อุทิศ เหมะมูล เรื่อง

ภาพิมล หล่อตระกูล ภาพประกอบ

 

 

“ชอบรูปนี้” เธอบอก ใช้นิ้วชี้ลากไปตามลายเส้นปากกาบนสมุดวาดภาพ เส้นเรียวแขนลากต่อเนื่องไปจนถึงหัวไหล่ จากหัวไหล่ไล้ลงมาถึงหน้าอกเปลือย “วาดนมใหญ่เกินจริง” เธอตำหนิ

“เวลาคนเรานอนตะแคงหน้าอกก็ตกคล้อยเห็นเป็นเต้าถันชัดเจนแบบนี้แหละ” คุณอธิบาย

“จินตนาการเอาใช่มั้ย ไม่ใช่แอบแคปภาพจากตอนเราวิดีโอคอลคุยกันใช่มั้ย”

“โธ่ ระดับไหนแล้ว” คุณอมยิ้ม “ทำไมถึงชอบ”

“ก็คุณบอกว่าใช้นิ้วมือลงสีภาพ” เธอลากนิ้วซ้ำรอยนิ้วคุณไปตามท่อนแขน หน้าอก เอวและสะโพก บางตำแหน่งของภาพมีรอยนิ้วมือคุณปรากฏอยู่ “ขอได้มั้ย” เธอเอ่ย

“ถ้าให้ แล้วผมจะมีอะไรเก็บไว้ดูล่ะ”

“ก็คุณมีฉัน อยู่ตรงนี้ไง” เธอบอก

 

Nothing you say

Will ever be wrong

‘Cause it just feels good being in your arms*

 

“หนีเที่ยวกันเถอะ” เธอเอ่ยปุ๊บหยิบมือถือโทรไปลาป่วยที่ที่ทำงาน คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องอาบน้ำ “ไปกัน” ไปไหน คุณถามตามหลัง “ให้คุณเลือก พาไปเที่ยวหน่อย” เสียงเธอไล่หลังเสียงปิดประตู

 

And I’m running with you

As fast as I can

Singing to myself I wanna hold your hand

 

คุณกับเธอยืนงงๆ อยู่หน้าอาคารที่พัก “เข้าเมืองกัน” คุณบอก เดินเคียงกันไปยังสถานี BTS ผู้คนหนาแน่นเต็มตู้โดยสาร รถไฟเคลื่อนกระตุกไปตามราง คุณคว้ามือเธอมาจับ หากจะเซเสียหลักให้เซมาที่อกคุณ คุณเลียนเสียง ‘เน็กซ์สเตชั่น…’ ไปตลอดทางจนถึงจุดหมาย

 

And we’re going downtown

‘Cause we feel like running around

Is it really this fun when you’re on my mind

Is it really this cool to be in your life

 

กางแผนที่ Bangkok art biennale เดินดูงานศิลปะตามลายแทงขุมทรัพย์ อยากเห็นงานของ Clemente Basquiat และ Warhol ให้หนำใจ แต่นั่นคือภาพเดียว (Amorosi) ที่ศิลปินทั้งสามร่วมงานในภาพเดียวกัน เธอสวมหูฟังที่งาน ‘Standing Structures for Human Use’ ของ Abramovic แต่คุณกลับทำท่าฝึกมวยจีนกับแท่งไม้ตรงหน้า เธอเตือนคุณและบอกว่าอย่าสัมผัสผลงาน “ผมรู้น่า” คุณบอก แล้วจากนั้นพวกคุณก็เผลอไปงีบหลับในห้อง ‘Inverso Mundus’ ผลงานวิดีโออาร์ตของศิลปินรัสเซีย

เธอพูดถึงอาร์ตมิวเซียมที่เยอรมนี ที่เนเธอแลนด์ ที่อังกฤษ ว่าถ้าอยากดูงานศิลปะให้หนำใจ “ไปด้วยกันนะ สักครั้ง” เธอบอก อยากไปดูกับคุณ

คุณจูบเธอริมทางเท้า เธอหน้าแดงเพราะเขินอาย “กินอาหารข้างทางเป็นมั้ย” คุณถาม “คุณเหอะ กินเป็นมั่งรึเปล่า” เธอย้อน ชอบพาไปแต่ที่ชิคๆ คูลๆ “ปกติชอบกินสัมตำ” เธอบอก “ได้ ได้” น้ำเสียงคุณท้าทาย

คุณชวนเธอไปดูหนังที่ Bangkok Screening Room เธอบอกอยากดูหนังตลาดบ้าง ได้นั่งเคียงและจับมือกัน ช่วงไหนหนังน่าเบื่อก็ได้ลอบมองหน้ากันบ้าง อะไรแบบนั้น “อยากกินกุ้งเผาตัวใหญ่ๆ อยากกินปูไข่ตัวอ้วนๆ” เธอกระซิบบอกคุณในโรงหนัง อะไรเนี่ย คุณเอ่ย ก็ได้ คุณเอ่ย

แต่ออกจากโรงเธอก็เปลี่ยนใจ ยืนยันว่ายังอยากให้คุณพาไป ที่ไหนก็ได้ ที่ที่คุณนั่งอยู่แล้วสบายใจ อุ่นใจ คุณเลยพาเธอไปที่บาร์ลับแห่งหนึ่ง ซึ่งจริงๆ มันไม่ลับเลย ใครๆ เขาก็รู้ คุณตกเป็นเครื่องมือคำพูดยั่วยวนอย่าง ‘บาร์ลับ’ เราต่างตกในถ้อยคำหวานที่พลิกเปลี่ยน ‘อย่าเรียกค่าโง่ ให้เรียกค่าซื้อความรู้ที่แพงไปหน่อย’ ‘ไม่ใช่ไม่โปร่งใส แต่จะโปร่งใสเมื่อถึงเวลาหนึ่ง’ ‘ไม่ใช่เผด็จการ แต่ใช้อัยการศึกหยุดเลือดประเทศไหล’ ‘ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป็นองค์กรชั่วคราว’

“ต่อมา” เธอว่า “เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ได้รับการยกเว้นเพราะเป็นข้าราชการการเมือง” ขำสัส เธอว่า

คุณจึงชวนเธอไปที่อื่น ที่ที่เป็นบาร์ลับจริงๆ บางบาร์ก็อยู่ของมันแบบนั้น ขมุกขมัว ซอมซ่อ และเดียวดายอย่างนั้น ความเป็นที่นิยมหันหลังให้มัน ในอีกด้านหนึ่งก็ดีแล้ว ถ้ามันได้รับความนิยม ความซอมซ่อนั้นก็จะถูกขายถูกโฆษณา แต่ไม่เดียวดาย

เมื่อคุณพาเธอเข้าบาร์ไป บาร์ก็ไม่เดียวดายอีกแล้ว คุณบอกคุณชอบแวะมานั่งเล่นอยู่ที่นี่ นั่งตรงมุมบาร์ปลอดคน จิบวิสกี้แก้วสองแก้ว เคล้าเสียงเพลงวงสกอร์เปี้ยน ไม่ก็แกรี่ มัวร์ ทำท่าครุ่นคิดและเหม่อลอยให้เธอดู แสดงเป็นคนเดียวดายให้เธอดู เพื่อให้เธอยิ้มและขบขัน สำลักเครื่องดื่ม และเรอออกมา

เมื่อบาร์กลับมาเดียวดายอีกครั้ง คุณครุ่นคิดและเหม่อลอย ไม่ใช่การแสดง ไล่คว้ารอยยิ้มและความสว่างไสว เหตุบังเอิญและความพ้องพาน ในบทเพลงแสนเฉิ่มเชยจากวงสกอร์เปี้ยน ในเสียงบาดหูของซินดี้ ลอเปอร์จากเพลง Time after time และความครุ่นคำนึงของคุณเต้นรำเดียวดายไปตามริมฝีปากทั้งบนและล่างของเธอ ซึ่งปรากฏอยู่บนเส้นปากกาที่คุณบรรจงวาดลงในกระดาษเช็ดปาก

 

There’s one thing I’ll do

If it ever goes wrong

I’ll write you into my all of my songs

 

คุณจะวาดเธอไปเรื่อยๆ วาดด้วยความคลั่งไคล้ใหลหลง คร่ำครวญ เสียสติ และก็ชื่นชม จนกว่าความคลั่งหลงจะจืดจางลง นี่คือกระบวนการหนึ่งที่คุณดำรงชีวิตอยู่ ตัดเปลือกตาทิ้งเพื่อจะได้จ้องมองโมงยามหนึ่งโดยไม่กะพริบตา สุขจากบาดเจ็บ สุขจากมึนชา และสุดท้าย สุขจากระเรื่อยแผ่วมาเหมือนคลื่นลูกเล็กๆ ซึมลงผืนทราย

จนกว่าบาร์ลับจะกลับมาเดียวดาย และคุณไม่ต้องแสดงให้เธอดูอีกต่อไป

 

And if suddenly I die

I hope they will say

That he was obsessed and it was okay

 

ภาพที่เธอขอไว้ยังอยู่กับคุณ

บางทีก็เหมือนต้องแลก คุณเก็บภาพเธอไว้ แต่ไม่ได้เธอ

 

*เนื้อเพลง Downtown วงแคนาเดียนนาม Majical Cloudz

Author

Uthis Haemamool

อุทิศ เหมะมูล - นักเขียน เจ้าของผลงานนวนิยายหลายเล่ม เช่น ลับแล, แก่งคอย ลักษณ์อาลัย และ จุติ