รชพร ชูช่วย เรื่อง

 ภาพิมล หล่อตระกูล ภาพประกอบ

 

เฟย์ก็ไม่ต่างจากคนทำงานออฟฟิศกินเงินเดือนทั่วไปในกรุงเทพฯ ที่เมื่อทำงานมาได้สักระยะ ก็เริ่มมีความคิดที่จะซื้อบ้านหรือคอนโด เป็นของตัวเอง เพราะใครๆ ก็บอกว่าจะไปเสียเงินเช่าทำไม จ่ายเงินค่าเช่าก็เหมือนจ่ายเงินทิ้งไปเปล่าๆ เอาเงินมาเก็บไว้กับการผ่อนบ้านหรือคอนโดดีกว่า นัยว่าเป็นการลงทุนที่ดีมากในระยะยาว อย่างไรราคาก็ขึ้นแน่ๆ ในอนาคต

อันที่จริงแล้วเฟย์มีบ้านของพ่อแม่อยู่ชานเมือง แต่ด้วยการทำงานที่อยู่กลางเมือง ถ้าต้องมีรถและขับรถไปกลับทุกวันจะเสียเวลาวันละสองสามชั่วโมงเป็นอย่างน้อย หรือถ้าต้องใช้ขนส่งสาธารณะแบบชั้นดี คือมอเตอร์ไชค์ต่อรถไฟฟ้าและแท็กซี่ ค่าเดินทางในหนึ่งวันอาจจะไปถึงห้าร้อยบาท เฟย์จึงเลือกเช่าอพาร์ตเมนต์เก่าๆ มาสองสามปีแล้วโดยแชร์กับเพื่อน อพาร์ตเม้นต์นี้อยู่ในซอยเล็กกลางเมืองที่เดินทางไปทำงานได้อย่างไม่ยากนัก

สำหรับเฟย์ การอยู่กลางเมืองหรือเข้าถึงเมืองได้เร็วนั้น ยังเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำงาน แต่ด้วยเงินเดือนประมาณสี่หมื่นที่ได้รับบวกกับรายได้พิเศษที่รับจ็อบบ้างอีกไม่มากนั้น ทางเลือกการซื้อบ้านที่อยู่ในเมืองต้องตัดทิ้งไปเลย เป็นไปไม่ได้แน่ๆ จึงเหลือแค่ห้องชุดในคอนโดมีเนียมที่อาจจะพอเอื้อมถึง

เฟย์เริ่มเข้าไปหาข้อมูลในเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีมากมาย แล้วก็พบว่าคอนโดที่อาจจะพอซื้อได้ตามเงินเดือนนั้น ราคาอยู่ที่สองล้านกว่าๆ (ด้วยการผ่อนสามสิบปี) ผนวกกับที่ตั้งที่พอจะเดินทางไหวคือไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ปลายๆ สายตามชานเมือง ราคาต่อหนึ่งตารางเมตรประมาณแปดหมื่นบาท พื้นที่ในห้องประมาณ 20-30 ตารางเมตร

 

 

หลังจากที่ศึกษาที่ตั้งและเงื่อนไขต่างๆ แล้ว ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ปรกติเฟย์จะเอาไว้นอนตื่นสาย ซักผ้า ไปเที่ยวกับแฟนบ้าง หรือบางทีก็ไปกินข้าวกับพ่อแม่ ก็ถูกใช้ไปกับการตระเวนดูคอนโดตามที่ต่างๆ เกือบทุกห้องที่ไปดูไม่ต่างกันมากนัก ไม่ว่าจะเป็นโครงการไหน คือเป็นห้องโล่งๆ เพดานไม่สูงนักหนึ่งห้อง หน้ากว้าง 4-5 เมตรแล้วแต่รูปแบบ เพื่อวางเตียงและโซฟาเล็กๆ ผนังด้านหนึ่งมักกันพื้นที่ไว้เป็นแพนทรี เพื่อวางตู้เย็นและไมโครเวฟ บางทีมีเตาไฟฟ้าเล็กๆ พร้อมเครื่องดูดควันที่ดูเหมือนจะเอาไว้ให้ทำกับข้าวได้

แสงสว่างเข้าได้จากด้านเดียว เป็นประตูกระจกเลื่อนหนึ่งบานที่เปิดออกสู่ระเบียงแคบๆ ที่เอาไว้วางตัวเป่าลมร้อนของเครื่องปรับอากาศก็แทบจะเต็มพื้นที่แล้ว ไม่แน่ใจว่าจะตากผ้าได้ไหม หรือถ้าออกมายืนรับลมและเปิดแอร์ไปด้วยคงได้แต่ลมร้อนที่มาจากเครื่องปรับอากาศแน่ๆ และคิดว่าคงจะต้องเปิดแอร์ตลอดเวลาที่อยู่แน่ๆ เพราะห้องดูจะร้อนมากอยู่ตลอดเวลา ไม่น่ามีลมพัดเข้ามาได้จากการเปิดประตูระเบียงทางเดียว คงเปลืองไฟอยู่เหมือนกัน ส่วนห้องน้ำเป็นห้องเล็กๆ ที่ไม่มีหน้าต่าง แต่มีพัดลมดูดอากาศที่พร้อมทำงานเมื่อเปิดไฟเหมือนตามโรงแรม ขนาดยังไม่ได้มีการใช้งานใดๆ ก็ยังรู้สึกถึงความอับและอาจจะชื้นได้ในอนาคตเมื่อต้องใช้

เซลขายคอนโดแทบทุกคน ไม่ค่อยรู้เรื่องห้องเท่าไหร่นักเมื่อถามลงไปถึงรายละเอียด มีแต่การย้ำว่าทำเลนี้ดีมาก ราคาขึ้นแน่ๆ ซื้อไปไม่เสียใจ

ผ่านไปหลายเดือน เฟย์ก็ยังตัดสินใจจะซื้อคอนโดไหนไม่ได้สักที แม้ว่าจะมีเซลโทรมาให้ข้อเสนอใหม่ๆ มากมายแทบจะทุกวัน ลดแลกแจกแถมต่างๆ นานา เพราะเฟย์คิดไม่ออกว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรในห้องเล็กๆ นี้ เป็นเวลานานจริงๆ แล้วเฟย์คิดว่าไม่น่ามีใครที่จะใช้ชีวิตอยู่ในห้องแบบนี้ได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีเลยมากกว่า

แม้ว่าอพาร์ทเม้นท์เก่าๆ ที่เฟย์เช่าอยู่กับเพื่อนในตอนนี้จะไม่ได้อยู่ในสภาพดีนัก เพราะไม่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมเท่าที่ควร สีลอกบ้าง น้ำรั่วบ้าง วัสดุก็หมดสภาพบางส่วน หน้าตาก็ออกจะเชยๆ เพราะออกแบบมาเมื่อสัก 40 ปีที่แล้วน่าจะได้ แต่สภาพความเป็นอยู่ดีกว่าคอนโดที่ไปดูมามากมายนัก

ห้องที่เฟย์อยู่เป็นห้องเล็กที่สุดในตึก พื้นที่ห้องประมาณ 60 กว่าตารางเมตร มีห้องนอนเล็กๆ สองห้อง ห้องนั่งเล่นตรงกลาง ทุกห้องสามารถเปิดหน้าต่างให้ลมเข้าได้ เพราะมีหน้าต่างอย่างน้อยสองทางจึงไม่ต้องเปิดแอร์อยู่ตลอดเวลา ในห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันแม้ว่าสุขภัณฑ์จะเก่ามาก พื้นกระเบื้องมีคราบที่ขัดไม่ออก แต่ก็เป็นห้องน้ำที่โดนแดดและแห้งอยู่เสมอด้วยหน้าต่างบานเกล็ดกระจกฝ้าขนาดใหญ่

ส่วนห้องครัวเล็กๆ ก็มีหน้าต่างติดกับทางเดินในอาคาร แยกเป็นสัดส่วนกับพื้นที่อื่นๆ จึงทำอาหารได้โดยไม่มีกลิ่นปะปนกับห้องอื่น แม้ว่าเฟย์จะทำได้แต่อาหารง่ายๆ แต่ก็ประหยัดเงินไปไม่น้อยในช่วงใกล้สิ้นเดือน เพื่อนที่อยู่ด้วยกันเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ทำกับข้าวกินเองเกือบทุกมื้อเวลาออกไปถ่ายรูปข้างนอก เพราะรายได้ไม่สม่ำเสมอแล้วแต่ช่วง จึงต้องใช้เงินให้น้อยที่สุดไว้ก่อน เพื่อเก็บเงินไว้จ่ายค่าเช่าห้องที่แม้จะไม่ได้แพงมากนักเมื่อหารสอง แต่ก็อาจจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่เมื่อไม่มีงาน

ระเบียงที่อยู่ติดกันกับห้องนั่งเล่นตรงกลางนั้นกว้างเกือบสองเมตร นอกจากจะวางต้นไม้ได้จำนวนหนึ่งจนพอให้ร่มเงาแล้ว ยังเอาเปลญวนผ้าที่ซื้อมาจากจตุจักรไปแขวนไว้นอนเล่นได้ด้วย วันหยุดไม่ได้ไปไหนตอนบ่ายๆ บางทีเฟย์ก็นอนอ่านหนังสือเล่นบนเปลนี้จนหลับไปบ่อยๆ

เฟย์เริ่มคิดว่าจะต้องซื้อคอนโดตามที่ใครๆ บอกไหม เพราะถ้าต้องย้ายออกจากอพาร์ตเม้นต์ที่อยู่สบายดีนี้ ไปอยู่ในคอนโดเล็กๆ ตามที่ใครๆ เรียกกันว่าคอนโดรูหนู เพื่อเป็นการลงทุน คุณภาพชีวิตที่หายไปจะนับเป็นทุนที่ลงไปด้วยไหม และต้องได้กำไรเท่าไหร่จึงจะคุ้ม

สิ่งที่เฟย์เผชิญอยู่นั้นเป็นเงื่อนไขทางเลือกในการดำรงชีวิตของคนเมืองใหญ่จำนวนมาก ไม่ใช่เฉพาะที่กรุงเทพฯ เท่านั้น คนเหล่านี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ในเมืองที่มีรายได้ปานกลางหรือค่อนข้างต่ำ แต่ต้องการมีที่อยู่อาศัยในเมืองด้วยความจำเป็นทางอาชีพการงาน

โครงการที่อยู่อาศัยรวมสร้างขึ้นเพื่อการอยู่อาศัยของผู้คนในเมืองหรือชานเมือง มีหลายครอบครัวอยู่ด้วยกัน เช่นหมู่บ้านจัดสรร อพาร์ตเม้นต์ (คอนโดมีเนียมเป็นอพาร์ตเม้นต์ชนิดหนึ่งที่มีวิธีการถือครองเฉพาะตัว) แน่นอนว่าโครงการที่พักอาศัยเหล่านี้ที่ถูกพัฒนาขึ้นด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ย่อมมีกลไกทางธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เจ้าของโครงการต้องการผลกำไรในการพัฒนา และผู้ซื้อก็ต้องการบ้านที่ ‘อยู่อาศัย’ ได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เป้าหมายหลักในการออกแบบสถาปัตยกรรมเหล่านี้ คือการสร้างที่อยู่อาศัยอันเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยเป็นหลัก สถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นจึงตอบรับกับการ ‘อยู่อาศัย’ ของผู้คนต่างๆ กันไป

 

 

โครงการที่อยู่อาศัยรวมที่เกิดขึ้นนั้น จึงมีเป้าหมายพื้นฐานไม่ต่างจากบ้านที่อยู่นอกเมือง เพียงแต่มีความหนาแน่นสูงกว่า ที่ผู้อยู่อาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวควรจะสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างปกติสุข ได้รับอากาศบริสุทธิ์ถ่ายเทได้ มีแสงสว่างธรรมชาติส่องถึง มีพื้นที่เปิดโล่งสำหรับต้นไม้ สามารถพักผ่อนนอนหลับได้อย่างรู้สึกปลอดภัย นอกจากนี้ยังต้องสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างหลายๆ ครอบครัวที่อยู่ในโครงการให้กลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง รู้จัก แบ่งปัน และพึ่งพากันได้

สถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยรวมในยุคแรกเริ่มที่มีอายุ 30-40 ปีเป็นต้นไปในกรุงเทพฯ จึงมีความเป็นบ้าน ที่ใช้ ‘อยู่อาศัย’ ได้อย่างแท้จริง ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ไม่ต่างจากบ้านเดี่ยวเท่าไหร่นัก (อพาร์ตเม้นต์ของเฟย์ เป็นตัวอย่างที่ดี)

แต่ในช่วงกว่า 3-4 ทศวรรษที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลายเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรมหาศาลในระยะเวลาอันสั้น จึงมีเงินทุนไหลเข้ามาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากมาย สถาปัตยกรรมไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างที่ให้พื้นที่ในการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ ของมนุษย์เท่านั้น แต่ถูกแปลงให้กลายเป็นทุนที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันด้วยผลตอบแทนที่น่าพึงใจ

เราจึงเห็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ที่เจ้าของโครงการได้รับผลกำไรมหาศาลจากการสร้างโครงการ ขายโครงการ และขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แต่อาคารที่อยู่ในโครงการกลับไม่มีผู้พักอาศัย เป็นโครงการร้างไร้ผู้คน

เราเห็นคอนโดระฟ้ากลางเมืองจำนวนมาก ที่ในตอนกลางคืนมีไฟห้องต่างๆ เปิดอยู่ไม่กี่ห้อง แต่ขายหมดไปนานแล้ว ด้วยราคาต่อตารางเมตรสูงลิ่ว ที่เมื่อเปิดการขายก็ได้แต่สงสัยว่าแพงขนาดนี้ใครจะซื้อ เพราะคนจำนวนมากซื้อไว้เป็นการลงทุน เป็นแหล่ง ‘จอด’ เงินทุนจากทุกสารทิศในโลกที่หวังผลกำไรในอนาคต

 

 

ที่อยู่อาศัยกลางเมืองจำนวนมากจึงเป็นพื้นที่ร้าง ที่รอให้ราคาขึ้นไปเรื่อยๆ หรือถ้าราคาไม่สูงพอที่จะคุ้มค่ากับทุนที่ลงไป ก็จะไม่ปล่อยขายออกมา โครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา ราคาก็สูงตามไปด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ราคาที่อยู่อาศัยเหล่านี้สูงเกินความสามารถทางการเงินของคนทำงานธรรมดาทั่วไป (และสาธารณูปโภคของเมืองที่สร้างไว้สำหรับการอยู่อาศัยก็สูญเปล่าไป เพราะอาคารเหล่านี้ไม่ได้ใช้อยู่อาศัยเพื่อบรรเทาปัญหาจราจร หรือลดการใช้ทรัพยากรในการเดินทางเข้ามาทำงานในเมืองแต่อย่างใด)

เมื่อผู้ซื้อไม่ได้ต้องการอยู่อาศัยเป็นหลัก คุณภาพของสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยจึงการเป็นประเด็นที่รองลงไปในการพัฒนาโครงการ ทำเลที่ตั้ง ความคุ้มทุน ความสามารถในการหากลุ่มลูกค้าที่จะมาซื้อโครงการต่อไปในอนาคต หรือว่าความสามารถในการกู้ยืมกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่า

ปัจจุบันการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางหรือค่อนไปทางต่ำ (อย่างเฟย์) ที่อยู่ในทำเลดี (แม้จะไม่ได้อยู่กลางเมืองมากนัก) แต่อยู่ติดกับสาธารณูปโภคสาธารณูปการที่สะดวกสบาย มีแนวโน้มจะเป็นการลงทุนที่มีราคาสูงขึ้นในอนาคตได้ ก็ใช้วิธีการพัฒนาเช่นเดียวกับโครงการกลางเมือง ที่ไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพของการอยู่อาศัยมากนัก แม้ว่าผู้ซื้อโครงการเหล่านี้จะซื้อเพื่อเอาไว้อยู่เองมากกว่าโครงการหรูๆ กลางเมืองก็ตาม

ด้วยเงื่อนไขของตลาดทุน ผู้ที่อยู่ในอาคารเหล่านี้อาจจะต้องทนอยู่ในสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาเพื่อ ‘การลงทุน’ มากกว่า ‘การอาศัย’ เป็นเพียงพื้นที่อยู่ให้เวลาผ่านไปเพื่อให้มูลค่าสูงขึ้น แต่ไม่สามารถจะเป็นที่อาศัยพึ่งพิง เป็นบ้านที่ลงหลักปักฐานได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

ปัญหาของที่อยู่อาศัยความหนาแน่นสูงในเมือง เป็นปัญหาท้าทายเมืองใหญ่ในโลกมาเป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ ทั้งในด้านรูปแบบสถาปัตยกรรม ความเป็นอยู่ การจัดสรรพื้นที่ในเมือง การแบ่งโซนต่างๆ ที่เกี่ยวโยงไปถึงนโยบายที่อยู่อาศัยของรัฐหนึ่งๆ ที่จะเห็นว่าการมีที่อยู่อาศัยสำหรับพลเมืองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานหรือไม่ เมื่อมีประเด็นการลงทุนกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ปัญหาที่อยู่อาศัยในเมืองนี้ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

หากคนหนุ่มสาววัยทำงานไม่สามารถมีที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน ก็อาจจะเกิดการย้ายออกจากเมืองใหญ่ ไปใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า แต่มีคุณภาพชีวิตสูงกว่า แม้ว่าเมืองใหญ่ยังเป็นที่ที่ให้โอกาสทางเศรษฐกิจสูงกว่า แต่การแข่งขันก็สูงตามไปด้วย หรืออาจจะถึงขั้นเกิดการย้ายไปประเทศที่มีโอกาสได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในเมืองใหญ่หลายเมืองในโลกมาแล้ว

เพราะในที่สุดแล้ว มนุษย์ก็ยังมีร่างกายที่ยังหายใจ จึงต้องการพื้นที่ในการอยู่และอาศัยที่มีคุณภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากร่างกายยังไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ที่หายใจใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพดีแล้ว คงยากที่จะมีความหวังและความฝันในการดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างปกติสุข เป็นทรัพยากรที่ดีของสังคมได้

เฟย์เห็นโฆษณาว่าหนึ่งในคอนโดที่เคยเล็งไว้ ลดราคาลงเกือบครึ่ง เนื่องจากยอดขายตกเพราะการระบาดของโควิด-19 เพื่อนหลายคนเชียร์ให้รีบซื้อ แต่เฟย์ก็ยังไม่แน่ใจ เพราะเห็นว่าถ้าอยู่ๆ ราคาคอนโดตกไปเกือบครึ่งภายในเวลาไม่กี่เดือน การซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนนั้น จะยังเป็นการลงทุนที่น่าลงทุนจริงๆ หรือ โดยเฉพาะถ้าต้องแลกกับคุณภาพชีวิตและสุขภาพ (ที่ต้องอยู่ในห้องที่เปิดแอร์ตลอดเวลา)

ตอนนี้แม้เงินจำนวนหนึ่งต้องจ่ายทิ้งไปกับค่าเช่า ทำให้เงินออมน้อยลงว่าการเอาเงินไปซื้อคอนโด แต่เฟย์ก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า อย่างน้อยอพาร์ตเม้นต์ที่อยู่นี้ก็เป็นบ้านที่นอนหลับฝันดีได้ มากกว่าคอนโดรูหนูที่ใครๆ เชียร์ให้ลงทุน

 

Author

Rachaporn Choochuey

รชพร ชูช่วย - อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาปนิก บริษัท all(zone) จำกัด รชพรสนใจในบทบาทของสถาปัตยกรรมที่มีอิทธิพลในการหล่อหลอมพฤติกรรม วัฒนธรรมการใช้พื้นที่ และทัศนคติของผู้คนในสังคม