fbpx

เปิดโรงเรียนอีกครั้งดีไหม? เปิดงานวิจัยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสถานศึกษา

ก้าวเข้าสู่ปีการศึกษาที่ 2 ที่เด็กนักเรียนตั้งแต่เด็กเล็กจนไปถึงนิสิตนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยต้องอพยพจากการจ้องกระดานในห้องเรียนทางกายภาพไปเรียนออนไลน์ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งจากผลลัพธ์และประสบการณ์การเรียนการสอนของปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่าการเรียนออนไลน์ผ่านหน้าจอกลับไม่เป็นผลดีนัก ทั้งฉายชัดถึงความเหลื่อมล้ำ ผู้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยเฉพาะเด็กเล็ก ไปจนถึงสภาพความเป็นอยู่และโภชนาการของนักเรียนเมื่อขาดสถาบันสำคัญอย่างโรงเรียนคอยช่วยเหลือ

แม้ที่ผ่านมา มาตรการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ของหลายประเทศทั่วโลกจะมีการขอความร่วมมือปิดสถานศึกษาชั่วคราวและเรียนออนไลน์ทดแทนห้องเรียนจริงตลอดปีการศึกษาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้นในการเรียนออนไลน์ UNICEF ชวนตั้งคำถามผ่านรายงานการศึกษาจากงานวิจัยและหลักฐานอื่นๆ ถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเรียนในโรงเรียนกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 (IN-PERSON SCHOOLING AND COVID-19 TRANSMISSION:A REVIEW OF THE EVIDENCE) เพื่อช่วยผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกออกแบบมาตรการที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนและสถานการณ์ของโรคระบาด โดยมีคำถามสำคัญในการศึกษา 3 หัวข้อใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดรั้วโรงเรียนอีกครั้ง ได้แก่ การเรียนในโรงเรียนสัมพันธ์กับอัตราการแพร่กระจายของโควิด-19 ในชุมชนหรือไม่, เด็กมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อสูงขึ้นจากการไปโรงเรียนหรือไม่ และบุคลากรในโรงเรียนมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อสูงขึ้นจากการไปโรงเรียนหรือไม่

ผลสรุปของงานชิ้นนี้ตีพิมพ์เมื่อเดือนธันวาคม 2020 มีการอ้างอิงและรีวิววารสารที่ตีพิมพ์แล้ว 20 ฉบับ ทั้งจากการทบทวนวรรณกรรม (reviews of literature), งานวิจัยสังเกตการณ์การเปิดโรงเรียนอีกครั้งของหน่วยงานระดับชาติ (national surveillance studies of re-opened schools), การศึกษาด้านนิเวศวิทยา(ecological studies), การศึกษาการจำลองการแพร่ระบาด (transmission modelling simulation studies) และการศึกษาติดตามกรณีตัวอย่าง (case tracing studies) โดยหยิบยกจากงานของผู้เขียนหลากหลายกลุ่ม ทั้งหน่วยงานรัฐ นักวิจัยเชิงวิชาการ และองค์กรวิจัยอิสระ

ทั้งนี้ ขอขีดเส้นใต้ไว้ว่าที่มาของข้อมูลส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ประเทศรายได้สูง และในการวิจัยช่วงต้นยังค่อนข้างมีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนโรงเรียนที่กลับมาเปิดอีกครั้ง


เปิดโรงเรียนไม่มีผลกับการแพร่ระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหม่


จากการศึกษาพบว่าข่าวการรายงานผู้ติดเชื้อในสถานศึกษามีปรากฏเป็นระยะๆ แต่หากเทียบจำนวนผู้ติดเชื้อแล้ว การติดเชื้อในโรงเรียนยังไม่ถือว่าเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ใหญ่ที่มีการระบาดเป็นพิเศษ ยกเว้นกรณีโรงเรียนมัธยมศึกษาในเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอลในเดือนพฤษภาคม 2020 อันเป็นผลจากการไม่ปฏิบัติตามมาตรการลดความรุนแรงในการแพร่ระบาด ขณะที่โรงเรียนในสหรัฐอเมริกาพบว่าอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ลดลงหลังการปิดโรงเรียนจริง แต่ไม่สามารถแยกออกจากการดำเนินมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่วงกว้างได้  หรือกระทั่งข้อมูลจากการศึกษาการออกแบบกึ่งทดลอง (quasi-experimental design study) ในเยอรมนี พบว่าการปิดและเปิดโรงเรียนอีกครั้งไม่มีหลักฐานว่าอัตราการติดเชื้อลดลงหรือเพิ่มขึ้นแต่อย่างไร

เมื่อดูจากการศึกษาทั่วโลกที่ติดตามการปิดโรงเรียนและข้อมูลการเปิดโรงเรียนใหม่อีกครั้งใน 191 ประเทศ พบว่าไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างการเปิดโรงเรียนกับอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน สอดคล้องกับอัตราการติดเชื้อและการเปิดโรงเรียนใน 32 ประเทศในยุโรปของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (ECDC) ที่เผยว่า “หลักฐานจากการติดตามโรงเรียน และข้อมูลจากการสังเกตหลายประเทศในสหภาพยุโรป สะท้อนว่าการเปิดโรงเรียนไม่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดในชุมชนอย่างมีนัยสำคัญ”

นอกจากนี้จากการรีวิวงานวิจัย 47 ชิ้นที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับการแพร่เชื้อจากเด็กสู่ผู้ใหญ่อย่างเป็นระบบ ยังพบว่าความเสี่ยงของการแพร่เชื้อจากเด็กสู่ชุมชนค่อนข้างต่ำอีกด้วย


นักเรียนไม่ใช่กลุ่มหลักในการส่งต่อเชื้อถึงกัน


เมื่อเกิดการรวมกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กเล็กทำกิจกรรมอยู่ร่วมกัน หลายคนคงวิตกกังวลว่าจะเกิดการติดเชื้อโควิด-19 แบบแพร่กระจายเป็นวงกว้าง แต่จากการศึกษาพบว่า ในรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเพียง 8% เท่านั้น

หลักฐานการเฝ้าสังเกตการณ์ (Surveillance evidence) ในประเทศแถบยุโรปยังสะท้อนให้เห็นว่าสัดส่วนของผู้ติดเชื้อในเด็กยังคงต่ำกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีมีจำนวนผู้ติดเชื้อน้อยที่สุด ซึ่งอาจเกิดจากอัตราการติดเชื้อที่ต่ำ อาการไม่รุนแรงหรือเป็นกลุ่มไม่แสดงอาการ อย่างไรก็ดี รายงานของรัฐบาลซึ่งอิงตามระบบเฝ้าระวังระดับประเทศยังพบว่าหลังจากโรงเรียนเปิดใหม่ช่วงซัมเมอร์ในอังกฤษและเวลส์ อัตราการติดเชื้อในหมู่นักเรียนไม่ได้เพิ่มขึ้นสูงเกินกว่าอัตราการติดเชื้อของประชากรทั่วไป ทั้งนี้ ผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อการเปิดเทอมภาคฤดูร้อนในอังกฤษและเวลส์อยู่บนฐานของการเปิดโรงเรียนในจำนวนจำกัด

เอกสาร ECDC ที่อิงจากข้อมูลหลักฐาน 32 ประเทศในยุโรปสรุปว่าการติดต่อระหว่างนักเรียนกับนักเรียนเป็นเรื่องผิดปกติและไม่ใช่สาเหตุหลักของการติดเชื้อในเด็ก ด้านการศึกษาติดตามหลากกรณีตัวอย่างเด็กนักเรียนผู้ติดเชื้อในโรงเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย ประเทศฟินแลนด์ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศไอร์แลนด์ และประเทศสิงคโปร์ รวมถึงบางส่วนที่คัดกรองเด็กที่ไม่มีอาการ ก็พบข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับการแพร่เชื้อเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยในกลุ่มนักเรียนที่ติดเชื้อในโรงเรียน  ยกเว้นรายงานกรณีการระบาดในโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งของอิสราเอลที่ไม่ปฏิบัติมาตรการสาธารณสุขอย่างที่เกริ่นไปข้างต้น และกรณีประเทศอินเดียที่พบว่าการถ่ายทอดจากเด็กสู่เด็กอาจสูงขึ้น แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าการแพร่ระบาดเกิดขึ้นในโรงเรียนหรือที่อื่นๆ


ครูยิ้มได้ เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่ำ


ไม่เพียงแต่ผู้เรียนที่ถูกเข้าใจผิดว่าเสี่ยงต่อการติดเชื้อเมื่ออยู่ในโรงเรียน คุณครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในสถานศึกษาก็ถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่คนระแวดระวังเรื่องการติดเชื้อโควิด-19 แต่จากงานศึกษาหลายฉบับพบว่าพวกเขามีความเสี่ยงต่ำต่อการติดเชื้อเมื่ออยู่ที่โรงเรียนเมื่อเทียบกับประชากรผู้ใหญ่ทั่วไป

ยิ่งไปกว่านั้น แม้งานวิจัยจะชี้ให้เห็นว่าความเสี่ยงของการแพร่เชื้อจากผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่นั้นสูงกว่าการถ่ายทอดจากเด็กสู่เด็กหรือจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ แต่จากกรณีศึกษาในหลายประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อของคุณครูในโรงเรียนยังไม่ได้มีนัยสำคัญ เช่น ข้อมูลของรัฐบาลอังกฤษชี้ให้เห็นว่าในช่วงฤดูใบไม้ร่วง การติดเชื้อของบุคลากรในโรงเรียนมีจำนวนใกล้เคียงกับแรงงานจากภาคส่วนอื่นๆ  และกรณีศึกษาของผู้ดูแลเด็ก 57,000 คนในสหรัฐอเมริกา พบว่าไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ดูแล

อย่างไรก็ตาม ถึงจะดูเหมือนว่าการติดเชื้อในโรงเรียนมีค่อนข้างต่ำ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการแง้มรั้วโรงเรียนอีกครั้ง คือการดำเนินงานภายใต้มาตรการลดความรุนแรงของการแพร่ระบาดอย่างไม่ประมาท ไม่ว่าจะผ่านการใช้มาตรการการเปิดทีละขั้น (phased opening), มาตรการสุขอนามัยที่เพิ่มขึ้น เช่น การล้างมือ การใช้เจลทำความสะอาดมือ การใช้หน้ากากอนามัย, การคัดกรองและตรวจวัดอุณหภูมิ มาตรการเว้นระยะห่างและการงดกิจกรรมรวมกลุ่มนอกห้องเรียน

สำหรับประเทศไทย ในช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 อย่างรุนแรง มีการตรวจพบคลัสเตอร์ที่มาจากโรงเรียน โดยเฉพาะคลัสเตอร์โรงเรียนสอนศาสนาและสถานประกอบศาสนกิจในศูนย์มัรกัสยะลา หรือศูนย์ดะวะห์ จังหวัดยะลา ซึ่งเชื่อมโยงกับคนในชุมชนและจังหวัดใกล้เคียงทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทะลุหลักร้อย การเปิดโรงเรียนใหม่จึงอาจเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารในการตัดสินใจเรื่องวิธีจัดการเรียนรู้ไปควบคู่กับการควบคุมสถานการณ์โควิด-19



ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Life & Culture

1 Feb 2019

ทรมานแสนสุขสม : เปิดโลก ‘BDSM’ รสนิยมทางเพศที่ตั้งต้นจากความยินยอมพร้อมใจ

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ ชวนสำรวจรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ผ่านการพูดคุยกับสองสาวเจ้าของเพจ Thailand BDSM : Let’s Play and Learn ว่าด้วยนิยาม รูปแบบ คำอธิบายของความสุขในความเจ็บปวด ไปจนถึงความเสี่ยงในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อตามหาผู้มีรสนิยมแบบเดียวกัน พร้อมเก็บบรรยากาศการแสดง ‘ชิบาริ’ โดยศิลปินชาวญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังอย่างถึงเนื้อถึงหนัง

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

1 Feb 2019

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save