fbpx

โอกาสจะมีชีวิตอีกหนของคนเคยทำผิด: ชวนดู 3 หนังสั้นว่าด้วยอดีตนักโทษกับการตีตราในสังคม

การลงโทษผู้กระทำความผิดด้วยการจำคุกเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพนั้นนับเป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้กันในหลายๆ สังคม

แม้เราจะมีคำเปรยๆ กันว่า “เราล้วนเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้” แต่เอาเข้าจริง หลายกรณีก็ดูไม่ง่ายดายเช่นนั้น โดยเฉพาะชีวิตของอดีตผู้ต้องขังหลังได้รับการปล่อยตัวและกลับเข้าสู่สังคม ที่ไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับการปรับตัวต่อโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง แต่อาจยังต้องเผชิญหน้ากับการ ‘ประทับตรา’ ที่สังคมมีต่ออดีตผู้ต้องขัง จนโลกนอกเรือนจำนั้นก็อาจเป็นเรื่องหนักหนาไม่แพ้โลกข้างในเรือนจำสำหรับหลายๆ คน

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายคนอาจจะจำ The Shawshank Redemption (1994) กับฉากดัง ‘Brooks was here’ เมื่อตัวละครที่อยู่ในเรือนจำมานานปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ไม่ได้ หรือสารคดีมินิซีรีส์จากสหราชอาณาจักร Life After Lock-Up (2019) ที่สำรวจอุปสรรคต่างๆ ของเหล่าอดีตนักโทษหลังได้รับการปล่อยตัว

ภาพจำที่สังคมมีต่ออดีตผู้ต้องขังนั้นจึงเป็นเสมือนกำแพงใหญ่ที่หลายคนต้องเผชิญหลังได้รับการปล่อยตัว จนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ -ไม่ว่าจะในมิติของการหางาน หรือใช้ชีวิตอย่างปกติชนทั่วไป- กลายเป็นเรื่องยากลำบากเมื่อสังคมยังมีภาวะหวาดระแวงต่ออดีตผู้ต้องขัง และประเด็นนี้ก็ดูจะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนมุมมองของสังคม ไปจนถึงเปิดใจเพื่อให้โอกาสอีกฝ่ายได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ อันเป็นที่มาของโครงการ The Ex-prisoners’ Lives Projects ซึ่งสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ให้เหล่านักศึกษาเรียนรู้กระบวนการทำหนังสั้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของอดีตผู้ต้องขังที่พยายามหวนกลับมาใช้ชีวิตในสังคมอีกครั้ง

และสามเรื่องจากนี้ คือบทหนังสั้นที่ได้รับคัดเลือกจากกรรมการ ให้ได้รับทุนในการทำเป็นหนังสั้นของโครงการ

สามีของฉัน (เคย) เป็นฆาตรกร : ภัทรานิษฐ์ อัครปริยงหิรัญ กำกับ

YouTube video

หญิงสาวเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานกับคนรัก หนังฉายให้เห็นว่าเธอใช้ชีวิตอย่างเปี่ยมสุขอยู่กับชายหนุ่มและวาดฝันจะสร้างอนาคตด้วยกัน กระทั่งเมื่อเพื่อนสาวในที่ทำงานไปค้นพบความลับอันชวนตกตะลึงว่า ชายหนุ่มเคยต้องโทษจากคดีฆาตกรรมคนรักเก่า ก่อให้เกิดเป็นมวลความหวาดระแวงขึ้นมาในบ้าน เมื่อเธอไม่อาจไว้วางใจเขาได้อีกต่อไป และในทางกลับกัน ชายหนุ่มก็เศร้าสลดที่เห็นว่าภรรยารักทำตัวเหินห่างและหวาดระแวงเขา จนนำไปสู่บทสนทนาที่ว่าด้วยบาดแผลใหญ่ในชีวิต

ความโดดเด่นของหนังคือ แม้พล็อตเรื่องซึ่งว่าด้วยธีม ‘ถ้าเราต้องอยู่ชายคนเดียวกันคนที่เคยติดคุกมาก่อนจะเป็นอย่างไร’ จะเรียบง่ายมาก หากแต่มันก็เป็นความเรียบง่ายที่พาคนดูไปสำรวจภาวะความหวาดระแวงที่คนในสังคม (หญิงสาวและเพื่อนของเธอ) มีแต่อดีตผู้ต้องขังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อมองว่าหนังเล่าเรื่องในระยะเวลาที่จำกัดเพียง 12 นาที ผ่านบทสนทนาของหญิงสาวที่ความคิดกระเจิดกระเจิงว่าวันหนึ่งเธออาจตกเป็นเหยื่อของชายหนุ่มได้ โดยเฉพาะการตั้งคำถามว่าหากอีกฝ่ายกลับไปทำผิดแบบเดิมอีก พร้อมกันนี้ หนังก็สะท้อนแง่มุมของอดีตนักโทษที่มีต่อประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน เมื่อตัวละครซึ่งได้รับโทษจากเรือนจำแล้ว ยังต้องทุกข์ทนต่อสายตาคนรอบข้างจนการเอ่ยถึงอดีตกลายเป็นเรื่องที่เขาหวาดระแวงและไม่อยากหวนกลับไปแตะต้องความทรงจำนั้นอีก

สิ่งหนึ่งที่เป็นเสมือนแก่นของ ‘สามีของฉัน (เคย) เป็นฆาตรกร’ คือการยืนหยัดต่อความคิดที่ว่า คนเรานั้นเปลี่ยนแปลงกันได้ โดยสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญคือการมอบ ‘โอกาส’ ให้อีกฝ่ายได้ ‘เปลี่ยนแปลง’ เสียก่อน อย่างที่เขาได้มีโอกาสในการใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งหลังได้คบหาและแต่งงานกับเธอ

Look at me : โกวิท อัครสมบูรณ์ กำกับ

YouTube video

ในบรรดาหนังสั้นทั้งสามเรื่อง Look at me ของ โกวิท อัครสมบูรณ์ ดูจะเป็นเพียงเรื่องเดียวที่เน้นการเล่าเรื่องผ่านคอนเซปต์เป็นหลัก หนังจับจ้องไปยังรัตติพงษ์ ชายหนุ่มที่เคยติดคุกจากความผิดในอดีตที่เขาก่อ และแม้จะผ่านการชดใช้โทษจากการใช้ชีวิตในเรือนจำมาแล้ว แต่ดูเหมือนสังคมยังลงทัณฑ์เขาซ้ำ -ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่- ด้วยการไม่เปิดโอกาสให้รัตติพงษ์ได้มีหนทางในการใช้ชีวิตตามครรลองของกฎหมายได้เลย

ตลอดทั้งเรื่อง หนังติดตามชะตากรรมชายหนุ่มที่เข้าไปสมัครงานแห่งแล้วแห่งเล่าแต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะทุกคนล้วนตัดสินเขาจากประวัติอาชญากรรมในอดีต รวมทั้งฉากเปิดซึ่งกล้องจับนิ่งไปยังสีหน้าของตัวละครรัตติพงษ์ ได้ยินแค่เสียงผู้สัมภาษณ์งานที่แข็งกระด้าง เย็นชา ชวนให้ตั้งคำถามว่าอีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงเช่นนั้นจริง หรือเป็นสังคมผ่านสายตาของรัตติพงษ์ซึ่งหวาดระแวงต่อการถูกตัดสิน มิหนำซ้ำ ทุกคนยังเบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตากับเขา ซึ่งนี่เองที่ทำให้หนังน่าสนใจอย่างมากเมื่อมันสะท้อนถึงภาวะที่สังคมไม่ยอมรับตัวตนของอดีตผู้ต้องขัง ทั้งหนังยังทะเยอทะยานด้วยการถ่ายลากเลื้อยตามตัวละครเป็นลองเทคเกือบ 1 นาที ในหนังยาว 10 นาทีนี้อีก

นอกจากนี้ หนังยังพาสำรวจภาวะที่ ‘เหมือนจะมีโอกาส’ ของอดีตผู้ต้องขัง เมื่อรัตติพงษ์อุตส่าห์ได้ไปสัมภาษณ์งานในบริษัทที่โฆษณาตัวเองว่ายินดีต้อนรับอดีตคนทำความผิดมาเข้าทำงาน และเป็นครั้งแรกที่คนดูได้เห็นรัตติพงษ์มีสีหน้ามั่นใจ กระตือรือร้น (จากฉากแรกที่เขานั่งสั่น เกร็งไปทั้งตัว) ด้วยความเชื่อมั่นว่าในที่สุดแล้วก็มีคนพร้อมจะโอบรับเขาสักที ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่คนดูได้เห็นว่ามีคน ‘สบตา’ กับเขาโดยตรง กระทั่งเมื่อรัตติพงษ์ค่อยๆ พบความจริงที่ว่า แท้จริงแล้วทุกสิ่งล้วนเป็นเรื่องหลอกลวง ไม่มีใครพร้อมให้เขาเข้าทำงานทั้งนั้น แม้เขาจะมีฝีมือหรือมีคุณสมบัติตามที่บริษัทต้องการมากแค่ไหน

สังคมที่ปิดโอกาสเช่นนี้ บีบให้รัตติพงษ์เผชิญหน้ากับทางแยกของชีวิตอย่างการลังเลว่าจะหวนกลับไปทำงานผิดกฎหมาย -ที่แม้จะเสี่ยงทำให้เขากลับไปติดคุกอีกครั้ง แต่มันก็เป็นหนทางเดียวที่เขาจะหาเงินมายังชีพได้- อีกหรือไม่ ซึ่งหนังผลักตัวละครไปจนถึงปลายทางด้วยการที่ถึงที่สุดแล้ว อดีตผู้ต้องขังอย่างเขาก็ไม่อาจยอมรับและสบตากับตัวเองในกระจกได้หากเลือกย้อนกลับไปเดินทางเดิม เขาจึงมีแต่ต้องกัดฟันสู้ยิบตาเพื่อจะได้กลับมายืนอยู่ในสังคมได้อย่างชอบธรรมอีกครั้ง

Look at me จึงเป็นหนังสั้นที่ชวนสังคมตระหนักว่า ความสำคัญของการเปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่เคยทำความผิดนั้นสำคัญแค่ไหน เพราะปลายทางที่รุนแรงที่สุดของสังคมที่ไม่มอบโอกาสคือการผลักอีกฝ่ายให้กลับเข้าไปในวังวนของการทำความผิดอีกครั้งนั่นเอง

Chance Hero : บูรณา จันทร์ผง กำกับ

YouTube video

หากจะมีสักเรื่องที่ดูแล้วเชื่อว่า ผู้กำกับและทีมงานคงสนุกสนานระหว่างกระบวนการถ่ายทำอยู่ไม่น้อยคือ Chance Hero เพราะหนังมาในธีมแสนจะเถิดเทิงอย่างซูเปอร์ฮีโรและสัตว์ประหลาด! เล่าเรื่องของเด็กชายที่ตื่นตระหนกเมื่อเห็นฝุ่นคลุ้งไปทั่งเมือง เขาจึงแก้ปัญหาด้วยการโทรศัพท์เรียกยอดมนุษย์ Chance Hero ซึ่งก็แปลงร่างปรากฏตัวเป็นผู้พิทักษ์ชุดสีส้มแสบตา ก่อนจะพบว่า ต้นธารของฝุ่นที่คลุ้งตลบไปทั้งเมืองนั้น มาจากเจ้าสัตว์ประหลาด (ที่ทำมาจากตุ๊กตาและก้อนโฟมทาสีฟ้า) ผู้กำลังขะมักเขม้นกวาดพื้นถนนอยู่

เด็กชายอธิบายยอดมนุษย์ว่า การที่มีสัตว์ประหลาดปรากฏตัวอย่างนี้ ทั้งยังมีฝุ่นมากมายไปหมด น่าจะเป็นสัญญาณอันตรายว่าเจ้ายักษ์ใหญ่กำลังจะบุกทำลายเมือง! เพราะในสายตาของเขานั้น สัตว์ประหลาดย่อมหมายถึงภัยอันตรายและการคุกคาม เขาจึงต้องเรียกให้ยอดมนุษย์ออกมาปกป้องทุกคน แต่การณ์กลับเป็นว่า ‘สัตว์ประหลาด’ ในสายตาของทุกคนนั้นเป็นเพียงอดีตผู้ต้องขังที่พยายามกลับมาใช้ชีวิตในสังคมด้วยการกวาดถนนเท่านั้น และท้ายที่สุด ซูเปอร์ฮีโรก็มอบพลังสำคัญให้แก่ชุมชน นั่นคือพลังของการให้โอกาสผู้กระทำความผิดได้กลับมาอยู่ในสังคมอีกหน

แม้ Chance Hero จะเป็นหนังสั้นที่ดูฉูดฉาดและสนุกสนาน แต่เนื้อหาถูกถ่ายทอดผ่านไดอะล็อกของนักแสดงเกือบทั้งหมด ส่วนตัวจึงมองว่าหากผู้เขียนบทลองเล่าผ่านวิธีอื่น หนังสั้นเรื่องนี้อาจมีความน่าสนใจมากขึ้น

Chance Hero จึงเล่าถึงภาวะที่สังคมล้วนตัดสินอดีตผู้กระทำความผิดไปก่อน และชวนให้ทุกคนเล็งเห็นว่า แท้จริงแล้วพวกเราล้วนมีพลังในการจะเปลี่ยนแปลงชีวิตใครคนหนึ่งที่เคยพลาดมาก่อน ด้วยการให้โอกาสเขาอีกหนในการจะกลับมาร่วมมือกันจรรโลงสังคมด้วยกันอีกครั้ง

ส่งท้าย

ถึงที่สุด หนึ่งในกลไกที่จะช่วยให้อดีตผู้ต้องขังได้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมตามครรลองอีกครั้งนั้น คือการที่สังคมเปิดใจและโอกาสให้พวกเขาได้กลับมาสู่พื้นที่ของการอยู่ร่วมกัน เพราะเมื่อผู้คนเหล่านี้กลับมาใช้ชีวิตและปรับตัวได้มากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่พวกเขาจะกลับไปก่อความผิดแบบก่อนก็ลดน้อยลงมากเท่านั้น

เพราะเราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า สังคมที่ผลักไสให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่ไม่ได้นั้น ปลายทางย่อมหนีไม่พ้นความรุนแรงและโศกนาฏกรรม


ผลงานชิ้นนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) (TIJ) และ The101.world

MOST READ

Social Issues

9 Oct 2023

เด็กจุฬาฯ รวยกว่าคนทั้งประเทศจริงไหม?

ร่วมหาคำตอบจากคำพูดที่ว่า “เด็กจุฬาฯ เป็นเด็กบ้านรวย” ผ่านแบบสำรวจฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม และความเหลื่อมล้ำ ในนิสิตจุฬาฯ ปี 1 ปีการศึกษา 2566

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

9 Oct 2023

Social Issues

5 Jan 2023

คู่มือ ‘ขายวิญญาณ’ เพื่อตำแหน่งวิชาการในมหาวิทยาลัย

สมชาย ปรีชาศิลปกุล เขียนถึง 4 ประเด็นที่พึงตระหนักของผู้ขอตำแหน่งวิชาการ จากประสบการณ์มากกว่าทศวรรษในกระบวนการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันการศึกษา

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

5 Jan 2023

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018