นายแพทย์ประเสริฐ  ผลิตผลการพิมพ์ เรื่อง

 

นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2551

 

ในตอนแรกไม่เคยรู้จักคุณหมอสงวนเป็นการส่วนตัว เมื่อรู้ว่าพรรคไทยรักไทยมีนโยบายสามสิบบาทรักษาทุกโรค ตนเองเขียนเชียร์นโยบายนี้ลงหนังสือพิมพ์มติชนรายวันหลายครั้ง โดยไม่เคยพบพี่สงวนหรือสนใจพรรคไทยรักไทยมากมาย

ด้วยเหตุผลเดียว คือมันดีต่อชาวบ้าน

ส่วนเรื่องเราทำงานหนัก คำตอบคือเราเรียนหนังสือมา รับเงินเดือนมา ไม่ทำงานหนักแล้วจะเรียนมาทำไม

ส่วนเรื่องผู้ป่วยคลินิกจะลดลง มีคำตอบตั้งแต่แรกว่าจะไม่ลดลง จะมีคนกลุ่มหนึ่งเลือกไปคลินิกและโรงพยาบาลเอกชนเสมอตราบเท่าที่เขามีกำลังจ่าย

สมมติว่าเขาไม่มีกำลังจ่าย เขาเคยรวยแต่จนเฉียบพลันเพราะมะเร็งหรือไตวาย ยิ่งสมควรที่ประเทศไทยจะมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

กระบวนทัศน์สังคมสงเคราะห์จะหมดไป  กระบวนทัศน์สิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ที่ดีกว่า

เมื่อเราเปลี่ยนตัวแปร (parameter) ในการจัดสรรงบประมาณจากจ่ายตามจำนวนเตียงมาเป็นจำนวนประชากร กระบวนทัศน์ใหม่ (paradigm) จึงจะเกิดขึ้น

 

ภาพจากหอจดหมายเหตุหลักประกันสุขภาพไทยออนไลน์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ nhso.go.th/ARCHIVES

 

ผมพบพี่สงวนครั้งแรกที่ชายหาดหัวหิน  พี่นั่งนวดเท้าหลังเสร็จจากการวิ่ง เราคุยกันช่วงสั้นๆ พี่เขารู้จักชื่อผมจากบทความในมติชน

พบพี่สงวนอีกหลายครั้งในการประชุมประจำเดือนที่กรุงเทพฯ  มีครั้งหนึ่งที่มีประชุมกลุ่มย่อย ในขณะที่ผมหงุดหงิดกับการฉ้อฉลในระบบหลักประกันฯ พี่สงวนกลับพูดว่าใจเย็นๆ ทะเลาะกันไปแบบนี้ดีแล้ว ดีกว่าระบบที่แข็งกระด้างและเงียบสงบดังที่เคยเป็น

พบพี่สงวนอีกที่ชายหาดภูเก็ต พี่สงวนปลอบใจเรื่องที่อาจารย์แพทย์ชั้นผู้ใหญ่พูดว่าผมเป็นคอมมิวนิสต์ในที่ประชุม วันนั้นคุณหมอพงษ์พิสุทธิ์เป็นประธาน

ได้พูดคุยกับพี่สงวนมากขึ้นครั้งไปดูงานที่มูลนิธิฉือจี้ด้วยกัน และอีกบางครั้งที่พี่สงวนมาเชียงรายเพื่อพักผ่อน ในช่วงท้ายๆ พี่พาครอบครัวมาเที่ยวหาที่บ้าน

มีเรื่องหนึ่งที่ยืนยันได้ พี่สงวนบริสุทธิ์ใจต่อสิ่งที่ทำจริงๆ ไม่โกรธเคืองฝ่ายต่อต้านหรือบุคคลที่กล่าวร้ายเลย พี่สงวนพูดคำว่า “อุเบกขา” หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องผลกระทบที่ได้รับเป็นส่วนตัว

พี่สงวนมิใช่พระ เวลามาเชียงรายก็ดูสนุกสนานร่าเริงเหมือนคนที่มีรักโลภโกรธหลงทั่วไป พี่เป็นห่วงครอบครัวและลูกๆ เหมือนคนทั่วไป แต่จะอย่างไรท่านก็แน่วแน่กับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาก และพร้อมเผชิญหน้าทุกคนด้วยเหตุผล แม้ว่าหลายครั้งผมคิดว่าพี่ควรลุยมากกว่าใช้เหตุผล

หากจะมีอะไรเรื่องหนึ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ในยุคสมัยที่วิปริตมากที่สุดเช่นวันนี้ นั่นคือหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

คนหลายคน บ้านหลายบ้าน ยังไม่ตายเพราะหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นหน้าที่ของคนทุกคนที่เห็นศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันจะช่วยกันรักษาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านี้ไว้ ด้วยปรัชญาดั้งเดิม 2 ข้อ

เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข

ใกล้บ้านใกล้ใจ

 

แด่คุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์

 

ภาพจากหอจดหมายเหตุหลักประกันสุขภาพไทยออนไลน์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ nhso.go.th/ARCHIVES

Author

Prasert Palitponganpim

ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ - จิตแพทย์และนักเขียน ผู้สนใจทำงานด้านการศึกษา รักระบบหลักประกันสุขภาพและการ์ตูน