fbpx
หลักประกันสุขภาพที่รัก (9) : ผิดประเภทหรือผิดวิธี

หลักประกันสุขภาพที่รัก (9) : ผิดประเภทหรือผิดวิธี

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เรื่อง

 

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติถูกต่อว่าว่าใช้เงินผิดประเภท

ผิดประเภทจริงหรือเปล่า เข้าใจว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เท่าที่เคยได้ยินรุ่นพี่ที่เคารพพูดมา “เมื่อคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่มีความสามารถจะทำงานเชิงรุกหรือเชิงระบบ เราก็ทำเอง”

ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงหรือเอ็นจีโอ รวมทั้งองค์กรนอกระบบ ต่างทำงานเชิงรุกไม่เป็น เพราะไม่เคยเห็นส่วนท้องถิ่นหรือประชาชนในพื้นที่อยู่ในสายตา

หากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะพิสูจน์ว่าตนเองใช้เงินเป็น ทำงานเชิงรุกเป็น ทำงานส่งเสริมป้องกันเป็น ก็ไม่ควรเจริญรอยตามแนวคิดเดิม นั่นคือส่วนกลางรู้ดีกว่าใคร

ช่วงปีสงครามยาเสพติดสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ส่วนกลางโดยสามกรมสี่กระทรวง ห้ามมหาวิทยาลัยดาหน้าลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อหาผลงาน เรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนจำได้เสมอมาคือเรื่อง ‘ตัวชี้วัด’ ที่มีเรื่องเล่าขำขันชวนน้ำตาตกหลายสิบเรื่อง  แต่ละเรื่องสะท้อนความไม่รู้ของส่วนกลาง

ตัวชี้วัดหนึ่งที่ส่วนกลางกำหนดมาคือ ให้ผู้ติดยารายงานตัวทุกสองสัปดาห์เพื่อรับยาเมธาโดน (methadone) สารเคมีที่ใช้ทดแทนเฮโรอิน (heroin)

เมื่อตัวชี้วัดนี้ใช้บนพื้นราบ อาจจะใช้การได้อยู่บ้าง แต่พอใช้ตัวชี้วัดนี้บนภูเขาที่การคมนาคมยังยากลำบาก ไม่ใช่เพราะเรามีแต่ถนนลูกรังโดยไม่มีรถไฟ แต่เพราะกว่าที่ชาวเขาหรือชาติพันธุ์จะเดินทางจากบ้านมายังสถานีอนามัยเพื่อรายงานตัว ตรวจปัสสาวะและรับยาเมธาโดนงวดถัดไป พวกเขาเดินทางข้ามเขามากี่ลูกก็ไม่ทราบ

มิใช่แค่เราเดินภูเขาไม่เป็น เรานับจำนวนภูเขายังไม่เป็นเลย ไม่รู้หรือที่นี่ไม่มีภู มีแต่ดอย

ชาวเขาบนดอยช้าง ภาพสีน้ำ พ.ศ. 2542
ชาวเขาบนดอยช้าง ภาพสีน้ำ พ.ศ. 2542

สถานีอนามัยมักมีเจ้าหน้าที่ที่ทำงานดี ขยัน รู้งาน และรู้ควรไม่ควร แม้จะเปลี่ยนชื่อและผลาญเงินทำป้ายหน้าสำนักงานเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปมากแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นบุคลากรที่ขยัน อดทนสูง สู้งานหนัก และไม่กลิ้งกลอก

เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยคนหนึ่งบนดอยสูง ผู้เขียนยังจำวันที่นั่งฟังเธอเล่าเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ความรักที่มีต่องาน ความคับแค้นที่ได้รับ

เธอเล่าเรื่องการเดินทางข้ามดอยมารับเมธาโดน ชาวเขาใช้เวลาเดินทางนานมาก เสียค่าเดินทางด้วย เสียเวลาทำมาหากินด้วย เดินทางมา 1 คน เสียแรงงานไป 1 คน แต่ทุกคนก็พาซื่อเดินทางมารายงานตัวตามกฎหมาย รู้ทั้งรู้ว่าเงินทองจะหมดไปเพราะการนี้

แล้ววันหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของเราเองที่อดรนทนไม่ได้ ใช้วิธีให้ชาวเขาส่งตัวแทนมา 1 คนเพื่อรับยาเมธาโดนแทนคนอื่นๆ ที่หมู่บ้าน แล้วนำกลับไปแจกจ่ายเองบนดอยของตัว แน่นอนว่าปฏิบัติการนี้ผิดมาตรฐานทุกข้อ

ทั้งนี้ยังไม่นับข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงคือ รู้ได้อย่างไรว่าชาวเขาคนนั้นไม่นำเมธาโดนไปขายต่อ

จะเห็นว่าการทำตามมาตรฐานทำร้ายประชาชนมาก เรื่องราวขัดแย้งเช่นนี้เกิดที่ส่วนภูมิภาคอยู่ตลอดเวลาแทบจะในทุกพื้นที่การทำงานของทุกกระทรวง ด้วยชุดเหตุผลเดิมๆ คือส่วนกลางรู้ดีที่สุด และมีความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุด

รู้ดีที่สุดและซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุดจริงหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ยาเสพติดยังมากมาย ป่าไม้หมดภูเขา มลพิษทางอากาศครอบคลุมภาคเหนือตอนบนมาสิบปีและมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง พิษสุนัขบ้ากลับมาระบาด วัณโรคยังอยู่ การติดเชื้อเอดส์และตั้งครรภ์ไม่พร้อมสูงขึ้น นักเรียนถูกคัดออกจากโรงเรียนกลางคัน และชาวบ้านยากจนยิ่งกว่าเดิม

ทั้งหมดนี้คือผลผลิตและผลลัพธ์ (output & outcome)

ระยะหลังได้ยินว่าเงินจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ส่งตรงลงไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่เข้าใจว่าการรีดนาทาเร้นตัวชี้วัดยังไม่ผ่อนปรน หรือไม่ให้โอกาสคนในพื้นที่ได้เป็นผู้กำหนดวิธีทำงานเองแล้ววัดเอง ด้วยสมมติฐานของตนเอง

ที่อีกดอยหนึ่ง เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยปีนั้นเล่าอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนจำได้ไม่ลืมเช่นกัน เขาเล่าว่าตนเองได้จ้างล่ามชาวเขาคอยแปลให้เวลาทำงานด้านยาเสพติด

วิธีการคือให้ล่ามของสถานีอนามัยนั่งซ่อนหลังตู้คอยแอบฟัง

เพราะผู้ติดยาที่มารายงานตัวและรับเมธาโดนมักมีล่ามมาด้วย บ่อยครั้งที่ผู้ติดยาและล่ามส่วนตัวพูดคุยกันนานสองนานแต่ล่ามของเขาแปลออกมาได้สั้นนิดเดียว ทำให้เราไม่ไว้ใจ (distrust) ทั้งล่ามของเขาและผู้ติดยาเอง ปรากฏว่าล่ามหลังตู้ที่หามาได้ก็ยากมากที่จะแปลภาษาได้หลายเผ่าพร้อมๆ กัน

เรื่องเล่านี้สะท้อนถึงสิ่งที่เรียกว่าจริยธรรมวิชาชีพ

ล่ามเป็นวิชาชีพ (professionals) จึงควรมีจริยธรรมกำกับ (ethical codes) จริยธรรมวิชาชีพเป็นหลักประกันว่าวิชาชีพจะทำเรื่องที่ถูกต้องเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้แล้วแต่ความใจถึงของแต่ละคน

สำหรับวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยเฉพาะด้านสุขภาพจิต จริยธรรมวิชาชีพข้อหนึ่งคือเรื่องความไว้ใจ (trust) เราควรไว้ใจผู้ป่วยของเราโดยไม่มีเงื่อนไข แล้วความไว้ใจนั้นจะนำพาเราไปสู่ความไว้ใจซึ่งกันและกันในที่สุดเสมอ อันจะส่งผลต่อการรักษาที่ดีที่สุด

สมัยผู้เขียนอายุน้อย ไม่เข้าใจไปจนถึงไม่เชื่อความข้อนี้เท่าใดนัก แต่ประสบการณ์การทำงานจนกระทั่งเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดวันนี้ สอนให้รู้ว่าความไว้ใจผู้ป่วยเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด ไว้ใจเขาก่อนแล้วเขาจะดีขึ้น ซึ่งก็คือหน้าที่ของเรา

ตามหลักจิตวิเคราะห์ ผู้ให้บริการคือแพทย์ ไปจนถึงเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเป็นผู้อยู่เหนือกว่า (above) ในขณะที่ผู้รับบริการหรือผู้ป่วย รวมทั้งผู้ติดยาเป็นผู้อยู่ต่ำกว่า (below)

ผู้เหนือกว่าทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ที่ขาดไม่ได้คือความไว้ใจ ความไว้ใจจึงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง

ส่วนกลางคือผู้เหนือกว่า ไม่เคยไว้ใจส่วนท้องถิ่น ทุกอย่างจึงย่ำอยู่กับที่หลายทศวรรษ

สปสช. อย่าทำผิดซ้ำ มันน่าเบื่อ

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Health

11 Jan 2018

“ล้มคนเดียว เจ็บทั้งบ้าน” ยากันล้ม : คู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

การหกล้มหนึ่งครั้ง คุณอาจไม่ได้แค่เจ็บตัว แต่อาจเจ็บใจ (ที่น่าจะรู้วิธีป้องกันก่อน) และอาจเจ็บลามไปถึงคนใกล้ตัว ที่ต้องเข้ามาช่วยดูแล

จะดีแค่ไหน ถ้าเรามี “ยากันล้ม” ที่มีสรรพคุณเป็นคู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

กองบรรณาธิการ

11 Jan 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save