นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เรื่อง

 

เมื่อรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ประกาศสงครามยาเสพติด เวลานั้นหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากำลังเริ่มต้น เป็นนโยบายสองเรื่องที่รัฐบาลเริ่มงานทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง

เป็นสองนโยบายสำคัญที่ได้รับทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าน่าจะได้รับดอกไม้มากกว่าก้อนอิฐ เป็นยุคใหม่ของระบบสาธารณสุข ชาวบ้านได้เงยหน้าอ้าปากเมื่อค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในครัวเรือนคือค่ารักษาพยาบาลถูกเอาออกไป

มีความพยายามล้มหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตลอดมา แต่ผลลัพธ์และผลกระทบ (outcome &impact) ที่ตกแก่ประชาชนนั้นชัดเจนและมากมายจนปฏิเสธมิได้ แม้รัฐบาลที่มีอำนาจล้นฟ้าในมือก็ยังทำอะไรไม่ถนัดนัก ตอนนี้ถึงฤดูเลือกตั้งแล้ว เข้าใจว่าขบวนการล้มหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะรามือไปอีกครั้งหนึ่ง

อยากเห็นพรรคการเมืองชูนโยบายไม่เอาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่เหมือนกัน ประชาธิปไตยแม้จะไม่ใช่เรื่องดีที่สุด แต่สาดแสงสว่างออกไปมากกว่าระบบอื่น ใครจะทำอะไรก็ต้องออกมาทำกลางแจ้ง

สงครามยาเสพติดทำให้รัฐบาลเวลานั้นได้ก้อนอิฐมากกว่าดอกไม้ สงครามที่เกิดขึ้นทำทั้ง 2 ระดับ ระดับแรกคือสงครามกับพ่อค้ายา นำมาซึ่งการสังหารผู้ต้องสงสัยประมาณ 2,000 คน ตามตัวเลขประมาณการเวลานั้น เป็นการสังหารที่ว่ากันว่า มีทั้งใช่และไม่ใช่ ที่ว่าไม่ใช่นั้นมีทั้งที่กระทำโดยบ้านเมือง และพ่อค้ายาด้วยกันเอง

หากประเมินผลลัพธ์และผลกระทบระยะสั้น การค้ายาเสพติดเงียบหายไปเลยจริงๆ พ่อแม่ที่มีลูกติดยาหรือชุมชนที่ถูกรบกวนด้วยการค้ายาได้อยู่กันสงบสุข  มีการยึดทรัพย์พ่อค้าและคหบดีบางคนที่ถูกข้อหาว่าค้ายา ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถยนต์ หรือโรงงาน เป็นที่สะใจแก่คนดู แต่ฝ่ายที่ดูแลกระบวนยุติธรรมส่ายหัวด้วยความไม่สบายใจ เพราะบางเรื่องก็ผิดขั้นตอน นายตำรวจและข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขบางคนเวลานั้น เป็นนักการเมืองฝ่ายนิยมรัฐประหารในวันนี้

ยังมีสงครามระดับที่ 2 คือสงครามกับผู้ติดยา ซึ่งเป็นส่วนที่ผมได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยตั้งแต่ก่อนเริ่มสงคราม จนกระทั่งค่อยๆ ถอนตัวออกมาก่อนลาออกจากราชการ

เริ่มตั้งแต่คำสะกด  ยาเสพติด หรือ ยาเสพย์ติด  เสพติด หรือ เสพย์ติด  หากยึดเอาพจนานุกรมเป็นที่ตั้ง คำสะกดที่ถูกต้องคือคำว่า ยาเสพย์ติด และ เสพติด กล่าวคือเมื่อเป็นคำนามจึงมี ย ยักษ์ การันต์ แต่ถ้าเป็นคำกริยาไม่มี ย ยักษ์ การันต์

วิวาทะเรื่องนี้มีไม่มาก เดาว่าคนส่วนใหญ่ขี้เกียจเขียนหรือพิมพ์ ย ยักษ์ การันต์ อยู่ก่อนแล้ว คำว่ายาเสพย์ติดจึงกลายเป็นยาเสพติดในทุกวันนี้ด้วยความยินยอมพร้อมใจของทุกฝ่าย

วิวาทะเล็กๆ อีกเรื่องหนึ่งคือ ยาบ้าหรือยาม้า คนรุ่นผมโตมากับคำว่ายาม้า คือยาที่คนขับรถทัวร์และรถบรรทุกกินเพื่อให้ขับรถได้ข้ามคืน สมัยนั้นเวลารถทัวร์หรือรถบรรทุกคว่ำ ข้อสันนิษฐานแรกๆ คือใช้ยาม้า แล้ววันหนึ่งใครบางคนก็เปลี่ยนคำว่ายาม้าเป็นยาบ้า ด้วยเหตุผลที่ให้ต่อสาธารณชนว่า ยาบ้าทำให้บ้า

แล้วอย่างไรไม่ทราบ ยาบ้าก็ขยับขึ้นเป็นยาเสพติดร้ายแรงประเภทที่ 1 การครอบครอง การเสพ และการค้ามีโทษระดับสูงสุด ในเวลาเดียวกับที่การค้ายาบ้าแผ่ขยายอย่างกว้างขวาง สารตั้งต้นถูกลำเลียงลงมาจากตอนเหนือของเอเชีย เข้าสู่ชายแดนไทยทุกด้านเหมือนน้ำบ่า เยาวชนและชายวัยทำงานจำนวนมากเข้าสู่วงจรยา ทั้งที่เป็นผู้ครอบครอง ผู้เสพ และผู้ค้า บางคนรวยขึ้นทันตา คนในสำนักงานที่ทำงานด้วยกัน เผลอแผล็บเดียวออกรถคันใหม่ทั้งที่เงินเดือนไม่มาก แล้วหลังจากนั้นอีกไม่นานก็หายไปจากที่ทำงาน

ตอนที่พายุโรคเอดส์พัดกระหน่ำจังหวัดเชียงราย เมื่อปี พ.ศ.2535 ผู้คนล้มตายหลายครัวเรือน เพื่อนที่ทำงานบางคนหายไป เมื่อสงครามยาเสพติดเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2546 คนบางคนตายทันทีและคนบางคนหายไปเลย พบอีกครั้งหนึ่งก็อยู่ในเรือนจำกลางเสียแล้ว วิวาทะเรื่องใครเป็นผู้ค้า สงครามที่ทำไปสังหารได้แต่ผู้ค้ารายย่อย กระบวนการยุติธรรมถูกละเลย เป็นประเด็นโต้เถียงที่ได้ยินอยู่เสมอ

แต่บ้านที่ลูกหลานติดยา จะภักดีต่อพรรคไทยรักไทยจนวันนี้

ผมมิได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับวิวาทะหลายประเด็นข้างต้น แต่มีส่วนได้ส่วนเสียกับวิวาทะอีกหลายประเด็นในระดับรองลงมา เช่น ยาบ้าเสพติดจริงหรือไม่ วิธีรักษาที่ส่วนกลางกำหนดมาให้ใช้ได้ผลจริงหรือเปล่า และสุดท้ายคือ ใครจ่าย?

อย่าลืมว่า 30 บาทรักษาทุกโรคเวลานั้น ยังจัดการฐานข้อมูลบัตรประชาชนไม่เรียบร้อยเลย

สมัยที่คนขับรถบรรทุกใช้ยาม้า ยาม้าใช้กิน กลืนลงท้อง รอเวลาย่อยสลาย แล้วดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด อนุพันธ์ของยาม้าคือแอมเฟตามีน ลอยละล่องผ่านร่างแหเส้นเลือดดำรอบกระเพาะอาหาร เข้าสู่ระบบไหลเวียน จากระบบหลอดเลือดดำไปจนถึงหัวใจ หัวใจบีบยาเข้าสู่ระบบหลอดเลือดแดงสองข้างของลำคอ ขึ้นสู่สมอง แล้วออกฤทธิ์ทำให้ผู้ใช้ขยัน ยาม้าจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่าเป็นยาขยัน แต่ไม่ค่อยมีใครทราบว่าทำให้เสียสติได้ด้วย หากเสพมากเกินไปหรือนานเกินไป

บางที ลำพังขยันเกินเหตุ พูดไม่หยุด เดินพล่านไปทั่ว และเซ็กซ์จัด ก็ดูใกล้เคียงคนเสียสติเข้าไปแล้ว

ในวันเวลาที่ยาม้ากลายเป็นยาบ้านั้นเอง กลุ่มเป้าหมายและพฤติกรรมการเสพของคนเราก็เปลี่ยนไป จากที่เคยกินยาทั้งเม็ดลงท้อง เปลี่ยนเป็นการจุดไฟเผาแล้วสูดควัน

ด้วยวิธีนี้ อนุพันธ์ของแอมเฟตามีนเข้าสู่โพรงจมูก ซึมผ่านระบบไหลเวียนของโพรงจมูก ลัดเข้าสู่สมองส่วนหน้าที่ตั้งห่างออกไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร สร้างความสุขสดชื่นและล่องลอยให้แก่เยาวชนและวัยทำงานในเวลานับเป็นวินาที เร็วกว่าครั้งกลืนลงท้อง ซึ่งใช้เวลากว่าจะออกฤทธิ์หลายนาที

อะไรที่เร็วกว่าจะมีศักยภาพเสพติดได้ง่ายกว่า อย่าว่าแต่ยาเสพติดเลย อ่านเฟซบุ๊กรู้เรื่องเร็วกว่าอ่านหนังสือหนาๆ สักเล่ม อาการติดเฟซบุ๊กจึงมีมากกว่าติดหนังสือ เล่นเกมสร้างความสนุกมากกว่าท่องหนังสือสอบ อาการติดเกมจึงมากกว่าติดหนังสือสอบ อะไรที่สุขเร็วกว่า นำมาซึ่งความพึงพอใจมากกว่าและเสพติดได้เร็วกว่า ยาม้าหรือยาขยัน เปลี่ยนตัวเองเป็นยาบ้าพร้อมกรรมวิธีที่ใช้เสพ จึงสร้างปัญหาการเสพติดระบาดไปทั่วอย่างรวดเร็ว

แต่วิวาทะยาบ้าเป็นยาเสพติดจริงหรือก็ยังอยู่ เหตุผลหนึ่งคือ ยาบ้ามักไม่สร้างอาการถอนยาทางร่างกาย แตกต่างจากผงขาวหรือเฮโรอินที่มีอาการลงแดงชัดเจนเมื่อขาดยา แม้ว่าแอมเฟตามีนจะถูกจัดอยู่ในหมวดสารเสพติด ทั้งจากการจำแนกโรคทางจิตเวช โดยองค์การอนามัยโลกระบบ ICD หรือการจำแนกโรคโดยสมาคมจิตแพทย์อเมริกา DSM แล้วก็ตาม  ยาบ้าไม่สร้างอาการถอนยาทางร่างกาย ไม่แม้แต่สร้างอาการถอนยาทางจิตใจ

เด็กนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนที่ใช้ยาบ้าทุกคน จะพูดว่าตนเองไม่ติดยา เพราะเขาเลิกได้ทุกเวลาจริงๆ โดยไม่มีอาการถอนยาเลย

แต่หวนกลับไปใช้ได้ทันทีเหมือนกัน เมื่อทุกคนเผลอ

คำถามคือเขาเป็นผู้เสพหรือผู้ติด สงครามยาเสพติดมาพร้อมกฎหมายฉบับใหม่ที่กระทำกับคนสองจำพวกนี้แตกต่างกัน

Author

Prasert Palitponganpim

ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ - จิตแพทย์และนักเขียน ผู้สนใจทำงานด้านการศึกษา รักระบบหลักประกันสุขภาพและการ์ตูน