fbpx
Romance Scam: ไม่รักไม่ว่าอะไร แต่ใยต้องหลอกกันด้วย

Romance Scam: ไม่รักไม่ว่าอะไร แต่ใยต้องหลอกกันด้วย

คุณจีบคนที่ชอบยังไงครับ?

 

ในอดีต หนุ่มๆ ที่กล้าๆ หน่อย อาจเข้าถึงความรักด้วยการเดินเข้าไปพูดตรงๆ แบบ face to face แล้วก็พูดแบบตามใจคิดไปเลยว่า “ผมชอบคุณ” หรือใช้วิธีที่โรแมนติกหน่อย คือส่งจดหมายน้อยพร้อมๆ กับดอกกุหลาบไปให้คนที่คุณแอบชอบ

ถ้าเป็นในวัฒนธรรมไทยสมัยก่อน พวกผู้ชายก็อาจต้องลงทุนปีนขึ้นบ้านเจ้าสาว เสี่ยงกับการโดนพ่อตา (ในอนาคต) ยิงทิ้ง (จนไม่ได้เป็นพ่อตาลูกเขยกัน)

จะเห็นได้ว่าวิธีการเข้าถึงความรักในอดีตนั้น ช่างเรียบง่าย และดูจริงใจ แต่ก็แลกมาด้วยการลงทุนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการต้องลงแรงเดินทางไปหา สรรหาถ้อยคำดีๆ มาเขียนจดหมายสารภาพรัก หรือการจัดแต่งสถานที่ให้เหมาะแก่การขอแต่งงาน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นต้นทุนมหาศาลสำหรับชีวิตคนคนหนึ่ง

แต่แล้วความยากลำบากในการเข้าถึงความรักในปัจจุบันก็ค่อยๆ หายไป ส่วนหนึ่งเพราะตั้งแต่เข้าศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีก็ก้าวหน้าไปมากขึ้น จนเกิดเครื่องมือจำนวนมากที่สามารถอำนวยความสะดวกให้เราเข้าถึงความรักได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมากโข ตั้งแต่มือถือ อีเมล เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย รวมถึงสิ่งสำคัญอย่างแอปพลิเคชันหาคู่ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

แต่อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะสร้างความสมหวังแก่พวกเราเสมอไป เพราะบางทีมันก็สามารถพาเราไปพบเจอกับสิ่งที่เรียกว่า ‘Romance Scam’ และจบลงด้วยโศกนาฎกรรมความรักได้ง่ายๆ ด้วยเช่นกัน

วันนี้จึงขอโอกาสไปทำความรู้จักกับ ‘Romance Scam’ หรือ ‘การลวงรัก’ กันเสียหน่อย เผื่อว่าหาคุณกำลังเจอกับสิ่งนี้อยู่ คุณจะได้ไหวตัวทัน

 

Romance Scam คืออะไร

Romancescams องค์การต่อต้าน Romance Scam บนโลกออนไลน์ ได้ให้ความหมาย Romance Scam ไว้แบบสั้นๆ ว่า มันคือการที่ ‘นักต้มตุ๋น’ (Scammer) ได้ใช้เทคนิคทางจิตวิทยาผ่านเครื่องมือทางเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อหลอกลวงให้ ‘เหยื่อ’ (victim) หลงเชื่อ หลงคารม จนกระทั่งยินยอมที่จะให้สิ่งที่นักต้มตุ๋นต้องการ โดยสัญญาว่าสักวันหนึ่งจะมาสร้างความสัมพันธ์และลงหลักปักฐานอยู่ด้วยกันจนถึงบั้นปลาย แต่ทว่าสัญญาที่นักต้มตุ๋นให้จะไม่มีทางเกิดขึ้น สุดท้ายเมื่อเหยื่อโดนหลอกเอาเงินหรือสิ่งของที่มีมูลค่าอย่างอื่นจนแทบหมด นักต้มตุ๋นก็จะเริ่มเปลี่ยนเป้าหมาย หรือในอีกกรณีหนึ่ง เมื่อเหยื่อเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก นักต้มตุ๋นก็จะไหวตัวและแอบหายไปอย่างดื้อๆ

โดยส่วนมาก การทำ Romance Scam ของเหล่านักตุ๋นความรัก มักจะเริ่มด้วยวิธีง่ายๆ คือ การสร้าง profile ปลอมขึ้นมาในโซเชียลมีเดีย หรือเว็บไซต์/แอปพลิเคชันหาคู่ (Dating website/App) โดยข้อมูลที่ใช้ในการสร้าง profile

ส่วนมากพวกนักต้มตุ๋นใช้ 2 วิธีการคือ หนึ่ง ขโมยข้อมูล เช่น ประวัติ หรือรูปภาพจากของคนอื่นมาดัดแปลงเป็นของตนเอง และ สอง นักต้มตุ๋นอาจอุปโลกน์ข้อมูลใน profile นั้นขึ้นมาเองเลยก็ได้

นักต้มตุ๋นจะพยายามสร้าง profile ของตนให้ดูสมจริงและน่าดึงดูดที่สุด โดยเป้าหมายในขั้นแรกของพวกเขาคือ การพยายามไล่สร้างความรู้จักกับเหยื่อให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ให้ตัวเองนั้นมีทางเลือกให้มากที่สุด จากนั้นนักต้มตุ๋นจะไล่ตรวจสอบจาก list รายชื่อเหยื่อ และสำรวจความเป็นไปได้จาก profile ของพวกเขาว่าใครน่าจะหลอกได้ง่ายที่สุด และเมื่อพวกนักต้มตุ๋นคัดเลือกได้แล้วว่าเหยื่อคนไหนควรค่าแก่การถูกหลอก

ซึ่งส่วนมากพวกที่จะเป็นเหยื่อมักจะมีคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญคือ ต้องเป็นคนขี้อ่อนไหว และขี้เหงา แบบต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง (ไม่นั้นต้องขาดใจตายแน่ๆ)

เมื่อได้เหยื่อที่ต้องการแล้ว นักต้มตุ๋นก็เริ่มปฏิบัติการในขั้นถัดไป นั่นคือ การตีสนิทหรือการจีบ (Flirting) พอนักต้มตุ๋นสามารถจีบจนได้รับความไว้วางใจจากเหยื่อมากพอแล้ว พวกเขาก็จะเริ่มสร้างสัญญากับเหยื่อ (making a promise) โดยบอกว่าจะมาร่วมสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว และพวกเขาทั้งคู่จะย้ายมาอยู่ด้วยกันสักวัน

และหลังจากที่ให้สัญญากับเหยื่อแล้ว จนเหยื่อคิดว่ายังไงเสีย พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันแน่ๆ นักต้มตุ๋นก็เริ่มหลอกเอาเงินหรือเอาสิ่งที่มีค่าจากเหยื่อมาทีละนิด เป็นต้นว่า อาจจะขอให้เหยื่อนั้นโอนเงินมาให้กับนักต้มตุ๋นเพื่อที่ใช้เป็นค่าเดินทางไปหา หรือใช้เป็นการค่าช่วยเหลือในด้านอื่นๆ

 

ประเภทของ Romance Scam

Romance Scam แบ่งได้หลายประเภท แต่จะนำมาเล่าให้ฟัง 4 ประเภทแล้วกันนะครับ

ประเภทแรก คือ Romance Scam แบบ Blackmail นั่นคือ การที่นักต้มตุ๋นไปตีสนิทโดยใช้ความรักเป็นตัวหว่านล้อม และหลอกเอาข้อมูลสำคัญของเหยื่อ เช่น ภาพโป๊เปลือยของเหยื่อ หรือข้อมูลทางธุรกิจบางประการ เป็นต้นว่า นักต้มตุ๋นอาจจะหลอกให้เหยื่อมนั้น ‘ร่วมเพศ’ ผ่าน webcam โดยระหว่างที่เหยื่อกำลังมีความสุขกับการร่วมเพศออนไลน์ นักต้มตุ๋นก็จะแอบบันทึกภาพหรือวิดิโอของเหยื่อเอาไว้ จากนั้นก็ให้เวลาผ่านไปสักพัก นักต้มตุ๋นก็จะเอาภาพหรือวิดีโอเหล่านั้นแหละมา blackmail เหยื่อ โดยบังคับขู่เข็ญให้เหยื่อต้องโอนเงินหรือสิ่งของมีค่าให้แก่นักต้มตุ๋น มิฉะนั้น จะมีการปล่อยภาพหรือวิดีโอเหล่านั้นเพื่อสร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงของเหยื่อ

ประเภทที่สอง คือ Romance Scam แบบฮุบมรดกของเหยื่อ ในกรณีนี้ นักต้มตุ๋นจะเลือกเหยื่อที่ดูมีอันจะกินหน่อย เช่น อาจเป็นลูกหลานของเศรษฐีพันล้าน หรือเจ้าของกิจการ เพื่อที่จะได้หลอกล่อให้แต่งงานและจดทะเบียนสมรส จากนั้นนักต้มตุ๋นก็จะได้มีความชอบธรรม (อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง) ต่อสมบัติของเหยื่อ จากนั้นพอเหยื่อเป็นอะไรไป นักต้มตุ๋นเหล่านั้นก็จะได้สมบัติไปครอง

คล้ายๆ กับพลอตละครไทยน้ำเน่าไหมครับ

ประเภทที่สาม คือ Romance Scam แบบ Pro-Daters โดยการหลอกลวงประเภทนี้จะมีความพิเศษหน่อยตรงที่จะมีการจัดการอย่างเป็นระบบอย่างมาก นักต้มตุ๋นจะหลอกให้เหยื่อนั้นเดินทางข้ามประเทศมาที่ประเทศของตน และจะเริ่มการรีดไถเงินจากเหยื่อทีละเล็กละน้อยจนกว่าเหยื่อจะหมดตัว ในกรณีนี้ นักต้มตุ๋นจะรวมกลุ่มกันทำงาน โดยพวกเขาอาจจัดการให้คนในเครือข่ายของตนไปอยู่ตามเส้นทางต่างๆ ที่เหยื่อจะเข้ามาในประเทศ และตามเที่ยวต่างๆ ในประเทศ เป็นต้นว่า พวกเขาอาจจะหลอกให้เหยื่อจ่ายเงินข้ามประเทศให้คนกลางเพื่อดำเนินการจัดการค่าเดินทางให้ ซึ่งค่าเดินทางที่ว่านี้ก็จะแพงกว่าที่ควรจะเป็น จากนั้น เมื่อเหยื่อเข้ามาในประเทศแล้ว นักต้มตุ๋นก็จะพาไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเขา set เอาไว้แล้วสำหรับถลุงเงินเหยื่อ สุดท้ายเหยื่อจะไปตามที่ต่างๆ และโดนตุ๋นเงินไปเรื่อยๆ จนหมดตัว และเมื่อหมดตัวแล้ว นักต้มตุ๋นก็จะทิ้งเหยื่อไปดื้อๆ บางรายถึงขั้นกลายเป็น homeless ในประเทศนั้นกันเลยทีเดียว

จากการสำรวจพบว่า สำหรับการหลอกลวงความรักประเภทนี้ นักต้มตุ๋นมักจะตั้งบริษัทกันเป็นกิจลักษณะ โดยมักจะอ้างว่าเป็นบริษัทรับจัดหาคู่ ซึ่งบริษัทนี้จะเปรียบเสมือนเป็นตัวกลางในการประสานงานกับนักต้มตุ๋นในเครือข่ายให้ร่วมทำงานอย่างเป็นระบบ และยิ่งไม่น่าเชื่อว่าคนที่ร่วมอยู่ในเครือข่ายพวกนี้ บางคนก็เป็นถึงข้าราชการ อย่างเช่น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือ พนักงานสายการบิน กล่าวได้ว่า บริษัทเหล่านี้จัดได้เป็น องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ตุ๋นเงินชาวบ้านกันข้ามประเทศ กลุ่มประเทศที่มักมีบริษัทพวกนี้อยู่เยอะๆ ก็จะเป็นประเทศในทวีปแอฟริกา

และประเภทที่สี่ คือ Romance Scam แบบแอบอ้างว่าเป็นทหาร (อเมริกันนะครับ) นักต้มตุ๋นจะแอบอ้างโดยการสร้าง profile ปลอมขึ้นมา โดยพวกเขาจะไปเอาข้อมูลและรูปภาพของทหารจากเว็บไซต์กองทัพ ซึ่งข้อมูลทหารที่นักต้มตุ๋นชื่อชอบนำมาสร้าง profile ปลอมก็คือ ทหารของสหรัฐอเมริกา ส่วนหนึ่งเพราะคนส่วนมากมักคิดว่าทหารอเมริกันนั้นดูโก้ และมีความมั่นคง พูดง่ายๆ ก็คือ ทหารอเมริกันนั้นดูน่าเชื่อถือ ฉะนั้น การมีแฟนเป็นทหารอเมริกันนั้นน่าจะมั่นคงไม่น้อย โดยเมื่อนักต้มตุ๋นใช้ profile ดังกล่าวหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อได้แล้ว พวกเขาก็จะเริ่มเรียกร้องให้เหยื่อโอนเงินมาให้ โดยมักอ้างว่า ตนเองนั้นมีลูกติด และลูกกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่าง อยากให้ทางเหยื่อช่วยไปก่อน หรือ บอกว่าทางบ้านกำลังมีปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาล หากไม่ช่วยต้องมีการตายเกิดขึ้นแน่ๆ ฉะนั้น ขอให้รีบช่วยเหลือเถอะนะ

 

ใครกันนะที่จะถูกหลอกได้บ้าง

จากข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของ Romance Scam ที่เกิดขึ้นในประเทศออสเตรเลียในปี 2016 พบว่า ผู้ชายและผู้หญิงจะถูกหลอกอยู่ในปริมาณที่เท่าๆ กัน นั่นคือ ในจำนวนผู้ถูกหลอกลวง ผู้ชายจะคิดเป็นร้อยละ 43 ส่วนผู้หญิงจะคิดเป็นร้อยละ 45 ส่วนเพศอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 12

แต่ถ้าถามว่าเพศไหนเสียทรัพย์จากการถูกหลอกมากที่สุด ก็ต้องตอบว่าเป็นเพศหญิงครับ

และเมื่อจำแนกตามอายุ ก็พบว่ากลุ่มอายุที่มีความเสี่ยงที่สุดในการเสียทรัพย์คือ กลุ่มคนอายุวัย 55-64 ปีครับ และส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า กลุ่มนี้จัดว่ามีการเสียทรัพย์น้อยที่สุด ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะพวกเขายังมีตังค์ไม่มากให้ถูกหลอกนั่นเอง

จะเห็นได้ว่า กลุ่มคนที่ถูกเสียทรัพย์จาก Romance Scam จะเป็นผู้หญิงในวัยเพิ่งเกษียณพอดีเลยนะครับ

อย่างไรก็ดี หากคิดมูลค่าความเสียหายจาก Romance Scam ในภาพรวมที่เกิดขึ้นใน ออสเตรเลียจะพบว่า มีมูลค่าความเสียหายกว่า 25 ล้านดอลล่าร์เลยทีเดียว

ในส่วนที่สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2014 มีการประเมินจากสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ เอฟบีไอ (อังกฤษ: Federal Bureau of Investigation; FBI) ว่าคนอเมริกันน่าจะสูญเสียเงินให้กับนักต้มตุ๋นประเภทนี้ไปมากกว่า 800 ล้านดอลล่าร์

นี่แค่สองประเทศนะครับ ถ้าหากนับรวมๆ กันทั่วโลก การหลอกลวงประเภทนี้คงสร้างมูลค่าความเสียหายเป็นพันล้านดอลล่าร์ได้ง่ายๆ

อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงความเสียหายในแง่ตัวเลขเท่านั้น ความเสียหายที่ร้าวลึกกว่านั้น คือ ความเสียหายทางด้านจิตใจของเหยื่อ จากข้อมูลพบว่า เหยื่อส่วนใหญ่ที่ถูกหลอกและตบทรัพย์ไปมากๆ เมื่อพบว่าตัวเองถูกหลอก พวกเขาจะได้รับความเสียหายทางด้านจิตใจอย่างมาก กลายเป็นความทรงจำที่จะคอยหลอกหลอนเขาไปตลอดชีวิต บางรายต้องใช้เวลาหลายปีในการรักษากว่ากลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้

 

เห็นไหมว่า ถึงแม้เทคโนโรติกในปัจจุบันจะสามารถเพิ่มความสะดวกสบายให้เราสามารถสานความสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น แต่มันก็สามารถสร้างความเจ็บปวดให้กับเรา (และคนรอบข้าง – สังคม) ได้ง่ายด้วยเช่นกัน ดังนั้น การใช้เทคโนโลยีในแง่การสร้างความสัมพันธ์ เราจึงต้องมีความละเอียดอ่อนกับมันมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน

ไม่แน่คุณอาจกำลังโดนอยู่ก็ได้ เร็วครับ โปรดไปเช็ค profile คนที่มาจีบคุณอย่างด่วนเลย ไปดูว่าเขาเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม

 

เอกสารอ้างอิง

รายงานเรื่อง The Psychology of the Online Dating Romance Scam โดย The University of Leicester

บทความเรื่อง More than $25 million lost in online dating and romance scams in 2016 โดย Lucy Cormack

บทความเรื่อง FBI: Victims of online fraud lost $800m to scammers last year โดย Liam Tung

MOST READ

Life & Culture

1 Feb 2019

ทรมานแสนสุขสม : เปิดโลก ‘BDSM’ รสนิยมทางเพศที่ตั้งต้นจากความยินยอมพร้อมใจ

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ ชวนสำรวจรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ผ่านการพูดคุยกับสองสาวเจ้าของเพจ Thailand BDSM : Let’s Play and Learn ว่าด้วยนิยาม รูปแบบ คำอธิบายของความสุขในความเจ็บปวด ไปจนถึงความเสี่ยงในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อตามหาผู้มีรสนิยมแบบเดียวกัน พร้อมเก็บบรรยากาศการแสดง ‘ชิบาริ’ โดยศิลปินชาวญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังอย่างถึงเนื้อถึงหนัง

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

1 Feb 2019

Life & Culture

24 Dec 2018

‘สิงโตนอกคอก’ กับมุมมองต่อความเหลื่อมล้ำของ อดัม สมิธ

ธร ปีติดล เขียนถึงเรื่องสั้น ‘สิงโตนอกคอก’ ของจิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท ที่ตั้งคำถามกับประเด็นจริยธรรม เชื่อมโยงกับมุมมองเรื่องความเหลื่อมล้ำของ อดัม สมิธ

ธร ปีติดล

24 Dec 2018

Life & Culture

4 Aug 2020

การสืบราชสันตติวงศ์โดยราชสกุล “มหิดล”

กษิดิศ อนันทนาธร เขียนถึงเรื่องราวการขึ้นครองราชสมบัติของกษัตริย์ราชสกุล “มหิดล” ซึ่งมีบทบาทในฐานะผู้สืบราชสันตติวงศ์ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร 2475

กษิดิศ อนันทนาธร

4 Aug 2020

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save