fbpx
ปราการอุดมคติ

หลักประกันสุขภาพที่รัก (43) : ปราการอุดมคติ ตอนจบ

นายแพทย์ประเสริฐ  ผลิตผลการพิมพ์ เรื่อง

 

เอ เจ โครนินมิใช่นักเขียนที่มีฝีมืออะไรมากมายนัก  เป็นที่วิพากษ์ในภายหลังว่าหนังสือเดอะซิตาเดลนี้ขายดีเพราะ 1.ออกมาถูกเวลา  2.โครนินเล่าเรื่องความผิดพลาดในการรักษาผู้ป่วยและระบบการแพทย์ให้เข้าใจง่าย 3.ฝีมือการโหมโรงของผู้พิมพ์และจำหน่ายคือ Victor Gollancz ซึ่งนิยมซ้าย เขาได้ส่งหนังสือตัวอย่างไปให้สมาคมแพทย์ในอังกฤษมากกว่า 200 แห่งโดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งแน่นอนว่าสร้างความเคลื่อนไหวได้สำเร็จแน่ๆ

โครนินนำเรื่องของตัวเองมาเขียนหลายจุด นอกจากการทำงานที่เหมืองถ่านหินช่วงหนึ่งแล้วยังมีเรื่องที่เขายุติอาชีพแพทย์ก่อนเวลานานมาก เหตุหนึ่งเป็นเพราะเขามีฐานะการเงินดีแล้วจากการเขียนหนังสือขายดีและมีการนำไปสร้างเป็นหนังประสบความสำเร็จติดๆ กัน อีกเหตุหนึ่งคือเพราะตัวเขาเองมิได้รักอาชีพแพทย์นี้เท่าไรนัก บ้างว่าเขาไม่รักอาชีพนี้เพราะเขาไม่เก่งพอแต่บ้างก็ว่าเพราะความฉ้อฉลในระบบที่ทำให้เขาอยู่ได้ไม่นาน

บทพูดของหมอแอนดรูว์ แมนสันในตอนจบของเดอะซิตาเดลต่อไปนี้นำมาจากหนังสือ ปราการอุดมคติ แปลจากฉบับสมบูรณ์โดย เจริญเกียรติ ธนสุขถาวร พ.ศ. 2558 มูลนิธิหนังสือเพื่อสังคม

“ไปที่จุดเริ่มต้น นึกถึงการฝึกฝนอบรมที่หมอได้รับแบบขาดตกบกพร่องอย่างน่าผิดหวัง เมื่อผมจบการศึกษา ผมเป็นภัยต่อสังคมมากกว่าอย่างอื่น ทั้งหมดที่ผมรู้คือชื่อโรคไม่กี่โรคและยาที่ผมควรให้เพื่อรักษาโรคนั้น” คำพูดนี้เท่ากับตีแสกหน้าสมาคมการแพทย์และประจานแพทยศาสตร์ศึกษาที่พวกเขารับผิดชอบอยู่ เป็นประโยคที่ยังคงมีมูลความจริงในหลายประเทศทุกวันนี้

“…ผมเรียนรู้สิ่งต่างๆ เองตั้งแต่นั้น แต่มีหมอสักกี่คนที่จะเรียนรู้อะไรนอกเหนือจากเรื่องพื้นฐานธรรมดาที่ได้จากการปฏิบัติงาน  พวกเขาไม่มีเวลา คนที่น่าสงสารเหล่านี้ พวกเขาต้องวิ่งวุ่นขาแทบขวิด นั่นคือจุดที่ทำให้องค์กรของเราทั้งหมดเสื่อมโทรม…” คำพูดนี้ยังคงมีมูลความจริงในอีกหลายประเทศเช่นกัน

“…ควรมีชั้นเรียนระดับหลังปริญญาภาคบังคับ เพื่อขจัดความคิดสั่งจ่ายยาขวดแบบเก่า ให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีโอกาสศึกษา  และร่วมมือกันในงานวิจัย แล้วความคิดแบบพาณิชย์นิยมนั้นเล่า การรักษาเพื่อมุ่งหาเงินแบบไร้ประโยชน์ การผ่าตัดโดยไม่จำเป็น ยาปลอมไร้คุณภาพที่ไม่บอกส่วนผสมจำนวนมากที่เราใช้ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะกำจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปบ้างแล้วหรือ”

คำพูดนี้ยังส่งเสียงก้องมาถึงเวชปฏิบัติไม่จำเป็นที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน  ได้แก่

การสั่งจ่ายยาที่ไม่จำเป็น

การสั่งจ่ายยาภายใต้อิทธิพลหรือการโน้มน้าวของบริษัทยา

การส่งตรวจพิเศษหรือการผ่าตัดที่ได้รับส่วนแบ่งจากบริษัทขายเครื่องมือ

รวมทั้งการไม่ควบคุมเพดานการเบิกจ่ายของสวัสดิการข้าราชการซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็ได้รับยาที่ไม่จำเป็นไปจำนวนมากกว่ามากตลอดมา

“ผู้คนในวงการวิชาชีพนี้มีความคิดคับแคบและหลงตัวเองมากเกินไป เราหยุดนิ่งในแง่ของโครงสร้าง เราไม่เคยคิดพัฒนาและเปลี่ยนแปลงระบบ เราบอกว่าจะทำโน่นทำนี่แต่เราไม่ทำ หลายปีมาแล้วที่เราพร่ำบ่นถึงสภาพการทำงานที่เหนื่อยยากของพยาบาลของเรา เงินเดือนอันน้อยนิดอย่างน่าเวทนาที่จ่ายให้พวกเธอ ใช่ไหมครับ พวกเธอยังคงทำงานหนัก” หากจะมีพยาบาลสักคนอ่านอยู่ เธอคงเป็นพยานได้ว่าที่โครนินเขียนเกี่ยวกับพยาบาลเมื่อ 90 ปีก่อนยังคงเป็นจริงวันนี้

จะเห็นได้ว่าโครนินมิได้พูดถึงหลักประกันสุขภาพเท่าไรนักนอกเหนือจากเรื่องการจ่ายล่วงหน้าเพื่อประกันสุขภาพที่เหมืองถ่านหินตอนกลางเรื่อง ที่เขาพูดมากกว่าเป็นเรื่องจริยธรรมและความล้าหลังของวงการแพทย์ ซึ่งจะว่าไปก็มีผลกระทบโดยตรงต่องบประมาณสุขภาพหากไม่จัดการให้ดีกว่าที่เป็นอยู่

ที่โครนินเน้นย้ำมากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการแพทย์ที่เป็นวิทยาศาสตร์ ควรมีหลักฐานเชิงประจักษ์ และควรมีการศึกษาแพทย์ศาสตร์ต่อเนื่อง แพทย์ควรทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ลดช่องว่างระหว่างแพทย์ทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ และการแพทย์ไม่ควรเป็นไปเพื่อการค้า จะเห็นว่าทั้งหมดนี้คือรากฐานของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั่นเอง

โครนินเขียนหนังสือได้น่าอ่าน มีตัวละคร มีพัฒนาการของตัวละคร มีความขัดแย้ง และมีส่วนที่เป็นเมโลดราม่า แต่ทุกอย่างนั้นดำเนินไปตามแบบฉบับอย่างง่ายๆ เสมือนนักเขียนหน้าใหม่ หนังสือเดอะซิตาเดล รวมทั้งเล่มอื่นๆ ของเขาจึงอ่านง่ายแต่มิได้รับคำชื่นชมในแง่คุณค่าของงานวรรณกรรมเท่าไรนัก เป็นนวนิยายที่เรียบง่ายและธรรมดามากเสียจนเป็นที่กังขาว่ามีผลกระทบต่อระบบสุขภาพอังกฤษได้อย่างไร

เวลาหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่คนอังกฤษได้ผ่านความทุกข์ถ้วนหน้าร่วมกัน รวมทั้งความทุกข์ทางการแพทย์ เมื่อพรรคแรงงานชนะการเลือกตั้งจึงไม่รีรอที่จะเริ่มต้นสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติขึ้น คนสำคัญคือ Aneurin Bevan เป็นนักการเมืองที่มีบุคลิกน่านิยม เขาสามารถโน้มน้าวให้คลินิกแพทย์และทันตแพทย์ทั่วประเทศทำงานร่วมกับ NHS และก้าวข้ามการต่อต้านของสมาคมแพทย์อังกฤษได้สำเร็จ

 

 

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Health

11 Jan 2018

“ล้มคนเดียว เจ็บทั้งบ้าน” ยากันล้ม : คู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

การหกล้มหนึ่งครั้ง คุณอาจไม่ได้แค่เจ็บตัว แต่อาจเจ็บใจ (ที่น่าจะรู้วิธีป้องกันก่อน) และอาจเจ็บลามไปถึงคนใกล้ตัว ที่ต้องเข้ามาช่วยดูแล

จะดีแค่ไหน ถ้าเรามี “ยากันล้ม” ที่มีสรรพคุณเป็นคู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

กองบรรณาธิการ

11 Jan 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save