fbpx
หลักประกันสุขภาพที่รัก (20) : สังคมที่พร้อมจะสร้างคนป่วย

หลักประกันสุขภาพที่รัก (20) : สังคมที่พร้อมจะสร้างคนป่วย

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เรื่อง

 

คำพูดประเภทชาวบ้านไม่ดูแลตัวเองเพราะได้รักษาฟรีดูเหมือนจะกลับมาให้ได้ยินอีกแล้ว

แล้วแนวคิดในการแก้ปัญหาระบบสุขภาพกำลังจะกลับไปเป็นการรวมศูนย์อำนาจหนักกว่าเดิม ด้วยการตั้งซูเปอร์บอร์ดที่มีสัดส่วนข้าราชการประจำมากกว่าภาคประชาชนมากยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

เป็นที่ประจักษ์ว่าหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ช่วยให้คนยากจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ มีเงินเหลือไปช่วยเรื่องอื่นๆ ของครอบครัว คนไทยทุกคนควรดีใจที่เรามีสังคมเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข คิดดีๆ ว่าหากสังคมมีคนยากจนมากกว่าที่เป็นอยู่ คนที่พอมีจะมีความสุขได้อย่างไร

หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าช่วยให้ชนชั้นกลางที่ทำงานหนักทั้งชีวิตไม่ยากจนเฉียบพลัน ชนชั้นกลางในประเทศนี้กว่าจะผ่อนรถและบ้านเสร็จก็อายุ 50 ปีแล้ว ป่วยด้วยเส้นเลือดสมองแตก โรคไต หรือมะเร็ง เงินที่สะสมทั้งหมดหายได้อย่างรวดเร็ว หากไม่มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ลำพังคนสองกลุ่มนี้ที่ระบบได้เข้ามาช่วยเหลือ ก็ทำให้สังคมไทยน่าอยู่มากแล้ว

ที่ทำงานหนักคือแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทุกฝ่าย จะว่าเพราะผู้รับบริการมากขึ้นก็ใช่ แต่เพราะเราเองที่กระจายคนไม่ดีก็ใช่ด้วย

มิใช่เพียงแค่คนที่เรากระจายไม่ดี เงินและทรัพยากรอื่นๆ เราก็กระจายไม่ดี กระจุกตัว รวมศูนย์ สั่งการจากบนลงล่างโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจส่วนภูมิภาค ระบบจึงตึงเครียดมาก

เราจะโยนบาปให้ผู้ป่วยคงไม่ได้ จะโยนบาปให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ก็ไม่ได้ด้วย เจ้าหน้าที่จำนวนมากทำงานหนักจริง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาลโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ ที่กำลังทำงานหนักเกินกว่าจะแบกรับโดยไม่สูญเสียคุณภาพชีวิตส่วนตัว

จำนวนผู้ป่วยที่มากขึ้นเกิดจากสังคมที่เปราะบาง สังคมของเราสร้างผู้ป่วยจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน

1.สตรีตั้งครรภ์ไม่พร้อม  2.ทารกขาดผู้ดูแลหลัก  3.การศึกษาปฐมวัยทำลายสมองและสุขภาพจิตเด็กเล็ก  เป็นสามเรื่องแรกของชีวิตที่สร้างประชากรไม่มีคุณภาพเพื่อรอป่วยจำนวนมาก เด็กจำนวนมากไม่แข็งแรงทั้งกายและใจตั้งแต่เริ่มต้น ครั้นโตพอจะได้เล่นตามวัยเพื่อสร้างสมองและพัฒนาการที่ดี กลับถูกพลัดพรากจากพ่อแม่ไปเร่งเรียนเขียนอ่านคิดเลขเร็วอย่างหนัก จนกระทั่งมีผู้ป่วยจิตเวชเด็กคิวยาวข้ามปีในทุกโรงพยาบาลของรัฐ

4.ครูไม่มีคุณภาพ  5.ครัวเรือนที่รายได้ไม่พอรายจ่าย  6.อุบัติเหตุบนท้องถนน  เป็นอีกสามเรื่องถัดมาที่สร้างผู้ป่วยทั้งด้านร่างกายและจิตใจทุกเมื่อเชื่อวันและรุ่นต่อรุ่น ครูที่ไม่มีคุณภาพทำให้เราไม่ได้คนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพมากพอ เศรษฐกิจตกต่ำถ้วนหน้าทำให้ระดับความเครียดของผู้คนสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อร่างกาย  ท้องถนนและการคมนาคมที่มีอันตรายสูง ทำคนตายและพิการได้ทุกวันตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงคนชรา

เป็นสังคมที่ตัวใครตัวมันโดยแท้ ไม่มีตาข่ายความปลอดภัย (safety net) รองรับ คนที่รอดก็รอดด้วยความเหนื่อยล้า แต่คนจำนวนมากไปไม่รอด ต้องป่วยแน่นอนไม่โรคใดก็โรคหนึ่ง

7.โภชนาการเป็นพิษ  8.สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ  9.บุหรี่และยาเสพติดมากมาย  เป็นอีก 3 เรื่องที่โจมตีเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยกลางคน ไปจนถึงวัยชราอย่างเสมอภาคทั่วทั้งประเทศ  กินอาหารสามมื้อเฉยๆ ก็ป่วยได้ ออกนอกบ้านพบระบบกำจัดขยะที่ไร้ระเบียบและหมอกควันพิษก็ป่วยได้  บุหรี่และยาเสพติดไม่มีทีท่าลดลงแต่อย่างใด ประชากรทุกคนป่วยได้หมดเพียงเพราะตื่นเช้าแล้วมีชีวิตอยู่ แค่กินข้าวและหายใจก็ป่วยแล้ว

ใครที่ทำงานส่งเสริมสุขภาพอยู่ควรรู้ตัวว่างานล้มเหลว

ประเทศที่พัฒนาแล้ว มีตาข่ายความปลอดภัยรองรับประชากรจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน สตรีตั้งครรภ์ ทารกขวบปีแรก ระบบดูแลเด็กเล็ก โภชนาการเด็ก อุบัติเหตุเด็ก เหล่านี้รัฐได้วางโครงสร้างที่ดี สามารถป้องกันความเจ็บป่วยไว้แล้วระดับหนึ่ง ทั้งนี้ยังไม่นับการศึกษาที่สร้างประชากรคุณภาพตั้งแต่ปฐมวัย

สังคมที่ปลอดภัยมีระบบดูแลอาหาร น้ำดื่ม อากาศ ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา การคมนาคมที่มีคนตายและบาดเจ็บน้อยมาก และระบบยุติธรรมที่เสมอภาค

บ้านเราไม่มีอะไรเลยนอกจากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่เข้ามาช่วยประกันค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ แต่เรื่องอื่นๆ ควรยอมรับว่ายังมีรอยรั่วอยู่มาก

บ้านเราไม่มีแม้แต่สวัสดิการสังคมที่พอเพียง ชีวิตตัวใครตัวมันตั้งแต่เกิด

อันที่จริงมีความพยายามที่จะสร้างตาข่ายความปลอดภัยในทุกเรื่องที่ว่ามา แต่ควรยอมรับว่าล้มเหลวทุกเรื่อง ความเสี่ยงด้านอาหาร น้ำดื่ม อากาศ ที่อยู่อาศัย ออกจากการศึกษากลางคัน เรียนจนจบแต่ทำงานไม่เป็น ตายและพิการบนท้องถนน ยาเสพติดที่หาง่ายนักหนา คนจนเท่านั้นติดคุก ทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรที่เรียกว่าปลอดภัยได้เลย แต่ละครัวเรือนต้องทำเองและป้องกันตัวเอง เหนื่อยกันทุกบ้าน

การรวมศูนย์อำนาจเป็นต้นเหตุของความล้มเหลวในทุกเรื่อง หากไม่ยอมรับข้อนี้ บ้านเมืองจะพัฒนาต่อไปได้ลำบาก ที่แท้แล้วบ้านเรามีเงินมากพอที่จะให้ส่วนท้องถิ่นเติบโตและพัฒนา

นอกเหนือจากเรื่องความไม่ลงรอยระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่มีมาช้านานและเป็นที่รู้กันทั่วไปแล้ว เรื่องการรวมศูนย์อำนาจและเล่นการเมืองของกระทรวงสาธารณสุข เป็นปัญหาที่ทับถมให้ทุกอย่างแก้ไขได้ยากมากขึ้นไปอีก ภาคประชาชนอ่อนกำลังลงทุกทีๆ และคงจะตายจากไปในไม่ช้าด้วยซูเปอร์บอร์ดด้านสุขภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น

โรงพยาบาลเอกชนและคลินิกแพทย์เป็นทางเลือกของผู้มีกำลังจ่ายหากอยากจะจ่าย แต่สำหรับประชากรทุกคนแล้วประเทศควรมีระบบหลักประกันสุขภาพที่ไม่ต้องร่วมจ่าย ณ จุดบริการ วางไว้เป็นตาข่ายความปลอดภัยของชีวิต แม้ว่าระบบบริการในโรงพยาบาลของรัฐยังไม่ดีเท่าไรนัก แต่ชาวบ้านที่ไม่มีเงินจะอย่างไรก็ต้องไปรับการรักษา ก็ยังดีกว่าปล่อยพวกเขาไปตายที่อื่น การร่วมจ่าย ณ จุดบริการจึงไม่ควรเกิดขึ้น รอยรั่วของเงินในระบบใหญ่เกินกว่าการร่วมจ่ายจะแก้ปัญหาได้

ต่อให้ร่วมจ่ายได้แต่บริหารด้วยการรวมศูนย์อำนาจเช่นนี้ จะอย่างไรก็เจ๊งเหมือนเดิม

“กินเหล้าจนตับแข็ง ไม่สมควรรักษาฟรี”

“ฆ่าตัวตายมาเอง ไม่สมควรให้เบิก”

“ใช้ยาเสพติดแล้วป่วย สมควรต้องจ่ายเอง”

“ติดเชื้อเอดส์เพราะหามาเอง สมควรต้องร่วมจ่าย”

ผมเคยอยู่ในที่ประชุมที่มีการถกเถียงเรื่องแบบนี้ ทั้งระดับโรงพยาบาลและระดับกระทรวงฯ แต่นั่นเป็นเมื่อปี พ.ศ. 2526-2540 เราอยากกลับไปที่จุดเดิมกันจริงหรือ

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Life & Culture

1 Feb 2019

ทรมานแสนสุขสม : เปิดโลก ‘BDSM’ รสนิยมทางเพศที่ตั้งต้นจากความยินยอมพร้อมใจ

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ ชวนสำรวจรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ผ่านการพูดคุยกับสองสาวเจ้าของเพจ Thailand BDSM : Let’s Play and Learn ว่าด้วยนิยาม รูปแบบ คำอธิบายของความสุขในความเจ็บปวด ไปจนถึงความเสี่ยงในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อตามหาผู้มีรสนิยมแบบเดียวกัน พร้อมเก็บบรรยากาศการแสดง ‘ชิบาริ’ โดยศิลปินชาวญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังอย่างถึงเนื้อถึงหนัง

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

1 Feb 2019

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save