยอะมากเกินไป ห่วงแต่ช่วงชีวิตของตัวเอง ไม่ห่วงลูกหลานและคนมาทีหลัง อำมหิตด้วยความดื้อรั้น เงียบร้าย ใจจืดใจดำ อยู่ในถ้อยคำว่า ‘อาวุโส’

ดินแดนนี้ต่างหากที่เป็นภาระของคนหนุ่มสาว และมันเป็นภารกิจของคนหนุ่มสาว ที่จะทำให้ดินแดนนี้น่าอยู่

 

Sally take my hand

We’ll travel south cross land

Put out the fire

And don’t look past my shoulder

The exodus is here

The happy ones are near

Let’s get together, before we get much older

 

หากใครจะเงียบเสียงก็เงียบไป แต่หนุ่มสาวแห่งอนาคตต้องการส่งเสียง อย่ามาปิดปากพวกเขา และสำหรับผู้ใหญ่ที่เห็นพ้อง ร่วมช่วยกันกู่ร้อง ยืนเคียง

ที่นี่คือดินแดนของพวกเขา เป็นความหวัง เป็นพลังแห่งหนุ่มสาวและดินแดนของเรา!

 

Teenage wasteland

It’s only teenage wasteland

Teenage wasteland

Oh yeah, teenage wasteland

They’re all wasted!

 


 

 

*จากคำร้องของเพลง Baba O’Riley ของวง The Who บรรจุเป็นเพลงแรกในอัลบั้ม Who’s Next ค.ศ. 1971 ชื่อเพลงอุทิศให้สองบุคคลซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในชีวิต คนแรกเป็นนักปรัชญาชาวอินเดีย นาม Meher Baba คนถัดมาเป็นนักแต่งเพลงคนสำคัญในแนวทางมินิมัลลิสต์ Terry Riley (จึงนำนามสกุลของทั้งสองมารวมไว้เป็นชื่อเพลง)

เพลงนี้นับเป็นหลักไมล์สำคัญของวงการดนตรี ติดอันดับ 500 เพลงยอดเยี่ยมตลอดกาล เนื้อหาเพลงเปิดให้ตีความได้สองทาง เหล่าหนุ่มสาวที่เดินทางออกค้นหาดินแดนที่ดีกว่า แม้ต่อมา Pete Townshend สมาชิกวงให้สัมภาษณ์ว่าเนื้อร้องแสดงความน่าหดหู่ใจของกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวที่เสพยาจนสมองเสียหายในงานเทศกาลดนตรี Woodstock กาลเวลาผ่าน เพลง Baba O’Riley ถูกนับเป็นคล้ายเพลงมาร์ช เฉลิมฉลองพลังแห่งวัยหนุ่มสาว

Author

Uthis Haemamool

อุทิศ เหมะมูล - นักเขียน เจ้าของผลงานนวนิยายหลายเล่ม เช่น ลับแล, แก่งคอย ลักษณ์อาลัย และ จุติ